Archive for October 2015

Review adobe photoshop cc 2015

Review adobe photoshop cc 2015 โปรแกรมที่ใช้ในการแต่งภาพยอดฮิตเวอร์ชั่นล่าสุดในปี 2015 ใช้ง่ายขึ้น ฟังก์ชั่นเยอะขึ้น

   วันนี้เราจะไม่ได้มีสินค้าอินเทรนด์อะไรมาทำการรีวิวให้กับทุกท่านได้อ่านกันนะครับ แต่ วันนี้เราจะมารีวิวตัวที่เป็นโปรแกรมที่ทุกคนส่วนมากก็ต้องเคยใช้กันมาก่อนอยู่แล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ยอดฮิตอยู่เมือนกัน ถ้าถามว่าจะหาโปรแกรมสักหนึ่งโปรแกรมขึ้นมาเพื่อที่จะใช้ในการแต่งรูปภาพ ทำวีดีโอตัดต่อได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่พอใช้ได้ในงานแบบกึ่งๆ มืออาชีพก็ว่าได้ ทุกคนก็มักจะบอกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องเป็นโปรแกรมโฟโต้ช็อปอยู่แล้ว ซึ่งโปรแกรมนี้เมื่อมีการเขียน adobe ขึ้นมาช่วงแรกๆ ทางเจ้าของที่ทำขึ้นมาก็เปิดขายกันในราคาที่แพงก็ไม่มีใครสนใจ ต่อมาก็มีการปรับเปลี่ยนวีธีก็ให้ซื้อในเวอร์ชั่นที่ถูกลงมาก็ไม่มีใครที่สนใจจะซื้ออีก เพราะอย่างน้อยๆ คนไทยเราหรือว่า suer ชอบใช้ของฟรีหรือของที่ราคาถูกที่สุด ทางเจ้าของ adobe photoshop ก็เลยเปิดให้เช่าซื้อในโปรแกรมดังกล่าวบน คราวน์ แล้ว ซึ่งวันนี้ทางทีมงาน 108plaza ก็จึงได้นำเอาโปรแกรมอันนี้นี่แหละครับ มาทำการรีวิวให้ทุกท่านได้ดูกันสิว่า ในเวอร์ชั่นล่าสุด 2015 ตัวนี้จะมีอะไรที่ดีกว่าเวอร์ชั่นเดิมๆ บ้าง แล้วก็สามารถทำอะไรได้บนโปรแกรมนี้บ้าง เดี่ยวเรามาดูกันเลยครับ

   ก็ต้องขอขอบคุณรูปภาพจากทาง adobe photostop ด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการไม่เสียเวลาเราจะเริ่มทำการรีวิวกันทันทีเลย มาดูสิว่าเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ 2015 ทำอะไรได้บ้าง

   สิ่งแรกเลยที่จะพูดถึงก็คือเรื่องของการเพิ่มพื้นที่การทำงานหรือเรียกว่า artboard คือตัวนี้ข้อดีของมันคือใน 1 window การทำงานหรือในหนึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเมื่อใช้งานกับโปรแกรม photoshop แล้วนั้นก็จะทำงานได้หนึ่งชิ้นงานเท่านั้น แต่ในเวอร์ชั่นล่าสุด 2015 เนี่ยนะครับ จะสามารถเลือกเซฟงานได้หลายชิ้นงานมากขึ้น เมื่อเซฟงานเอาไว้ได้หลายชิ้นงานมากขึ้นแบบนี้ในตอนสุดท้ายที่เราจะเลือกใช้จริงๆ ก็เลือกไฟล์ที่ export ออกไปใช้ได้เลย ฟังก์ชั่นต่อมาก็เรียกว่า spot healing มันคือการทำให้ภาพหรือวัตถต่างๆ ที่อยู่บนภาพนั้นหายไป หรือไม่ก็ลบทิ้งไปเลย แล้วก็มีอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เลือกใช้ได้คล้ายๆ กันบน photoshop 2015 นี้ก็คือ content aware ซึ่งตัวนี้เนี่ยจะทำหน้าที่คล้ายๆ กันแล้วก็สามารถทำให้ภาพหายไปได้ ลบทิ้งไปได้ แล้วก็ย้ายไปที่ต่างๆ ได้เช่นกัน ซึ่งผมจะยกตัวอย่างเอาไว้ให้ทุกคนที่มาอ่านรีวิวนี้ลองไปเล่นๆ ดูนะครับ เพราะเราไม่ได้รีวิวกันในรูปแบบของวีดีโอทึ่จะเห็นภาพได้มากกว่าแล้วก็เข้าใจได้ง่ายกว่า แต่เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นจะยกตัวอย่างที่อ่านแล้วก็จะลองเอาไปศึกษาเพิ่มเติมได้จากยูทูปหรือว่าคลีปวีดีโอต่างๆ ต่อไปได้อย่างง่ายๆ แล้วกันนะครับ ซึ่งสองฟังก์ชั่นนี้ถ้าพูดง่ายๆ ก็ใช้ในวงการตัดต่อภาพหรือวีดีโอที่สามารถทำให้คนใดคนหนึ่ง หรือ นักแสดงคนใดคนหนึ่งล่องลอยไปบนอากาศได้แบบที่ภาพนั้นอาจะตัวขาดเหลือครึ่งตัว หรือ เหลือแต่ส่วนหัว ก็กดฟังก์ชั่น content aware ตัวนี้แล้วก็ลากไปมาๆ ตามใจพอเลย ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เลือกครอปรูปใดก็ได้ก็ตามใจเลย ก็ทำได้ง่ายขึ้นครับ ซึ่งถ้าเป็นนักตัดต่อมืออาชีพที่ตัดต่อภาพยนตร์ ละคร อะไรแบบนี้เค้าก็จะมีโปรแกรมเฉพาะที่เป็นขั้นแอดวานท์ขึ้น แต่นี่เราก็กึ่งๆ มืออาชีพก็สามารถทำได้ในแบบมืออาชีพอยู่เหมือนกันนะครับ

   ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ครับ ในเรื่องของฟังก์ชั่นการทำงานที่มีใน photoshop cc 2015 ตัวนี้ ผมจะแนะนำอีกสักหนึ่งฟังก์ชั่นครับ ที่ชื่อว่า dehaze เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่สามารถใช้คู่กับรูปภาพที่เป็นไฟล์ raw คือไฟล์ภาพติบๆ แล้วเอามาแต่งภาพได้เพิ่มเติมอีก ถ้าเป็นช่างภาพจะรู้จักกันดีกับไฟล์ raw นะครับ ซึ่งตัวนี้จะสามารถใช้ในการลดหมอกยามเช้าได้ ซึ่งการทำงานของฟังก์ชั่นนี้คือจะเพิ่มหมอกยามเช้าให้ดูฟุ้งมากกว่าเดิมก็ได้ จะให้ดูหมอกน้อยกว่าเดิมที่เราไปถ่ายภาพมาก็ได้ หรือ จะตัดหมอกออกไปหมดเลยก็ได้เช่นกัน

   ทั้งหมดทั้งมวลที่เราได้ทำการรีวิวมาในครั้งนี้ที่เป็นโปรแกรมยอดฮิต adobe photoshop cc 2015 นี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ ก็ใครที่สนใจแล้วก็เห็นว่ามันสามารถนำไปใช้ในการทำงานหรือใช้ในการศึกษาของคุณได้ก็ลองเข้าไปหาข้อมูลดูกันได้ ซึ่งการใช้ขอใช้งานก็ต้องเสียเงินนะครับ โดยช่องทางก็คือ ต้องใช้ร่วมกับ lightroom ราคา 300 บาท/เดือน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ให้เช่าซื้อได้บนคราวน์ที่มีราคาไม่แพงครับ เมื่อเทียบกับการใช้งานแล้วถือว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว สำหรับบทความในครั้งหน้าจะเป็นสินค้าอินเทรนด์ตัวไหน จะถูกใจแฟนๆ 108plaza หรือไม่นั้นต้องคอยติดตามและคอยให้กำลังใจกันด้วยนะครับ วันนี้สวัสดีครับ

Review acer revo one

Review acer revo one มินิคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่จากค่าย acer มาพร้อมกับการใช้งานที่อเนกประสงค์

   สวัสดีแฟนๆ ของเว็บไซต์ 108plaza ของเราทุกคนเลยนะครับ ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับกับการริวิวเครื่องคอมพวเตอร์ขนาดเล็ก แบบพกพาได้ง่าย สะดวก แล้วมันจะแตกต่างจากเครื่องโน๊ตบุ๊คอย่างไร แล้วจะดีกว่าหรือไม่ ทำไมถึงต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาแบบนี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่เราก็มีโน๊ตบุ๊คที่มีขนาดเล็ก เป็นแผ่นบางๆ อยู่แล้ว ก็พกพาได้ง่ายแล้วนะ แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กนี้หรือว่ามินิคอมพิวเตอร์นี้เค้าผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานในด้านไหน เดี่ยวเรามาดูกันครับ

   ก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้เนี่ย ทีเรานำมารีวิวกันเป็นแบรนด์ที่สองแล้ว ก่อนหน้านี้เรารีวิวเจ้าพ่อผู้ผลิตซีพียูรายใหญ่ของโลกไปแล้วเป็นทางค่าย intel ไปนะครับ ก็เป็นเครื่องมินิคอมพิวเตอร์เหมือนกัน แต่ว่าวันนี้เนี่ย เราก็มารีวิวทางค่าย acer กันบ้าง ในมุมมองของผมเองนั้นมองว่ามันต่างจากโน๊ตบุ๊คก็ตรงที่ว่ามันสามารถเชื่อมต่อหน้าจอทีวีใหญ่ๆ หรือมอนิเตอร์ใหญ่ๆ ได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปนะ เมื่อไปอยู่คู่กับจอทีวีใหญ่ๆ แล้วก็เหมือนกับเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์ดีๆ สักตัวหนึ่งเอาไว้ใช้งานแบบเต็มตา เอาไว้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตได้แบบที่ว่าไม่ต้องไปยกเคสเพาเวอร์มาใหญ่ๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว เรื่องของความบันเทิงในการเชื่อมต่อเนี่ยสุดยอดเลย ถูกใจผม นะครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปคเครื่อง ความเร็ว การใช้งานต่างๆ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยครับกับ acer revo one

   เป็นอีกหนึ่ง mini PC ทางค่าย acer ที่มาวางจำหน่ายในไทยครับ ตัวนี้เป็นซีพียูในตระกูล ยู ซีรีย์ ครับ ข้อดีของซีพียูรุ่นนี้เนี่ยคือมันสามารถเปิดใช้งายได้ทั้งวันแบบที่ไม่ร้อน แล้วก็ไม่กินไฟครับ ให้ RAM 4GB HDD 500GB แล้วก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้อีกถึง 2 ตัวคือ HDD แบบเอทเทอร์นอลฮาร์ดดิส size 2.5 นิ้วเนี่ยนะครับ ก็ถือว่าเก็บข้อมูลกันได้บานเลยทีเดียวครับ แล้วก็มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB ที่เอาไว้ต่อกับเข้าเมาส์ คีย์บอร์ต ต่างๆ มาอีก 2 พอร์ต แล้วก็พอร์ต USB 3.0 มาอีก 2 พอร์ต แล้วก็พอร์ต HDMI มาอีก ก็สามารถรองรับหน้าจอทีวีหรือมอนิเตอร์ขนาดหน้าจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ เลย เมื่อผมแกะใส่ในดูนะครับ ก็ต้องบอกว่าทาง acer นั้นออกแบบพื้นที่มาให้ได้ค่อนข้างดีครับ ถึงแม้ว่าจะไม่เล้กเหมือนทางค่ายอินเทลเค้า แต่ว่าพื้นที่ต่างๆ การใส่ HDD นั้นสามารถใส่ได้ 2 ตัว รองรับได้สูงสุดถึงตัวละ 6 TE เลยเยอะจริงๆ ใครที่มีข้อมูลต้องเก็บไว้เยอะๆ ก็ไปซื้อ HDD ขนาด 2.5 นิ้วมาใส่ได้เลยครับ ที่มาพร้อมกับตัว มินิ พีซี ตัวนี้ก์คือ เมาส์ คีย์บอร์ต แบบไร้สายเลย เสียบ USB แบบ wireless ไปก็เชื่อมต่อได้เลย ก็ค่อนข้างดีเหมือนกันนะครับ

   เมื่อพูดถึงเรื่องของสเปคเครื่องไปแล้วก็ต้องมาถึงคราวที่ต้องลองใช้งานกันดูครับ ก็ต้องมีจอ ในที่นี้ครั้งนี้ผมเองก็เสียบพ่วงเข้ากับจอทีวีนี่แหละครับ ซึ่งเมื่อผมเปิดเครื่อง บูทขึ้นมาปุบ ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 8.1 ตัวเครื่องนี้ก็มีสเปคที่เปิดมาเช็คดูก็เป็นแบบ core i3 1.70 GHz RAM 3GB ตัวการ์ดจอเป็นแบบ intel HD กราฟฟิก เรื่องของการแสดงผลภาพหน้าจอนั้นก็ต้องบอกว่าภาพคมชัด ระดับ 4k ก็เปิดขึ้นมาได้อย่างสบายๆ ภาพไม่มีแตก คมกริบเลยครับ เพราะผมเองก็ได้ทดสอบเปิดไฟล์วีดีโอขึ้นมาที่มีความละเอียดทั้ง full HD , 2k , 4k ก็แสดงภาพออกมาได้ดีเลยทีเดียวครับ แล้วก็มาพร้อมกับชุดซอฟแวร์ ab ที่รองรับความเป็นโฮมเอนเตอร์เทรนเม่นท์กันเลยทีเดียว แล้วที่เหนือไปกว่านั้นก็ยังสามารถสั่งการหรือควบคุมผ่านทางสมาร์ทโฟนที่เป็นแบบ android ได้อีกด้วย คือสามารถเปลี่ยนหน้าจอบนสมาร์ทโฟนของเราได้แบบที่คล้ายเมาส์เลย ก็ถูไถไปได้ ตั้องการคลิ๊กตรงไหนก็กดได้เลย เรียกว่าสะดวกสบายมากๆ เลยทีเดียวครับ เมื่อได้ทดลองเล่นเกมส์แล้วก็ต้องบอกว่าดีกว่าครับ ดีกว่าตัวแบรนด์หรืออีกค่ายหนึ่งที่เราทำการรีวิวไปเมื่อคราวที่แล้ว ที่เป็นตัวอินเทลนะครับ เพราะตั้วนี้มาพร้อมกับการ์ดจอที่ค่อนข้างดี ก็เลยทำให้เล่นเกมส์ที่เป็นแบบ 3 มิติได้ดีด้วย ก็ค่อนข้างที่จะไหลลื่นดีมากเลย แต่ก็มีบางช่วงที่มีแอบดีเลย์หรือแล็คอยู่บางเหมือนกัน ก็หลักๆ เลยก็ใช้งานพวกของการดูหนัง ฟังเพลง การใช้งาน พิมพ์งาน ท่องโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างดีเลยทีเดียว

   สรุปในช่วงสุดท้ายของการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับ acer revo one ตัวนี้วางไว้ข้างจอทีวีเอาไว้นี่ดูดี มีสไตล์ อย่างแน่นอนครับ ราคาก็เริ่มต้นตั้งแค่สเปคพื้นฐานคือ 13,xxx-22,xxx บาทครับ ก็มีทั้งตัวที่สเปคต่ำและไปจนถึงสเปคสูงๆ ก็เลือกดูในการใช้งานกันได้ครับ

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มีชิประดับ Class 1. ของ Plantronics รุ่น Voyager Focus

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มีชิประดับ Class 1. ของ Plantronics รุ่น Voyager Focus UC หูฟังของนักธุรกิจและนักฟังเพลง

   หลายท่านก็คงจะเคยใช้หูฟังที่เป็นแบบบลูทูธเพื่อเชื่อมต่อให้เข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ในการสนทนากันมาก็หลากหลายรุ่นแล้วใช่มั้ยละครับ แต่บางทีหูฟังบูลทูธในแบบที่ท่านใช้อยู่นั้นมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในการใช้งานทุกอย่างเสมอไป บางทีใช้ได้เฉพาะคุยโทรศัพท์ แต่ก็ไม่สามารถฟังเพลงได้ อะไรแบบนี้ แล้วถ้าฟังได้ก็ให้เสียงในการฟังเพลงที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ซึ่งข้อบกพร่องตรงจุดนี้เนี่ย จึงทำให้หลายคนตอนนี้กำลังมองๆ หาหูฟังลลูทูธแบบใหม่ ที่เป็นสินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่เลยในตอนนี้ ที่กำลังออกมาวางจำหน่ายกันในครั้งนี้ด้วยนั้นมาใช้งาน แน่นอนครับว่าวันนี้ทีมงาน 108plaza ของเรานั้นก็ได้นำเอาหูฟังที่สามารถตอบโจทย์ทุกท่านได้อย่างครบถ้วนอย่างแน่นอนเลยมาทำการรีวิวให้ดูกันในครั้งนี้ ส่วนจะเป็นรุ่นไหน ตัวไหนนั้นเดี่ยวเรามาทำการรีวิวให้ดูกันเลยครับ

   ก็ต้องยอมรับและได้ยินชื่อเสียงในแบรนด์ของ Plantronics กันละครับ เพราะว่าเขาผลิตสินค้าออกมาในตัวที่เป็นบลูทูธทุกอย่างเนี่ย เขาใช้ชิปที่เรียกว่าเป็นซิปแบบ class 1. คือดีที่สุดว่างั้นเถอะครับสำหรับตัวบลูทูธที่มีอยูในท้องตลาดตอนนี้ ไม่มีใครสู้เจ้านี้ได้ เพราะฉะนั้น เรื่องของการเชื่อมต่อสัญญานนี่รับรองว่าไกลใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งระยะมาตรฐานทั่วไปก็คือประมาณ 25-30 เมตร เท่านั้นเอง แต่เจ้าตัวนี้ ของค่าย แพนทรอนิกส์ นี้เค้าเครมมาเลยว่าได้ระยะไกลสุดเนี่ย ถึง 100 เมตรกันเลยทีเดียว เรียกว่าไกลมากๆ แต่ที่เค้าบอกมาก็คือว่าเมื่อฟังเพลงหรือให้สัญญานที่ดีที่สุดเนี่ยประมาณ 50 เมตรลงมา แต่ ทุกอย่างต้องมีแต่ครับ ก็คือว่าเมื่อเค้าการัณตีมาได้ในระยะ 100 เมตรเนี่ยนะครับ ก็คือว่าต้องใช้อุปกรณ์บลูทูธที่เป็นแบบ class 1. เหมือนกันเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่มีชิปบลูทูธ class 1. ด้วย แล้วที่น่าเสียดายคือ ตอนนี้ยังไม่มีสมาร์ทโฟนตัวไหนใช้ชิปตัวนี้เลย แม่กระทั่ง iphone 6s ก็ยังไม่ได้ใช้ชิปบลูทูธตัวนี้ note 5 ก็ยังไม่ได้ใช้ชิปบลูทูธตัวนี้ เพราะฉะนั้น มันจึงไม่มีตัวไหนใช้ชิปบลูทูธตัวนี้ นี่จึงเป็นสเปคที่บอกมาแล้วก็เป็นข้อเสียของการใช้งาน ซึ่งทาง แพนทรอนิกส์ ก็เลยมีทางแก้มาให้อย่างหนึ่งก็คือว่า ให้ตัวชิปบลูทูธ class 1. แบบ USB มาให้เพื่อเอาไว้เสียบกับ คอมพิวเตอร์ PC, โน้ตบุ๊ค อะไรแบบนี้แทนไปก่อน พอแก้ขัด แต่เมื่อใช้งานทั่วไปกับสมาร์ทโฟนอื่นๆ ก็สามารถใช้ได้ครับ ระยะก็ตามปกติ อาจจะประมาณสัก 10 เมตรก็ยังให้เสียงที่คมชัดดีอยู่ครับ

   ซึ่งข้อดีของหูฟังยี่ห้อนี้ก็คือมันจะมีแท่นชาร์จหรือว่าด็อกเกอร์มาให้แบบนี้ด้วย คือมไต้องไปวางให้เอียงให้เกะกะเหมือนเดิมแล้วเวลาเราจะชาร์จแบตในตัวหูฟัง แล้วข้อดีอีกหนึ่งอย่างของหูฟังตัวนี้เนี่ย มีไมค์โครโฟนที่รับเสียงเอาไว้ถึง 3 ตัว 3 จุดเลยทีเดียว ซึ่งใน 3 ตัวนี้ก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ไมค์โครโฟนตัวแรกก็จะทำหน้าที่รับเสียง ตัวที่สองคือป้องกันเสียงรบกวนหรือเรียกว่าเสียงนอยซ์ที่เข้ามารบกวน เมื่อมันวิเคราะห์แล้วว่าเสียงไหนที่เราพูดจริงก็จะตัดสัญญานให้คมชัดขึ้น แล้วไมค์โครโฟนตัวที่สาม ก็เข้ามาช่วยตัดเสียงรบกวนจากด้านหลังหรือรอบข้างอีกที ก็ทำให้เสียงที่พูดของเรานั้นชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับนักธุรกิจมั้ยละครับอย่างนี้เนี่ย

   แล้วที่ดีไปกว่านั้นอีก คือดีสุดยอดที่ผมคิดว่าดีเลย คือไมค์โครโฟนตัวที่สามเนี่ย มันจะมีระบบ open mic อยู่ คือเวลาที่เราฟังเพลงเสียงดังๆ ครอบหูเราอยู่เนี่ย แล้วในกรณีที่อาจจะมีคนเรียกเราแล้วเราไม่ได้ยิน หรือว่ามีคนแอบนินทาเราอยู่แล้วเราไม่ได้ยิน นี่ หูฟังตัวนี้เลยครับ มันจะเปิดไมค์โครโฟนตัวที่อยู่ปลายสุดขึ้นเองทันทีเมื่อจับเสียงภายนอกเข้ามาสู่หูฟังเราได้ทันที ในขณะที่คุณกำลังฟังเพลงอยู่ด้วยนะครับ ก็คือว่าใครที่เรียกคุณอยู่หรือแอบนินทาคุณอยู่เนี่ย เสียงพูดเหล่านั้นก็จะเข้ามาที่ลำโพงได้ทันทีเลยโดยอัติโนมัติด้วยนะ เป็นอย่างไงละครับ

   ส่วนเรื่องของเสียงในการฟังเพลงก็ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มีฟีเจอร์เด็ดๆ มารองรับแล้วเนี่ย ยังให้เสียงในการฟังเพลงที่ดีเยี่ยมเช่นกัน เสียงเบสมี เสียงกลางชัดเจน เสียงแหลมใสกิ๊กเลยละครับ ซึ่งราคาก็ต้องบอกเลยว่ามันแพงสุดๆ สมกับความสามารถในตัวของมันเองอยู่แล้วครับ ราคาอยู่ที่ 11,990 บาท ราคานี่ต้องบอกเลยว่านักธุรกิจจริงๆ ครับ ใครที่สนใจก็ลองไปดูกันได้ ส่วนผมไม่มีเงินซื้อครับ วันนี้ไปละ สวัสดีครับผม

 

 

รีวิว สมาร์ทโฟน flagship จากค่าย elephone P8000

รีวิว สมาร์ทโฟน flagship จากค่าย elephone P8000 เป็นสมาร์ทโฟนค่ายน้องใหม่ที่ไม่เน้นการโฆษณา แต่เน้นคุณภาพและสเปคขั้นเทพในราคาเบาๆ

   มากันอีกแล้วครับสำหรับสมาร์ทโฟนค่ายจีนที่มาทำการตลาดในเมืองไทย ต้องยอมรับกันละครับว่าตอนนี้มือถือค่ายจากจีนนั้นเข้ามาทำแบรนด์กันในเมืองไทยและทั่วโลกเนี่ยหลายรุ่น หลายแบรนด์จริงๆ บางแบรนด์ก็ทำภาพลักษณ์ต่างๆ ออกมาแบบแบรนด์อินเตอร์ แต่บางแบรนด์เนี่ยก็ไม่ได้เน้นเรื่องของภาพลักษณ์ แต่เน้นเรื่องของราคาที่ค่อนข้างถูก ในคุณภาพสเปคที่มาแรงที่ทำให้ดูเหมือนกับว่า ซื้อสมาร์ทโฟนในราคาหลักพัน แต่ได้สเปคในราคาหลักหมื่นในแบรนด์อื่นๆ อะไรแบบนี้ แล้ววันนี้เองผมในนาม 108plaza ก็จะได้นำเอาสมาร์ทโฟนตัวหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ได้เหมือนกัน จากค่าย elephone รุ่น P8000 นั้นเองครับ จะเป็นอย่างไรนั้นเดี่ยวเรามารีวิวกันเลยดีกว่า

   ดูจากรูปทรงแล้ว รูปร่างแล้ว หน้าจอแล้ว ดูดีเลยครับผมบอกอย่างนี้ แต่อย่าลืมนะครับว่าสมาร์ทโฟนที่เราจะทำการรีวิวในครั้งนี้ราคามันต้องเบาๆ ทุกท่านลองประเมินราคาจากรูปภาพด้านบนกันดูนะครับว่าราคาจะแค่ไหนกันเชียว เพราะเดี่ยวเราจะเฉลยกันตอนช่วงท้ายบทความนี้กัน

   เรามาดูรายละเอียดแล้วก็สเปคกันเลยครับ ตัวขอบข้างเป็นอลูมิเนียมขัดเงามาอย่างดี ดูพรีเมี่ยมดี ฝาหลังดูเผินๆ แล้วเป็นลวดลายสีทองแวววาวแบบนี้เป็นพลาสติกครับ ส่วนล่างฝาหลังก็จะมีโลโก้ของ elephone อยู่ด้วย ก็ออกแบบมาได้ดีครับ ตัว CPU เป็นแบบ media tek TK6753,64 bit, 8 core, 1.3 GHz แล้วก็ตัว GPU ที่ใช้เนี่ยเป็นแบบ Mali T720 เรียกได้ว่าตัว GPU ตัวนี้เนี่ยเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ที่ขายในรุ่นกลางๆ เนี่ยยังใช้ซีรี่ย์ T400 กันอยู่เลยนะครับ เรียกว่าสเปคของ GPU ตัวนี้เนี่ยมาแรงจริงๆ แล้วก็ให้ RAM 3 GB, ROM 16 GB , รองรับ micro sd card ได้ 128 GB รองรับ 4g แต่ตัวนี้เนี่ยยังไม่สามารถรองรับตัว 4g ในคลื่นความถี่ในปัจจุบันได้ อาจจะต้องรองความถี่ 1800 ที่จะมีการประมูลขึ้นมาใหม่ในรอบหน้าก่อน ก็ถือว่าใครที่ซื้อไปก็รองรับการใช้ 4g ในอนาคตอันใกล้นี้ก็แล้วกันนะครับ ส่วนเรื่องของหน่วยความจำในตัวเครื่องนั้นให้มาน้อยไปสักหน่อย อาจจะต้องใช้หน่วยความจำสำรองเอาก็ได้ ขนาดจอที่เป็นใหญ่ๆ แบบนี้ให้มาที่ 5.5 นิ้ว ความละเอียดของจอ อยู่ที่ Full HD ความหนาแน่นของจออยู่ที่ 400 ppi ตัวกระจกเองนั้นเป็นแบบ gorilla glass 3 ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานอย่างแน่นอน ซึ่งหน้าจอแบบนี้นั้นทาง elephone เองก็บอกมาว่าเป็นหน้าจอแสดงผลที่สีสดใส เหมือนคุณกำลังมองจอทีวีขนาดใหญ่เลย ตัวกล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล ใช้ตัวเซนเซอร์ของทาง Samsung sl3 ส่วนกล้องหน้าอยุ่ที่ 5 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Android 5.1 รองรับ 2 ซิมการ์ด แบตเตอร์รี่มีความจุมากถึง 4165 mAh ถือว่ามากที่สุดในตัวแบตเตอร์รี่ตอนนี้เลยหรือเปล่า น่าจะใช่นะครับ เพราะเท่าที่ผมทำการรีวิวมา ก็เคยเห็นแค่ 4100 mAh เท่านั้นเอง ด้านหลังของตัวเครื่องมี touch ID มาให้ด้วย เรียกว่าตัวนี้นี่อยู่ในสมาร์ทโฟนระดับหมื่นกลางๆ ขึ้นไปเลยนะครับ เดี่ยวเรามาลุ้นกันว่าราคาตัวนี้เนี่ย จะอยู่ที่เท่าไหร่ ผมก็ตื่นเต้นนะครับ แต่ผมเนี่ยรู้แล้ว แต่ยังไม่เฉลยๆ เอาไว้เฉลยในตอนท้ายดีกว่า

   เมื่อดูสเปคกันไปคร่าวๆ แล้วเนี่ย มาถึงเรื่องการใช้งานกันเลยดีกว่าครับ ติก่อนเลยเรื่องแรก คือ ตัวลำโพงที่ให้มานั้นเล็กมากครับ เสียงก็เบา เบามากเลยทีเดียวนะสำหรับความคิดผมเอง เมื่อวัดประสิทธิภาพผ่านแอพ Antutu แล้วได้ที่ 32181 คะแนน ก็ถือว่าคะแนนนี้ก็ไม่ขี้เหร่เมื่อวัดผลออกมา แต่เรื่องกล้อง เรื่องซอฟแวร์นั้นก้ไม่มีอะไรโดดเด่นครับ ก็มีโหมดกล้องแบบ บิวตี้ แบบพาโนราม่า ทั่วไปหลักๆ แล้วเมื่อถ่ายออกมาพบว่า ตัวกล้องทั่งหน้าและหลัง ไม่สมกับคำพุดหรือว่าไม่สมกับสเปคที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นครับ ต้องขอติอย่างนี้เลยว่า บางทีสเปคแรงๆ ก็จริง แต่เรื่องซอฟแวร์ภายในที่เอามาประมวลผลเนี่ย ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรนัก แต่ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ถึงล่างครับ

   แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่าสมาร์ทโฟนค่ายจีนเนี่ย เด่นเรื่องฟีเจอร์ต่างๆ ถือว่าเป็นผู้นำและการคิดค้นเรื่องฟีเจอร์ใหม่ๆ เลย แต่เรื่องการใช้งานจริงๆ เนี่ยยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เอาละครับ เราก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันแล้ว มาเฉลยราคากันเลยดีกว่าครับ ราคาอยู่ที่ 6,990 บาท ผมบอกได้เลยว่าคุ้มครับ เรื่องตัว touch ID นั้นใครอยากจะรู้ว่าเร็วแค่ไหน เหมือนตัวเรือธงค่ายอื่นๆ หรือเปล่านั้นต้องไปลองสัมผัสและตัดสินใจซื้อกันดูครับ ส่วนตัวผมว่า คุ้มค่ากับสเปค

 

รีวิว ลำโพงอเนกประสงค์ Harman kardon ESQUIRE MINI

รีวิว ลำโพงอเนกประสงค์ Harman kardon ESQUIRE MINI ฟังเพลง สนทนา เป็นเพาเวอร์แบงค์ สารพัดประโยชน์จากลำโพงบลูทุธ

   ใครที่กำลังมองหาลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก พกพาง่าย เอาไปฟังเลงได้แบบจุใจ แถมยังได้ฟังก์ชั่นเสริมที่กลายเป็นลำโพงสนทนาเมื่อมีสายเข้าได้ด้วย แถมแค่นั้นยังไม่พอ ยังสามารถเป็นเพาเวอร์แบงค์ในยามที่แบตเตอร์รี่ในมือถือใกล้หมดได้อีกด้วย เรียกว่าคุ้มค่า คุ้มราคาเลย ซึ่งที่ผมเกริ่นมาแบบนี้แล้ว หลายท่านก็คงจะอยากเห็นตัวจริง อยากเห็นรูปสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันแล้วใช่มั้ยละครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่า

   เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปดูรายละเอียดและก็คุณสมบัติของลำโพงบลูทูธตัวนี้กันดีกว่านะครับ เมื่อผมเห้นรูปครั้งแรกแล้วก็ได้จับดูของจริงแล้ว มันมีขนาดเล็กเท่ากับสมาร์ทโฟนหนาๆ เครื่องหนึ่ง แต่ไม่ได้หนามากนะครับ เหมือนกับตลับเครื่องสำอางของผู้หญิงเลย ผมว่านะ สวยครับสวย Harman kardon ESQUIRE ก็ต้องบอกว่าสมชื่อของเค้านะครับ เพราะเค้าใช้ไดเวอร์หรือว่าดอกลำโพงถึง 2 ตัวด้วยกัน มีขนาดดอก 27 มิลลิเมตร ส่วนกำลังขับนั้นอยู่ที่ 4 วัตต์ 2 ข้าง ก็รวมแล้วก็เป็น 8 วัตติ์ นั้นเองครับ โดยการใช้งานก็งายๆ ซึ่งในตัวเครื่องนั้นก็จะมีแบตเตอร์รี่อยุ่ในตัวอยู่แล้ว ก็ชาร์จไฟเข้าไป เมื่อชาร์จเสร็จแล้วก็จะต้องเปิดบลูทูธของตัวเครื่องแล้วก็มาเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเรา ซึ่งการรับสัญญานบลูทูธก็ได้ค่อนข้างไกลเลยทีเดียว อย่างน้อยๆ 10 เมตรน่าจะได้อยู่แล้ว ซึ่งที่ผมทดลองเมื่อห่างจากตัวสมาร์ทโฟนได้เกินกว่านี้เสียงก็จะไม่ค่อยดี แล้วก็จะขาดๆ หายๆ ไปด้วย

   ด้านหลังก็จะมีขาตั้งแบบนี้ให้ด้วย ก็ทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ก็มีไมค์โครโฟนที่สามารถรับเสียงหรือว่าพูดคุยสนทนากันผ่านทางตัวบลูทูธตัวนี้ได้เลย เมื่อมีสายเข้านั้นเองละครับ แล้วยังไม่หมดคุณสมบัติของ Harman kardon ESQUIRE ตัวนี้เพียงเท่านี้

   ซึ่งคุณสมบัติต่อมาเนี่ย ในตัวเครื่องมีแบตเตอร์รี่อยู่ที่ 2000 mAh ครับ แล้วมันก็ยังสามารถทำให้เครื่องตัวนี้กลายเป็น power bank ได้อีกด้วย เมื่อเวลาที่คุณต้องการที่จะชาร์จแบตเตอร์รี่ให้สมาร์ทโฟนของเราใช่มั้ยละครับ ก็จัดการเสียบจากพอร์ต USB ด้านบนตัวเครื่องนี้ได้เลย แต่สามารถชาร์จได้พอร์ตเดียวอย่างที่เห็นแล้วกระแสไฟหรือว่าความจุของแบตเตอร์รี่นั้นอาจจะน้อยไปสักหน่อย ก็พอแก้ขัดไปได้บ้าง จะทำให้เหมือนตัวเพาเวอร์แบงค์เลยก็คงไม่ใช่นะครับ

   เอาละครับ เมื่อมาถึงช่วงท้ายๆ แบบนี้แล้วก็คงจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมละครับว่า Harman kardon ESQUIRE ตัวนี้ราคาค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่กัน ซึ่งผมจะเฉลยให้ทุกท่านฟังกันว่าราคาเท่าไหรื่ แต่อย่าตกใจไปนะครับว่าราคาทำไมแพงจัง เพราะว่าราคาขายตัวนี้อยู่ที่ 5,990 บาท เลยทีเดียว เรื่องของคุณสมบัตินี่เพียบพร้อมอย่างนี้แล้ว ซึ่งความจริงแล้วนั้นมันต้องบอกว่าแพงมากกับราคาที่ห้าพันกว่าบาทเลยนั้น ซึ่งหลายคนก็อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ ถ้าจะไปแยกซื้อลำโพงบลูทูธต่างหาก แล้วก็ตัวเพาเวอร์แบงค์ต่างหาก ก็ยังไม่น่าจะถึง 2 พันบาทเลย นี่มองในมุมมองของชาวอินเทรนด์ที่มีนิสัยกในการซื้อสินค้าไอทีที่ต้องคิดนานๆ หน่อย ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า คุ้มราคาเป็นหลัก เอาง่ายๆ ว่าราคาถูกเท่านั้นถึงซื้อ เพราะเราไม่ได้เป็นสาวกแอปเปิล ที่ประเภทที่ว่ามีอะไรออกมาขายใหม่ๆ ก็ซื้อหมดเลย อะไรแบบนี้

   แต่ถ้ามองในมุมของความเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ แล้วสินค้าตัวนี้ก็ออกแบบมาดูสวยงาม คุณสมบัติก็เด่นชัด ใช้ได้อเนกประสงค์แบบนี้ ก็น่าซื้อมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องของความคิดและการเลือกซื้อนั้นก็แล้วแต่บุคคลเลยครับ เพราะในนามของผมที่มีหน้าทีรีวิว ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า คุณภาพของเสียงที่เปิดออกมาเท่าที่ทดสอบดู ให้คุณภาพของเสียงเมื่อเปิดเพลงนี่เกินตัวทีเดียว เห็นเล้กๆ บางๆ แบบนี้มีดอกลำโพงถึง 2 ดอก พร้อมให้เสียงที่ออกมาฟังได้ทุกแนวจริงๆ เพลงร็อกก็มีเสียงเบสออกมาให้ได้ยินชัดเจน เสียงแหลมในย่านความถี่สูงๆ ก็ออกมาได้ใสทีเดียว ทำให้อารมณ์ในการฟังเพลงของทุกท่านเมื่อซื้อไปนี่ต้องบอกว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียวนะครับ เอาคะแนนประเมินจากเราทีมงาน 108plaza ไปเลยครับ 8.5 เต็ม 10 ก็ต้องขอหักคะแนนตรงที่ราคาแพงไปสักนิดหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนวันนี้ก็ต้องบอกว่า สวัสดีครับ ครั้งหน้าจะมีอะไรมาให้ติดตามอีกต้องรอติดตามและเป็นกำลังใจกับการริวิวของทุกชิ้นของเราที่นำมาเขียนเป็นบทความให้ท่านได้อ่านกันด้วยนะครับ ขอบคุณมากเลยครับผม

Search google อย่างเซียน

Search google อย่างเซียน 5 วิธีพิมพ์ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการใน google ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแบบง่ายๆ และชัวร์

   ทุกวันนี้ search engine ก็มีหลายค่ายเยอะแยะมากมายเลย แต่ว่า search engine ที่นิยมกันมากในเมืองไทยและคนทั่วโลกเลยและน่าจะใหญ่ที่สุดใน search engine ก็น่าจะต้องยกให้กับ google เค้านะครับในตอนนี้ แล้วทุกคนเมื่อเข้าเปิดอินเตอร์เน็ตขึ้นมาเมื่ออยากจะรู้อะไร อยากจะค้นหาสินค้าอินเทรนด์อะไร ก็ต้องพิมพ์ใน google ก่อนเลยอันดับแรก แล้วบางทีก็ค้นหาไม่เจอหรือไม่ตรงตามที่อยากจะหาสักเท่าไหร่ เพราะว่ามันมีมากมายจริงๆ ที่โผล่ขึ้นมาให้เลือกคลิ๊กดู วันนี้ทาง 108plaza ก็จึงได้ไปค้นหาเอาวิธีการเด็ดๆ ที่เรียกว่าเป็นโค๊ชลับเลย เป็นโค๊ชลับที่ตัว user กับ google รู้กันสองคน พูดง่ายๆ ว่าตัวเรากับเว็บอากู๋เนี่ยแหละที่รู้จักกันแบบไม่ธรรมดา ส่วนจะมีวิธีการค้นหาอย่างไรบ้างนั้นเดี่ยวเรามาดูกันครับ

   เสิร์ซ google ให้ได้อย่างเซียน เสิร์ซแบบขั้นเทพ ไม่ใช่ใครทั่วไปก็ทำได้นะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 วิธีด้วยกันที่ถือว่าเป็น gadget ใหม่ๆ มานำเสนอกัน เป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะเสิร์ซหารูปแบบที่เราต้องการ จะเอาไปทำวอลเปเปอร์หรือจะไปตกแต่งอย่างไรก็ตาม หาได้ง่ายๆ ดังนี้เลย

   1.จะค้นหารูปภาพใน Google ที่มีขนาดรูปภาพตามต้องการ อย่างเช่น ถ้าคุณต้องการจะหารูปภาพขนาดใหญ่ๆ เลยที่มีขนาด 1920*1080 แบบนี้ คุณก็เข้าไปที่ google แล้วพิมพ์เลยแบบนี้เป็นโค๊ชลับ ก็คือ imagesize:1920*1080 ก็คือเอาง่ายๆ ว่าอยากจะได้ขนาดเท่าไหร่ ก็พิมพ์ขนาดไปเลยแล้วอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะได้รูปเสือ ก็พิมพ์ไปเลยว่า tiger:1920*1080 แบบนี้แล้วก็กด Enter ไปเลย รูปภาพก็จะมาเลยทันที มีให้คุณเลือกได้ตรงตามเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่คุณต้องการอย่างแน่นอน

   2.เมื่อคุณอยากจะค้นหาอะไรก็ตามที่อยุ่ในยุคสำคัยๆ ที่ย้อนอดีตไปนานๆ ไม่ว่าจะเป็นรูป หรือเรื่องราวต่างๆ ก็ตาม ก็ให้พิมพ์ลงไปใน google อย่างสมมติว่าคุณต้องการจะหารูปผู้หญิงสักคนหนึ่งที่ดังๆ ในอดีต ก็พิมพ์ไปเลย ผู้หญิง:2000…2011 มันก็จะไปค้นหารูปผู้หญิงที่คุณต้องการในปี ค.ศ. ทีคุณพิมพ์ลงไปในระหว่างนั้นมาให้ทันทีเลย อันเนี่ยถือว่าเป็นโค๊ชพิเศษเลยนะครับ

   3.เมื่อคุณรู้ว่ามีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งที่คุณจำได้และต้องการจะเอารุปจากเว็บไซต์นั้นๆ มาใช้ ก็ต้องพิมพ์โค๊ชพิเศษไปแบบนี้เลย อย่างเช่น site: แล้วก็ตามด้วยชื่อเว็บไซต์ที่คุณต้องการค้นหามาเลย พิมพ์ติดกันไปเลยนะครับไม่ต้องเว้นวรรคแต่อย่างใด มันก็จะรวมรูปที่คุณต้องการจะค้นหาเฉพาะในเว็บไซต์นั้นมราให้คุณได้อย่างง่ายๆ เลย

   4. ถ้าคุณชอบเปรียบเทียบรูปภาพ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน ปกติแล้วคุณจะเสิร์ซหาใน google อย่างไร ถ้าเป็นผม ผมไม่รู้โค๊ชพิเศษ ก็จะพิมพ์ชื่อของ 2 อย่างนั้นลงไปแล้วก็เว้นวรรค ก็เท่านั้น แต่สำหรับเซียนแล้วมันไม่พอแค่นั้นครับ อย่างเช่น ถ้าคุณต้องการจะหารูปของดารา 2 คนนี้มาเปรียบเทียบความหล่อกัน อย่างเช่น ณเดช มาริโอ้ แบบนี้มันธรรมดาไป เราต้องพิมพ์ค้นหาแบบนี้ครับ ณเดช OR มาริโอ้ ลองดูสิครับ ผลลัพธ์ที่ได้มามันจะไม่เหมือนกันเลยนะครับ ลองดู

   5. ใครที่อยากเป็นนักสืบ อยากจะค้นหาบุคคลคนนี้ดูสิ หรือ จะค้นหาเสื้อผ้าแฟชั่นแนวนี้ที่มาแรง แล้วคุณก้ไปเห็นคนอื่นเค้าใส่เสื้อผ้าแบบนั้นมาแล้วอยากจะรู้ว่านี่คือยี่ห้ออะไร ก็แค่ถ่ายรูปคนนั้นมาเลยครับ ต้องแอบถ่ายนะ เดี่ยวเค้ารู้ตัว ซึ่งเมื่อถ่ายรูปมาแล้วก็ไปที่ google เลยแล้วก้ไปตรงที่ค้นรูป แล้วก็ไปหย่อนรูปลงไปที่ไอคอนกล้อง ก็หย่อนรูปที่ต้องการค้นหาไปเลย แล้วมันก็จะโผล่ชุดเสื้อผ้าแบบนั้น แนวนั้น ยี่ห้อนั้น หรือ ข้อมูลใกล้เคียงที่สุด หรือ เราอาจจะค้นหารูปหน้าเหมือนหรือบุคคลในรูปที่เราไปถ่ายมาก็ได้นะ ลองดูๆ ครับ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งแบบที่เป็นนักสืบมือสมัครเล่นได้เลยทีเดียว ว่างๆ ก็ลองทำดูนะครับ

   สำหรับ 5 วิธีเด้ดนี้มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครบางคนอาจจะไม่รู้ก้ได้ แต่ถ้าเมื่อได้รู้แล้วก็ลองจำแล้วก็ไปทำดูบ้างก้ได้นะครับ เผื่อบางเวลาที่คุณค้นหาอะไรไม่เจอ แล้วก้ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็จำวิธีการทั้ง 5 แบบนี้ไปลองใช้กัน ถ้าถามผม ผมชอบวิธีสุดท้ายนี้มากที่สุดเลย เอาไว้ตามหาข้อมูลผู้คนที่เราอยากจะเป็นนักสืบ คริๆ ก็คงจะรู้กันนะครัซ

   วันนี้ก็เช่นเคยครับไม่มีสินค้าอินเทรนด์อะไรมานำเสนอมารีวิว แต่ก็เก็บเอาเรื่องราวดีๆ ที่เป็นแบบเซียนมาให้ชาวอินเทรนด์ได้รู้กันก่อนใคร ถ้าชอบก้แชร์บทความนี้ไปให้เพื่อนๆ อ่านก็ได้นะครับ ไม่หวงๆ

   

Review Fitbit Surge

Review Fitbit Surge นาฬิกาสำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย เมื่อได้รู้จักแล้วต้อง ว้าว

   ในปี 2015 มานี้มีหลายๆ ค่ายทำนาฬิกาที่เป็นประมาณว่า smart watch ออกมาแข่งขันกันทำตลาดมากมายเลย แต่ส่วนใหญ่แล้ว smart watch พวกนั้นก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะออกมาแข่งขันกันในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เอาง่ายๆ ว่า smart watch แต่ละตัวนั้นมันทำหน้าที่ออกมาได้ต่างกัน แล้วจุดประสงค์ที่คนทั่วไปจะต้องเลือกค่ายต่างๆ มาเพื่อใช้งานนั้นก็จะต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างทาง Apple watch ที่เค้าผลิตออกมาเพื่อให้คนที่ชอบหรือรักการเล่นโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก เป็นคนที่รักสังคมออนไลน์อะไรแบบนี้ก็จะทำออกมาขายให้คนเหล่านี้ได้ใช้กัน แต่ทาง fitbit surge นี้ก็ทำออกมาขายให้กับคนที่รักสุขภาพ ชอบออกกำลังกายเป็นประจำทุกๆ วัน ทุกๆ สัปดาห์ อะไรแบบนี้ต่างหาก แต่ว่า ftitbit surge นี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายในขั้นแอดวานท์เท่าไหร่นัก ด้วยสาเหตุอะไรที่ไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้นั้น เดี่ยวผมจะพาทุกท่านมาดูบทความรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันครับ แล้วจะได้รู้ถึงฟีเจอร์ที่นาฬิกาตัวนี้ทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง

   ซึ่งทางผู้ผลิตเนี่ยเค้าก็บอกมาอย่างนี้ครับว่า fitbit surge นี้เป็นอภิมหานาฬิกาสำหรับคนออกกำลังกายเลย จะเจ๋งอย่างไรมาดูกัน สิ่งแรกเลยคือตัวมันมีระบบ GPs ที่สามารถคำนวนเรื่องของเส้นทางและระยะทางในการวิ่ง การปั่นจักรยาน การเดินเร็ว การเดินช้า ได้หมดเลยครับ ขอแค่ว่าคุณต้องเคลื่อนไหวร่างกายเท่านั้นเอง สิ่งต่อมาที่นาฬิกาตัวนี้ทำได้ก็คือ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้นเองครับ คือมันสามารถวัดได้ว่าขณะที่คุณกำลังออกกำลังกายอยุ่เนี่ยนะครับ หน้าจอแสดงผลจะบอกเลยว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณเต้นอยุ่ที่กี่ครั้งต่อนาที อีกส่วนหนึ่งในจุดเด่นที่นาฬิกาตัวนี้ทำได้ก็คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวร่างกายในขณะที่คุณกำลังสวมใส่อยู่ในข้อมือเล้กๆ เนี่ยนะครับ จะเก็บข้อมูลการเดิน การวิ่ง อะไรเหล่านี้ไว้ทั้งหมดเลยแล้วก็ประมวลผลออกมาเป็นค่าเฉลี่ยต่างๆ ให้เราได้ทราบกันนั้นเองครับ ซึ่งตัวนาฬิกานี้ไม่ได้วัดหรือครวจจับได้แค่เรื่องของการวิ่ง การเดิน ทั่วไปเท่านั้นนะครับ ยังรวมไปถึงพวกการออกกำลังกายแบบเบาๆ อย่างเช่น โยคะ ฟิตเนส อะไรแบบนี้ได้หมดเลย แล้วเรื่องของตัวพลังานที่หล่อเลี้ยงนาฬิกาตัวนี้หรือแบตเตอร์รี่เนี่ยนะครับ มันสามารถอยู่ได้ถึง 7 วันต่อการชาร์จแบตเตอร์รี่ได้หนึ่งครั้งเลย ก็คือว่ายาวนานกว่า smart watch ทั่วไปอย่างค่ายผลไม้ที่มาว่าง่อยู่ในตอนนี้อีกนะครับ ที่คนในวงการ gadget เค้าต่างบ่นๆ กันว่าออกมาใหม่แต่ไม่เห็นมีการปรับปรุงอะระเลย แถมยังแพงอีกต่างหาก อันนี้เราก็อย่าไปโจมตีเค้านะครับ แล้วแต่ว่าสาวกใครสาวกมันแล้วกัน

   นอกจากนี้ตัว fitbit surge เนี่ย มันก็ต้องมีจุดเด่นในเรื่องของการเป็นนาฬิกาแบบ smart watch ได้ด้วยนะครับ คือมันจะโชว์การแจ้งเตือนแบบข้อความที่เข้ามาทางมือถือ พวกโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เข้ามา line,facebook ต่างๆ และอื่นๆ ได้หมดเลย แม้กระทั่งการเปลี่ยนเพลงบนสมาร์ทโฟนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้อุปกรณ์ตัวนี้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของคุณนั้นอาจจะไม่ครอบคลุมก็ได้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะซื้อนาฬิกาตั้วนี้ไปเช็คก่อนว่าสามารถเชื่อมต่อให้เข้ากับมือถือค่ายไหนได้บ้าง เป็นระบบปฏิบัติแบบไหน เวอร์ชั่นตั้งแต่ตัวไหนขึ้นไป อะไรแบบนี้นะครับ เพราะบางทีคุณอาจจะใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าโบราณมากเลย ที่ไม่ได้อัพเดทเอนดรอยต์ อะไรแบบนี้ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อผ่านทางแอพพลีเคชั่นได้นะครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ มันสามารถเชื่อมได้ทั้ง Android,IOS, และ window phone เลยครับ แค่นี้ยังไม่พอ เมื่อเราสวมใส่มันในขณะที่นอนหลับอยู่ด้วยนั้น มันจะสามารถเก็บข้อมูลในการนอนหลับของเราให้ทราบได้อีกด้วย ว่าเรานั้นจะนอนหลับสนิทหรือเปล่า นอนกี่ชั่วโมง แล้วมันยังสามารถปลุกตัวเราเองได้แบบระบบสั่นได้ด้วย คือปลุกเฉพาะตัวเราคนเดียว มันก็จะสั่นที่ข้อมือเราอะไรประมาณนั้นนะครับ ส่วนที่ผมเองได้เกริ่นเอาไว้เมื่อช่วงต้นว่า เจ้าตัวนี้ทำไมมันไม่เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายแบบขั้นแอดวานท์แล้ว ก็เพราะว่ามันยังไม่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลในการออกกำลังกายแบบจำนวนมากๆ และแสดงผลได้เป็นเวลานนานๆ ได้ เพราะตัวแบตเตอร์รี่เนี่ยอยู่ได้มากสุดแค่ 7 วันเท่านั้นเอง

   เอาล่ะครับ มาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้ว ก็ต้องมาแจ้งในเรื่องของราคาค่าตัว smart watch ตัวนี้กันครับ สำหรับราคานั้นยังไม่ได้เปิดเผยมาในเมืองไทยแน่นอน เพราะยังเปิดตัวอยู่ในต่างประเทศอยู่ แต่ก็จะอยู่ราวๆ 8,xxx บาทประมาณนี้ครับ ใครที่ชอบสินค้าอินเทรนด์ตัวนีก็ต้องเตรียมเงินเอาไว้ซื้อกันได้เลย คาดว่าจะมาเมืองไทยอีกไม่นานนี้แน่นอน

Review Ehang ghost drone

Review Ehang ghost drone กล้องถ่ายภาพมุมสูงแบบง่ายๆ บังคับผ่านสมาร์ทโฟน ของเล่นใหม่ของคนไอที

   เดี่ยวนี้วัยรุ่นเค้านิยมถ่ายภาพมุมสูงกันครับ แล้วเมื่อต้องการจะถ่ายภาพมุมสูงๆ ละต้องทำอย่างไร จะเอามือจับมือถือแล้วยี่นไปจนสุดแขน มันก็ยังไม่ได้ภาพสวยพอ ยังสูงไม่พอ หรือว่าจะเอาไม้เซลฟี่มาละ มันก็ยังสั้นไปนะดูแล้ว อยากได้ภาพที่กล้องถ่ายได้สูงๆ เลย สูงแบบที่ว่าอยู่บนฟ้าแล้วถ่ายลงมาหาเราได้อะไรแบบนั้นอ่ะ จะต้องทำอย่างไรหรอ มีเครื่องมืออะไรที่พอช่วยได้หรือไม่ มีสินค้าอินเทรนด์อะไรบ้างที่ตอบโจทย์แบบนี้ได้บ้าง แน่นอนครับ ทุกความต้องการของคนไอทีที่คุณถามมา 108plaza มีคำตอบให้คุณได้เสมอ แล้ววันนี้เราก็มี จะเรียกว่าอย่างไรดีละ ภาษาอังกฤษก็เรียกว่า drone แต่ถ้าจะบอกเป็นภาษาไทยแบบง่ายๆ ก็คือ กล้องเครื่องบินบังคับ ก็ได้ครับ โดยชื่อเต็มๆ ของมันคือ Ehang ghost drone

   Ehang ghost drone ถ้าเรียกเท่ห์ๆ หน่อยก็ตือ อากาศยานไร้คนขับ ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมกันเลย ที่รายการทีวีหลายๆ รายการที่มีภาพมุมสูงที่ถ่ายมาให้เราเห็นนั้นเค้าก็จะใช้กล้องแบบนี้ถ่ายภาพกันแหละครับทุกคน ซึ่งก็ต้องบอกว่าตอนนี้มันยังไม่ได้เข้ามาแพร่หลายในเมืองไทยเรามากนัก ยังไม่ค่อยมีคนซื้อมาเล่นกันสักเท่าไหร่ แต่เดี่ยวเราจะพาทุกท่านมาดูรายละเอียดกันครับ

   คือหลักการของการบังคับอากาศยานไร้คนขับนี้เนี่ยนะครับ แน่นอนเลยว่ามันต้องเชื่อมต่อกันผ่านสมาร์ทโฟนครับ โดยเชือมต่อผ่านแอพพลีเคชั่นของเค้าเองที่ชื่อว่า g box แล้วก็เชื่อมต่อผ่านบลูทูธด้วย แล้วจากนั้นก็เปิดแอพขึ้นมาควบคุมครับ ซึ่งรัสมีของการควบคุมเนี่ยจะสามารถบังคับได้ไกลถึง 1 กม. แล้วก็จะเรียกกลับมาหาตัวเราได้เองด้วย ด้วยระยะทาง 1 กม. นี่จะหมายถึงทั้งมุมสูงและมุมราบนะครับ จะมีความเร็วในการบินประมาณ 78 กม./ชม. ซึ่งแน่นอนว่าตัวสมาร์ทโฟนนี่รองรับได้ทั้ง Android และ IOS เลย เมื่อได้เชื่อมต่อกับแอพเรียบร้ยอแล้วก็ต้องมาดูกันครับว่าในตัวแอพนั้นมีโหมดการควบคุมอะไรได้บ้าง

   การควบคุมอย่างแรกเลยก็คือ มือถือของเราเนี่ยจะเปิดตัว GPS ขึ้นมาเป็นแผนที่และมาร์คจุดพิกัดที่เราอยู่ได้เลยครับ แล้วก็จะสามารถวาดแผนที่ที่เราต้องการให้ drone ตัวนี้เนี่ยบินไปที่ไหนบ้างก็ทำได้เลยครับ แล้วโหมดต่อมาก็จะมีปุ่มการควบคุมอยุ่ด้านล่างแอพครับ ก็จะมีรูปแบบการควบคุมต่างๆ ตั้งแต่สั่งให้ drone นั้นเริ่มทำงาน ใบพัดหมุนๆ เตรียมพร้อมสแตนบายเอาไว้แต่ยังไม่บิน ส่วนปุ่มต่อมาก็คือให้มันเทคออฟขึ้นไป มันจะบินขึ้นไปเป็นแนวตั้งได้เลยนะครับ ไม่ได้ขึ้นเหมือนเครืองบินที่ต้องค่อยๆ บินขึ้นไป ส่วนปุ่มควบคุมต่อมาก็คือปุมรีเทิร์นครับ มันสามารถตั้งให้มันบินไปไกลๆ แบบที่เรามองมันไม่เห็นแล้ว แล้วให้มันกลับมาหาเราได้เอง ส่วนปุ่มควบคุมต่อมาก็คือ ปุ่มที่ให้มันลงจอด ส่วนอีกปุ่มหนึ่งก็คือ ปุ่มที่ให้เราควบคุมได้เอง จะให้บินไปทางซ้าย บินไปทางขวา บินขึ้นสูง เรียกว่าบังคับได้อิสระเหมือนนกบินอยู่บนท้องฟ้ากันเลยครับ

   แต่อีกหนึ่งโหมดการควบคุมที่คิดว่ามันเทพมากเลย ก็คือ โหมดออโต้ ฟอนโร่ คือมันจะภ่ายภาพตัวเราเองไม่ว่าเราจะเดินไปที่ไหน มันก็จะบินตามเราทางด้านหลัง แล้ว drone ตัวนี้ก็จะตามถ่ายเราไปตลอดๆ เลย เจ๋งสุดๆ อ่ะครับ ซึ่งใครที่เป็นห่วงเรื่องของการถ่ายภาพออกมาแล้วมันจะดูได้หรือเปล่า ภาพจะสั่น ภาพจะเองหรือเปล่า บอกได้เลยครับว่าไม่เป็นครับ เพราะตัวกล้องนั้นจะมีแกนกลางที่ช่วยรักษาระนาบเดียวกันเอาไว้ เรื่องมุมมองนั้นทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวครับ เรียกว่าคุณภาพของตัวรูปภาพเองหรือตัวคลิปวีดีโอนั้นจะออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว

   ซึ่งใครที่สนใจ อยากจะได้ตัว drone ตัวนี้มาเล่นกัน มาตามถ่ายรูปเราไปตลอดๆ เนี่ย ก็มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 26,xxx บาทครับ เรื่องราคานี่ผมไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไหร่ เพราะตัวนี้เนี่ยนะครับ มันยังไม่ได้เข้ามาในเมืองไทยเลย เพราะฉะนั้น ก็ต้องรออีกสักพักเลย เมื่อไหร่ที่เข้ามาเมืองไทยก็คงจะได้รู้กันว่าราคาเท่าไหร่

   ส่วนช่วงสุดท้ายนี้ก็แน่นอนครับต้องให้คะแนนความเทพของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันสักหน่อย ส่วนตัวผมชอบมากๆ ครับให้ไปเลย 8 เต็ม 10 ถ้าไม่ติดที่ราคาขายในสหรัฐนั้นสูงไปสักนิดเมื่อมาเมืองไทยนี่ผมให้ไปเลย 10 คะแนนเต็มครับ

Review All New Toyota Yaris

Review All New Toyota Yaris รถเก๋ง 5 ประตูให้ความโฉบเฉียวที่ดูวัยรุ่น แต่งสวย นั่งสบาย พร้อมกับความประหยัดในรูปแบบ Eco car

   วันนี้ทางทีมงาน 108plaza ก็จะพาทุท่านไปชมรถเก๋งขนาดกลางอีกหนึ่งตัวของทางโตโยต้าที่กำลังเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นอยู่ตอนนี้ ที่เห็นแล้วต้องบอกว่าสวยงามตามแบบฉบับของโตโยต้าที่เป็นเจ้าของตลาดรถยนต์ในหลายๆ รุ่นทั่วประเทศที่ได้รับความนิยมกันในขณะนี้เลย เรียกว่าออกรุ่นไหนๆ มาก็ขายดีและก้มีชาวคลับโตโยต้ามากมายที่กระจายตัวกันอยู่ในจังหวัดต่างๆ เรียกว่าวันนี้เราก็จะพาไปดู โตโยต้า ยารีส ตัวที่เป็นอีโค้คาร์ตัวแรกของทางโตโยต้าเค้าทำขึ้นมานะครับ เดี่ยวเราไปดูสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้พร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เห็นรูปลักษณ์เห็นเส้นสายในการออกแบบตามหลักกลศาสตร์ของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ นี้ดูสวยงาม ดูเท่ห์ มีสไตล์มากเลยใช่มั้ยละครับ นี่คือรูปแบบเดิมๆ ที่ออกจากโรงงานนะครับ ถ้าได้แต่งหล่อกันอีกสักนิด ใส่ชุดแต่งเข้าไปเพิ่มก็จะดูสวยไม่เบาเลยทีเดียว เรื่องภายนอกนี่ผมคิดว่าสวยถูกใจผมมากเลย มีคะแนนสิบก็ให้เต็มสิบ อาจจะตัดคะแนนตรงเส้นสายแบบสี่เหลี่ยมคางหมูหรือบางคนเรียกว่าหนวดปลาดุกด้านหน้าไปสักนิด สำหรับคนที่ไม่ค่ยอชอบแนวนี้ แต่ก็ไปแต่งเพิ่มได้ ไปลบเส้นสายตรงนี้เปลี่ยนเป็นกระจังหน้าตามแบบตัวเองได้ไม่มีปัญหาตรงนี้ พอผมได้เปิดดูตรงด้านท้าย ตรงห้องเก็บสำภาระนั้น ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างใหญ่กว่าตัวเดิมมาก เพราะตัวใหม่นี้ด้วยขนาดรถที่ใหญ่ขึ้น ฐานล้อกว้างขึ้น ดูรายละเอียดหลายๆ จุดแล้วดูว่าจะพัฒนาและใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยมาเยอะครับ ทางด้านโตโยต้าในครั้งนี้ เมื่อได้ทดลองนั่งในแถวที่สองดูแล้วก็กว้างสบายดีครับ ตัวเบาะนั่งก็ค่อนข้างโอบรับกับลำตัวดีมากเลย ทำให้นั่งในระยะทางไกลๆ ได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะเมื่อยนะครับ มีมือจับมาให้ทุกตำแหน่งรวมทั้งตำแหน่งทางด้านคนขับ ทางด้านหน้า พวงมาลัยในตัวท๊อปเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น มีรุ่นเดียวนะครับ ในตัวท๊อปเท่านั้น แอร์ออโต้ ไม่แยกฝั่ง แล้วก็มีกระจกบานหน้าที่เป็นกระจกบังลมแบบดูดซับเสียงจากภายนอกที่มีให้มาเฉพาะในตัวท๊อปเท่านั้น ในส่วนของเครื่องยนต์เป็นขนาด 1200 ซีซี 86 แรงม้า 108 นิวตันเมตร ก็ถือว่าเป็นเครื่องเล็กและมีแรงม้าไม่เยอะ แต่สามารถทำแรงบิดได้ค่อนข้างน่าพอใจครับ เดี่ยวเราจะได้รู้กันว่าเมื่อทดลองขับจริงแล้วนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

   มาถึงโหมดการทดลองขับขี่กันบ้างครับทุกท่าน แม่ เสียดายจริงๆ ว่าเราเป็นเรื่องของการรีวิวที่เป็นบทความ แต่ถ้าเราได้ทำการรีวิวกันแบบวีดีโออะไรแบบนี้ก็คงจะรู้สึกได้ดีกว่า แต่ไม่เป็นไรครับ เดี่ยวผมจะอธิบายความรัสึกทั้งหมดรวบรวมไว้เป็นตัวหนังสือแล้วกัน ก็ต้องบอกว่า yaris ตัวใหม่นี้เป็นอีโค้คาร์ ที่ผ่านมาตรฐานยูโรโฟร์แล้วนะครับ ซึ่งราคาตัวท๊อปสุดเนี่ยอยู่ที่ 6 แสนทอน 1 พันบาทครับ ตัวล่างสุดก็เริ่มด้วย 4.7 แสนมีทอน 1 พันเช่นกันครับ เรื่องของเคื่องยนต์ 1.2 ลิตรอีโค้คาร์ ก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า มันไม่ได้ทันอกทันใจมากนักซะทีเดียว แต่ก็มีแบบให้อารมณ์แบบหลังติดเบาะได้นิดๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น จังหวะเร่งแซงรถใหญ่ รถบรรทุกอะไรแบบนี้ก็ต้องดูจังหวะกันให้ดีๆ ครับ เพราะคุณอาจจะเกิดภาวะแบบเร่งแซงไม่พ้นอะไรแบบนี้ได้

   เรื่องของระบบช่วงล่าง ระบบเบรกตอบสนองดีครับ เบรกได้ทันอกทันใจดี ระยะเบรกสั้น แต่เรื่องการเข้าโค้งในอัตราเร่งที่สูงๆ หน่อยเหมือนเดิมในฟิลลิ่งโตโยต้าเลยครับ จะรู้สึกว่าท้ายจะออกไปสักหน่อย แต่ถ้าอยู่ในความเร็วไม่มากนักเนี่ยนะครับ ก็ถือว่ามั่นใจเลยทีเดียว ฉะนั้น เรื่องของช่วงล่างนั้นก็อยู่ในระดับกลางๆ แล้วกัน ไม่ถึงกับดีมากในระดับรถแบบอีโค้คาร์ ก็คือเน้นมาให้ใช้งานแบบประหยัด แบบอารมณ์ชีวิตแบบ slow life แบบช้าๆ ค่อยๆ ไปอะไรแบบนั้นนะครับ เน้นเรื่องของความประหยัดอัตรากันสิ้นเปลืองน้ำมันแล้วกัน ถ้ารักษาอัตราเร่งให้เท่ากันไปเรื่อยๆ ขับแบบไม่เร่งกระทันหัน ไม่เบรกกะทันหัน ไม่กระชากตอนออกตัว รอรอบเครื่องมันขึ้นไปเรือ่ยๆ แบบนี้ถือว่าจะสามารถทำอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ดีเลยทีเดียว อาจจะขึ้นไปถึง 18 กม./ ลิตร กันเลยทีเดียว แต่ใช้จริงก็ไม่ค่อยถึง อาจจะต่ำกว่านี้สักเล็กน้อยๆ ถือว่าเป็นรถเก๋งที่ซื้อมาเพื่อความประหยัด แต่งสวย ขับแล้วไม่อายใคร เพราะใช้ในเมืองก็ไม่จำเป็นที่ต้องเร่งได้เร็วเท่าไหร่ เพราะในเมืองรถติดก็วิ่งได้ไม่เกิน 100 กม./ชม. อยู่แล้วจริงมั้ยครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวกันในวันนี้แล้วน่าซื้อมากเลยทีเดียวครับ ได้ความคุ้มค่าและความประหยัดด้วย

Gopro Hero4 session

Gopro Hero4 session กล้องถ่ายวีดีโอระดับ 2k ถ่ายได้ชัดและลึกได้ถึง 10 เมตร แบบไม่กลัวน้ำ

   สำหรับนักดำน้ำก็ดีหรือว่าคนที่ชอบร้องเพลงแต่จำเนื้อไม่ค่ยอได้ก็ดี เกี่ยวอะไรกัน คนละดำน้ำแหละ ก็ตลกแบบขำขันกันไปในช่วงต้นนะครับ สำหรับแฟนๆ ของ 108p;aza ทุกท่าน ที่คอยติดตามการทดสอบหรือการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในรูปแบบของบทความ ที่ได้ค้างกันไว้เบื้องต้นแล้วก็เล่นมุกห่วยๆ กันไปนั้นก็ค้องบอกว่าใครที่ชอบดำน้ำ ใครที่ชอบถ่ายวีดีโอใต้น้ำ ใครที่ชอบถ่ายทำรายการหรือถ่ายคลิปวีดีโอสั้นๆ ที่ให้เสียงที่บันทึกคลิปออกมาได้ชัดเจน ภาพคมชัด ความละเอียดกันถึง 2k แล้วเนี่ย ตอนนี้มีคำตอบ แล้วก็มีคำตอบในวันนี้ด้วย ทุกท่านจะได้อ่านบทความการรีวิวทุกมุมมอง แล้วก็ลองเอากล้องตัวนี้เนี่ยนะครับ จุ่มลงไปในน้ำกันเลยทีเดียว เอาแบบว่าจะกันน้ำได้จริงหรือไม่ หรือจะพังไปก่อนที่จะรีวิวกันเสร็จสิ้น เดี่ยวเรามาดูกันเลยครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้างในวันนี้ คะแนนจะถูกอกถูกใจกันหรือไม่นั้น เดี่ยวรู้กันครับ

   ก็ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งนะครับว่า ถ้าเอ่ยถึงกล้องถ่ายวีดีโอที่กันน้ำได้ หรือ แอ็คชั่น คาเมร่า ก็ต้องนึกถึงแบรนด์ โกโปร มาเป็นอันดับต้นๆ ที่ไว้ใจเรื่องของคุณภาพและความคมชัดของภาพที่ถ่ายออกมาได้สวยงามจริงๆ แล้ววันนี้ทางโกโปรก้ได้เปิดตัวกล้องความละเอียดสูงมาอีกหนึ่งตัวนั้นก็คือ Gopro Hero4 Session ซึ่งออกแบบมาให้มีขนาดเล็กน่ารัก น่าชังมากเลยทีเดียว ก็ถือว่าออกรุ่นนี้มาเพื่อเอาใจคนรัก เอ็กซ์ตรีม อย่างมากเลยทีเดียว แต่บางคนก็บอกว่ารูปทรงมันเล้กเหมือนกับกล้องส่องพระเครื่องไปมั้ย อันนี้ก็แล้วแต่คนมองนะครับ เพราะว่ากล้องรุ่นนี้ออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดพอดีมือแต่เล้กกว่าตอนที่เรากำมือ และ เล็กกว่าตอนที่เราแบมือ ก็ถือว่าเล็กดีจริงๆ แต่ถือแล้วรู้สึกมั่นใจนะครับ ไม่เล็กจนเกินไปแบบที่ว่าจะถือยากสักหน่อยนั้นไม่ใช่ ซึ่งจุดประสงค์ของการผลิตมาแบบเล็กๆ นี้ของทางโกโปร ก็อาจจะทำให้สะดวกต่อการพกพามากขึ้นด้วยอย่างหนึ่งมั้งครับ คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้นะ ต้องลองไปจับกันดูครับ

   เนื่องด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ นี้ลงมาครื่องหนึ่งก็ทำให้ง่ายต่อการถ่ายมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะติดกล้องเอาไว้ที่จักรยาน หรือ ติดเอาไว้ที่หมวกกันน็อค หรือ เซิร์ฟบอร์ต ก็สบายๆ เลยครับ เรียกว่าได้ภาพเหตุการณ์กันทุกมุมมองแบบที่ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญๆ เอาไว้ได้เลย

   ซึ่งการทดสอบกล้อง Gopro Hero4 Session นี้ด้วยตัวผมเอง ที่ได้ลองจับๆ คลำๆ ถ่ายๆ ไปเรื่อยๆ ในห้องที่มีไฟและแสงสว่างปกติ ไม่จ้ามากเกินไป ไม่มึดเกินไป พร้อมด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กลงแล้วนั้น เมื่อได้ทดลองถ่ายกันออกมาแล้วทำได้ดีเลยทีเดียว แต่มันมีข้อเสียอย่างนี้ครับ เมื่อได้ทดลองถ่ายมาแล้วนั้น ใครที่เล่นกล้องโกโปรมาก่อนจะรู้ดีว่า รุ่นก่อนหน้านี้ออกสเปคมามีละเอียดไปถึง 4k แล้ว คือสเปคกล้องดีกว่ารุ่นใหม่นี้ 1 เท่าตัว แต่ออกมารุ่นใหม่แบบนี้ทำไมต้องลดสเปคลง แต่รุ่นกอ่นหน้านี้ตัวกล้องมีขนาดที่ใหญ่กว่า แต่รุ่นใหม่นี้ตัวกล้องเล้กลง แต่การถ่ายภาพก็ในพื้นที่แสงปกติ ก็ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นก็ปกติครับ ไม่มีเบลอ ไม่มีสั่น เพราะฉะนั้น อาจจะสรุปได้แบบนี้ที่เป็นข้อดีของกล้องรุ่นนี้ที่นำมารีวิวกันในวันนี้แบบนี้แล้วกันครับ

   สิ่งแรกเลยที่พูดมา ตัวกล้องมีขนาดเล็กลง พกพาง่าย ต่อมาก็คือเรื่องของไมค์โครโฟน ที่สามารถดูดเสียงพูดเสียงบรรยากาศรอบๆ ตัวกล้องได้ดี แต่ไม่มีเสียงรบกวนภายนอกเข้ามาอยู่ในคลิปเลย ก็ถือว่าเพิ่มข้อดีตรงนี้มาแทนที่ความละเอียดของกล้องที่หายไปก็อาจจะเป็นได้ แล้วข้อดีอีกอย่างหนึ่งเลยที่ไม่พุดไม่ได้ เมื่อได้ลองใส่เคสกันน้ำไปแล้วก็ไม่ทำให้รู้สึกว่ากล้องนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด แล้วที่สำคัญคือไม่ต้องใส่เคสกันน้ำก็ได้ เพราะตัวกล้องของโกโปรรุ่นี้นั้นสามารถกันน้ำได้อยู่แล้ว สามารถถ่ายใต้น้ำได้ลึกถึง 10 เมตรด้วยเมื่อได้ทดลองเอากล้องจุ่มลงไปในน้ำแล้ว เมื่อยกขึ้นมาแล้วก็เช็ดๆ ก็ไม่พังแต่อย่างใด ก็ถือว่ากันน้ำได้จริงๆ แต่เราก็ไม่ได้ทดสอบที่น้ำลึกๆ จริงๆ นะครับ

   สรุปสุดท้าย ท้ายสุด หลังจากที่ได้ทดลองคุณภาพในการถ่ายวีดีโอแล้ว รวมๆ ไปถึงภาพรวมการใช้งาน ดีเยี่ยมในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงกับเกรด A ซึ่งถ้าถามว่าให้คะแนนอยู่ที่เท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าให้ได้ที่ระดับ B+ เพราะหักคะแนนในเรื่องของความละเอียดของกล้องที่ลดลงมานั้นเอง สำหรับใครสนใจที่อยากจะได้สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาใช้งานก็สามารถไปลองเล่น ไปลองจับกันได้ที่ศูนย์บริการนะครับ