Archive for November 2015

IMAC ตัวใหม่ล่าสุด จอภาพ Rettina 5K ความละเอียดของหน้าจอคมชัด

IMAC ตัวใหม่ล่าสุด จอภาพ Rettina 5K ความละเอียดของหน้าจอคมชัดสูงสุด

   สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวกันในวันนี้เป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก Apple ครับ ถ้าถามว่าเครื่องคอมพิวเตอร์หน้าจอใหญ่ๆ ที่มีหน้าจอและตัวชิปประมวลผลอยู่ในเครื่องเดียวกันเลยเนี่ยนะครับ นึกถึงอะไรในตระกูล Apple ก็ต้องนึกถึง iMAC สิครับ ใครที่ชอบจอใหญ่ๆ เล่นเกมส์แบบสนุกๆ ทำงานทางด้านกราฟฟิกดีๆ เนี่ยต้องตัวนี้เลยครับ iMAC จอภาพแบบ Retina 5K ที่ผมจะมารีวิวกันในวันนี้เลย

   นี่เลยครับ ที่เห็นจอภาพใหญ่ๆ แบบนี้ต้องเป็นตัว imac นี่แหละครับ มีทั้งเคสทั้งจอภาพอยู่ในเครื่องเดียวกันเลย ไม่เหมือนเครื่อง pc ทางฝั่งของ window นะครับ ที่แยกกันหน้าจอตัวหนึ่ง เคสประมวลผลก็อีกตัวหนึ่ง บางคนก็เฝ้ารอนวัตกรรมของทางแอเปิลที่ผลิตทั้งจอทั้งเครื่องมาแบบนี้นะครับ ส่วนการควบคุมก็แน่นอนว่าต้องมีคู่กับตัวเมาส์และคีย์บอร์ตของทางแอปเปิลเค้านะครับ ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเป็น track pad หรือเป็น magic pad ก็ได้ ก็แล้วแต่สะดวกและความชอบของสาวกแอปเปิลทั้งหลายจะเลือกใช้กันนะครับ ซึ่งตามที่ผมเองก้ได้ทดลองเล่นกันมาสักพักหนึ่งแล้วนะครับ ก่อนที่จะมาเขียนบทความรีวิวกันในวันนี้ ก็เท่าที่ผมดูแล้ว การที่ตัว imac ตัวใหม่นี้ ไปเทียบกับตัว imac รุ่นก่อนหน้านี้เนี่ย ผมว่าเรื่องที่เปลี่ยนแปลงมานอกจากจะปรับปรุงเรื่องฮาร์ดแวร์ข้างในที่เป็นตัวประมวลผลที่ดีกว่าเดิมนั้น อย่างอื่นผมว่าก็มีแค่เรื่องเดียวที่พัฒนามาในตัวใหม่นี้ก็คือ เรื่องของความละเอียดหน้าจอที่คมชัดขึ้นกว่าเดิมนั้นแหละครับ คือความละเอียดกันแบบ 5k เลยทีเดียว เรียกว่าการดูหน้าจอแบบนี้บ้านเราก็ยังดูได้แค่ระดับ 4k อยู่เลยนะครับ อย่างที่ผมก็เลยรีวิวสมาร์ทโฟนไปก็หลายตัว ไฟล์ภาพหรือวีดีโอก็ยังทำได้แค่ในระดับ 4k อยู่เลย เรียกว่าตอนนี้ทาง imac ก็พัฒนาไปไกล ไกลเสียจนใช้ประโยชน์ในตอนนี้ไม่ได้ ก็คล้ายๆ กับการมีสเปคที่สูงแต่การใช้งานจริงนั้น เราไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไหร่นัก ก็คงต้องรอเรื่องของการพัฒนาไฟล์ภาพและวีดีโอต่อไปอีกสักนิดหนึ่งนะครับ

   มาดูเรื่องของสเปคกันแบบคร่าวๆ กันสักนิดครับ CPU intel core i5 4690 3.5 GHz. สามารถปรับ turbo boost ขึ้นไปได้ถึง 3.9 GHz. เลยทีเดยว RAM 8GB.DDR3 ส่วนเรื่องของหน่วยความจำนั้นมีให้เลือกแล้วแต่ว่จะเลือกเป็นแบบไหน ขนดเท่าไหร่ ตามตัวแทนจำหน่ายของทาง apple เค้าก็จะสามารถปรับใส่ให้คุณได้นะครับ ซึ่งหน่วยความจำของทางแอปเปิลเค้าจะเรียกว่า ฟิวชั่น ไดร์ฟ นะครับ ก็จะเลือกได้ว่าจะเอาความจุเท่าไหร่ ส่วนการ์ดจอก็มีมาให้เลือกใช้งานกันได้ถึง 2 ตัวเลย ตัวที่ใช้งานทั่วไป เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลงก็จะเป็นการ์ดจอของ intel HD graphics 5000 series ตัวนี้เป็ฯการ์ดจอที่ถูกฝังมาในตัวซีพียูอยู่แล้วนะครับ ซึ่งการ์ดจอตัวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวการ์ดจอที่สูงที่สุดในค่ายของ intel เลยก็ว่าได้นะครับ ดีกว่าการ์ดจอที่แยกต่างหากบางรุ่นบางตัวเสียอีกนะครับ ส่วนอีกหนึ่งการ์ดจอที่แยกออกมาจากตัวซีพียูก็จะเป็นตัว AMD Radeon R9 M290X ถ้าคนที่อยู่ในวงการไอทีก็จะรู้ว่าเรื่องของการ์ดจอทั้งสองตัวนี้มันคนละค่ายกัน ตัว intel กับ AMD นะครับ เรียกว่าไม่ให้เป็นการรักพี่เสียดายน้อง แอปเปิลน่าจะทำมาให้ทั้งสองค่ายเลย เรียกว่าดีเท่ากันน่า

   ในเมืองทางแอปเปิลเค้าผลิตหน้าจอที่เค้าชูโรงมาขนาดนี้แล้วนะครับ ว่ามีความละเอียดถึงระดับ 5k เลยเนี่ยนะ ผมก็จะมาทำให้ทุกท่านดูว่า ความสามารถในระดับนี้ ที่ประเทศไทยของเรายังไม่ถึงเทคโนโลยีนี้เนี่ยนะครับ จะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งปกติแล้วตอนนี้เราก็ดูภาพที่หน้าจอแบบ HD หรือ Full HD ก็แทบจะดูไม่ออกแล้วว่าจะสีเพี้ยนตรงไหนหรือว่าภาพจะแตกตรงไหน เพราะเม็ดสีมันเล็กมาก ซึ่งสิ่งแรกที่ผมเห็นได้แล้วก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างบนหน้าจอนี้เมื่เปิดเครื่องมา ก็เห็นว่าตัวไอคอนต่างๆ นั้นเปลี่ยนไป เราสามารถปรับได้ตามความละเอียดของหน้าจอเลย ด้วยหน้าจอที่ใหญ่แล้ว เรื่องขนาดฟอนต์ต่างๆ ก็จะสามารถปรับตั้งค่าตามความสะดวกของสายตาได้เยอะขึ้นนั้นเอง นี่คือข้อดีข้อแรกที่ผมเห็นในตัวหน้าจอความละเอียดระดับนี้นะครับ ซึ่งการวัดค่าหรือพิสุจน์ว่าจอนี้ดีไม่ดี ก็ต้องพิสุยน์กันจรงที่การดูไฟล์ภาพต่างๆ หรือว่า ดูไฟล์วีดีโอต่างๆ นั้นเองครับ เพราะไฟล์ที่มีความระเอียดที่สุดก็คงอยู่ในระดับ 4k นะครับ

   การพิสุจน์หน้าจออันดับแรกของผม ก็คือ ไปหาไฟล์ที่เป็นแบบ Full HD มาเปิดในหน้าจอนี้ แล้วก็ขายให้มันขึ้นเป็นแบบ full screen เลย ซึ่งบอกได้เลยว่าธรรมดาเราดูจอที่มีความละเอียดแบบ full HD อยู่แล้ว เมื่อเราขยายภาพขึ้นไปให้เต็มจอ ก็ดูไม่ออกหรอกครับว่าภาพจะแตกได้ แต่พอมาดูจอ 5k ตัวนี้เห็นได้อย่างชะดเจนเลยว่าเม็ดสีที่ขยายออกมา ภาพจะแตกออกมาเป็นเม็ดสีอย่างชัดเจนเลยครับ เรียกว่าจอระดับนี้เยี่ยมจริงๆ

   

ต่อมาผมก็ได้เทสไฟล์ภาพที่เป็นแบบ 2k , 4k ไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีถึง 5k นะครับ ซึ่งภาพที่แสดงได้ก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เลย ก็ถือว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เกินกว่าความสามารถของบ้านเราจริงๆ ครับ เพราะบ้านเรายังแค่ full HD เองนะครับ บอกอย่างนี้ครับว่า คมชัดเกินไปใช่ว่าจะดีนะครับ

Bluelounge Soba Cable อุปกรณ์ที่จะช่วยเก็บสายไฟและสายสัญญาณต่างๆ

Bluelounge Soba Cable อุปกรณ์ที่จะช่วยเก็บสายไฟและสายสัญญาณต่างๆ ในบ้านได้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านวันนี้ผมก็มีอีกหนึ่งแก็ตเจ็ตที่จะมารีวิวสินค้าอิเทรนด์อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้เป็นเรื่องของการจัดเก็บครับ การจัดเก็บสายต่างๆ บนโต๊ะทำงาน หรือว่าสายสัญญาณต่างๆ ที่อยู่ในบ้านของเพื่อนๆ ที่มันดูยุ่งเหยิง มันดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้ยอ มันพันกันไปมา จะทำความสะอาดทีก็ยุ่งยาก ดูไม่สบายตา ดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้ยอเลย ซึ่งอุปกรณ์ตัวที่ผมจะมารีวิวในวันนี้เป็นตัวช่วยเก็บอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ให้ดูเรียบร้อยขึ้นนั้นเองครับ ตัวสินค้าเองอาจจะมีชื่อฟังดูคล้ายๆ กับอาหารญี่ปุ่นนะครับ โซบะ แต่ว่าไม่ใช่นะครับ เป็นตัวช่วยอีกอย่างหนึ่งของอุปกรณ์ไอทีนะครับ

   เพื่อนๆ ก็ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าสมมติว่าเรามีโต๊ะทำงานอยู่ที่บ้าน แล้วมีเครื่องคอมพิวเตอร์ PC สักชุดหนึ่งอยู่ที่บ้านนะครับ เครื่องคอมพิวเตอร์นี่ต้องมีสายสัญญาณอะไรบ้าง อย่างแรกเลย สายเมาส์ สายคีย์บอร์ต สายพ่วงต่อหน้าจอ สายไฟเสียบปลั๊ก สาย USB ที่เสียบกับเครื่องปริ้นท์เตอร์ สายอินเตอร์เน็ตแบบ LAN แล้วถ้าสมมติว่าเป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์อีกละ ก็จะมีสายพวกจอยย์สติกอีกเยอะแยะไปหมด เรียกว่าพันกันแบบ อิลุงตุงนัง เลยนะครับ ซึ่งแก็ตเจ็ตที่ผมจะมารีวิวก็อย่างที่รูปด้านบนที่เพื่อนๆ เห็น เป็นอย่างไงบ้างครับ สายที่เสียบจากปลั๊กอินต่างๆ ดูเรียบร้ยอมั้ยครับ สายไม่พันกันแน่นอน

   เมื่อเราต้องการจะนำเอาสายต่างๆ มารวมกันเลยก็ไม่ยากครับ บางคนบอกจะไปยากอะไร ก็หาลวดที่แถมมากับพวกสายต่างๆ ที่เราซื้อมาตั้งแต่แรก ก็เอามามัดรวมๆ กันก็สิ้นเรื่อง นั้นมันก็แค่เรื่องวิธีการแก้ที่ปลายเหตุเท่านั้นครับ มันไม่ได้แก้ที่ตรงจุดสักเท่าไหร่ เมื่ออยากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ตรงจุดแล้วละก็ ต้องนี่เลยครับ ตัว soba นี่แหละ เมื่อเปิดกล่องมาก็จะเจอกับเรื่องของอุปกรณ์ที่จะสามารถร้อยเอาสายต่างๆ ที่พันกันอยู่ทั้งหมดเก็บเข้าที่เดียวกันได้ อารมณ์ก็จะคล้ายๆ กับสายถักนะครับ ใครที่เคยถักสายเสียบชาร์จแบตไอโฟนที่เวลามันชอบแตก ชอบงอ แล้วก็ชอบพัง เรื่องของเรื่องมันก็มาจากการพันกันยุ่งเหยิง แล้วก็สายหักในที่สุด แล้วก็พังไป ซื้อใหม่อีก ก็แก้ปัญหาด้วยอุปกรณ์ตัวนี้ได้เลย

   วิธีการทำก็ง่ายๆ ครับ ตัว โซบะ นี้มันก็จะทำมาเป็นเส้นขดลวดงอๆ พันๆ กันห่วงเราก็เอาสายสัญญาณต่างๆ สายเล็ก สายใหญ่ ที่จะไปในทิศทางเดียวกัน ที่สายมันเชื่อมต่อด้วยจุดที่ใกล้ๆ กัน อย่างเช่น สายที่อยู่ด้านหลังคอมพิวเตอร์ สายมันก็ต้องเสียบอยู่ตรงกระจุกนั้นแหละ ที่นี้ก็จับมันรวมๆ กันแล้วก็ค่อยๆ เอาตัวโซบะนี้ร้อยเข้าไปให้มันพันงอเข้าด้วยกันแบบพันเกรียวนะครับ พอนึกออกนะครับ พันแบบเกรียวไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนสุดสาย จากนั้นพอสุดสายแล้วก็จะสามารถตัดตัวโซบะนี้ออกด้วยกรรไกรได้เลย แล้วในกล่องก็จะมีตัวสายเข้าหัวปิดหัวปิดท้ายมาด้วย ก็ป้องกันตัวสายที่จะหลุดตรงหัวตรงท้าย ก็มีตัวเข้าหัวมาให้เรียบร้อยเลย แล้วในกรณีที่ตัวสายที่มีทางแยก สามารถแยกเป็นกี่จุดก็ได้ ตามแต่ผู้ใช้งานจะต้องการเลย จะแยกเป็นสามทาง จะแยกเป็นสี่ทาง จะแยกเป็นซอยย่อยก็ได้เช่นกัน ก็สามารถเอากรรไกรนั้นตัดแล้วก็พันร้อยต่อเป็นสายแยกไปตามที่ต้องการแล้วเสร็จปุบก็สามารถเข้าหัว ปิดหัว ปิดท้ายได้อีกเช่นกัน ในกล่องก็จะมีอุปกรณ์เข้าหัวมาปิดให้เรียบร้อย

   

   แล้วความสะดวกสบายของการร้อยสายรวมกัน ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องมาคลี่ตัวโซบะนี้ออกที่ละนิดๆ เพื่อที่จะพันกันร้อยกันเป็นสายยาวๆ กว่าจะเสร็จก็คงใช้เวลานานพอสมควร ก็จะมีตัวที่เปิดทาง เรียกว่าวงแหวนเปิดทางอะไรทำนองนั้นคะรับ ก็จะสามารถสวมเข้ากับตัวสายโซบะก่อน จากนั้นก็หมุนๆ แล้วก็จะนำเอาสายสัญญาณต่างๆ สวมเข้าไปแล้วก็หมุนๆ ได้เลย เรียกว่ามันก็ง่ายดีนะครับ ที่ผมอธิบายดูอาจจะดูไม่ค่อยเห็นภาพ แต่เชื่อว่าถ้าเพือ่นๆ ซื้อตัวโซบะมาแล้วเนี่ย แกะกล่องออกมาก็จะทำได้เองง่ายๆ ครับ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร

   เมื่อเข้าหัวเข้าสายได้แล้วตัวโซบะเองมีกาว 3m ที่สามารถแปะติดกับผนังหรือตามทางต่างๆ ให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย ในโซบะหนึ่งเส้นมีมาให้ 3 เมตร แล้วก็จะสามารถรวมสายต่างๆ ได้ประมาณ 3 เส้นด้วยกัน ราคาสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กล่องละ 180 บาทมีอุปกรณ์ที่ผมรีวิวไปมาให้ทั้งหมดในกล่อง ใครสนใจจะจัดเก็บสายต่างๆ ในบ้านคุณก็ลองไปซื้อหามาดูนะครับ

Bluelounge Sanctuary กล่องชาร์จแบตเตอร์รี่อุปกรณ์ไอทีแบบแพ็คเกจ

Bluelounge Sanctuary กล่องชาร์จแบตเตอร์รี่อุปกรณ์ไอทีแบบแพ็คเกจ

   ใครเคยประสบปํญหานี้บ้างครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่าน ปัญหาที่เกี่ยวกับว่าหารูเสียบชาร์จแบตสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ด ไอแพด ไอโฟน แล้วก็อุปกรณ์ไอทีอีกมากมาย ที่ต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลาเดินทาง แล้วปัญหาที่มีอุปกรณ์ไอทีเยอะๆ อย่างนี้คือเมื่อเวลาแบตเตอร์รี่หมดพร้อมๆ กันเนี่ยนะครับ ก็ต้องไปเสียบปลั๊กตามมุมต่างๆ ก็ยังไม่พออยู่ดี ต้องไปหาปลั๊กพ่วงมาต่ออีกให้วุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้จะมีวิธีแก้ที่ดีกว่านั้นมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่จะนำมารีวิวกันในวันนี้ ที่จะช่วยลดปัญหาเหล่านั้นของเพื่อนๆ ไปได้แบบที่ไม่ต้องไปพกปลั๊กพ่วงให้ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยุปกรณ์ตัวนี้ครับ

   นี่แหละครับคืออุปกรณ์ที่นำมารีวิวกันในวันนี้ ก็เป็นกล่องเสียบชาร์จแบตอุปกรณ์ไอทีได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อเลย ถ้าจะให้ผมพูดไปแล้วนั้นมันก็คือตัวปลั๊กพ่วงนั้นแหละครับ แต่ทำมาเป็นกล่องแบบนี้แทน ดูแบบเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมากเลย เป็นกล่องที่สามารถเสียบชาร์จได้ 4 พอร์ต USB ด้วยกันนะครับ ซึ่งจะมีอยู่ด้านในกล่องอีกที แต่ผมจะขออธิบายหลักการคร่าวๆ แบบนี้ก่อนแล้วกันนะครับว่าอุปกรณ์ตัวนี้เราสามารถนำสายชาร์จของเราปกติ ไม่ว่าจะเป็นพวกสมาร์ทโฟน เพาเวอร์แบงค์ ตัวไอแพด ไอโฟน แท็ปเล็ด ได้หมดเลย ตัวกล่องเองก็จะมีปลั๊กที่เอาไว้เสียบกับไฟบ้านทั่วไปนี่แหละครับ กระแสไฟก็จะเข้ามาหาตัวจ่ายไฟที่เป็นพอร์ต USB ด้านใต้ตัวกล่องอีกที ด้านใต้ตัวกล่องก็จะมีแบบนี้ครับ

ก็จะมีปลั๊กที่เสียบแบบ USB เพิ่มขึ้นมาอีก 4 พอร์ตจ่ายไฟด้วยกัน ซึ่งในตัวกล่องนี้มีทั้งหมด 4 พอร์ตก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชาร์จได้พร้อมๆ กันทั้ง 4 พอร์ตได้เลยนะครับ ในกร๊ที่ผมจะยกตัวอย่างแบบนี้แล้วกันในหลักการทำงานของตัวกล่องนี้นะครับ การจ่ายไฟทั้งหมดจะได้ 4 A ด้วยกัน เมื่อเฉลี่ยๆ กันแล้วก็จะจ่ายไฟไปพอร์ตละ 1A เท่าๆ กัน เฉลี่ยๆ กันไปนะครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายไฟไปพอร์ตละ 1A เท่ากันทุกกรณีนะครับ อย่างเช่น ถ้าเป็นพวกที่ใช้แบตเตอร์รี่ก้อนใหญ่ๆ อย่างตัวไอแพดเองก็ดี แท็ปเด็ดเองก็ดี แบตเตอร์รี่ก้อนใหญ่ๆ ต้องใช้ไฟในการชาร์จแต่ละครั้งแรงดันของไฟอยู่ที่ 2A จึงจะสามารถชาร์จไฟเข้าได้ปกติ แล้วสมมติว่าเมื่อเราเสียบไอแพดที่ใช้ไฟ 2A ไปแล้วหนึ่งพอร์ต เหลือพอร์ตที่เสียบชาร์จได้อีก 3 พอร์ตด้วยกันก็จริง แต่พอร์ตที่เหลือนั้นจะเหลือให้ชาร์จไฟได้ตามแรงดันคือ 4A เท่านั้น ตัวไอแพดเองใช้ไปแล้ว 2A ฉะนั้น อีกสามพอรืตชาร์จที่เหลือก็จะเหลือแค่ 2 พอร์ตเท่านั้นเอง ไปเอาแท็ปเล็ดมาอีกหนึ่งเครื่องที่ใช้แรงดันในการชาร์จไฟ 2A เหมือนกัน ก็จะชาร์จเพิ่มได้อีกแค่แอ็ปเล็ดตัวเดียวเท่านั้นเอง จะเอาสมาร์ทโฟนมาชาร์จไม่ได้ละ แต่ถ้าเรามีสมาร์ทโฟนที่ใช้ไฟได้ 1A ตัวเครื่อง ก็สามารถเสียบชาร์จไฟในกล่องได้พร้อมกันเลย 4 เครื่องด้วยกัน คือสรุปว่าเน้นเรื่องการจ่ายไฟเข้ามาทั้งหมด 4A ด้วยกัน ถ้าไฟแรงดันน้อย เอาไปชาร์จแบตเตอร์รี่ที่ต้องการใช้ไฟแรงดัน 2A ขึ้นไป ตัวเครื่องมันก็จะจ้งเตือนว่า ตอนนี้กำลังชาร์จแบตอยู่ แบบใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิมด้วย บางเครื่องก็จะขึ้นว่าชาร์จไม่ได้ แรงดันของไฟไม่พอ อะไรแบบนี้เลยก็ได้

ภายในกล่องที่มีตัวจ่ายไฟนั้นก็มีการจ่ายไฟของพอร์ต USB Hub ที่จ่ายไฟค่อนข้างสมดุลกันนะครับ ซึ่งตามความคิดของผมนั้นก็คงจะเหมาะสำหรับคนที่มีไอแพดหนึ่งเครื่องหรือมีแท็ปเล็ดหนึ่งเครื่อง แล้วก็บวกด้วยสมาร์ทโฟนอีกคนละ สองเครื่อง น่าจะเหมาะกับการใช้งานกล่องชาร์จแบตเตอร์รี่ตัวนี้แล้วครับ เนื่องจากว่าถ้ามีมากกว่านี้แรงดันของไฟก็คงจะไม่พอเสียบชาร์จแบตอยู่ดี เมื่อผมได้ทำการทดสอบการชาร์จแบตเตอร์รี่ของผมแล้ว ก็มีไอแพดอยู่หนึ่งเครื่องเหมือนกันครับ ใช้ไฟในการชาร์จ 2A แล้วก็สมาร์ทโฟนอีกสองเครื่อง ใช้ไฟในการชาร์จเครื่องละ 1A พอดี ก็ครบแล้ว 4A ด้วยกัน ก็ค่อนข้างสะดวกดีครับ เราก็เก็ฐสายไฟต่างๆ ม่วนๆ เอาไว้ด้านล่างเลย

   สำหรับไอแพดเองก็จะมีแท่นวางที่ปรับองศาได้แบบรูปด้านบนแบบนี้ด้วยนะครับ ก็เป็นแท่นชาร์จที่วางได้สะดวกดีนะผมว่า สำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ที่ผมนำมารีวิวในวันนี้ก็มีราคาอยู่ที่ 3,800 บาทครับ ก็ถือว่าราคานั้นค่อนข้างที่จะแพงสักนิดนะครับ ถามว่าเราก็พกปลั๊กพ่วงไปธรรมดาๆ ไปก็ดีเหมือนกันนะ แต่ถ้าใครชอบแบบไฮโซๆ แบบนี้ก็ถือว่าราคาไม่แพงครับสำหรับเล่นเกมส์

 

Acer Liquid Z630 สมาร์ทโฟนที่แบตอึด หน้าจอคมชัดเหมือนกับไอโฟน

Acer Liquid Z630 สมาร์ทโฟนที่แบตอึด หน้าจอคมชัดเหมือนกับไอโฟนและเสียงที่คุณภาพระดับโรงภาพยนตร์

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามบทความของเราใน 108plaza อยู่ตอนนี้ทุกท่านเลยนะครับ วันนี้ผมก็มีสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งตัวที่เป็นสมาร์ทโฟนของค่าย acer มาฝากเพื่อนๆ ให้ได้เลือกซื้อกันในช่วงสุดท้ายปลายปีกันแบบนี้นะครับ ซึ่งสมาร์ทโฟนของทางเอเซอร์ตัวที่ผมจะนำมารีวิวในวันนี้เป็นสมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดเลย ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อประมาณเดือน กัยยายน 2015ที่ผ่านมานี้เองนะครับ ทางเอเซอร์ก็ได้ชูโรงในเรื่องของความอึดของแบตเตอร์รี่ แล้วก็เรื่องลำโพงและซิปเสียงระดับคุณภาพ ที่ให้อารมณ์การฟังเพลง ดูหนัง จากสมาร์ทโฟนเครื่องนี้นั้นเหมือนกับอยู่ในโรงหนังอย่างไง อย่างงั้นเลยครับ ซึ่งวันนี้ผมจะได้รีวิวทดสอบกันไปเลยว่าจะจริงอย่างที่เอเซอร์นั้นได้พูดเอาไว้ในงานเปิดตัวหรือเปล่า ถ้าเป็นจริงราคาจะแค่ไหน มาดูกันเลยครับ

   รูปร่างหน้าตาของสมาร์ทโฟนถ้าถามผมนะครับ ผมก็ว่าเหมือนกันหมดทุกแบรนด์นะครับ กรอบสี่เหลี่ยม แล้วแต่ว่าใครจะโค้ง จะมน มากกว่ากัน ใครจะเหลี่ยม ก็เท่านั้นเอง แต่เรื่องดีไซน์บนวัตถุสี่เหลี่ยมในตอนนี้มีการแข่งขันกันสูงมากจริงๆ ถ้ามอง acer liquid z630 ตัวนี้นะครับ ผมก็ว่าจะคล้ายไปทาง ซัมซุง อยู่เหมือนกัน มาดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันเลยดีกว่าครับ

   Acer liquid z630 ตัวนี้มาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5.5 นิ้ว IPS ที่เป็นหน้าจอแบบนี้เมื่อผมเปิดเครื่องขึ้นมาแล้ว ก็ทำให้รู้สึกว่าหน้าจอของทางเอเซอร์เค้าก็พัฒนามาได้ดีเลยทีเดียวครับเล่นเกมส์คาสิโนออนไลน์ได้ไม่กระตุก ไม่ว่าจะมองในมุมไหนก็คมชัดดี ถือว่าเรื่องหน้าจอนั้นผ่านครับ แล้วนอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมหน้าจอที่มีเทคโนโลยีแบบ zero air gap ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่านี้ เป็นการช่วยลดแสงสะท้อนต่างๆ ที่ทำให้เรานั้นมองหน้าจอได้ไม่ชัดเจนนั้นเองครับ แปลว่าเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้ง กลางแดด เราก็จะสามารถมองหน้าจอได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องไปเลง มาหยีตาดูในขณะอยู่กลางแดดครับ แล้วเทคโนโลยีนี้ก็ทำให้สีสันบนหน้าจอก็สวยงามไม่แพ้กันด้วย เรียกว่า สวยงามพอๆ กับไอโฟนเลยทีเดียวครับ ส่วนเรื่องสเปคในหน่วยประมวลผลภายในก็มาพร้อมกับ CPU mediate quod-core 1.3 GHz. RAM 2 GB. ROM 16 GB. ถ้าใครที่คิดว่าหน่วยความจำในตัวเครื่องเพียงเท่านี้เอง ไม่พอใช้งานแน่ๆ แค่เก้บรูปก็ยังไม่พอแล้ว ก็สามารถรองรับตัว micro sd card ได้นะครับ ส่วนเรื่องของความอึดในการใช้งาน ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มาที่ 4000 mAh เลยทีเดียว เรียกว่าการใช้งานในหนึ่งวันนี่ไม่ต้องหวังพึ่งตัวเพาเวอร์แบงค์ให้หนักกระเป๋าอย่างแน่นอนครับ การเล่นเกมส์ที่ติดต่อกันนานๆ ก็สามารถทำได้ แต่การทดสอบของผมแล้วเนี่ยนะครับ ต้องบอกเลยว่าใครที่ชอบเล่นเกมส์แบบขาโหดสักนิดหนึ่งเนี่ยนะครับ ก็คงยังไม่ถือว่าตอบโจทย์คอเกมส์มิ่งขาโหดสักเท่าไหร่ เพราะเรื่องของชิปเซดต่างๆ เรื่องของแรม เรื่องของรอมภายใน ผมว่ายังไม่ไหวนะครับ แต่ใครที่เล่นเกมส์แบบเด็กๆ แบบไม่เน้นเรื่องกราฟฟิกเยอะๆ เรื่องขนาดเกมส์มากๆ ผมว่าเล่นได้สบายครับ หรือใครที่ไม่เน้นเรื่องเล่นเกมส์ เพราะผมเองก็เชื่อว่ายังมีผู้ใช้งานมือถือในตอนนี้ที่ไม่เล่นเกมส์เลย ก็มีเหมือนกัน ก็ยังตอบโจทย์ได้ดีครับ การใช้งานเรื่องแอพพลีเคชั่นเท่าไปนี่บอกได้เลยว่าลื่นไหลหัวแตกแล้วครับเท่านี้ หน้าจอก็ค่อนข้างใหญ่ ดูแล้วสบายตามากเลย การอ่านเว็บบนมือถือก็ทำได้เร็วดีครับ

   ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่ผมค่อนข้างชอบเลยทีเดียว ก็คือ เรื่องของลำโพงที่ใช้ครับ ลำโพงที่เอเซอร์ใส่มาในสมาร์ทโฟนตัวนี้เป็นแบบนี้ DTS Studio ครับ เป็นลำโพงที่ใช้กับโรงภาพยนตร์เลยนะครับ แน่นอนว่าการให้เสียงออกมานั้น ผมบอกได้เลยว่าใครที่ชอบฟังเพลงจากลำโพงมือถือ ยิ่งถ้าเปิดฟังในห้องน้ำแบบเพลินๆ เนี่ยนะครับ เสียงสะท้อนที่ได้มานี่ บอกได้เลยว่าเยี่ยมยอดครับ สำหรับเสียงในมือถือเครื่องนี้

   ส่วนเรื่องของกล้องนั้นอาจจะมาน้อยไปสักนิดครับ สเปคของกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง แต่ลูกเล่นการถ่ายภาพทั้งหน้าหลังนั้นก็มีให้มาครบนะครับ สาวๆ ที่ชอบเซลฟี่แน่นอนว่ามพร้อมกับการถ่ายภาพด้วยเสียง จะสั่งเป็นภาษาไทยก็ได้ด้วย ใครที่สำเนียงอังกฤษไม่ดี ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถ่ายให้นะครับ

   แน่นอนครับว่ามือถือที่นำมารีวิวเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ acer liquid z630 สามารถรองรับ 4G LTE แล้วก็รองรับแบบ 2 ซิมการ์ดด้วยนะครับ แล้วตัวเครื่องของมันเองก็สามารถแชร์แบตเตอร์รี่ให้เพื่อนในรุ่นเดียวกันได้อีกด้วย เรียกว่ามีฟีเจอร์เด็ดๆ อยู่เยอะเหมือนกัน ใครที่ชอบเครื่องของเอเซอร์ก็ลองไปตัดสินใจกันดูนะครับ ว่าจะน่าซื้อหรือไม่ ส่วนผมต้องขอตัวลาไปกอ่น สวัสดีครับ

Acer Aspire V17 Nitro โน๊ตบุ๊คเครื่องแรกที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์

Acer Aspire V17 Nitro โน๊ตบุ๊คเครื่องแรกที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์ ชอบเครื่องแรงๆ สเปคสูงๆ ต้องตัวนี้เลย

   วันนี้มาเอาใจคอเกมส์ทั้งหลายกันสักหน่อยครับ เพราะตอนนี้เรื่องการเล่นเกมส์นั้นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบเองสเปคแรงๆ ถึงจะเล่นเกมส์ได้สนุก ไหลลื่น กราฟฟิกสวยๆ แล้วก็ทำให้เครื่องนั้นไม่แล็ค แต่ถ้าเป็นเครื่องพีซีใหญ่ๆ จะพกจะหิ้วไปเล่นที่อื่นมันก็ยุ่งยาก ลำบาก เอาไปด้วยไม่ได้ ก็ต้องมาหาโน๊ตบุ๊คที่เครื่องแรงๆ สเปคเร็วๆ กันสักหน่อย วันนี้ผมเองและทีมงาน 108plaza ก็จะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งตัวของทาง เอเซอร์ ที่ผลิตสเปคนี้ขึ้นมาเพื่อให้คอเกมส์ได้เล่นเลย เรียกว่าจะดีแค่ไหน เล่นเกมส์อะไรได้บ้าง ต้องมาติดตามดูกันเลยครับ

   นี่แหละครับหน้าตาของเครื่อง acer aspire v17 nitro เครื่องโน๊ตบุ๊คที่ทางเอเซอร์เองบอกว่าแรงชัวร์ๆ เลย ซึ่งก็เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วนะครับว่าแบรนด์เอเซอร์นี้บางคนก็ใช้กันมาอย่างยาวนานแล้ว แล้วก็เป็นที่พึงพอใจสำหรับแบรนด์ที่ผลิตเครื่องโน๊ตบุ๊คต่างๆ รุ่นต่างๆ ออกมาก็เยอะในตระกูลของ aspire นั้นเอง คราวนี้มาในตระกูลที่ยาวไปสักหน่อย นั้นคือ aspire v17 ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดถึง ขนาะ 17.3 นิ้วเลย แล้วตัวตระกูล v นี้ก็มีมาด้วยกันสองรุ่น อีกหนึ่งรุ่นเป็นตัวหน้าจอที่มีขนาด 15 นิ้วหรือว่า v15 นั้นเองครับ แน่นอนว่าเรื่องการเล่นเกมส์นั้นต้องพบกับหน้าจอขนาดใหญ่ๆ เอาไว้ก่อนเพื่อเล่นเกมส์ให้สนุก ดูได้เต็มจอ เต็มตานั้นเอง

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคตัวเครื่องกันบ้างดีกว่า ตัว CPU เองมาพร้อมกับ intel core i7 4710HQ 2.5 GHz. สามารถ turbo boost ขึ้นไปอีกได้ถึง 3.5 GHz. RAM 16GB HDD 1TB.ความละเอียดหน้าจอยู่ที่ Full HD 1080p IPS Display ส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับเรื่องการเล่นเกมส์เลย ก็คือเรื่องของการ์ดจอครับ ตัวการ์ดจอเป็ฯของ NVIDIA GTX860M ตัวนี้เป็นการ์ดจอที่ระดับท็อปเลย เรียกว่ากราฟฟิกความละเอียดที่หน้าจอได้นั้นเล่นได้สบาย จะภาพระดับไหนก็สมใจคอเกมส์ทั้งหลายอย่างแน่นอนเลย ซึ่งดูจากสเปคคร่าวๆ นะครับ ผมว่าราคานี้ต้องแพงหูฉี่แน่นอนเลยนะครับ ตัวโครงสร้างด้านหลัง ฝาหลัง ตัวเครื่อง บอดี้ต่างๆ เป็นแบบอลูมิเนียมนะครับ เป็นสีดำเงา ทำให้ตัวเครื่องนั้นผมว่าดูดีสุดๆ ดูหล่อ ดูเท่ห์แน่นอนครับ ต่อมาเรื่องของความร้อน แน่นอนว่าคอเกมส์ทั้งหลายเนี่ยนะครับ เล่นเกมส์นานๆ เปิดเครื่องนานๆ ความร้อนในตัวเครื่องมีแน่นอนเลย เพราะฉะนั้น เรื่องระบายความร้อนนั้นทางเอเซอร์เองก็ออกแบบมาใหม่ คือผมขออธิบายอย่างนี้ครับว่า เครื่องโน๊ตบุ๊คทั่วไปเนี่ยนะครับ จะสังเกตว่าตัวพัดลมระบายความร้อน เมื่อใช้เครื่องไปนานๆ จะมีฝุ่นมาเกาะที่ตรงช่องพัดลมพอดีเลย เนื่องจากมันเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้น ทำให้ฝุ่นเล็กๆ ไปเกาะอยู่ตรงบริเวณนั้นเลย ทีนี้ตัวเครื่อง v17 นี้ก็ออกแบบช่องระบายความร้อนมาใหม่ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม เรียกระบบนี้ว่า dust defender ใช้หลักการหมุนพัดลมแบบไปกลับ คือพัดลมจะเปลี่ยนทิศทางการหมุนแบบซ้าย 3 ชั่วโมง ขวาอีก 3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิตแล้วฝุ่นจะไปเกาะตรงบริเวณช่องระบายความร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พัดลมนั้นทำงานหนักขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เพราะลมที่หมุนไปทิศทางเดียวกันนานๆ เนี่ยนะครับ จะเกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย เพราะฉะนั้นเรื่องความร้อนกับทิศทางระบายอากาศนั้นต้องหมุนเปลี่ยนทางกัน นี่เป็นระบบระบายอากาศแบบใหม่ที่ทางเอเซอร์เองคิดค้นมานะครับ

   เรื่องของระบบปฏิบัติการนั้นแน่นอนครับว่ามาพร้อมกับ window 8.1 แล้วนะครับ แล้วจากการทดสอบของผม แน่นอนว่าต้องทดสอบด้วยตัว 3DMARK ครับ เพื่อทดสอบความลื่นไหลของตัวเครื่อง แล้วเมื่อทดสอบแล้ว พบว่าเครื่องนั้นยังมีอาการแบบกระตุกอยู่บ้างเล็กน้อยครับ แน่นอนว่าเข้าใจได้เลยว่าตัว 3DMARK นั้นใช้ทดสอบกับตัวการ์ดจอที่เป็นเครื่องแบบ พีซี เครื่องใหญ่ๆ พอลงมาเครื่องเล้กๆ แบบนี้ก็ถือว่าไปได้ดีเลยทีเดียวครับ มีคะแนนผลการทดสอบจากตัว 3DMARK ด้วยนะครับ ผลที่ได้คือ 3617 คะแนนครับ เมื่อเทียบกับตัวโน๊ตบุ๊คที่ใช้เล่นเกมส์ตัวอื่นๆ นะครับ

   ซึ่งถ้าถามผมว่า ความคิดเห็นเมื่อได้ทดสอบการเล่นเกมส์ต่างๆ ที่หนักๆ เกมส์แรงๆ กับเครื่องตัวนี้ สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในวันนี้แล้วคิดเห็นอย่างไร ผมขออนุญาตบอกราคาก่อน สำหรับตัวนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทมีทอนแน่นอนครับ เรื่องการใช้งานเกี่ยวกับเกมส์นั้นผมว่าก็เทพสุดๆ เหมือนกัน แต่เมื่อเล่นเกมส์หนักๆ สายเกมส์บางคนที่มีงบสูงๆ ก็คงยังไม่ตอบโจทย์นะครับ เพราะยังมีอาการกระตุกๆ บ้างเล้กน้อยให้เห็นอยู่บ้าง ถ้าเทียบราคานี้แล้วก็อาจจะเพิ่มงบขึ้นไปอีกนิดหน่อย เพื่อไปมองดูตัวที่การใช้งานดีกว่า ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้นะครับสำหรับคอเกมส์ทั้งหลาย

Review samsung galaxy J2 สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุด

Review samsung galaxy J2 สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดในเดือน ตุลาคม 2015 สมาร์ทโฟนเซลฟี่ในราคาประหยัด

   วันนี้ทีมงาน 108plaza มาทำการรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นน้องตัวใหม่ล่าสุดของทาง Samsung ก่อนใครๆ เลย เพราะพึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2015 ที่ผ่านมานี้เอง เป็นสมาร์ทโฟนที่เรียกว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากได้มือถือเอาไว้เล่นโซเชียลในราคาประหยัด ไม่แพงมาก แล้วก็ได้คุณภาพเรื่องของการใช้งานที่ครบครันในระดับคุณภาพแบบกลางๆ ถือแล้วไม่อายใครว่างั้นเถอะครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเรนด์ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าจะสวยงามขนาดไหนกันเชียว

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ เมื่อได้ดูรูปกันไปแล้ว เรียกว่าราคานี้ประหยัดจริงๆ นะครับสำหรับสมาร์ทโฟนที่เป็น qoadcore 2 sim จากทาง Samsung มาพร้อมกับตัวเครื่องที่มีน้ำหนัก 127 กรัม. หน้าจอเป็นแบบ super amoled 4.7 นิ้ว กล้องหน้ามีความละเอียดมาให้ที่ 2 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหลังมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซลพร้อมกับไฟแฟลช ฝาหลังเป็นแบบพลาสติกที่ดูมีความเงางามดูพรีเมี่ยมอยู่พอสมควร ส่วนขอบเครื่องก็ให้ความพรี่เมี่ยมด้วยการชูบโครเมี่ยมให้ดูคล้ายกับโลหะด้วยและตัวใส่ซิมการ์ดนั้นรองรับ 4g LTE ได้ทุกเครือข่าย มีความจำในตัวเครื่องมาให้ที่ 8GB.ให้แรมมาที่ 1GB. ซึ่งตัวนี้จะไม่ได้มีถาดให้ใส่ซิมหรือว่าใส่ sd card นะครับ จะต้องแกะฝาหลังออกมาเพื่อใส่ซิม สามารถใส่ได้ 2 ซิมแล้วก็เปิดได้พร้อมๆกัน แล้วก็สามารถแกะแบตเตอร์รี่ออกมาได้ ซึ่งคุรสมบัติหรือสเปคของตัวเครื่องก็จะมีคร่าวๆ แค่นี้ครับ ไม่รอช้า เดี่ยวเราไปดูความเร็วในการใช้งานกันดีกว่า เพราะว่าตัวนี้เนี่ย บอกได้เลยว่าราคา 5 พันบาทมีทอนครับ

   ไม่รอช้าครับ เมื่อเปิดเครื่องมาแล้วก็ต้องบอกว่ามาทอสบความเร็วในการใช้งานด้วย Antutu กันเลย ซึ่งผลที่ได้จาก antutu ก็คือประมาณ 21717 ครับ ซึ่งคะแนนที่ได้ขนาดนี้เนี่ย สำหรับผมแล้วนั้นถือว่าค่อนข้างอยู่ในระดับที่คิดว่าน้อยอยู่ อยากได้เพิ่มกว่านี้อีกสักนิดหนึ่ง แต่ไม่สำคัญเท่ากับการใช้งานจริงครับ เมื่อได้ทดลองเล่นเกมส์ทั่วไปที่ไม่ใช่เกมส์ 3 มิติ ดูแล้วก็ปรากฏว่า ให้การเล่นเกมส์ที่ลื่นไหลดีครับ หน้าจอนั้นแสดงผลออกมาได้คมชัดดีเลย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทางซัมซุงเค้าเหมือนกันว่าจอนี่ใช้งานได้ดีเลย แต่เมื่อได้เลงเล่นเกมส์แนว 3 มิติดูบ้างก็พบว่า การเล่นเกมส์นั้นเล่นได้ครับ ไม่กระตุกให้เราเห็นด้วย แต่จะมีอาการแบบว่าช้ากว่ามือถือสเปคแรงๆ พอสมควร คือมันสามารถเล่นได้แน่มีหน่วงบ้างครับ สั่งงานได้ไม่ทันใจสักเท่าไหร่ แค่ถือว่าเล่นได้สบายๆ เลยสำหรับมือถือราคาเริ่มต้นนะครับ เมื่อผมได้เล่นเกมส์ไปสักระยะหนึ่งแล้วก็มาทดสอบเรื่องของความเร็วในตัวเครื่อง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากความรู้สึกแล้วนั้นทางซัมซุงจัดการเรื่องของความร้อนได้ดีครับ ตัวเครื่องแค่อุ่นๆ บ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับค่ายจีนหลายๆ ยี่ห้อที่เล่นไปสักระยะหนึ่งจะเกิดความร้อนทางด้านหลังเครื่องมาให้รู้สึกกันอย่างชัดเจนเลย

   ทางด้านความบันเทิงกันบ้าง การเปิดดู youtube ก็จะสามารถเปิดดูได้ที่ความละเอียดสูงสุด 480p. เท่านั้นเองนะครับ แต่ก็ถือว่าจอขนาด 4.7 นิ้วนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ให้การดูที่คมชัดได้อยู่ครับ ส่วนเรื่องของเสียงที่ดังจากลำโพงมานั้นเสียงดังดีครับ แต่ดังอย่างเดียวไม่มีมิติ ไม่ค่อยเก็บรายละเอียดของเสียงสักเท่าไหร่ แต่ก็พอฟังได้ เพราะอย่าลืมว่าเปิดตัวมาในสมาร์ทโฟนราคาเริ่มต้นเท่านั้นเอง ก็พอไปวัดไปวาได้ครับ

   เมื่อได้ลองเข้าบราวน์เซอร์เพื่อเข้าเว็บดูก็ให้ความลื่นไหลดีครับ เมือ zoom ตัวหนังสือเข้าไปเยอะๆ ก็มีภาพหยาบๆ บ้าง แต่ก็อ่านได้ปกติ ในตัวนี้ก็มีฟี่เจอร์ที่แตะปุ่มโฮมเร้ซๆ 2 ครั้งก็สามารถเข้ากล้องได้เหมือนกันครับ กล้องหลังก็ปรับได้สูงสุดที่ ระดับ HD พร้อมการถ่ายวีดีโอนะครับ ส่วนกล้องหน้าก็มีโหมดหน้าสวยแล้วก็ฟี่เจอร์ที่ทางซัมซุงชูดโรงเอาไว้ก็คือ การยกมือมาห้านิ้ว ก็จะถ่ายรูปก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน แน่นอนครับว่าเรื่องคุณภาพของรูปที่ถ่ายออกมาได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ต้องบอกเลยว่าพอไปวัดไปวาจริงๆครับ

   สำหรับราคา Samsung j2 ที่นำมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวกันในวันนี้ก็มีราคา 4,990 บาทครับ สำหรับผมแล้วคิดว่าถ้าใครที่ไม่ต้องการติดแบรนด์สักเท่าไหร่ ก็มีอีกหลายๆ รุ่นที่ราคาเท่ากันหรืออาจจะห่างกว่ากันสักนิดหน่อย แต่ให้กล้องที่คุณภาพดีกว่านี้มาใช้ก็ได้นะครับ แต่ใครที่ติดแบรนด์เป็นสาวกซัมซุงก็บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนเริ่มต้นได้ดีครับ

 

Hyundai H1 Elite

Hyundai H1 Elite รถตู้ในตลาด gray market ที่เป็นรถในกลุ่ม MPV อีกหนึ่งรุ่นที่มีความหรูหราไม่แพ้ใคร

   หลังจากที่ทีมงาน 108plaza ของเราได้ทำการรีวิวรถยนต์ตู้ระดับพรีเมี่ยมทางค่ายโตโยต้าไปแล้วอย่างในรุ่น alphard และ vellfire ไปแล้ว แน่นอนว่าค่ายนั้นเค้าครองตลาดรถยนต์ในบ้านเรามานาน เรื่องราคาก็ต้องรุ่นแรงเป็นธรรมดา แต่เมื่อมีคู่แข่งอย่าง Hyundai มาเริ่มบุกตลาดในบ้านเราในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ market share ในตลาดรถยนต์ก็แบ่งไปตามความชอบของแต่ละบุคคลกันมากขึ้น ทำให้ค่ายรถยนต์สันชาติเกาหลีอย่าง Hyundai นั้นสามารถครองตัวอยู่ในตลาดรถยนต์บ้านเราได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทำให้เป็นที่มาของวันนี้ที่ผมต้องอดใจไม่ได้เมื่อทำการรีวิวรถยนต์ระดับนี้กับค่ายคู่แข่งไปแล้ว ก็ต้องมาให้ความเป็นธรรมกับคู่แข่งรายใหม่กันบ้าง เพื่อจะได้นำเสนอทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้งสองค่ายนี้ที่ถือว่าผลิตรถยนต์ในกลุ่มเดียวกันมาแข่งขันกันทางการตลาดในบ้านเรา แล้วสินค้าอินเทรนด์ของทาง Hyundai เค้าในวันนี้ก็คือ H1 Elite ครับ จะสวยงามขนาดไหน มาดูกันครับ

   ก็ต้องบอกอย่างนี้ครับ เมื่อเห็นรูปโฉมครั้งแรกของรถยนต์รุ่นนี้แล้วก็พอเดาออกเลยว่ามาจากค่าย Hyundai เพราะทรงจะออกเหลี่ยมๆ ทรงตู้ชัดเจนเลย เป็นรถแบบ MPV ที่ทำตลาดได้ดีในบ้านเราขณะนี้ด้วยครับ ถ้าให้มองในส่วนของปั้นท้ายอย่างเดียวก็คงจะไม่สวยถูกใจผมสักเท่าไหร่ เพราะดูเหลี่ยมเกินไป แต่เมื่อมาดูภาพรวมด้านหน้ายาวไปถึงด้านท้ายอย่างในรูปนี้ก็ถือว่าก็ลงตัวอยู่พอสมควรนะครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบครับ เรื่องดีไซน์ผมให้ประมาณ 80 เปอร์เซนต์ครับ ซึ่งที่ผมได้มารีวิวในวันนี้ก็เป็นรุ่นรองรับในซีรี่ย์ H1 นี้นะครับ มีค่าตัวอยู่ประมาณ 1.4 ล้านบาทเศษเท่านั้น ก็คือว่าราคาเบากว่าคู่แข่งที่ผมได้ทำการรีวิวไปนะครับ สำหรับการรีวิวในวันนี้จะได้ทดสอบทั้งในโหมดของการขับขี่ด้วย แล้วก็การใช้งานในห้องผู้โดยสารตอนหลังด้วยนะครับ ก็ถือว่าเป็นการทดสอบสมรรถนะไปในตัวเลยครั้งเดียว

   สำหรับรุ่นรองท๊อปตัวนี้ประตูบานเลือน 2 ฝั่งยังไม่ใช่ไฟฟ้านะครับ ประตูท้ายก็ยังไม่ใช่ไฟฟ้าด้วย แต่ประตูมีบานใหญ่พอสมควรทั้ง 3 บาน ขนของสัมภาระต่างๆ ถือว่ามีพื้นที่กว้างมากเลย กว้างกว่าคู่แข่งด้วยนะครับ ส่วนตัวล้อนั้นมาพร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้วล้ำอัลลอยสวยงามครับ แต่ที่ผมชอบอยู่อย่างหนึ่งของรถยนต์ค่ายนี้ เหมือนจะให้อารมณ์ในการใช้รถฝั่งยุโรปครับ คือมีความแข็งแรง แน่หนา ไม่รู้สึกบอบบางเหมือนกับอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นค่ายญี่ปุ่น เมื่อขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งคนขับก็รู้สึกว่ามองเห็นได้รอบคันอย่างสบายเลยครับ เพราะตำแหน่งคนขับอยู่ค่อนข้างสูง พร้อมกับความกว้างของตัวรถ ถือว่าเป็นรถตู้ที่คอนข้างใหญ่ครับ ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งภายในถือว่ายังแพ้ค่ายคู่แข่งอยู่นะครับในตัวนี้ ภายในตกแต่งด้วยลายไม้พร้อมเครื่องเสียงและวิทยุแบบธรรมดา ไม่ได้มีออฟชั่นอะไรมากมายนัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบไปแต่งเครื่องเสียงเพิ่มเติมเอง ซึ่งออฟชั่นไม่เยอะแบบนี้ก็เพราะเป็นรุ่นรองท็อปก้ได้นะครับ ส่วนเบาะนั่งนั้นเป็นเบาะหนังแท้ที่ให้ความหรูหราได้ดีเช่นกัน เป็นเบาะนั่งแบบ 3 แถว 12 ที่นั่งครับ พร้อมรางเลื่อนของเบาะนั่งในแถวที่ 2 ที่ปรับหมุนได้ 180 องศา สามารถปรับเปลี่ยนเบาะให้กลายเป็นห้องประชุมได้ขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

   Hyundai H1 Elite มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุดที่ 175 แรงม้าที่ 3600 รอบและ แรงบิดสูงสุดที่ 441 นิวตันเมตรที่ 2000-2250 รอบ แต่ก็ไม่แปลกอะไรครับเพราะเครื่องยนต์ตัวนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากตัวเติม ใช้บล้อกเดียวกันกับทุกซีรี่ย์ที่เข้ามาขายในบ้านเรา เมื่อผมได้ขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับก็ให้อารมณ์ที่ขับง่ายครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นรถตู้คันใหญ่และยาวก็ตาม เพราะสามารถมองเห็นได้รอบรถอย่างสบายตา แล้วก็มาพร้อมกับเกียรือัตโนมัติ 5 speed ที่ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบด้วยแล้ว การออกตัวถือว่าทำได้ดีครับ ถึงแม้ว่าจะมีบอดี้ที่ใหญ่ การเข้าโค้งต่างๆ เมื่อเทียบกับรถตู้แบบ MPV นี้แล้ว ผมถือว่าทาง Hyundai ทำได้ดีครับ สมรรถนะของรถที่ผลิตในโรงงานอินโดนีเชียนี่ทำได้ค่อนข้างมั่นใจในการขับขี่ครับ

   สำหรับใครที่หวังในการขับขี่แบบออกตัวแรง ติดเท้า อาจจะไม่ตอบโจทย์นะครับ เพราะรถแบบนี้เน้นเรื่องความนุ่มนวลเป็นหลัก มีความคล่องตัว ทยานไปข้างหน้าด้วยความเรียบเนียนครับ เครื่องปรับอากาศก็ถือว่าทำความเย็นได้ดีทั่วห้องโดยสาร ก็ถือว่าการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ตอบโจทย์รถยนต์ที่เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการโดยสารได้อย่างดีครับ ใครที่ไม่ติดแบรนด์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคุณครับ

 

Hyasong VR-101 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

Hyasong VR-101 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัวช่วยของคนที่ขี้เกียจทำความสะอาดบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

   ใครๆ ก็ขี้เกียจทำความสะอาดบ้านครับ อย่างผมเองก็ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง วันไหนที่ยุ่งๆ งานเยอะๆ ไม่มีเวลาที่จะทำความสะอาดบ้านก็ไม่ทำ พอรู้สึกว่าฝุ่นเริ่มเยอะหรือไม่ได้ทำความสะอาดบ้านหลายวัน ก็จะรู้สึกว่าต้องทำบ้างแล้วละ ไม่ยอ่างงั้นก็อยู่ไม่ได้อีกแน่ๆ ก็ต้องทนฝึนทำทั้งๆ ที่เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มี เพราะตอนนี้สังคมเมือง การทำงานออฟฟิตหรือว่าทำงานโรงงานหาเวลาว่าง หาวันหยุดก็แทบจะไม่มี บางคนทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปทำความสะอาดบ้านละ จริงมั้ยครับ แต่เดี่ยวนี้เทคโนโลยีมันมีมาช่วยคนที่ขี้เกียจและไม่มีเวลาอย่างเราๆ กันแล้วครับ สินค้าอินเทรนด์ที่ผมจะนำมารีวิวกันในวันนี้คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นครับ มีชื่อว่า Hyasong รุ่น VR-101 ครับ จะอัจฉริยะแค่ไหน มาดูความสามารถของหุ่นยนต์ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ

   วันนี้ 108plaza จัดให้เพื่อนๆ ทุกคนได้สบายขึ้นครับ ผลักภาระการทำความสะอาดบ้านไปที่เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้กันเลย หลักจากที่ผมไดทดสอบเจ้าหุ่นยต์ตัวนี้มาสักระยะหนึ่ง ก็เห็นถึงความฉลาดของมันอยู่พอสมควรครับ ซึ่งรอบๆ ตัวเครื่องนี่ก้จะมีล้อยางที่คอยทำหน้าที่เคลื่อนตัวหุ่นยนต์ไปในทิศทางต่างๆ นะครับ ซึ่งข้อดีของตัวล้อยางที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ที่เป็นล้อพลาสติกคือมันจะเกาะพื้นผิวได้ดีกว่านะครับ แล้วล้อก็คอ่นข้างใหญ่ สามารถปีนขึ้นบนพื้นที่ต่างระดับประมาณ 1.5 เซนติเมตรนี่ได้สบายๆ เลย ก็ค่อนข้างสูงนะครับสำหรับพื้นที่ต่างระดับขนาดนี้ ตรงใต้เครื่องก็จะมีไม้กวาดฝุ่นเข้ามาอยู่ 2 แปรงเลยนะครับ แต่ละแปรงก็มีอยู่ 3 ก้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกวาดฝุ่นเข้ามาในตัวเครื่องมากขึ้นด้วยนะครับ แล้วก็มีช่องลมดูดอากาศขนาดใหญ่ที่สามารถดูดสิ่งสกปรกใหญ่ๆ ได้สบายเลยนะครับ ฝุ่นเล็กๆ ละอองฝุ่นก็สามารถดูดได้นะครับ

   ตัวหุ่นยนต์นี้ก็มีทั้งปุ่มควบคุมที่อยู่ติดกับตัวเครื่องด้วยแล้วก็มีตัวรีโมทที่สามารถกดสั่งการได้นะครับ ตัวรีโมทก็จะมีโหมดต่างๆ อย่างเช่น โหมดสั่งการบังคับทิศทางเอง เองสามารถบังคับได้อิสระ จะไปซ้ายไปขวาไปหน้าถอยหลัง บังคับได้เหมือนรถบังคับเลยนะครับ หรือ จะเป็นโหมดให้วิ่งทั่วห้อง หรือ จะเป็นโหมด auto ก็ทำได้เช่นกัน ตัวเครื่องมีน้ำหนักอยู่ประมาณ 2.9 กิโลกรัม ตัวเครื่องนั้นถือว่าค่อนข้างใหญ่กว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ผมเคยรีวิวมานะครับ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเครื่องใหญ่ก็มีพลังที่จะดูดอากาศเข้าไปในตัวเครื่องได้แรงขึ้นด้วย แต่เสียงค่อนข้างเบาดีเลยทีเดียว ไม่ดังมาก ใช้งานในตอนกลางคืนได้สบายถ้าใครที่อยู่คอนโดหรือหอพัก ก็สามารถให้มันกดทำงานตอนกลางคืนแล้วเราก็อาบน้ำ ทานข้าวไปพร้อมๆ กับเราได้ พอเสร็จแล้วก็นอนพอดี ห้องก็สะอาด อะไรแบบนี้เป็นต้น

   หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ก็มีเซนเซอร์รอบตัวเครื่องเหมือนกันนะครับ เมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวางหรือเข้าใกล้กำแพงก็จะตรวจจับได้ ก็จะไม่เข้าไปชน เมื่อเจอที่สูง เจอบันได ก็มีระบบป้องกันการตกด้วย สามารถปล่อยให้มันทำงานได้แบบไม่ต้องไปเดินตามดูก็ได้นะครับ ซึ่งความเจ๋งของตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้อีกหนึ่งอย่างที่ผมจะแนะนำก็คือ เราสามารถตั้งเวลาและตั้งการทำงานได้เลย สามารถตั้งให้ทำงานได้ทุกๆ วัน ในเวลากี่โมงได้ภายในครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่ต้งไปกดสั่งงานอีกก้ได้ แล้วเมื่อตัวหุ่นยนต์ออกไปทำงานด้วยคำสั่งที่เราตั้งไว้ พอแบตเตอร์รี่ใกล้จะหมด ตัวหุ่นยนต์เองจะสามารถค้นหาแท่นชาร์จและก็กลับไปหาแท่นชาร์จเพื่อชาร์จแบตด้วยตัวมันเองได้ แต่เราต้องวางแท่นชาร์จไว้บนพื้นนะครับ เพราะวางไว้บนโต๊ะที่สูงๆ หุ่นยนต์ไม่สามารถปีนขึ้นไปบนโต๊ะเองได้นะครับ ต้องวางไว้ที่พื้นตลอด ความจุของตัวกล่องดักฝุ่นมีขนาดที่ 0.6 ลิตร ก็ไม่เล้กเกินไปนะครับ ประมาณ 2-3 วันเราก็เปิดออกมาเอาฝุ่นทิ้งถังขยะครั้งหนึ่งก็ได้อยู่นะครับ

   เมื่อมาถึงช่วงสุดท้าย ท้ายสุดของการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ก็เป็นธรรมเนียมครับ ต้องมาแจ้งราคากันสักนิดหนึ่ง ราคาอยู่ประมาณ 5,500 บาทมีทอนนะครับ ใครสนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ มีให้เลือกเสีเดียวนะครับ ส่วนตัวผมก็คิดว่าราคานี้ถือว่าน่าซื้อครับ เพราะยี่ห้อดังๆ บางตัวที่เคยรีวิวมาก็ราคาหมื่นกว่าบาทขึ้นไป ซึ่งความสามารถในการทำงานก็มีครบเหมือนตัวราคาแพงๆ เลยครับ

FujiFilm X-A2

FujiFilm X-A2 กล้องตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Fuji ที่ไม่ได้มีความสามารถแค่กล้องฟรุ้งฟริ้งเท่านั้น

   ช่วงสุดท้ายปลายปีอย่างนี้สินค้าอินเทรนด์ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องถ่ายรูปที่ตอนนี้เปิดตัวกันมาหลายรุ่น หลายยี่ห้อกันเลย เพราะว่าบ้านเราก็กำลังจะเข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศทางเหนือก็เริ่มที่จะเย็นลงแล้ว ดอกกุหลาบพันปีที่ยอดดอยอินทนนท์ก็เริ่มบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกันแล้วด้วยนะครับ แน่นอนว่าคนทั่วไปก็จะต้องมองหากล้องถ่ายรูปเพื่อเอาไปไว้ถ่ายรูปเก็บภาพความทรงจำกันเยอะขึ้นด้วย เรียกว่าเป็นช่วงที่ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากที่สุดช่วงหนึ่งของปีเลยก็ว่าได้ วันนี้ผมและทีมงาน 108plaza ก็เลยไปมองเห็นกล้องถ่ายรูปตัวหนึ่งของค่าย Fujifilm ครับ ที่มีขนาดตัวกล้องที่เล็กแต่ความสามารถนั้นเกินตัว เรียกว่าถูกใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ เดี่ยวผมจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปดูรีวิวรายละเอียดกันเลยดีกว่า

   เป็นกล้องดีจิตอลที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ตุลาคม 2015 นี้เองนะครับ เรียกว่าใหม่ล่าสุดที่ผมได้นำมารีวิวในวันนี้เลยก็ว่าได้ อย่างแรกที่ผมเห็นว่ามีความสามารถเกินตัวก็คือ เรื่องที่กล้องตัวนี้สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ครับ ซึ่งการเปลี่ยนเลนส์ได้แบบนี้ก็ดีและไม่ดีนะครับ คนที่ไม่เคยได้เล่นกล้องแบบนี้ ตัวกล้องเมื่อถอดเลนส์มาแล้ว ตัวเซนเซอร์ที่อยู่ข้างในจะค่อนข้างเซนท์เซอร์ทีฟมาก เอาง่ายๆ ว่าห้ามไปแตะ ห้ามไปโดน ห้ามไปจับ เพราะว่ามันจะมีรอย จะพังง่าย เพราะฉะนั้น ควรระวังกันด้วยนะครับ ต่อมาก็คือเรื่องของความสามารถในการถ่ายรูปที่ทาง ฟูจิ เค้าชูโรงมาเลยว่าจะต้องเป็นกล้องถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งที่สาวๆ ชอบแสนชอบกันครับ จะมีโหมดให้เลือกถ่ายกันโดยเฉพาะเลยในกล้องตัวนี้ แล้วก็มีไฟแฟลช LED ในตัวด้วยสำหรับเอาไว้ถ่ายในตอนกลางคืนหรือที่มีแสงน้อย แล้วตัวหน้าจอที่แสดงผลนั้นก็รองรับการถ่ายเซลฟี่ด้วย ตอนนี้กล้องถ่ายรูปก็มีการถ่ายเซลฟี่แล้วนะครับ ไม่ใช่แค่โทรศับอย่างเดียว เพราะตัวหน้าจอของกล้องถ่ายรูปตัวนี้สามารถกางจอออกมาได้ 175 องศา ในสเต็ปแรก แล้วในสเต็ปที่สองหน้าจอก็จะหันกลับมาหาเราเองแบบหน้าตรง ให้คนถ่ายเซลฟี่ได้เห็นอย่างง่ายดายเลยครับ เรียกว่าทำกล้องนี้ขึ้นมาเพื่อสาวๆ จริงๆ แล้วการถ่ายรุปในโหมดฟรุ้งฟริ้งหรือโหมดเซลฟี่นี้ก็จะเป็นระบบที่ถ่ายต่อเนื่อง สามารถถ่ายไปได้เรื่อยๆ แบบกล้องจะไม่โชว์รูปที่ถ่ายมาแล้วให้เห็น แต่ต้องกลับไป play back ดูเอาเองทีหลังนะครับ ตั้งเครื่องก็รองรับเมมโมรี่แบบ sd card สามารถใส่เมมโมรี่ได้ง่ายๆ จากแถบสีทองที่ติดอยู่กับพอร์ตใส่ sd card ที่จะทำให้เรานั้นไม่ต้องงงว่าจะใส่เมมโมรี่ทางไหน ด้านไหนกันแน่ แล้วก็ตัวก้อนแบตเตอร์รี่เองก็มีมาร์คสีส้มเอาไว้ให้ด้วย สำหรับการใส่แบตเตอร์รี่ให้ถูกขั้ว ก็ใส่ไปตามที่ที่มาร์คเอาไว้ ก็จะไม่งงสำหรับคนที่พึ่งเริ่มใช้งานกล้องถ่ายรูปแบบนี้ในช่วงแรกนะครับ

   แน่นอนครับวากล้องถ่ายรูปรุ่นนี้ทาง ฟูจิ มาทำตลาดในเมืองไทยเอง ก็ต้องมีเมนูการใช้งานต่างๆ เป็นภาษาไทยมาให้เราใช้งานกันด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องที่ว่าใครที่กลัวการใช้งานในเมนูภาษาอังกฤษแล้วจะไม่เข้าใจ การใช้งานทั่วไปจะยาก ก็ไม่ต้องกลัวเลย ซึ่งผมจะแนะนำการตั้งค่าการถ่ายรูปเซลฟี่ของสาวๆ กันนะครับ ปกติแล้วสาวๆ ถ่ายรุปมาแล้วกล้องจะไม่ได้ขึ้นรูปที่ถ่ายมาให้เราเห็นทันที แต่เราต้องกดไปเข้าดูรูปเอง แต่ทีนี้สาวๆ บางคนอยากได้แบบว่า ถ่ายรุปมาแล้วอยากดูรุปที่ถ่ายเลย ว่าจะสวยถูกใจมั้ย หน้าเรียว หน้าใสรึเปล่า ไม่สวยก็ลบถ่ายใหม่ กล้องตัวนี้ก็สามารถปรับตั้งค่า setting ได้ครับว่าจะให้โชว์รูปที่ถ่ายมาให้เราทันทีเลย จะเลือกตั้งว่าจะให้โชว์มา 10 วินาที 15 วินาที 30 วินาที หรือโชว์ตลอดจนกว่าเราจะเปลี่ยนโหมดถ่ายรูปต่อไปเลย ก็สามารถทำได้เช่นกัน

   

แล้วอีกหนึ่งโหมดที่ผมบอกไปว่ามันมีอะไรมากกว่าการถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งก็คือ โหมด SR+ ที่มีให้เลือกในกล้องตัวนี้ โหมดนี้คือโหมดที่คล้ายๆ กับโหมดออโต้ แต่จะดีกว่าโหมดออโต้ตรงที่ โหมดนี้จะปรับเซนเซอร์ของกล้องได้อย่างอัจฉริยะ เหมาะสำหรับคนที่ใช้กล้องแบบไม่ได้เป็นมืออาชีพที่จะต้องมาปรับตั้งค่าต่างๆ ให้ถูกกับการถ่ายรูปนั้นๆ โหมดนี้จะมีถึง 16 ขั้นในการถ่ายรุปที่สามารถกดถ่ายได้อย่างเดียวรูปก็ออกมาสวยงามอย่างอัจฉริยะเลยครับเรียกว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ทำมาเพื่อการถ่ายรูปทั่วไป ที่ไม่ใช่มืออาชีพก็ถ่ายได้อย่างกับช่างภาพมือโปรเลยละครับ ใครที่กำลังหากล้องอยู่ก็ลองไปเล่นๆ ดูตามร้านตัวแทนจำหน่ายนะครับ

DOD LS460W

DOD LS460W กล้องติดรถยนต์ราคาขนาดกลางแต่คุณภาพซอฟแวร์ดีเยี่ยม

   ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่อยู่ใน 108plaza ของเรานั้นเคยสั่งซื้อกล้องติดหน้ารถยนต์มาติดตั้งเองจากเว็บไซต์ที่ขายกล้องอยู่บ้าง แล้วก็เชื่อว่าเมื่อซื้อมาแล้วไม่ค่อยพอใจกับคุณภาพที่ได้สักเท่าไหร่ ติดตั้งมาแล้วมาดูย้อนหลัง กล้องไม่ชัดบ้าง ไม่โฟกัสภาพบ้าง บางทีดูป้ายทะเบียนรถยังไม่เห็นตัวเลขเลย แบบนี้ก็มีเยอะนะครับ เพราะตอนนี้กล้องติดรถยนต์มีขายกันเยอะมาก ราคาก็ตั้งแต่หลักร้ยอไปจนถึงหลักหมื่นบาท พร้อมส่งถึงหน้าบ้านเลยก็มี แล้วก็เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนดูสเปคของกล้อง ดูความคมชัด ความละเอียดของกล้อง ดูสเปค เทียบกับราคาแล้วคุ้มค่ามาก ถ่ายได้ระดับ full HD เหมือนกัน เทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ยี่ห้อนี้ถูกกว่าอีก ซึ่งผมบอกไว้เลยนะครับว่า สเปคที่ติดข้างกล่องมานั้นบางทีมันก็ไม่ได้หมายความว่ากล้องตัวนั้นจะมีความสามารถเทียบเท่ากล้องราคาแพงๆ นะครับ แล้วจะเลือกซื้อกล้องอย่างไรให้ดี ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ถูกมาก เน้นเรื่องการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้เรามีสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวครับ พร้อมให้การแนะนำวิธีการซื้อกล้องด้วย มาดูกันครับ

   

   กล้องติดรถยนต์ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้มาจากยี่ห้อ DOD LS460W ครับ ถ้าถามถึงชื่อนี้ก็คงไม่คุ้นหู แต่ผมดูเรื่องสเปคแล้วกับราคา รวมถึงคุณภาพที่กล้องทำได้นี่ก็สมเหตุสมผลครับ เรื่องราคาเดี่ยวผมจะแจ้งไว้คร่าวๆ ช่วงท้ายบทความนะครับ

   มาแนะนำการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์กันสักนิดดีกว่า หลายคนจะติดคำว่า FULL HD ที่เขียนติดไว้ข้างกล่อง แล้วก็ดูราคาแล้วถูกจริง หลักร้อย อะไรแบบนั้น แล้วก็มักจะซื้อมา แล้วใช้งานไม่ดีเลย กาก อะไรแบบนั้น แนะนำให้ดูซอฟแวร์ที่ใช้ในตัวกล้องด้วยครับ อย่างเช่น ใช้เลนส์กล้องของอะไร ใช้เซนเซอร์ยี่ห้ออะไร มีค่า f เท่าไหร่ ค่า f น้อยๆ ยิ่งดีครับ จะถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี ซึ่งที่นิยมกันเป็นส่วนมากเลย ทีทั่วโลกใช้ก็คือเลนส์และเซนเซอร์ของ sony เค้าเลย ชื่อเสียงเรื่องกล้องดีเป็นที่ยอมรับกันครับ

   มาดูกล้องที่ผมจะรีวิวในวันนี้กันบ้างดีกว่า ก็ใช้เซนเซอร์ของ sony เหมือนกัน จะเป็นอย่างไร มาดูกันครับ เริ่มจากตัวเซนเซอร์รับแสงของทาง sony เป็นแบบ Cmos Exmor R ครับ ซึ่งข้อดีของเซนเซอร์เลนส์ตัวนี้เป็นที่นิยมกันในหลายๆ แบรนด์ที่ใช้เซนเซอร์ตัวนี้ของทางโซนี่ครับ สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ กินแสงน้ยอ ค่า f น้อยมากๆ รูรับแสงอยู่ที่ f/1.6 เท่านั้นเองครับเพื่อนๆ แล้วการปรับแสงของค่า ISO ในที่แสงปกติกลางวันไม่มีปัญหาครับ แสงสว่างแจ่มใส กล้องยี่ห้อไหนก็ถ่ายได้ดี แต่จะมาเฉือนกันตรงที่ช่วงกลางคืนที่มีแสงไฟหน้ารถที่สวนมา แสงไฟจากบนถนน แล้วก็มึดอีกต่างหาก แบบนี้ถ่ายยากครับ แต่ค่า ISO ของกล้องตัวนี้สามารถปรับในที่มึดไปได้ถึง ISO 3200 ครับถือว่าเยอะอยู่พอสมควร แล้วข้อดีอีกอย่างหนึ่งของกล้องตัวนี้ มี GPS จับสัญญาณไว้ตลอดว่ากล้องที่ถ่ายอยู่นี้อยู่พิกัดไหน อยู่ส่วนไหนแล้ว ก็จะจับภาพไปพร้อมกับพิกัดที่ได้ถ่ายเอาไว้ด้วย

   มาดูเรื่องของการบันทึกภาพกันบ้างครับ ตัวนี้สามารถตั้งค่าของวีดีโอได้ 3 แบบ คือ คลิปหนึ่งได้ 3,5,10 นาที/คลิป แล้วแต่จะตั้งครับ เมื่อหน่วยความจำเต็มก็จะกลับไปลบคลิปที่เก่าที่สุดออกไป แล้วก็วนเข้ามาใหม่ หน้าจอขนาด 2.7 นิ้วครับ รองรับ micor sd card 32 GB. ต่อมาอีกหนึ่งโหมดการทำงานที่สำคัญและผมนำเสนอในการรีวิวครั้งนี้เลย กล้องปกติราคาถูกๆ นั้นไม่มีระบบนี้แน่นอนครับ คือระบบที่เรียกว่า G sensor ครับ เป็นระบบที่สามารถตรวจจับแรงกระแทก แรงเหวี่ยงได้ สมมติเราเบรกกะทันหัน เบรกแรงๆ รถมีอาการเสียการทรงตัวบ้างหรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุ เกิดการชนขึ้นมา ตั้งกล้องจะตรวจจับความรู้สึกที่ไม่ปกติเอาไว้ได้ แล้วก็จะบันทึกคลิปๆ นั้นเอาไว้ต่างหากเลย เป็นอีกหนึ่งโหมดพิเศษ เพื่อที่ตอนที่เราย้อนกลับไปดูคลิปในเหตุการณ์นั้นไม่ต้องยุ่งยากกลับไปหาคลิปย้อนหลังอีก แล้วคลิปนั้นก็จะไม่ถูกลบเองด้วย จนกว่าเราจะลบด้วยตัวเองต่างหากนะครับ เรียกว่ากล้องมันฉลาดอยู่ครับ

   ซึ่งมาถึงช่วงสุดท้ายกันแบบนี้ก็ต้องมาแจ้งราคากันหน่อยครับ ก็เอาไปตัดสินใจดูว่าราคาอยู่ประมาณ 7 พันบาทมีทอนเนี่ยนะครับ จะเหมาะสมกับสินค้าอินเทรนด์ของผมที่มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันวันนี้หรือไม่ ส่วนตัวแล้วเมื่อทดสอบการถ่ายตอนกลางคืนแล้ว ดีมากครับ เห็นภาพและการปรับค่าต่างๆ แบบออโต้ ทำได้ดีครับ ถือว่าเป็นกล้องอีกหนึ่งตัวที่น่าซื้อมาใช้ติดหน้ารถครับผม