Archive for December 2015

Misfit Shine Fitness Tracker อุปกรณ์ช่วยสำหรับการออกกำลังกาย

Misfit Shine Fitness Tracker อุปกรณ์ช่วยสำหรับการออกกำลังกายอีกหนึ่งตัวที่ดูสวย มีสไตล์

   เดี่ยวนี้วงการไอทีผลิตตัวสายรัดข้อมือขึ้นมาก็เยอะเหมือนกันนะครับ รวมทั้งเรื่องของตัวสมาร์ทนาฬิกาหรือว่า smart watch เองก็เยอะเหมือนกัน แต่วันนี้เราก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับเรื่องของสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่เป็นตัว fitness tracker นะครับ มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในบทความของเราที่ 108plaza แห่งนี้เลย เรียกว่าเป็นอะไรที่เยี่ยมมากๆ สำหรับตัวนี้นะครับ

   ผมว่าผลิตภัณฑ์นี้หน้าตาจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อย ดูเผินๆ ก็นึกว่ามีต้นแบบมาจากยานอวกาศเลยทีเดียว แต่มันก็ดูดีนะครับ มีมีสไตล์ดี สินค้าตัวนี้คนอเมริกาเป็นคนคิดแล้วก็มาผลิตในเกาหลีนะครับ มีให้เลือกซื้อยุ่หลากหลายสีครับ ในเว็บหลายๆ เว็บที่ผมไปดูมาก็มีมากถึง 9 สีด้วยกัน แต่ตัวผู้ผลิตเองก็บอกว่ามีแค่ 8 สีเท่านั้นเอง ก็ข้อมูลในส่วนนี้ไม่ค่อยจะตรงกันสักเท่าไหร่ แต่ใครอยากได้จริงๆ มีให้เลือกทั้ง 8 หรือ 9 สีนี่ก็คงต้องมีสักสีหนึ่งนะครับที่คิดว่าจะถูกใจนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องสีก็คงไม่สำคัญสักเท่าไหร่ เพราะว่ามีให้เลือกค่อนค้างเยอะนะครับ ตัวมันเองไม่มีหน้าจอแสดงผลใดๆ นะครับ แน่นอนเมื่อไม่มีหน้าจอแบบนี้ก็ต้องใช้งานเชื่อมต่อกับเรื่องของสมาร์ทโฟนแน่ๆ เลย ส่วนเรื่องของการใช้งานตัวนี้เนี่ยนะครับ เค้าเรียกว่าตัวที่เป็น fitness tracker หรือว่าตัวช่วยในการออกกำลังกายของใครหลายๆ คนเลย แล้วทีนี้ก็จึงเป็นการใช้งานที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย มันไม่ได้เป็นแค่ตัวที่เอาไว้รัดข้อมือของเราอย่างเดียว แต่มันสามารถติดเสื้อตรงหน้าอกเราก็ได้ ที่เป็นคล้ายๆ แบบเป็นติดเป็นกระดุมเสื้อก้ได้ หรือว่าจะใช้เป็นสายห้อยคอเอาไว้ แบบกิฟเก๋ก็ได้เช่นกัน สาเหตุที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายเช่นนี้ก็เพราะว่า บางทีเราใช้งานเพียงแค่เอาไว้แทนนาฬิกาเท่านั้น มันค่อนข้างจำกัดเกินไป บางทีเราไม่ได้ไปออกกำลังกาย บางทีไปเที่ยว ไปงานสังสรรค์ต่างๆ ก็ใส่ตัวสายรัดข้อมือแบบนี้ไปก็คงจะไม่เข้ากับชุด มันดูแปลกๆ ไปใช่มั้ยละครับ แต่เมื่อมันไม่เข้ากับชุดแล้วนั้นก็ต้องจำเป็นที่ต้องเอาติดตัวไว้เพื่อให้ตัวเครื่องนั้นมันทำงาน วัดค่าต่างๆ ในร่างกายเราได้อยู่ ก็ติดเป็นตัวกระดุมเสื้อแทนหรือว่าห้อยคอเอาไว้กับสายคล้องคอสวยๆ ที่ต้องซื้อเพิ่มมาก็ได้เหมือนกันนะครับ ตัวอุปกรณ์ตัวนี้ก็สามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร ตัวอุปกรณ์ทำจากอลูมิเนียม ซึ่งข้อดีที่ผมเห็นและเคยรีวิวตัวอุปกรณ์ประเภทนี้มานั้น จะสังเกตว่าตัวยี่ห้ออื่นๆ นั้นจะไม่สามารถกันน้ำได้ลึกเท่านั้น ปกติจะแค่กันน้ำได้แบบพอเปียกเท่านั้นเอง แต่ตัวนี้สามารถพาดำน้ำลงไปได้ด้วย

   มาดูความสามารถในตัววัดเซนเซอร์ของมันกันบ้างดีกว่านะครับ คือตัวมันสามารถวัดค่าต่างๆ ได้แม้กระทั่งการยืน การนอน การเอียงของลำตัวเราเอง วัดค่าต่างๆ ได้หมดอิริยาบถของเราเลย ตัวมันเองจะสามารถเก็บข้อมูลในตัวเราได้นาน 30 วันโดยไม่ต้องมาเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน คือถ้าเราไม่ซิงค์ตัวอุปกรณ์ตัวนี้เข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อนดูข้อมูลต่างๆ นาน 30 วันมันก็ยังเก็บข้อมูลให้อยู่ แต่ถ้าเกิน 30 วันไปแล้วจะลบข้อมูลย้อนหลังไปทีละหนึ่งวันๆ แน่นอนว่ามันต้องเชื่อมต่อเข้ากับตัวแอพพลีเคชั่น ตัวมันเองสามารถเชื่อมต่อกับแอพบน IOS, Android< window phone ได้หมดเลย ซึ่งมันก็จะสามารถทำงานคู่กับแอพลีเคชั่นออกกำลังกายอื่นๆ ได้หมดเลยหรือว่าจะทำงานคู่กับแอพของมันเองก็ได้ด้วย ชื่อแอพเดียวกันเลยนะครับ misfit shine เลยก็ลองเข้าไปหาดาวน์โหลดกันได้ถ้าใครที่มีตัวนี้อยู่แล้ว แล้วยังเล่นไม่เป็นก็ทำไปพร้อมๆ กับผมได้เลยในบทความนี้นะครับ สำหรับการใช้งานในตัวแอพพลีเคชั่นของตัวมันเองนั้น เราสามารถตั้งค่าได้เลยว่าในหนึ่งวันเราจะตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายไว้เท่าไหร่ จะเดืนกี่ก้าว จะวิ่งกี่นาที จะว่ายน้ำกี่นาที จะนอนกี่ชั่วโมง เราสามารถตั้งค่าเป้าหมายต่างๆ ในตัวเราเอาไว้ก่อนได้เลย แล้วเราก็จะต้องทำตามเวลาที่เราได้ตั้งเอาไว้ด้วย ตัวเครื่องมันก็จะวัดค่าต่างๆ ตามที่เราตั้งเอาไว้ในตอนแรกนั้นเองครับ อย่างเช่นผมจะยกตัวอย่างเอาไว้แบบนี้ ผมจะตั้งไว้ว่าจะเดิน 20 นาที วิ่งอีก 20 นาที ว่ายน้ำอีก 20 นาทีในหนึ่งวันนะครับ แล้วเราก็ตั้งค่าในแอพไว้อย่างนี้ พอเมื่อครบในหนึ่งวันแล้ว เราก็สามารถมาเปิดดูได้จากในแอพพลีเคชั่นเลย ว่าเรานั้นสามารถออกกำลังกายหรือทำได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้หรือเปล่า

   เอาละครับ เมื่อการริวิวในบทความนี้มาถึงช่วงสุดท้ายแบบนี้ ต้องมาดูเรื่องของราคากันบ้างครับ ราคาของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้อยู่ที่ 4,xxx บาทครับ ผมแนะนำว่าใครที่ลดความอ้วนอยู่ แล้วอยากจะเช็คข้อมูลตัวเองนะ แนะนำเลยลองไปซื้อมาใช้ดูครับผม

   

LOMO instant กล้องถ่ายรูป instant camera

LOMO instant กล้องถ่ายรูป instant camera ที่ถ่ายออกมาได้อาร์ทสุดๆ

   เพื่อนๆ ยังจำกล้องถ่ายรูปที่เรียกว่ากล้องโพราลอยต์ในยุคก่อนหน้านี้ประมาณสัก 10-20 ปี ได้มั้ยครับ ก่อนที่กล้องถ่ายรูปในตอนนี้จะกลายเป็นกล้องแบบดิจิทัลกันหมดแล้ว กล้องถ่ายรูปในยุคก่อนที่ถ่ายออกมาปุบ รูปก็จะปริ้นท์ออกมาเลยทันที แต่รูปที่ได้นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะชัดเจนอะไรนะครับ ทั้งสีเพี้ยน ทั้งสีจาง ทั้งซีด ทั้งมัว แต่ก็ยังพอเห็นเค้าลางของรูปได้อยู่ แล้ววิวัฒนาการของกล้องก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นยุคของฟิล์ม แล้วก็มาเป็นรูปของกล้องดิจิทัลอย่างที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้นี่แหละครับ แต่วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคน ย้อนรอยอดีตกันไปในยุคนั้นเลย แต่เป็นการย้อนรอยอดีตแบบที่ยังมีความทันสมัยอยู่ไม่น้อย เรียกว่าประยุกต์เอากล้องแบบใหม่กับแบบเก่าเข้าด้วยกัน ให้เกิดความแปลกใหม่ เรียกสินค้าอินเทรนด์ที่จะนำมารีวิวในวันนี้ว่า instant camera นั้นเองครับ จะเป็นกล้องอย่างไร เดี่ยวผมจะพาไปดูทั้งภาพและรายละเอียดกันครับ

   

   หน้าตาของกล้อง lomo instant ก็เป็นประมาณนี้นะครับ บอกเลยว่าน่ารัก กิฟเก๋ ร่วมสมัยเลย เรื่องรูปลักษณ์ของกล้องดูทันสมัยก็จริง แต่เรื่องหลักการทำงานก็จะออกแนวย้อนยุคไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ย้อนยุคมากซะทีเดียว บอกเลยว่าเหมาะสำหรับวัยรุ่น วัยเด็ก วัยใส ครับ เพราะกล้องตัวนี้เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้ว ปริ้นออกมาแล้ว มันจะมีพื้นที่ว่างให้เราขีดเขียน เราเซนต์รายเซนต์ต่างๆ ลงไปในรูปได้เลย จะเขียนรูปนี้ว่า I love you , l miss you , my kiss อะไรก็ได้หมดเลย แล้วก็มีกรอบรูปที่ปริ้นท์ออกมาจากตัวกล้องด้วย เรียกว่า อารมณ์เหมือนเราไปถ่ายรูปสติกเกอร์ตามห้างเหมือนยุคก่อนหน้านี้ประมาณสัก 10 ปีน่าจะได้มั้ง พอทันกันหรือเปล่าครับเพื่อนๆ น้องๆ บางคนอาจจะไม่ทัน ตอนที่เราไปกับเพื่อนหรือไปกับแฟน เข้าไปถ่ายรูปสติกเกอร์กันตามตู้ตามในห้างอ่ะครับ อารมณ์จะประมาณนั้นเลยละครับ แต่ว่ากันว่า กล้อง lomo นี่ถือว่าเป็นต้นตำหรับของกล้อง instant แบบนี้เลยนะครับ เมื่อก่อนเคยผลิตออกมาแล้วไม่ดีสักเท่าไหร่ ถ่ายก็ยาก สีก็เพี้ยน ขอบรูปก็เป็นสีดำๆ ปึ้นๆ อีกด้วย เรียกว่าทำออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่พอมาเป็นตัวนี้แล้ว ก็ดีขึ้นเยอะครับ หลังจากที่ผมได้ทำการทดสอบเบื้องต้น ลองถ่ายรูปดูแล้ว ถือว่ามีการพัฒนามาเป็นลำดับครับผม

   

มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับกล้องตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ ตัวนี้เป็นกล้อง instant camera ที่ปรับแต่งได้มากที่สุดตัวหนึ่งในยุคนี้เลยก็ว่าได้ อย่างแรกเลยสามารถปรับค่าชดเชยแสงหรือ ISO ได้ ต่อมาก็มีกระจกเลนส์นูนขึ้นมาอยู่ด้านหน้ากล้อง ติดมาไว้เพื่อการเซลฟี่เลย ถ้าไม่เห็นภาพก็จะขออธิบายอย่างนี้นะครับ เคยเห็นตัวกระจกที่ตั้งไว้ตามปากซอยมั้ยครับ ที่เป็นกระจกนูนๆ เห็นได้ในซอยตรงข้าม เอาไว้ดูว่ารถมามั้ย อะไรทำนองนั้นนะครับ ก็ติดกระจกแบบนั้นมาให้ด้วย เพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะเลย ถัดมาก็มีปุ่มปรับแบบ muti-short ได้ด้วย ปุ่มนี้ก็จะทำงานประมาณว่า จะกดถ่ายครั้งเดียว แล้วให้รูปมันไหลลงมาเลยหลายๆ รูป หรือว่า จะถ่ายกดปุ่มชัติเตอร์ครั้งเดียวก็ได้จากการตั้งค่าในปุ่มนี้นั้นเองครับ ต่อมาอีกหนึ่งปุ่มที่สามารถปรับได้ในกล้องตัวนี้นะครับ เรียกว่าเป็นกล้องแนวอานาร็อคนิดๆ เพราะว่ามีปุ่มปรับเหมือน manual ค่อนข้างเยอะครับ เป็นปุ่มปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ด้วย ปุ่มนี้จะมีให้เลือกเพียง 2 ค่าเท่านั้น คือ 1/125 s ซึ่งเป็นแบบปกติ กับ แบบที่ 2 คือแบบ shutter B เลย คือเปิดความเร็วของหน้ากล้องค้างเอาไว้เลย ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่า ถ้าใครที่ไม่เซียนเรื่องกล้อง ไม่มีความรู้เรื่องของกล้องดีสักเท่าไหร่เนี่ยนะครับ ผมว่าค่อนข้างเล่นยากสักนิดหนึ่งนะ ต่อมาอีกหนึ่งปุ่มสุดท้ายครับ คือปุ่มปรับโหมดการทำงานของกล้อง จะทำงานด้วยปุ่มเดียวกันทั้งหมดก็คือ จะปิดเครื่อง เปิดเครื่อง จะปรับเป็นโหมด ออโต้ จะปรับเป็นโหมดแบบกำหนดเอง แบบมีแฟลช ไม่มีแฟลช สามารถปรับได้ที่ปุ่มนี้ปุ่มเดียวเลยครับ

   

ซึ่งเมื่อผมลองทดสอบดูเบื้องต้นแล้วนะครับ ก็ปรากฏว่าค่อนข้างที่จะถ่ายยากสักนิดจริงๆ ครับ เพราะว่ามีค่า f/16 เลยนะครับ ส่วนใหญ่ค่านี้คือจะเน้นถ่ายวิวมากกว่า ตรงที่ที่มีแสงพอดีๆ ถ้าจะให้ถ่ายในที่แสงน้อยๆ เนี่ยผมว่าไม่ดีสักเท่าไหร่นะครับ ซึ่งกล้องรุ่นนี้เน้นถ่ายแบบอาร์ทๆ นะครับผมว่า คืออะไรที่ต้องการในกล้อง อย่างเช่น ถ่ายในที่แสงน้อยได้ ภาพชัด แต่กล้องตัวนี้สวนทางกัน ถ่ายในที่แสงแดดเปรี้ยงๆ เลย แต่ถ่ายออกมาดูมึดไปทันใดเลย นี่คือความอาร์ทของกล้องตัวนี้นะครับ ประมาณว่าสินค้าอินเทรนด์ที่ผมมารีวิวในวันนี้ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานศิลปะนะครับ แนวอาร์ทสุดขึดอะไรแบบนั้น

LEOTECH MINI TV ดูทีวีดิจิตอลผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ

LEOTECH MINI TV ดูทีวีดิจิตอลผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ

   สวัสดีครับวันนี้ก็มาพบกันอีกแล้วกับบทความที่จะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ให้เพื่อนๆ ที่คอยติดตามบทความต่างๆ อยู่ใน 108plaza ของเราในตอนนี้นะครับ ซึ่งครั้งนี้ก็จะเป็นเรื่องราวของตัวอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวกับเรื่องของการดูทีวีครับ ใครชอบดูทีวีบ้างครับ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็จะต้องเปิดทีวีดูรายการนั้น รายการนี้ ดูละคร ดูเกมส์โชว์ต่างๆ และที่ตอนนี้ฮิตกันมากเลยก็คือรายการประกวดร้องเพลงนะครับ เปิดไปช่องไหนก็มีแต่รายการประกวดร้องเพลงนะครับ แล้วเพื่อนๆ เคยคิดมั้ยครับว่า ตอนนี้เราก็มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ อย่ากจะดูทีวีจากสมาร์ทโฟนแบบที่ไม่ต้องเปลืองสัญญาณเน็ตของเรา เพราะบางทีสัญญาณอินเตอร์เน็ตบางคนใช้แพ็คเกจน้อย ความแรงของสัญญาณไม่พอ ก็ดูทีวีผ่านเน็ตไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้โทรศัพท์หลายรุ่นก่อนที่จะมาเป็นสมาร์ทโฟนนั้นก็มีฟังก์ชั่นให้ดูทีวีได้ จะมีเสารับสัญญาณทั้งทีวี ทั้งวิทยุ มีมาให้ครบเลย ในหลายๆ ยี่ห้อเมื่อก่อนหน้านี้ พอมาเป็นโทรศัทพ์แบบสมาร์ทโฟน ฟังก์ชั่นการดูทีวีและเสารับสัญญาณทีวีมันก็ทำให้ดูล้าสมัยไปทันที ใครที่พกโทรศัทพ์ที่มีเสายึดออกมายาวๆ นี่เรียกว่าเชยจริงๆ เลย ส่วนใหญ่ผู้ผลิตก็ไม่ทำฟังก์ชั่นนี้ขึ้นมาในโทรศัทพ์รุ่นใหม่ๆ ในตอนนี้ แต่ยังมีค่ายหนึ่งที่ทำสมรร์ทโฟนที่สามารถดูทีวีดิจิตอลได้แบบไม่ต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตนะครับ ในปัจจุบันนี้ก็คือค่ายของ ไอโมบาย ที่จะมีหลายรุ่นที่สามารถดูทีวีดิจิตอลได้ด้วย รู้สึกจะมีค่ายเดียวที่ยังเน้นจุดเด่นที่ลูกค้าชอบดูทีวีก็จะซื้อสมาร์ทโฟนค่ายนี้ไปใช้กัน แต่ตอนนี้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้โทรศัทพ์ของไอโมบายที่ดูทีวีดิจิตอลได้ แต่ใช้แบรนด์อื่นๆ เราก็มีอุปกรณ์เสริมมารีวิวและมาแนะนำกันในวันนี้ครับ จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน จะสามารถดูทีวีดิจิตอลได้เหมือนกัน หาดูผ่านอุปกรณ์ตัวนี้ครับ เรียกว่า leotech mini tv ครับ สามารถซื้ออุปกรณ์ตัวนี้มาเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของคุณแล้วก็จะสามารถดูทีวีดิจิตอลได้แล้วครับ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มาดูกันเลยดีกว่าครับ

   นี่แหละครับคืออุปกรณ์ที่จะช่วยให้มือถือหรือสมาร์ทโฟนของคุณจะดูทีวีดิจิตอลได้โดยง่าย แบบไม่ต้องดูผ่านเน็ตครับ อุปกรณ์ก็จะตัวเล็กนิดเดียวเอง ซึ่งหลัการทำงานของตัวอุปกรณ์ตัวนี้เนี่ยนะครับ จะทำงานคู่กับตัวแอพลพีเคชั่นอีกทีหนึ่ง คือเมื่อจะเชื่อมต่อกับดิจิตอลทีวีได้ก็ต้องไปดาวน์โหลดแอพพลีเคชั่นมาก่อน มีชื่อแอพพลีเคชั่นว่า PadTV HD ครับ สามารถใช้ได้ทั้งตัวของ Android, IOS นะครับ ถ้าใครที่ใช้สมาร์ทโฟนที่เป็น Android นั้นก็ต้องควรที่จะเป็นเวอร์ชั่นประมาณ 4.1 ขึ้นไปนะครับ สเปคของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่จะทำงานคู่กับอุปกรณ์ตัวนี้ได้นั้นต้องอยู่ในระดับกลางๆ สักนิดหนึ่ง สเปคของ CPU ประมาณ 2 แกนสมองขึ้นไป ความเร็วหรือ RAM 1GB. ขึ้นไปก็น่าจะดีกว่านะครับ ทำงานจะได้เสถียรดี การดูทีวีจะได้ไหลลื่นไม่กระตุกนั้นเองครับ เมื่อดาวน์โหลดแอพพลีเคชั่นมาเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็จะมีเปิดแอพขึ้นมาแล้วตัวแอพก้จะค้นหาสัญญาณให้เลยโดยอัตโนมัตินะครับ ซึ่งตอนที่ผมได้อุปกรณ์ตัวนี้มารีวิวนั้นก็ได้ทำการทดลองอยู่เหมือนกันนะครับ

   ซึ่งตอนที่ผมทำการทดสอบไปเบื้องต้นแล้วเนี่ยนะครับ ผลการดูทีวีจากสมาร์ทโฟนของผมที่สเปคก็ค่อนข้างแรงนะครับ สมาร์ทโฟนของผมแบบ octa-core 8 แกนสมองเลยทีเดียว ความเร็วก็ 3GB. แต่ผลการทดสอบเนื่องจากตอนที่เปิดทดสอบเครื่องแรกอยู่ในอาคารที่คอ่นข้างทึบนะครับ การค้นหาสัญญาณก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ภาพที่ได้ก็จะกระตุกอยู่บ้าง แต่พอไปข้างนอกที่อาคารที่ไม่ค่อยทึบนั้นสัญญาณก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้ผมก็มีข้อติอยู่หลายอย่างเหมือนกันนะครับ อย่างแรกเลย คือมันจะเสียบเข้ากับตัว micro USB ขงอเราที่เป็นช่องชาร์จแบต เพราะฉะนั้น เราจะชาร์จแบตไปด้วย ดูไปด้วยไม่ได้ แล้วแบตเตอร์รี่ในมือถือผมเนี่ย ก็ค่อนข้างหมดเร็วเลยทีเดียวแหละ เรียกว่าถ้าดูนานๆ ก็คงไม่ได้ จะดูได้สักระยะหนึ่งเท่านั้นนะครับ

   ส่วนเรื่องของราคาค่าตัวของสินค้าอินเทรนด์ที่ผมได้นำมารีวิวแล้วเขียนเป็นบทความในวันนี้ก็อยู่ที่ 1,500 บาทมีทอนครับ ก็ถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับกล่องดิจิตอลทีวีทั่วไปที่ใช้กับทีวีปกตินะครับ เขาขายกันอยู่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ เท่านั้นเอง แต่เมื่อมาอยู่บนสมาร์ทโฟน ขายความเล็กของตัวกล่อง ราคาก็ค่อนข้างแพงอยู่พอสมควรนะครับสำหรับกล่องดิจิตอลทีวีบนสมาร์ทโฟนตัวนี้ สรุปว่า ถ้าใครที่ชอบดูทีวีจัดๆ ห่างไม่ได้เลย แบบนั้นผมว่าน่าซื้อครับ ส่วนใครที่ค่อยไปดูย้อนหลังเอาก็ได้ ไม่ได้ซีเรียสอะไร ก็ไม่น่าซื้อครับ

Kingston Mobilefife Wireless G2 อุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟน

Kingston Mobilefife Wireless G2 อุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนที่อเนกประสงค์ที่สุด

   เพื่อนๆ ชาว 108plaza เคยได้ยินตัวสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้ไหมครับ ผมเองก็เรียกชื่อที่เป็นภาษาไทยของมันไม่ถูกเหมือนกัน จะเรียกว่าอะไรดี เพราะมีมัคุณสมบัติเป็นทั้งตัวเลาท์เตอร์ที่กระจาย wi-fi ขนาดเล้กได้ แล้วก็เป็นทั้งตัวที่ช่วยชาร์จแบตเตอร์รี่สมาร์ทโฟนได้หรือเรียกว่าตัวเพาเวอร์แบงค์นั้นแหละครับ แล้วมันยังสามารถทำหน้าที่เป็นคล้ายเครื่องเซอร์ฟเวอร์ขนาดเล้กที่ช่วยแชร์ข้อมูลได้อีกด้วย ทั้งหมดที่พูดมานี้ ในตัวสินค้าที่เราจะรีวิวในวันนี้นั้นอยู่ในตัวเดียวกันทั้งหมดนะครับเพื่อนๆ แล้วทีนี้จะเรียกว่าเครื่องอะไรได้ละเนี่ย เองเองก็บัญญัติคำของมันไม่ถูกเหมือนกันละครับ แต่ที่รู้ๆ มันคือชื่อเรียกตามผู้ผลิตว่า Kingston mobilelife wireless g2 นี่แหละนะครับ รายละเอียดและการทำงานหลักของตัวสินค้านี้จะเป็นอย่างไรมาติดตามดูกันเลยดีกว่าครับผม

   นี่แหละครับ ที่เพือ่นๆ เห็นอยู่ในรูปนี่แหละนะครับที่เสียบตัวทั้มไดร์ฟได้ด้วย เสียบตัว sd card ได้ด้วยนี่แหลครับ รูปร่างหน้าตาเป็นแบบนี้เลย สาเหตุที่ผู้ผลิตตัวฮาร์ดแวร์รายใหญ่อย่าง Kingston ที่ออกโรงมาผลิตเจ้าตัวโปรดักส์ตัวนี้เนี่ยนะครับ ก็คือว่าในยุคนี้เนี่ย ผู้คนส่วนใหญ่ก็พกแต่เครื่องสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ด หรือว่าอัลตร้าบุ๊คกันไปทำงานซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางทีเนี่ยมันก็ต้องการเรื่องของการกระจายตัว wi-fi เพื่อปลอ่ยสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้เครื่องเหล่านั้นได้ บางทีไปทำงานนอกสถานที่เราก็ไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับอุปกรณ์ไอทีทุกตัวอยู่แล้ว ส่วนมากก็จะต่อแต่สมาร์ทโฟนหรือมือถือของเราอย่างเดียวเนี่ยนะครับ แล้วทีนี้เนี่ยนะครับ อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้นว่า ความสามารถของตัวสินค้าที่มารีวิวในวันนี้เนี่ยนะครับ มันสามารถเป็นตัว เลาท์เตอร์ ที่กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งแน่นอนบางคนบอกว่าจะต้องซื้อทำไม ก็สมาร์ทโฟนของเราเนี่ยนะครับ มันก็ปล่อยแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตออกมาให้เครื่องอื่นๆ ได้อยู่แล้ว ก็เปิดแชร์ไปก้ได้ แต่แน่นอนว่าถ้าเปิดแชร์จากมือถือ มือถือก็จะแบตหมดเร็ว เครื่องก็ร้อนอีกต่างหาก ใช้งานไปนานๆ ไม่ดีแน่ แต่ถ้าต้องการใช้งานนานๆ ก็ต้องตัวนี้ดีกว่า แถมพกพาได้ง่ายกว่าด้วย

   ผมขอยกตัวอย่างเรื่องความสามารถของมันอย่างแรกเลย ก็คือ ตัวมันเองสามารถเป็นเลาท์เตอร์ได้ สมมติว่าเราจะไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ บางร้านจะให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้แค่เครื่องเดียวหรือได้รหัสเข้า wi-fi ที่ร้านเครื่องเดียวเท่านั้น แต่ทีนี้เราต้องทำงานด้วย ต้องการจะเปิดแท็ปเล็ดด้วย ต้องการจะเปิดอัลตร้าบุ๊คด้วย ทีนี้จะทำอย่างไร ก็ใช้ตัวนี้เลย มันจะเชื่อมต่อตัวสัญญาณ wireless จากร้านกาแฟแบบอัตโนมัติเลย แล้วก็ทำหน้าที่ปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาได้ เราก็จัดการต่อเครื่องต่างๆ เข้าจากตัวอุปกรณ์ตัวนี้ได้เลย ง่ายๆ มั้ยละครับ ซึ่งความสามารถในตัวเลาท์เตอร์ของมันยังไม่หมดเพียงแค่นั้นนะครับ มันยังทำหน้าที่เป็นตัวเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กได้ด้วย ในกรณีที่พอเพื่อนๆ ไปทำงานหลายๆ คน ต้องการที่จะดึงข้อมูลไฟล์เอกสาร ไฟล์ต่างๆ เพื่อนส่งต่อกัน เราก็ง่ายๆ เลยครับก็นำข้อมูลเหล่านั้นเซฟเข้ากับทั้มไดร์ฟเลย แล้วก็เสียบทั้มไดร์ฟของเราเข้ากับตัวเลาท์เตอร์ตัวนี้ ใครที่อยู่ในวง LAN ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต wi-fi ตัวนี้อยู่ก็จะสามารถเข้าไปดึงข้อมูลที่บันทึกอยู่ในทั้มไดร์ฟตัวนั้นได้เลย แบบไม่ต้องยุ่งยาก copy แล้วก็ส่งต่อให้ทีละคนๆ ให้ยุ่งยาก นี่คือคุณสมบัติแรกเท่านั้นนะครับ ยังไม่หมดเท่านี้สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ที่นำมารีวิวในวันนี้กัน

   แน่นอนว่าความสามารถในการทำงานของเราได้นั้นต่อมามันคือเรื่องของการแปลงร่างตัว wireless ที่ปล่อยที่ปล่อย wi-fi ออกมาได้แล้ว มันก็ยังเป็นตัวเพาเวอร์แบงค์ที่มีความจุของแบตเตอร์รี่อยู่ภายในถึง 4640 mAh เลยทีเดียว ก็จะชาร์จพวกแท็ปเล็ด ไอแพด ไอโฟน สมาร์ทโฟนต่างๆ ได้หนึ่งเครื่องด้วยกัน ซึ่งทาง Kingston ก็บอกข้อมูลมาว่าด้วยควาจุขนาด 4640 mAh นี้จะสามารถชาร์จไฟให้กับแบตเตอร์รี่อื่นได้ที่ความจุ 3000 mAh เท่านั้น ที่ชาร์จไฟได้น้อยกว่าความจุจริงไม่ได้แปลว่าของเค้าไม่ดีนะครับ คือมันเป็นหลักการของตัวเซลของแบตเตอร์รี่เลย เพราะว่าจะปล่อยกระแสไฟออกไปหมดเลยไม่ได้ ต้องเก็บไว้หล่อเลี้ยงวงจรต่างๆ ให้กลับไปชาร์จไฟเข้าได้อีกในครั้งต่อไปนั้นเองครับ

   เรียกว่าตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มีความสามารถรอบด้านจริงๆ ครับ ใครที่ชอบออกไปทำงานนอกสถานที่ ต้องควรที่จะมองหาอุปกรณ์ตัวนี้เอาไว้ใช้งานกันก็ได้ ส่วนเรื่องของราคาค่าตัวสินค้าตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 1,790 บาทครับ ก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวแทนจำหน่ายในแต่ละร้านจะขายเท่าไหร่นะครับ ก็ลองไปหาซื้อกันได้