Archive for April 2016

TestDrive Yamaha Exciter 150 มอเตอร์ไซต์ที่ให้ทั้งความแรงและความประหยัดตลอดการเดินทาง

   คนชอบ 2 ล้อต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ สำหรับในตอนนี้ 108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการทดสอบกันครับ สิ่งที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้น ก็คือมอเตอร์ไซต์จากค่าย ยามาฮ่า อีกหนึ่งรุ่นครับ จะมีดีไซน์ที่สวยถูกใจแฟนๆ 2 ล้อหรือไม่ แล้วการทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ของผมและทีมงานจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

   มอเตอร์ไซต์ที่เพื่อนๆ เห็นกันอยุ่ในภาพด้านบนนี้คือ Yamaha Exciter 150 ครับ เรื่องของดีไซน์นั้นก็คงต้องบอกว่ามันไม่ใช่รถบิ๊กไบท์ แต่มันคือรถมอเตอรืไซต์แบบ ทัวร์ริ่งไบท์ เป็นมอเตอร์ไซต์ที่สามารถขับขี่ในระยะทางไกลๆ ได้แบบไม่รู้สึกว่าเหนื่อยมากนัก แล้วก็การขับขี่ก็สะดวกสบายดีครับ ในครั้งนี้เองเราทำการทดสอบการด้วยระยะทางไกลๆ เลย ประมาณ 1 พันกิโลเมตร ซึ่งทางยามาฮ่าเองก็ได้มีการจัดทริปทดสอบรถมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้ขึ้นมาให้สือมวลชนทุกแขนง รวมไปถึงนิตยสารที่ฉบับได้เข้ามาร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วยนะครับ แล้วเราเองก็ได้รับเกรียรติจากทาง ยามาฮ่า ด้วยเช่นกัน

   สำหรับการทดสอบมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้ในครั้งนี้ เราทำการทดสอบกันที่เส้นทางใน 3 รูปแบบด้วยกัน ทั้งทางเรียบ ทางขึ้นเขา รวมไปถึงรูปแบบของถนนเปียกเพราะในระยะทางที่เราขับขี่อยู่นั้นมีฝนตกลงมาด้วย รวมไปถึงทางวิบากเราก็ไปทดสอบกันนะครับ เรื่องของดีไซน์ในตัวรถนั้นก็ดูโฉบเฉียวดีครับ ในฟังก์ชั่นของตัวรถนั้นดูจะทันสมัยดีครับ ตัวเรือนไมค์ต่างๆ เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ตัววัดรอบ ไฟบอกเกียรื ตัวทริปหนึ่ง ทริปสอง รวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อันนี้มีบอกมาทั้งหมดในตัวเรือนไมค์ด้านหน้าครับ ไฟด้านหน้าก็จะเป็นไฟ day light มาให้ ไฟท้ายก็จะเป็นไฟแบบ LED ก็ดูสวยงามดีครับ มาดูสเปคของเครื่องยนต์กันบ้าง จะมีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุเครื่องยนต์อยู่ที่ 150 ซีซี แล้วยามาฮ่าเองก็ออกแบบเสื้อสูบต่างๆ ภายในเครื่องยนต์เป็นแบบ ไดอะซิล ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง ยามาฮ่า เค้าเองนะครับ ให้กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 15.4 แรงม้า ถามผมว่าแรงม้าเท่านี้ มันแรงไหม ตอบได้เลยว่าหลังจากที่ได้ไปทดสอบมาในระยะไกลพอสมควรเนี่ยนะครับ เจอทุกสภาพถนน ผมว่าเครื่องยนต์ตอบสนองต่อแรงบิดได้ดีครับ เครื่องแรงเลยทีเดียว อัตราเร่ง 0-90 เนี่ย ในความรู้สึกผมว่าทำได้ดีครับ มีแรงบิดที่ตอบสนองต่อคันเร่งได้ดี แต่ก็มีข้อเสียตรงแรงปลายบางครับ คือความเร็วตั้งแต่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป อาจจะมีอาการตอบสนองช้านิดหน่อย แต่เมื่อเราเปิดคันเร่งเยอะๆ รถก็มีแรงดึงและทยานไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องครับ

   ตัวถังน้ำมันของรถคันนี้มีความจุอยู่ที่ 4.2 ลิตร เมื่อเราได้ทดสอบแล้วก็วิ่งได้ยาวๆ กันประมาณ 160 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว คำนวณค่าการสิ้นเปลืองน้ำมันก็อยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อลิตรนะครับ ตัวเลขนี้คือการขับขี่แบบจัดเต็มนะครับ แต่ถ้าขับขี่แบบอีโค้ ก็อาจจะทำตัวเลขการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ดีกว่านี้นะครับ ล้อหลังให้ขนาดล้อมาที่ 120 แต่ว่าล้อหน้านั้นให้มาเล็กไปนิดหนึ่งนนะครับ มีขนาด 70 เท่านั้นเอง ดูเล็กครับล้อหน้า ซึ่งถ้าเข้าโค้งในความเร็วสูงๆ เนี่ยต้องใช้ความระมัดระวังกันสักนิดหนึ่ง แล้วในช่วงทางเปียกที่มีฝนตกด้วยเนี่ย ต้องเพิ่มความระมัดระวังกันอย่างเต็มที่ครับ แต่การที่เค้าให้ยางหน้าขนาดเล้กมาเนี่ย ผมว่าถ้าใครที่จะเอาไว้ใช้งานในเมือง ที่มีการจราจรเยอะๆ เนี่ย ผมว่าสามารถใช้งานได้อย่างคร่องตัวเลยทีเดียวครับ ในเรื่องของระบบการป้องกันการสั่นสะเทือนหรือระบบโช้คนั้น ผมว่าถ้าวิ่งในเมืองที่ไม่ค่อยมีทางขรุขระเนี่ย ให้ความนิ่มนวลได้ดีเลยทีเดียว ถ้าไปวิ่งทางวิบากเนี่ย โช๊คหลังทำงานได้ดีครับ แต่โช๊คหน้านั้นเมื่อไปเจอทางลูกระนาดหรือว่าเจอหลุมใหญ่ๆ โช๊คหน้าจะมีการสั่นและมีเสียงดังที่ได้ยินมาชัดเจนเลยทีเดียวครับ ใครที่ชอบลุยๆ ก็อาจจะต้องเอาโช๊คหน้าไปปรับเซทเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็จะดีขึ้นครับ ในส่วนของระบบเบรกเป็นจานดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ซึ่งความรู้สึกต่อระบบเบรกที่ได้นั้น ในช่วงขับขี่แรกๆ เบรกจะยังไม่ร้อน อาจจะทำให้เบรกแล้วรู้สึกว่ามันทื้อไปนิดหน่อย แต่พอวิ่งไปได้สักระยะหนึ่ง การเบรกก็จับติดดีเลยทีเดียว ถือว่ารู้สึกปลอดภัยในเรื่องของระบบเบรกในรถคันนี้ครับ

   สำหรับใครที่กำลังมองหา gadget สินค้าอินเทรนด์แบบนี้หรือว่ารถมอเตอร์ไซต์แบบนี้อยู่ ก็ต้องเข้าไปสัมผัสตัวจริงกันได้แล้วที่ศูนย์บริการยามาฮ่าทั่วประเทศครับ ในส่วนตัวผมเองกับความรู้สึกที่ได้ทำการทดสอบมา ผมว่าขับขี่ในทางเรียบในระยะทางไกลๆ ผมว่าค่อนข้างที่จะให้อารมณ์ในการขับขี่ที่ดี ไม่เมื่อย แต่อาจจะไม่เหมาะกับเส้นทางวิบากหรือว่าทางขรุขระมากนักเท่านั้นเองครับ

Review Honda Forza 300 มอเตอร์ไซต์คันนี้มีดีที่ตรงไหน

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ 108plaza ทุกท่าน ก็อย่างเช่นเคยนะครับเราก็จะมี gadget สินค้าอินเทรนด์และ gadget เด็ดๆ ที่จะมารีวิวกันอีกเช่นเคย คราวนี้เป็นคิวของรถมอเตอร์ไซต์ค่าย ฮอนด้า อีกหนึ่งรุ่นใหญ่ มาทำการรีวิวกันครับ ก็คงน่าจะถูกใจเพื่อนๆ ที่รักการขับขี่มอเตอร์ไซต์แนว Touring กันบ้างนะครับ ไม่เสียเวลากันนะครับ เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปดูรูปตัวอย่างของรถที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ แล้วก็พร้อมๆ กับรายละเอียดของตัวรถกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ เมื่อได้เห็นรูปของรถที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ สวยถูกใจเพื่อนๆ กันบ้างไหมครับ รถคันนี้มาจากค่าย Honda ที่มีชื่อรุ่นว่า Forza 300 นั้นเองครับ ก็ต้องบอกว่ารถรุ่นนี้ได้เปิดตัวออกมาวางจำหน่ายในบ้านเราสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ แต่ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยังทันสมัย รวมไปถึงเรื่องของการดีไซน์ในตัวรถที่ดูสวยงาม ก็ทำให้รถรุ่นนี้ยังเป็นกระแสอยู่ในทุกวันนี้ครับ ผมก็เลยจัดการขอรถกับทาง ฮอนด้า เองมาทำการรีวิวกันซะเลย ซึ่งถ้ามองรถคันนี้แล้วเนี่ย ผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับผู้ที่จะขับขี่ต้องเป็นคนแนวแบบว่าตัวเล็กๆ แตชอบขับมอเตอร์ไซต์ แต่บางทีคนตัวเล็กๆ เนี่ยเค้าจะไปขี่มอเตอร์ไซต์บิ๊กไบท์คันใหญ่ๆ หนักๆ ก็คงจะไม่ไหว ก็อาจจะต้องหันมามองมอเตอร์ไซต์แนวแบบนี้นะครับ

มาดูเครื่องของสเปคเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซต์คันนี้กันบ้างนะครับ ตัวเครื่องยนต์เองเป็นเครื่องแบบ 4 จังหวะ ขนาดความจุของเครื่องก็อยู่ที่ 279 ซีซี ก็อยู่ในพิกัดของรถ 300 ซีซี นะครับ ก็ต้องถือว่าตัว Forza 300 เนี่ยเป็นพี่ใหญ่สุดในตระกูล Forza นะครับ ตัวล้อหน้าให้ขนาดล้อมาที่ขอบ 14 แล้วด้านหลังก็จะเป็นล้อขอบ 13 นิ้ว ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่เป็นในเวอร์ชั่นก่อนหน้าเนี่ยนะครับ ขนาดล้อก็จะเล็กลง 1 นิ้ว สำหรับตัวเรือนไมค์ด้านหน้านั้นก็จะประกอบไปด้วยตัวมาตราวัดต่างๆ ก็มีวัดระดับน้ำมันในถัง มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ แล้วที่พิเศษไปกว่านั้นคือมีตัววัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์มาให้ด้วย แต่ข้อเสียอีกหนึ่งจุดที่เราจับได้แล้วก็มองเห็นชัดเจนเลยในรถรุ่นนี้นะครับ ก็คือว่า ตรงกุญแจของรถรุ่นนี้จะเป็นกุญแจแบบธรรมดาเลย ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมาช่วยให้ความหรูหราเลย ก็ใช้กุญแจเสียบแบบปกติ แต่ถ้าผมเองก็เลยไปรีวิวตัว forza 250 มาแล้ว ตัวรุ่นน้องตัวนั้นจะเป็นกุญแจรีโมท คือการทำงานของมันก็จะมีดูกว่านี้นะครับ แค่เราพกรีโมทเอาไว้ติดตัว พอเดินไปใกล้ๆ อยู่ในระยะของตัวรถเนี่ย เราก็สามารถกดสตาร์ทเครื่องได้เลย แต่ตัวนี้เป็นแค่กุญแจอย่างเดียวนะครับ ก็ถือว่าด้อยกว่ารุ่นน้องครับ แต่อีกหนึ่งจุดเด่นของรถ forza 300 คันใหญ่คันนี้นะครับ ทาง ฮอนด้า เองก้ได้เครมเอาไว้ว่า ตัวพื้นที่เก็บสัมภาระด้านใต้เบาะนั้น จะสามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบเต้มใบได้ถึง 2 ใบด้วยกันนะครับ ก็ใครที่เดินทางไกลๆ ก็สามารถเก็บหมวกกันน็อคได้ดีเลย ไม่ต้องกลัวหายนะครับ แล้วก็มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่เป็นเก๊ะด้านหน้าอีก 2 ที่ พร้อมกับมีสวิทซ์เปิดปิดอีกด้วยนะครับ วิธีการสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถร่นนี้นะครับ ก็จะต้องเปิดสวิทซ์กุญแจขึ้นมา แล้วก็ทำการบีบเบรคทางด้านซ้ายเอาไว้ ทางด้านขวาไม่ติดนะครับ พอบีบเบรกด้านซ้ายแล้ว ก็กดปุ่ม run on-off ก็จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ติดขึ้นมานะครับ ส่วนอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ ก็มีมาครบนะครับ แตร ไฟเลี้ยว ไฟขอทางหรือว่าไฟฉุกเฉิน ก็มีมาให้ครบเลย แต่อีกหนึ่งจุดที่อาจจะเป็นข้อเสียสำหรับใคราบางคนอีกหนึ่งจุดตรงด้านท้ายนะครับ ตรงไฟท้ายของรถรุ่นนี้เนี่ย การออกแบบมาได้ดูสวยงามดีครับ แต่ตัวไฟท้ายนั้นยังเป็นไฟแบบหลอดธรรมดาอยู่นะครับ ยังไม่ได้เป็นไฟแบบ LED ก็น่าเสียดายครับ เพราะว่าถ้าเป็น LED ก็จะดูสวย ดูหรู กว่านี้อีกนิดหนึ่งนะครับ

   แต่เมื่อได้ทดลองขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ดูแล้วนะครับ อีกหนึ่งจุดเด่นที่ชอบที่สุดของตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้นะครับ ก็คงจะเป็นที่ความนุ่มนวลของการขับขี่ครับ สอดคล้องกับทางฮอนด้าเองได้ที่นำระบบการป้องกันการสั่นสะเทือนจากตัวเครื่องมาสู่บอดี้ของตัวรถ ทำให้ลดการสั่นสะเทือนลงได้เยอะเลยทีเดียว การขับขี่ในระยะทางไกลๆ เนี่ยผมว่าไม่รู้สึกว่าเมื่อยหรือลำบากเลยนะครับ ก็ถือว่าเป็นภาพรวมของการรีวิวเบื้องต้นของรถ Honda forza 300 ในครั้งนี้ครับ

รีวิว Lenovo vibe X3 สมาร์ทโฟนกล้องเทพ ลำโพงเสียงดี เล่นเกมส์ได้เจ๋งในราคาหมื่นกลางๆ

 

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนสเปคแรงอีกหนึ่งรุ่นครับ ใครที่มีโครงการวางแผนจะเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่เดี่ยวเรามาเริ่มแกะกล่องตัวสมาร์ทโฟนจากค่าย Lenovo vibe X3 ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ

   สำหรับตัว Lenovo vibe X3 ตัวนี้ก็มีความสวยงาม หรูหรา ครับ เรียกว่าหน้าจอนั้นมาพร้อมกับจอแบบ IPS ด้านหน้าเป็น gorilla glass 3 ครับ ความคมชัดของหน้าจอก็ระดับ Full Hd ครับ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาเนี่ยก็จะเปิดขึ้นมาจะเห็นว่าตัวขอบจอเนี่ยค่อนข้างบางครับ ใครที่ชอบดูหนัง ดูซี่รี่ย์ บนสมาร์ทโฟนเนี่ย เรียกว่าได้อรรถรสในการดูที่ดีเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อติครับ สำหรับตัวหน้าจอ คือความสว่างของหน้าจอมันน้อยไปนิดหนึ่ง เวลาที่อยู่กลางแดด กลางแจ้งเนี่ยบางจะไม่ค่อยเห็นหน้าจอเอานะครับ ซึ่งถามว่าราคาค่าตัวของรุ่นนี้ต้องทำจอได้ดีกว่านี้นะผมว่า ก็พูดกันตรงๆ แบบนี้ละนะครับ เพราะเราเองไม่ได้ค่าโฆษณาอะไร เรามารีวิวกันแบบชัดเจนกันไปเลย สำหรับราคาสมาร์ทโฟนรุ่นนี้บอกเลยว่าอยู่ที่ประมาณ 16,xxx บาทนะครับ ก็อาจจะมีบางร้าน บางตัวแทนขายราคาต่ำกว่านี้นิดหน่อย แล้วก็มีของแถมอะไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ว่ากันไปตามโปรโมชั่นที่ร้าน ต่อมาครับ เรื่องของลำโพงที่เป็นลำโพงด้านนอก ไม่ใช่ลำโพงสนทนา จะมีลำโพงมาให้ถึง 2 ตัว 2 ข้าง ดังทั้ง 2 ข้างเลย เรียกว่ามิติของเสียงเนี่ยให้คะแนนเต็ม 10 ไปเลยก็ได้นะครับ ดังแบบฟังได้มิติดีมากครับ ไม่ใช่ดังอย่างเดียวแล้วไม่เพราะ อันนั้นไม่ใช่ครับ ส่วนปุ่มต่างๆ จะอยู่บนขอบจอเลย จะไม่มีไฟ LED บอก ด้านบนจะมีกล้องหน้าให้ความละเอียดของกล้องมาที่ 8 ล้านพิกเซล เบื้องต้นผมได้ลองทำการเซลฟี่เองบ้างแล้ว แล้วก็ให้สาวๆ สวยๆ ในทีมงาน 108plaza ของเราได้เซลฟี่ดูแล้ว ต้องบอกเลยว่ากล้องดีครับ กล้องเซลฟี่ได้ไม่ขี้เหร่เลย บอดี้รอบๆ ตัวเครื่องเนี่ยเป็นอลูมิเนียม ให้ความหรูหราพอสมควร แต่การจับทั้งบอดี้เนี่ยก็มีความหนักอยู่นิดหนึ่งนะครับ เพราะบอดี้อัดแน่นมาอย่างดี แน่นๆ เลยนะครับ แต่ไม่ถึงกับหนักมากนะครับ ด้านบนของตัวเครื่องที่อยู่ข้างๆ กับแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร จะมีตัวอินฟาเรดมาให้ด้วย เอาไว้สแกนเวลาที่เราอยากจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของเราให้เป็นรีโมททีวี รีโมทแอร์ รีโมทอะไรก็ตามที่มันสามารถค้นหากันเจอ ก็ใช้ได้เลยครับ ตัวเครื่องด้านในเนี่ยสามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด แต่เป็นการใส่ถาดซิมแบบ hybrid คือต้องเลือกว่าต้องใส่ micro sd card หรือว่าจะใส่ซิมการร์ดนั้นเอง สามารถใส่หน่วยความจำสำรองได้มากที่สุด 128 GB เท่านี้ยังไม่พอครับ ตัวเครื่องสามารถรองรับการชาร์จไวอีกด้วย การชาร์จกับหัวชาร์จที่ให้มาก็ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เต็ม หัวชาร์จให้แรงดันไฟอยู่ที่ 2A ความจุของตัวแบตเตอร์รี่ในเครื่องนั้นให้มาที่มากพอสมควรครับ เรียกว่าใช้งานได้เกินวันแน่นอน ความจุที่ให้มานั้น 3500 mAh

   มาต่อกันที่กล้องหลังที่ความละเอียด 21 ล้านพิกเซล ถือว่าเยอะเลยครับ แล้วก็ใช้ตัวเซนเซอร์ของทาง sony MX-234 อีกด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาครับสำหรับกล้องตัวนี้ พร้อมกับไฟแฟลดช์แบบทูโทน ถัดมาก็เป็นการทดสอบในเรื่องของตัวสแกนลายนิ้วมือครับ ข้อเสียคือมันสามารถจำได้แค่ 2 นิ้วเท่านั้น แต่ข้อดีคือมันตรวจจับได้เร็วมากครับ ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วก็สแกนได้ดีครับ ฟี่เจอร์เด่นๆ ที่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่ไม่พูดไม่ได้เลย นั้นก็คือ การกดปุ่มลดเสียงติดกัน 2 ครั้ง จะเป็นการกดถ่ายรูปแบบเดียวนั้น ทันที กดแชะ ถ่ายเลย เราแค่เลงไปเลยครับ เลงไปที่เราจะถ่ายด้วยกล้องหลัง กดไปเลยปุ่มลดเสียง 2 ครั้ง ถ่ายทันที เรียกว่าเด็ดครับ แล้วโฟกัสดีด้วยนะครับ ภายที่ลองถ่ายออกมาเนี่ยคมชัดเลยทีเดียว แต่ข้อเสียภายในที่ผมได้ตรวจเจอในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อีกหนึ่งอย่างคือ ในเรื่องของตัวตรวจจับ wifi ที่ตัวเครื่องเนี่ยมันจะช้านิดหนึ่ง แล้วบางทีก็จะทำให้สัญญาณมันหายไป ซึ่งเรื่องพวกนี้อาจจะต้องรอแก้ที่บั๊กซ์ของนักพัฒนาระบบก็น่าจะได้นะครับ

   สำหรับใครที่เป็นแฟนของ Lenovo อยู่แล้วเนี่ยถือว่าใช้หรือซื้อไปแล้วคิดว่าคุ้มครับในราคาประมาณหมื่นกลางๆ ในรุ่นเรือธงหรือรุ่นสูงๆ เนี่ย แล้วใครที่ชอบเซลฟี่เนี่ย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์ครับ มันคุมสีของภาพได้เนียนดีครับ การถ่ายวีดีโอก็สามารถคุมเสียงระบกวนได้ดีครับ ภาพที่ได้มาก็เยี่ยมเลย ถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ที่มารีวิวในครั้งนี้ มันคุ้มค่ากับราคาหมื่นกลางๆ อย่างที่บอกไปครับ

Review Acer Liquid X2 สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ใส่ได้ 3 ซิม


   Gadget สินค้าอินเทรนด์ครั้งนี้คงจะถูกอกถูกใจคนที่มีหลายเบอร์ แต่ไม่ได้หลายใจกันมากเลยทีเดียวนะครับ ปกติแค่ใช้มือถือที่ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด บางทีมันรู้สึกว่าไม่พอใช้งาน มันสลับรางกันยากสำหรับคนที่มีกิ๊กเยอะๆ อะไรแบบนั้น อันนี้หยอกเล่นนะครับเพื่อนๆ มาเข้าสู่เนื้อหาที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ของ 108plaza กันดีกว่า เรามีสมาร์ทโฟนสเปคไม่ธรรมดาจากค่าย acer มาทำการรีวิวกันครับ อาจจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ผมได้ทำการรีวิวเลยก็ว่าได้ เพราะสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ใส่ซิมได้ 3 ซิมการ์ดเลยทีเดียว จะเจ๋งแค่ไหนนั้น มาดูกันครับ

   สมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นในรูปมีชื่อรุ่นว่า acer liquid X2 ครับ ใครที่มีเบอร์เยอะๆ มีครบทุกเครือข่ายเลยเนี่ยนนะครับ ผมว่าใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะถูกใจมากเลยทีเดียว เมื่อดูรอบๆ ตัวกล่องตอนที่ผมได้เครื่องมารีวิวนะครับ ก็ดูสวยงามเป็นกล่องสีดำตัดสีเทา เรียบๆ ดีครับ ข้างกล่องก็จะบอกสเปคคร่าวๆ มาว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 lollipop ซีพียุแบบ 8 แกนสมอง Octa-core หน้าจอมีขนาด 5.5 นิ้ว แต่ดูๆ ไปเนี่ยสเปคข้างๆ กล่องหลายอย่างที่ไม่ตรงกับสเปคเครื่องนะครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าคนออกแบบบรรจุภัณฑ์กับแผนกผลิสตัวสินค้าของทาง acer เค้าไม่ได้คุยกันหรืออย่างไร จะมีปัญหาเรื่องแพ็คเก็จไม่ตรงกันอยุ่หลายๆ รุ่น หลายๆ ตัวเลยทีเดียวตั้งแต่ที่เคยรีวิว acer มานะครับ สำหรับสเปคกล้องของตัวเครื่องนั้นให้ความละเอียดของกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาที่ 13 ล้านพิกเซลเท่ากันเลย ไม่มีใครน้อยหน้าใครครับ ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มา 4000 mAh ก็ถือว่าเยอะครับ ให้แบตมาอึดทีเดียว ระบบของเสียงลำโพงของตัวเครื่องก็เป็นแบบ DTS sound ด้วย อันนี้คือสเปคคร่าวๆ ของตัวกล่องที่ให้มานะครับ

   เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาก็จะเห็นว่ามีตัวเครื่อง ก็ดูดีครับ ดีไซน์และวัสดุที่นำมาทำ ถือว่าดูดีเลยทีเดียว สิ่งที่แถมมาให้ในกล่องก็จะมีเคสแถมมาให้หนึ่งชิ้น จากนั้นก็จะมีหัวชาร์จไฟ สายชาร์จไฟ แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมาให้พร้อมกับใบรับประกันสินค้า อีกหนึ่งชิ้นสุดท้ายที่ให้มาในกล่องก็จะเป็ฯหูฟังแบบ in-ear ครับ

   ทีนี้มาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง พระเอกของเรา เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาดู ตัวหน้าจอสีสันสดใสอยู่ในระดับคุณภาพดีเลย ความคมชัดของหน้าจออยู่ในระดับ HD ความละเอียด 128*720 พิกเซล การดีไซน์ตัวเครื่องด้านหน้าจะมีไฟแฟลดช์มาให้ด้วย เอาไว้ถ่ายภาพในที่มึดได้ ซึ่งผมก็ได้ลองถ่ายภาพมาบ้างแล้วนะครับ ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่เซลฟี่ได้ดีเลยละ แต่อาจจะไม่ได้แจ่มหรือสีสดๆ เหมือนกับหลายๆ รุ่นที่ราคาแพงๆ กว่านี้นะครับ ถ้าให้คะแนนก็อยู่ที่ 8 เต็ม 10 ปุ่มต่างๆ ในตัวเครื่องเป็นแบบ on screen หมดเลย เมื่อเปิดฝาหลังออกมา จะเห็นว่าจุดเด่น ที่เป็นพระเอกของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ คือมันมีช่องใส่ซิมการ์ดได้ทั้งหมด 3 ซิมอ่างที่บอกไป แต่ตามที่เช็คมาแล้วนะครับ หลายท่านสงสัยว่า เอ๊ะ ทั้ง 3 ซิมที่ใส่ได้นั้น มันสามารถที่จะใช้งาน 4G LTE ได้เพียงซิมแรกเท่านั้นเอง ไม่สามารถใช้ 4G ได้ทั้งหมด แต่อีก 2 ช่องใส่ซิมที่เหลือจะสามารถรองรับ 3G ได้นะครับ ตัวฝาหลังจับดูแล้วเป็นพลาสติกกึ่งเงาครับ สำหรับตัวแบเตอร์รี่ที่ให้ความจุมามากถึง 4000 mAh แล้วนั้น ยังสามารถที่จะถอดเปลี่ยนได้ ส่วนเรื่องของงานประกอบ ชิ้นงาน ดูดีครับ เมื่อปิดฝาหลังเรียบร้อย ดูแน่นหนาดีเหมือนกัน แต่จุดที่น่าเสียดายสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบชิปประมวลผลที่เป็น MTK ก็อาจจะไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่ ใครที่เป็นแฟน snapdragon ก็อาจจะไม่ซื้อ แต่ถามว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใช้ชิปประมวลผลเป็นตัว MTK MT-6753T เทอร์โบด้วยนะครับ ถือว่าการใช้งานในรูปแบบทั่วไป เข้าเว็บ เล่นแอปต่างๆ เล่นเกมส์แบบเบาๆ ที่ไม่ต้องพึ่งกราฟฟิกมากๆ ถ้ากราฟฟิกมากๆ หน้าจออาจจะไม่รองรับ อาจจะค้าง อาจจะหน่วงบ้าง แต่ถามว่าใช้งานได้ไหลลื่นไหม กับชิปประมวลผลตัวนี้ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังครับ สำหรับคนที่คิดจะลองใช้ตัว MTK อย่างที่บอกไป ให้ RAM 3 GB ROM 32 GB ถือว่าความแรงเนี่ยไม่ทำให้รู้สึกว่ามันช้าเลยละครับ ความจำภายในตัวเครื่องถ้าใครที่ไม่บ้าเก็บของ ไม่เก็บรูปเยอะ ก็เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้วนะครับ หรือบางคนอาจจะเน้นเก็บรูป เก็บวีดีโอเฉยๆ ไม่มีเพลง ไม่มีหนัง ไม่มีแอปอื่นๆ อันนี้ก็เพียงพอเช่นกัน เมื่อผมได้ทำการเทสด้วยแอป antutu ก็ได้คะแนนประมาณ 34562 คะแนน ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ มาทางล่างนิดหนึ่งนะครับ เพราะถามว่าตอนนี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นสมาร์ทโฟนค่ายจีนหรือเรือธงบางยี่ห้อ คะแนน antutu ทำได้ไปถึงหลักแสนกว่าๆ แล้วนะครับในปีนี้ เรียกว่าแรงไปถึงไหน แรงเอาจนแค่กระพริบตาก็ดูไม่ทันกันแล้ว อย่างนั้นเลยละครับ

 

   

รีวิว กล้องคอมแพคที่ ZOOM ได้ถึงดวงจันทร์ Nikon COOLPIX P900 กล้องที่มีความเจ๋งเกินราคาที่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านครับ แล้วก็สวัสดีเพื่อนๆ ช่างภาพทุกท่านด้วย ใครที่เล่นกล้อง ใครที่ชอบถ่ายรูป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดครับ เพราะผมเองก็คิดว่ามันเด็ดพอตัวเลยละ เป็นการรีวิวกล้องครับ เป็นกล้องดิจิตอลแบบกล้องคอมแพคที่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่เลนส์ที่ติดมากับกล้องตัวนี้ก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แล้วก็มีข่าวฮือฮากันในโลกออนไลน์อยู่พอสมควรเลยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งความเจ๋งของกล้องที่จะรีวิวกันในตอนนี้จะมีอะไรเด็ดๆ บ้างนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   รูปตัวอย่างสินค้าที่ผมจะรีวิวด้านบนนี้มีชื่อว่า Nikon Coolpix P900 ครับ จุดเด่นมากๆ เลยในกล้องตัวนี้คือ การซูมที่ได้ระยะที่คิดว่าไกลมาก เรียกว่าที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์คือเป็นกล้องคอมแพคที่ซูมได้ไกลเข้าไปถึงดวงจันทร์กันเลยทีเดียว ซึ่งในโลกออนไลน์ก็มีคลิปวีดีโอออกมาให้ดูกันมากมายเลยว่าการซูมด้วยกล้องรุ่นนี้เข้าไปที่ดวงจันทร์เนี่ยมันสามารถมองเห็นรายละเอียดของดวงจันทร์ได้จริงๆ แต่ในตอนนี้ 108plaza และทีมงานเองก็ยังไม่เชื่อครับ ก็เลยได้ตัวกล้องของจริงมาทำการทดสอบกัน

   เริ่มการรีวิวด้วยการเปิดกล่องขึ้นมาครับ ข้างในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานในเบื้องต้น รวมไปถึงใบรับประกันตัวสินค้ามาให้ด้วย แล้วก็อุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมแบตเตอร์รี่มาให้เรียบร้อย ก็มีมาครบครับ แต่อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในภาพทั้งด้านบนและด้านล่าง ต้องบอกว่ารูปทรงมันใหญ่ๆ แต่มันไม่ใช่กล้อง DSLR นะครับ แต่เป็นแค่กล้องดิจิตอลคอมแพคทั่วไปเท่านั้นเอง เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นมือโปรทางด้านกล้องอยู่แล้ว กล้องรุ่นนี้ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณก็ได้นะครับ สำหรับระยะเลนส์ของกล้องตัวนี้อยู่ที่ 24-2000 มม. ซึ่งถามว่าระยะเลนส์ขนาดนี้ กับกล้องตัวเล็กๆ ขนาดนี้น่าทึ่งครับ เพราะว่าถ้าใช้กล้องแบบ DSLR ที่เปลี่ยนเลนส์ได้เนี่ย แล้วต้องใช้เลนส์ระยะขนาดนี้นะครับ ตัวเลนส์มันจะยาวพอๆ กับกระบอกข้าวหลามกันเลยทีเดียว คือยาวมากนะครับ แล้วทันทีที่ผมได้กล้องมาทดสอบเนี่ย ก็ตามที่เค้าฮือฮากันเลยละครับ ก็คือการซูมกล้องไปหาดวงจันทร์ ผมก็ทดสอบเหมือนกันครับ ผลที่ได้ปรากฏว่ามันซูมได้ถึงดวงจันทร์จริงๆ ครับ ถามว่ากล้องไหนก็ซูมได้ถึงดวงจันทร์ใช่ไหมละครับ กล้องมือถือก็ซูมได้ แหม เพื่อนๆ อาจจะคิดอย่างนี้ แต่กล้องตัวนี้มันซูมได้แบบเห็นรายละเอียดบนดวงจันทร์เลยนะครับ ถ้ากล้องทั่วไปก็อาจจะซูมได้แค่เป็นดวงสีขาวๆ กลมๆ รีๆ ก็ว่ากันไป แต่กล้องตัวนี้ซูมแบบเห็นรายละเอียดบนดวงจันทร์จริงๆ เลย ถ้าไม่เชื่อต้องไปหาคลิปดูกันใน youtube หรือว่าไปทดสอบด้วยตัวเองกันดูนะครับ แล้วความเจ๋งของมันที่ซูมได้ขนาดนี้เนี่ย มันน่าจะเหมาะกับคนที่ใช้งานกล้องแบบไหน คำตอบก็คือว่า ใครที่ชอบเดินป่า ชอบส่องนก ส่องสัตว์ปีกที่ต้องการซูมเข้าไปใกล้ๆ เนี่ยสามารถทำได้ดีเลยผมว่านะ

   ซึ่งความสามารถในการ zoom ของกล้องตัวนี้เนี่ยจะทำได้ถึง 83x หรือ 2000 มม. กันเลยทีเดียว ส่วนใครที่ต้องการถ่ายแบบภาพมุมกว้างหรือว่าเลนส์ wide ผมก็ว่ากล้องตัวนี้ทำได้ดีนะครับ ให้มุมที่เก็บภาพได้กว้างเลยทีเดียว ส่วนการถ่ายแบบ macro ถ่ายใกล้ๆ ก็สามารถเอาเลนส์ไปชิดติดกับวัตถุแล้วก็ถ่ายได้ชัดเจนดีครับ อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดของกล้องตัวนี้คือด้านบนกล้องจะมีตัว GPS ฝังเอาไว้อยู่ เมื่อเราถ่ายรูปแล้วเอาไฟล์ไปเปิดในคอมก็จะเห็นว่าภาพนี้เราถ่ายที่พิกัดไหนมา จุดไหนมาได้เลย แล้วก็อีกหนึ่งการใช้งานเด็ดๆ ก็คือ การควบคุมกล้องผ่านสมาร์ทโฟน โดยเชื่อมต่อผ่านทาง wifi บนตัวแอปพลีเคชั่นเนี่ยนะครับ เราสามารถเอาขาตั้งกล้องแล้วก็กดควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าซูมเยอะๆ แล้วภาพจะสั่น เพราะเราไม่ได้แตะหรือจับที่ตัวกล้องโดยตรงนั้นเองครับ

   เมื่อจุดเด่นของกล้องตัวนี้อยู่ที่การซูม ก็มีหนึ่งปุ่มที่อยู่ด้านข้างตัวเลนส์ เป็นตัวช่วยยึดหดเลนส์เพื่อเช็คว่าเราซูฒไปไกลแค่ไหน ตัวนี้จะช่วยในกรณีที่เราซูมไปไกลๆ ให้สะดวกนี้ ตัวกล้องมี EVF ที่สร้างอารมณ์เหมือนช่างภาพมือโปรด้วย ถ้าไม่ถนัดก็กลับมาใช้หน้าจอปกติได้เช่นกัน แต่ข้อเสียของกล้องตัวนี้ก็มีนะครับ ความละเอียดของเซนเซอร์กล้องตัวนี้ค่อนข้างน้อย ให้มาเพียง 16.1 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง อาจจะสู้กล้องดิจิตอลที่มีเซนเซอร์ใหญ่กว่านี้ไม่ได้นั้นเอง อย่างไงแล้วใครที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ อยากไปสัมผัสตัวจริงด้วยตัวเองก็ลองเข้าไปทดสอบดูได้ตามศูนย์บริการของ Nikon ได้แล้วครับ

เครื่องซักผ้า LG ประสิทธิภาพการซักผ้าที่สะอาด

 

   เครื่องซักผ้าถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้านที่มีความสำคัญเป็นอย่างมมาก เพราะในปัจจุบันนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างงมาก ชีวิตที่ต้องแข่งขันกับเวลาทุกอย่างดูเร่งรีบ จึงทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละว่าต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด การทำความสะอาดเสื้อผ้าจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญในอดีตเราอาจจะมีเวลามากพอที่จะมานั่งซักผ้าด้วยการใช้มือซักในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แต่สำหรับปัจจุบันนั้นการทำงานมาเหนื่อยทั้งอาทิตย์แล้ววันหยุดต้องมานั่งซักผ้าอีกก็คงจะไม่ไหว จึงทำให้เครื่องซักผ้าได้เข้ามามีบทบาทสำหรับชีวิตของผู้คนในปัจจุบันนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เครื่องซักผ้าเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่ทำให้เราประหยัดพลังงานในการต้องซักผ้าด้วยมือ และยังเป็นการประหยัดเวลาในการซักผ้า ทำให้มีเวลาทำอย่างอื่นได้เพิ่มมากขึ้นและที่สำคัญนั้นเครื่องซักผ้าในปัจจุบันมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น สามารถที่จะซักผ้าได้อย่างสะอาดและรวดเร็วหรืออาจจะซักผ้าได้สะอาดกว่าการซักผ้าด้วยมือเสียอีก เครื่องซักผ้ามีการผลิตออกมาหลากหลายรุ่นหลากหลายยี่ห้อสามารถที่จะเลือกซื้อมาใช้งานได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน และราคานั้นก็มีตั้งแต่ราคาที่ถูกไปจนถึงราคาที่แพงซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องซักผ้านั้นเอง เครื่องซักผ้าถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ใครๆต่างก็ต้องมีไว้ที่บ้าน และยังมีเครื่องซักผ้าของ LG ที่ถือว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ คุณภาพของเครื่องซักผ้าได้รับการยอมรับและมีรูปแบบการดีไซน์ที่ทันสมัยสวยงามมากยิ่งขึ้น

   เมื่อเราพูดถึงเครื่องซักผ้าของ LG เรามาทำความรู้จักกับ LG TURBO WASH รุ่น F1409NPRW ที่ถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยที่เครื่องซักผ้ารุ่นนี้มีขนาดความจุอยู่ที่ 9 กิโลกรัม สามารถที่จะซักผ้าได้อย่างรวดเร็วเพียงใช้เวลาไม่นานมานักเพียงแค่ 59 นาที โดย TURBO WASHโดยจะเป็นการที่พ้นสเปรย์น้ำลงไปบนเนื้อผ้าโดยตรง พร้อมกับที่หมุนถุงซักไปด้วยความเร็วสูง 120 นาที สามารถที่จะกำจัดผงซักฟองให้หมดไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ช่วยในการลดเวลาสำหรับการซักผ้าลงไป แต่ถึงแม้จะมีการลดเวลาการซักลงไปนั้นประสิทธิภาพของการซักและการล้างนั้นสามารถเทียบเท่าได้กับการซักด้วยโปรแกรมปกติ

นอกจากนี้ LG TURBO WASH ไม่ใช้จะช่วยในเรื่องของการลดเวลาในการซักลงไปแล้วนั้นยังสามารถที่จะช่วยในการประหยัดพลังงานได้มากถึง 15% และยังสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 40% อีกด้วย นอกจากนี้ LG TURBO WASH ยังมี 6 MOTION DD ที่ทำให้การซักมีความสะอาดอีกทั้งยังเป็นการถนอมเนื้อผ้าเหมือนกับซักผ้าด้วยมือเลย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการออกแบบของเครื่องซักผ้า LG โดยเฉพาะ โดยที่ถังซักผ้าสามารถที่จะเคลื่อนที่ได้ถึง 6 ทิศทาง ซึ่งทิศทางการเคลื่อนที่ของถังซักก็จะแตกต่างกันออกไปตามโปรแกรมของการซักนั้นเองด้วยเหตุนี้มันจึงช่วยนะเรื่องของการถนอมเนื้อผ้านั้นเอง มีมอเตอร์ที่ต่อตรง INVERTER DIRECT DRIVE ซึ่งไม่มีสายพานและก็ไม่มีรอกเครื่องจึงทำให้การทำงานนั้นไม่มีเสียง มีความเงียบในการทำงาน นิ่ง และยังทำให้เกิดความทนทานมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังไม่พอยังมีประกันตัวมอเตอร์ให้มีความยาวนานถึง 10 ปีด้วยกัน ที่สำคัญยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน LG TURBO WASHจ้าไปอีกด้วยสามารถที่จะใช้ NFC ในโทรศัพท์มือถือดาว์โหลดโปรแกรมซักแบบใหม่ๆได้อีกด้วย เพียงแค่เปิดแอพพลิเคชั่นของ LG ในมือถือจากนั้นเลือกโปรแกรมที่ต้องการก็จะได้โปรแกรมซักผ้าใหม่ๆแล้ว LG TURBO WASH รุ่น F1409NPRW ถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่ใครหลายๆคนสนใจ

   ไม่ว่าอย่างไรใครที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าอยู่แล้วละก็ LG TURBO WASH รุ่น F1409NPRW เป็นเครื่องซักผ้าอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจและยังเป็นสินค้าอินเทรนด์อีกด้วย เครื่องซักผ้ารุ่นนี้สามารถที่จะตอบโจทย์สำหรับชีวิตที่วุ่นวายและเร่งรีบในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซักผ้าที่ใช้เวลาไม่นานก็ซักผ้าเสร็จแล้ว เป็นการประหยัดทังพลังงานคน พลังงานไฟฟ้า และพลังงานน้ำอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่ช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย LG TURBO WASH รุ่น F1409NPRW ก็คงจะเป็นเครื่องซักผ้าที่อยู่ในใจใครหลายๆคนแล้วอย่างแน่นอน ก็คงไม่ใช่เรื่องยากหากจะเลือกเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ไปไว้ที่บ้าน

 

 

 

รีวิว App จีบสาว รุ่นเทพ ใครยังไม่มีแฟน ใช้แอปพลีเคชั่นนี้ได้แฟนแน่นอน

 

   108plaza ขอสวัสดีคนโสดทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราที่นี่เป็นประจำทุกๆ ตอนนะครับ แต่ในตอนนี้เราไม่ได้นำเอา gadget อะไรมาทำการรีวิวกัน แต่เรามี แอป ครับ แอปพลีเคชั่นเด็ดๆ สำหรับยุคโซเชียลนี้มาฝากกัน เรียกว่าได้ว่าเป็นแอปพลีเคชั่นที่ทำขึ้นมาโดยคนไทย เป็นแอปคนไทย แล้วก็ให้คนไทยได้ใช้งานกัน ประมาณว่าเหมาะสำหรับคนโสดที่ยังไม่มีแฟนครับ เดี่ยวมาดูกันดีกว่าว่าหลักการใช้ แอปพลีเคชั่น นี้จะเล่นกันอย่างไร แล้วระบบปฏิบัติการไหนจะใช้ได้บ้าง

   แอปพลีเคชั่นนี้มีชื่อว่า จีบสาว รุ่นเทพ ครับ ก็ต้องบอกว่าแอป จีบสาว นี้มีหลายเวอร์ชั่นนะครับ หลายคนอาจจะเคยเห็นแอปจีบสาว แบบ standard มาแล้ว แอปนั้นคือแอปจีบสาวแบบปกติ ซึ่งไม่ได้มีฟังก์ชั่นพิเศษๆ อะไรมากมาย แอปพลีเคชั่นนั้นจะสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีผ่านระบบ Android และ IOS ได้ทั้งคู่ แต่ในแอปพลีเคชั่น จีบสาว รุ่นเทพ นี้ก็สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีเช่นกันครับ ได้ทั้ง Android และ IOS เช่นกันด้วย แต่มีข้อจำกัดบางอย่างที่ต้องมีบางฟี่เจอร์ บางฟังก์ชั่นที่ต้องยอมเสียตังค์กันสักหน่อยครับ ใครที่อยากมีแฟน หนุ่มๆ สาวๆ คนไหนอยากได้แฟนหล่อๆ สวยๆ ก็ต้องลงทุนมีเสียให้แอปพลีเคชั่นนี้กันสักหน่อยครับ แต่เดี่ยวผมจะบอกว่ามันมีอะไรบ้างที่ฟรี ในแอปนี้ แล้วมีอะไรบ้างที่ต้องเสียตังค์

   มาดูฟังก์ชั่นแรกของแอปพลีเคชั่น จีบสาว รุ่นเทพ ฟังก์ชั่นแรกกันเลยครับ แน่นอนว่าถ้าเราเจอสาวคนไหนที่เวลาเราแอบชอบอยู่ แล้วเวลาที่เค้าเดินผ่านเราไปเมื่อกี้นี้ มันจะมีแจ้งเตือนเข้ามาหาเราทันทีบนสมาร์ทโฟนของเราครับ แต่สาวคนนั้นต้องเล่นแอปนี้ด้วยนะครับ ฟังก์ชั่นแรก ขอเบอร์อย่างเทพครับ เมื่อเรามันใจว่าคนที่เดินผ่านเราไป ใช่แน่นอนคนที่เราชอบ กดส่งเข้าไปขอเบอร์อย่างเทพทันทีครับ โดยแอปมันจะไม่ได้ขึ้นไปหาคนที่เราชอบว่า ขอเบอร์โทร อะไรแบบตรงๆ เลยไม่ใช่นะครับ แต่มันจะขึ้นว่า น่ารักจัง อยากรู้จัก แล้วก็มีให้เลือกว่า ตกลง หรือ ไม่ตกลง แต่ถ้าสมมติว่า สาวคนนั้น ตอบว่า ไม่ตกลง ฉันหยิ่ง ไม่อยากรู้จักใครก็ไม่รู้ อะไรแบบนี้นะครับ แอปมันก็จะทำหน้าที่เป็น รุ่นเทพ ต่อไปอีกว่า ถ้าอย่างงั้นขอเป็น วอทช์ แอป แล้วกัน แต่อย่าลืมว่าถ้าใครยอมให้เนี่ย ก็ต้องมีเบอร์ติดมาด้วย แต่ถ้าในกรณี สาวที่เราจะจีบ ไม่ตกลง ไม่ให้อะไรเลย แอป จีบสาว รุ่นเพท ก็จะมีโหมดต่อไปอีก ส่งไปให้กับสาวคนนั้น เป็นช่องให้กรอก ทั้ง ไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตาร์แกรม ถ้าสาวใจดี กรอกเข้าไปให้เรา ก็ทำการ add เพื่อนเข้าไปทันที ก็สามารถเข้าไปพูดคุยกับสาวที่เราอยากจะจีบได้แล้วคัฟ ซึ่งอันนี้คือส่วนหนึ่งนะครับ ในการจีบสาว รุ่นเทพ ของแอปพลีเคชั่นนั้น

   ซึ่งเมื่อเราดาวน์โหลดมาแล้ว จะเสียตังค์ประมาณ 1.99 เหรียญ นะครับ ภายในแอปก็จะมีคู่มือต่างๆ ในการจีบสาวมากมายเลยมาบอกเรา ทั้งเรื่องของเทคนิคการขอเบอร์ การทำความรู้จัก การขอเบอร์ก็มีแบ่งย่อยไปอีกว่า ถ้าขอเบอร์ตามสถานที่ต่างๆ ต้องทำอย่างไร ขอเบอร์บนรถประจำทาง ทำอย่างไร ขอเบอร์บนเครื่องบิน บนรถไฟฟ้า ทำอย่างไร มีแนะนำเราหมดเลย ให้เป็นคนที่จีบสาวได้รุ่นเทพมากเลย รวมไปถึงการแนะนำว่าต้องทำตัวอย่างไรในร้านอาหารเวลาที่เราจีบสาวแล้ว ต้องชวนไปทานข้าวควรพาไปร้านอย่างไร บรรยกาศแบบไหน แนะนำสถานที่ให้ด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ รวมไปถึงการรวบรวมสถิติเอาไว้ว่าเราเคยกดขอเบอร์ กดขอจีบสาวคนนี้ คนที่เราชอบอยู่นี่นะครับไปกี่ครั้งแล้ว แต่เค้าก็ไม่ได้กดตอบตกลงสักที ก็มีมาให้เราได้เช็คกันด้วยว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร จะพอไปไหวมั้ย จีบรอดมั้ย อะไรแบบนี้นะครับ

   สำหรับหนุ่มๆ คนไหนที่เคยเดินเข้าไปขอเบอร์สาวๆ แล้วกินแห้วมาตลอด ลองเอาแอปพลีเคชั่นนี้ไปใช้ดูบ้างก็ได้นะครับ ซึ่งผมก็ไปสอบถามสาวๆ มาแล้วว่าถ้าใช้แอปนี้ไปขอเบอร์เค้าจะคิดอย่างไง ส่วนมากสาวๆ ก็บอกว่ามันก็โอเครนะ เป็นแอปที่เสียตังค์ ต้องลงทุน ดูมีกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ดูจริงใจ อะไรแบบนี้ แต่แอปนี้ยังไม่มีคนเล่นกันเยอะเท่าไหร่นะครับ ก็ต้องรอให้แพร่หลายกว่านี้สักหน่อย เผื่อสาวๆ ที่เราแอบชอบเค้าไม่เล่นแอปนี้ สู้ไปจีบตรงๆ ดีกว่า ผมว่านะครับ ครั้งหน้าจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวกันอีกนั้น โปรดรอติดตามกันด้วยนะครับ

Nokia พยายามฟื้นคืนชีพอีกครั้ง กับ Nokia C9 สมาร์ทโฟนที่เตรียมตัวจะเปิดตัวในอีกไม่นานนี้

 

   ถ้าจะเอ่ยถึงแบรนด์ที่เป็นผู้ผลิตมือถือที่ขายดิบขายดี เป็นบริษัทที่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งทางด้านผู้ผลิตมือถือเมื่อประมาณ 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆ ชาว 108plaza คิดว่าเป็นแบรนด์ไหนครับ ถ้าผมจะบอกว่าชื่อนี้ยังคุ้นหูกันอยุ่บ้างหรือไม่ โนเกียร์ ผมเชื่อว่าคนที่มีอายุประมาณ 20 ขึ้นไหน ณ ตอนนี้เคยได้ยินแล้วก็เคยสัมผัสโทรศัพท์มือถือในยุคนั้น ที่ใครๆ ต่างก็มีมือถือยี่ห้อ โนเกียร์ ใช้กัน บางคนเอาใสซองหนัง เหน็บไว้ที่ตรงเอว ที่เข็มขัด เป็นแฟชั่นหนึ่งที่เท่ห์มากๆ ในยุคนั้น เสียงริงโทนดังๆ โทรติดแต่ละครั้งดังได้ยินกันหมดเนี่ยนะครับ เรียกว่า โนเกียร์ ในยุคนั้นเป็นผู้นำแล้วก็เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของวงการโทรศัพท์มือถือ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโทรศัพท์มือถือเข้ามา โนเกียร์ ที่ซึ่งไม่ได้พัฒนาตามหรือตามไม่ทันคำว่า สมาร์ทโฟน ในยุคหลังๆ นี้ก็เลยกลายเป็นเบอร์สุดท้ายของวงการมือถือไปแล้ว ปัจจุบันเองก็มีการขายหุ้นหรือขายกิจการบางส่วนไปให้กับ Microsoft เค้าบ้าง แต่ล่าสุดครับ ล่าสุดในตอนนี้ที่ผมจะมีข่าวมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน เกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวกันในตอนนี้เลยครับ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรมาติดตามกันเลยดีกว่า

   รูปตัวอย่างสินค้าด้านบนที่เพื่อนๆ ได้เห็นอยู่นี้นะครับ เป็นสินค้าตัวใหม่ที่มีข่าวหลุดออกมาจากทาง Nokia เอง มีชื่อว่า Nokia C9 เป็นความพยายามอย่างยิงยวดของทาง โนเกียร์ นะครับที่พยายามที่จะดึงชื่อเสียงแล้วก็ดึงฐานลูกค้ากลับคืนมาให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดมือถืออีกครั้งหนึ่งเนี่ยนะครับ ซึ่งสำหรับสมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่ยังไม่มีใครที่ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ ณ ตอนนี้นะครับว่า nokia c9 นี้จะออกมาทำตลาดจริงๆ หรือแม่ แต่เราก็นำข่าวสารมาอัพเดทกันก่อนใครเลยว่าตัว nokia c9 นี้น่าจะเป็นตัวชูโรงขอทาง โนเกียร์ ที่เป็นแบรนด์สัญชาติ ฟีนแลนด์ เนี่ยนะครับ เค้าน่าจะทำมือถือออกมาเพื่อสื่อสารทางการตลาดทั่วโลกว่าแบรนด์นี้ยังอยู่นะ อะไรประมาณนี้นะครับ

   โดยข่าวลือของ Nokia C9 นี้จะมาพร้อมกับสเปคที่ค่อนข้างเทพพอสมควรครับ บอดี้ทั้งเครื่องนั้นจะเป็นโลหะสุดพรีเมี่ยม ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลภายในเป็น snapdragon 820 Quad core 64-bit แล้วก็อัดเต็มมาพร้อมกับความแรงของ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 4 Gb กล้องหลังมีความละเอียดมากถึง 21 ล้านพิกเซล กล้องหน้ามาแบบเบาๆ ด้วยความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล ส่วนหน่วยความจำภายในนั้นก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายรุ่นด้วยกัน เริ่มต้นที่ 32 GB , 64 GB, และ 128 GB ขึ้นอยู่กับว่าใครชอบใช้มากใช้น้อย แล้วข่าวที่หลุดออกมาเพิ่มเติมอีกนั้น สำหรับตัวเครื่องก็ยังสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ด้านหลังเครื่องได้ด้วย ส่วนของระบบปฏิบัติการที่อยู่ในตัวเครื่อง Nokia C9 ตัวนี้นะครับ ก็จะทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android นั้นเอง ซึ่งหลายท่านก็คงจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วโนเกียร์เองก็ขายกิจการบางส่วนไปให้กับทาง Microsoft ไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ใช่ระบบปฏิบัติการ ที่เป็นตัว windows phone ละ

   ซึ่งตามที่ผมได้คาดการเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องของระบบปฏิบัติการภายในที่เป็น Android แต่ไม่ใช่ตัวที่เป็น windows phone เนี่ยก็นะครับ ก็เพราะว่าทาง โนเกียร์ เองก็ต้องดึงฐานลูกค้าที่กำลังใช้ Android อยู่ตอนนี้ที่มีมากกกว่า windows phone อยู่แล้วเนี่ยนะครับ ให้สามารถสร้างความสนใจในตัว Nokia C9 ตัวนี้เพิ่มขึ้น ก็ต้องยอมรับนะครับว่าตอนนี้ระบบปฏิบัติการ windows phone นั้นยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในตลาดสมาร์ทโฟนสักเท่าไหร่ พูดง่ายๆ ว่าเป็นลูกเมียน้อย ที่ตอนนี้เค้านิยมกันก็แค่ Android กับ IOS เท่านั้นนะครับ ก็ต้องบอกตามตรงนะครับว่าตอนนี้เองคนที่ใช้ windows phone แล้วก็เป็นแฟนของ windows phone มาตลอดเนี่ยเค้าก็มีอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วก็ยังน้อยกว่าอยู่ดี อันนี้เราก็แสดงความคิดเห็นกันแบบตรงๆ นะครับ

   แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับข่าวที่นำมาฝากเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้นะครับ ก็ยังไม่มีการยืนยันจากทาง โนเกียร์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสมารืทโฟนรุ่นนี้ออกมายืนยันความจริงแต่อย่างใด แต่ผมก็คาดหวังเอาไว้ว่า ทาง Nokia นั้นจะมีสินค้าเด็ดๆ ดีๆ อย่างที่ได้ทำการอัพเดทข่าวสารกันในตอนนี้ออกมาวางขายเพื่อสื่อสารทางการตลาดกับฐานลูกค้าเดิมๆ ที่ยังคิดถึงแบรนด์ Nokia กันทั่วโลกอยู่บ้างนะครับ ซึ่งถามว่าถ้า Nokia เองหวนคืนสู่ตลาดมือถือได้อีกครั้งมันก็จะเป็นผลดีกับผู้บริโภคหรือคนใช้งานอย่างเราๆ กันนะครับ เพราะจะมีการแข่งขันทางการตลาดกันมากขึ้น เรื่องของราคาสมาร์ทโฟนเทพๆ สเปคแรงๆ ก็จะถูกลงนั้นเองครับ