Archive for May 2016

Review Xiaomi mi5 สมาร์ทโฟนเรือธงที่บางเฉียบ

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ก็กลับมาพบกันอีกแล้วที่นี่ 108plaza ในรูปแบบของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์จากทั่วทุกมุมโลก เอามารวบรวมเอาไว้ที่นี่ในการรีวิวแบบบทความหรือว่า text ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ต้องบอกว่าใครที่พลาดตอนในตอนหนึ่งในการรีวิวไป คุณจะเป็นคนที่ตกเทรนด์ทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ยากจะตกเทรนด์ต้องเข้ามาอ่านกันนะครับ

   สำหรับตัวสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ คือสมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนะครับ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงจากทางแบรนด์จีนที่มีชื่อว่า Xiaomi รุ่น mi5 นั้นเอง ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่อีกหนึ่งรุ่นที่มีคนถามกันเข้ามามากเลยทีเดียวว่าจะรีวิวเมื่อไหร่ ตอนนี้ได้เครื่องมาเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อได้ตัวเครื่องมาก็รู้สึกว่ามันน่าใช้มากครับ เป็นเครื่องที่บางเฉียบเลย เรื่องของกล้องนั้นต้องบอกในเบื่องต้นอย่างนี้ครับว่า กล้องหลังดีครับ ได้ทำการทดสอบมาแล้ว สามารถจับโฟกัสได้เร็ว แล้วก็สามารถถ่ายในที่แสงน้ยอได้ดี ซึ่งเรื่องของกล้องนั้นสามารถที่จะปรับตามโหมดต่างๆ ที่เป็น manual mode ได้เยอะครับ ทั้งการปรับค่า ISO การปรับไวท์บาลานท์ การปรับค่ารูรับแสง ซึ่งจะมีโหมดเพื่อขึ้นมาที่พิเศษกว่าโหมด HDR ทั่วไปที่ใช้ถ่ายในที่แสงน้อย แต่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีโหมดการปรับความสว่างของภาพได้แบบอันโนมัติ ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบแล้วมันก็ถ่ายได้ดีจริงครับ เรียกว่ากล้องนี่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แล้วต่อมาก็เป็นก้องหน้ากันบ้างนะครับ ก็ต้องยกนิ้วให้กับทาง Xoaomi อีกครั้งนะ เพราะว่ากล้องหน้าเป็นเลนสมุมกว้างเป็นเลนส์ wide เลยนะครับ มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกถ่ายกัน 3 ระดับเหมือนเดิม แล้วก็มีโหมดบอกอายุมาให้ด้วยเหมือนกับรุ่นก่อนๆ หน้านี้ แล้วอีกหนึ่งโหมดที่มีมาใหม่ในรุ่นน้ะนครับ เรียกว่าเป็นโหมด เมจิก ชัตเตอร์ คือถ้าใช้โหมดนี้ในการเซลฟี่เนี่ย กล้องมันจะให้คะแนนความสวย ความหล่อของเราเอง คะแนนจะเต็ม 10 ถ้าเราถ่ายในมุมมองต่างๆ เงยหน้า ก้มหน้า เอียงหน้า ทำหน้าแอปต่างๆ กล้องมันจะวิเคราะห์และให้คะแนนความสวยมาให้เราดู ก็ไปลองเล่นกันนะครับสวยๆ เพื่อทดสอบว่ามุมกล้องที่เหมาะกับหน้าเรามุมไหนได้คะแนนจากกล้องตัวนี้มากที่สุด แล้วคิดว่ามันจะตรงกับใจเราคิดหรือไม่ว่ามุมนี้เราถ่ายสวยสุดแล้ว อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งอาจจะสรุปได้อย่างนี้ครับว่า xiaomi mi5 รุ่นนี้มันสามารถที่จะถ่ายได้ทั้งกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลังที่สวยใช้ได้เลย กล้องดีครับ

   เรื่องกล้องผ่านไป อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้นะครับ ก็คือความแรงของมันครับ ต้องถือว่า mi5 นี่แรงพอๆ กับปีศาจได้เลยนะครับ ที่ผมว่ามันแรงเนี่ยเพราะว่าได้ทำการทดสอบเล่นเกมส์มาแล้วหลายๆ เกมส์ด้วยกัน คือเกมส์เนี่ยเราจะทดสอบได้ 3 อย่างหลักๆ ด้วยกัน ก็คือ จอ ความไหลลื่นของตัวเครื่องที่ผสมผสานการทำงานของตัวการืดจอ แล้วก็แรม แล้วก็ซีพียู นั้นเอง อย่างที่สามคือ เรื่องของลำโพง มาดูอย่างแรกก่อนดีกว่า ต้องบอกว่าผมทดสอบเกมส์แบบหนักๆ กราฟฟิกเยอะๆ อย่าง โนวา 3 ฟีฟาร์ 16 แล้วก็อีกหลายเกมส์มากเลย เรื่องของจอบอกเลยว่าจอสวย ขอบจอบางด้วย การดูภาพแบบเต็มจอเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียว จอผ่าน ต่อมาความไหลลื่น ก็ต้องบอกว่ามันช่างประทับใจอีกแล้วครับ ใครที่ว่ามือถือจากจีนไม่ดี อันนี้ต้องเปลี่ยนความคิดนะครับ เพราะแบรนด์จีนที่เป็นแบรนด์อินเตอร์เนี่ยเค้าทำมาดีครับ เล่นเกมส์นี่ไหลลื่นดีมาก ไม่มีสะตุดเลยสำหรับการเล่นเกมส์หนักๆ คอเกมส์ ใครที่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือเนี่ย ถือว่า mi5 ตัวนี้ตอบโจทย์เลยทีเดียว ต่อมาอีกหนึ่งเรื่อง คือ ลำโพง เสียงดีครับ ดังปานกลาง ไม่ถึงกับดังมาก ถ้าเล่นอยู่ในห้องเสียงไม่มีรบกวน ก็ฟังได้ชัดเจนดีครับ

   อีกหนึ่งจุดที่ต้องทำการรีวิวกันก็คือรเองของการใช้งานทั่วไปนะครับ การเล่นเว็บ ท่องโลกโซเชียล รวมไปถึงเรื่องของความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ดีครับ บอกเลยว่าดี แต่มันมีข้อติติงอยู่ที่แบตเตอร์รี่ยังไม่เยอะ ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ อาจจะใช้ไม่หมดวันนะครับ แต่ถ้าใช้ทั่วไป ใช้ได้ทั้งวันแน่นอนครับ แต่ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่า สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้ Xiaomi mi5 เครื่องนี้เราจะไม่ได้บอกสเปคนะครับ เราเน้นการใช้งานมากกว่า แต่ใครที่สนใจจะซื้อก็คงจะหายากนิดหนึ่ง เพราะยังไม่มาทำตลาดในบ้านเรานั้นเองแต่ก็จะพอมีขายอยู่ตามร้านหิ้วนะครับ

Review Vivo V 3MAX สมาร์ทโฟนที่มาแรงอีกหนึ่งรุ่นในช่วงหลังสงกรานต์

 

          สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่าน ผ่านพ้นช่วงสงกรานต์มาแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ สำหรับเทศกาลแห่งความสนุกสนานของบ้านเราก็ผ่านกันไปแล้ว เมื่อผ่านช่วงวันหยุดไปแล้วก็มาทำงานกันต่อไปนะครับ ในครั้งนี้เอง ผมก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งชิ้นมาฝากเพื่อนๆ กัน เป็นสมาร์ทโฟนครับ แล้วก็เป็นสมาร์ทโฟนจากแบรนด์จีนอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวมาในช่วงเดือนเมษายน 2016 นี้นะครับ สมาร์ทโฟนที่ผมกำลังจะนำมารีวิวนี้ก็คือ Vivo รุ่น V 3MAX นั้นเองเครับ ดีไซน์จะสวยแค่ไหน เดี่ยวมาติดตามกันเลยครับ

สำหรับสมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้ เดี่ยวเราจะทำการแกะกล่องกันเลยครับในครั้งนี้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีสเปคที่ให้มามีอะไรบ้าง เมื่อแกะกล่องขึ้นมานะครับ ก็จะมีอย่างแรกเลยที่เห็นก็คือตัวเครื่อง ที่ได้มารีวิวครั้งนี้เป็นสีขาว จับเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่าบนหน้าจอมีฟิล์มกันรอยที่ดูเหมือนฟิล์มกระจกบางๆ ติดมาให้เรียบร้อย เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็ให้อารมณ์ในการจับที่เหมาะมือดีครับ ใส่ใจเรื่องของการจับต้องมากเลย ตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะครับ ไม่รู้สึกว่าบาดมือด้วย ถัดมาครับ ในกล่องก็จะมีเคสใสๆ ที่เป็นพลาสติกบางๆ แถมมาให้ด้วย ต่อมาก็จะมีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จไวด้วย แรงดันไฟ 5v 2A และ 9v 2A จากนั้นก็จะมีสายชาร์จมาให้ มีหูฟังมาให้ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานแล้วก็ใบรับประกันตัวสินค้ามาให้เลย

เรามาโฟกัสกันที่การใช้งานของตัวเครื่องดีกว่านะครับ จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5.5 นิ้ว ขนาดกำลังพอดี จอใหญ่ ด้านหลังจะมีกล้องอยู่ทางมุมซ้าย แล้วก็มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่องด้วย ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องนั้น ให้ RAM มาที่ 4 GB ให้ Rom มาที่ 32 GB สามารถที่จะเพิ่ม micro SD Card ได้ด้วย แต่ถ้าใครที่คิดว่าเมื่อลงแอปหรือว่าเกมส์ต่างๆ หมดแล้ว หน่วยความจำในตัวเครื่องจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 25 GB ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานนะครับ ในเรื่องของสีสันหน้าจอสีสันที่ต้องบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะขายดีเลยทีเดียวนะครับผมว่า เพราะจอสีสันสวย เป็นจอแบบ IPS แบบใหม่ด้วย แล้วยังมาพร้อมกับสเปคของกล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล เมื่อผมได้ไปดูฟังก์ชั่นการใช้งานด้านในแล้ว ที่เห็นชัดเจนขึ้นมาก็คือโหมดการดึงตั้งค่าการปรับแสง ที่เอาไว้ปรับในที่แสงน้อยให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้นนั้นเอง แล้วตัวเครื่องด้านบนเนี่ยก็จะมีไฟ LED ที่มีการแจ้งเตือนต่างๆ มีมาให้ที่ด้านบน ถัดมาก็มาดูที่ด้านข้างตัวเครื่องกันบ้างนะครับ จะเป็นว่ามีช่องเสียบถาดซิมการ์ดอยู่ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม ซิมแรกจะเป็นแบบไมโครซิม ซิมที่ 2 เป็นแบบ นาโนซิม ก็จะต้องเลือกว่าจะใส่ซิมหรือใส่หน่วยความจำสำรองนะครับ รองรับการใช้ 4G LTE ที่ซิมแรกด้วย ถัดมาก็มาดูกันที่กล้องหลังครับ จะมาพร้อมกับสเปคความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็มีไฟแฟลดซ์มาให้ด้วย จุดเด่นของกล้องหลังก็คงอยู่ที่การจับโฟกัสของภาพแบบ PDAF สามารถจับโฟกัสได้เร็วถึง 0.2 วินาที แล้วก็สามารถเข้าโหมดกล้องได้เร็วถึง 0.7 วินาที จุดเด่นอย่างต่อมาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ จะอยู่ที่ตัวสแกนลายนิ้วมือ จะมีความไวถึง 0.5 วินาที

ในด้านของตัวชิปประมวลผลที่อยู่ด้านในของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ จะใช้เป็นชิปประมวลผลของ snapdragon 652 แบบ 8 แกนสมอง Octa-core 64-bit วิ่งด้วยความเร็ว 1.8GHz สำหรับตัวหน่วยความจำสำรองนั้นนะครับ จะสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดที่ 128 GHz อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตัวนี้นะครับ ที่ผมได้มีโอกาสได้ทดสอบมาเบื้องต้นเนี่ยนะครับ เรื่องกล้องดี ทั้งกล้องหน้าและหลัง แต่บางทีอาจจะมีการปรับไวท์บาลานท์ที่สีผิดเพี้ยนไปบ้างตามความสว่างนะครับ แต่ที่ขาดไปไม่ได้คือเรื่องของชิปเสียง ที่ให้ชิปเสียงมาอย่างดี ทาง วีโว่ เองก็ได้ร่วมจับมือกับบริษัทญี่ปุ่นที่ชื่อว่า อาซาฮี ที่ทำชิปเสียงตัวนี้มาใส่ไว้ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ เรียว่าตอบโจทย์ความบันเทิงได้อย่างดีเลยทีเดียว

ก็ต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจะทำตลาดระดับกลาง ราคาหมื่นต้นๆ ได้ดีนะครับ ใครสนใจก็ลองไปหาดูตัวจริง แล้วก็ลองไปสัมผัสตัวจริงกันได้ตามศูนย์บริการทั่วไปได้แล้วนะครับ

รีวิว จอมอนิเตอร์ 27 inch LED AOC I2757FH ขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร ราคาเบาๆ

 

          สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนเลย ในครั้งนี้เองผมมีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันอีกแล้วครับ เป็นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ครับ ใครที่ชอบทำงานทางด้านกราฟฟิก ที่ต้องใช้ไทม์ไลน์เยอะๆ เนี่ย หน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ๆ ตอบโจทย์เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี่ยวเรามารีวิวจอมอนิเตอร์ยี่ห้อ AOC รุ่น I2757FH ขนาด 27 นิ้ว LED เครื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ

ต้องบอกว่าความพิเศษของจอมอนิเตอร์เครื่องนี้นะครับ มีขอบจอที่บางเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ในเรื่องของการดีไซน์ตัวจออย่างต่อมา ตรงบริเวณขอบจอด้านล่างนั้น ถ้ามองจากในรูปตัวอย่างสินค้าก็อาจจะมองเป็นตัวอลูมิเนียม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เป็นพลาสติกที่ขัดลายมาให้ดูเหมือนเฉยๆ ก็ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง แล้วก็มีโลโก้ AOC เป็นโลโก้แบบโครเมี่ยมอยู่ตรงกลาง ก็ดูเด่นเห็นชัดถึงตัวโลโก้ยี่ห้อได้เลย ไล่ลงมาที่ตรงบริเวณขาตั้งจอด้านล่างนะครับ ทำดีไซน์ออกมาได้เรียบๆ เป็นแนวแป้นขาดตั้งแบบสี่เหลี่ยม ที่ทำขัดลายมาให้เหมือนกับอลูมิเนียมเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเมื่อผมจับดูก้เป็นพลาสติกหนาครับ ในส่วนของตัวจอนั้น จะสามารถปรับองศาในการมองได้เพียงการปรับทำมุมก้ม แล้วก็ทำมุมเงย ได้สองทิศทางเท่านั้นนะครับ ถัดมาดูด้านหลังของตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกสีดำเช่นกัน แล้วก็มีโลโก้ของทาง AOC ติดเอาไว้ด้านหลังเห็นชัดเจนเลยทีเดีว โดยรวมแล้วในเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้นดูเรียบๆ แต่ก็ดูสวยงามดีครับ

มาดูกันที่พอร์ดการเชื่อมต่อบ้างครับ ด้านหลังจะมีพอร์ด HDMI ให้ใช้งานกันอยู่จำนวน 2 พอร์ดด้วยกัน แล้วก็มีพอร์ด VGA แบบ 15 pin มาให้อีก 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะมีพอร์ดที่เอาไว้เสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรที่เป็นแบบ out put แล้วก็มีพอร์ดที่เอาไว้เสียบสัญญาณเสียงเข้าแบบ 3.5 มิลลิเมตรให้มาอีกหนึ่งพอร์ดเชื่อมต่อด้วยกัน แล้วความพิเสษของตัวจอมอนิเตอร์ตัวนี้นะครับ จะมีลำโพงแบบสเตอริโอ อยู่ทางด้านล่างของจออยู่ 2 ตำแหน่ง ก็คือทางด้านซ้าย กับ ทางด้านขวานะครับ

ถัดมาเรามาดูสเปคของตัวหน้าจอที่ใช้ในมอนิเตอร์เครื่องนี้กันบ้าง AOC I2757FH 27 inch LED เครื่องนี้มีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1920*1080 พิกเซล เป็นจอแบบ IPS หน้าจอเป็นแบบ 16 ต่อ 9 Response time อยู่ที่ 5 ms. Refresh rate 60 Hz. Contrast  บอกเลยว่าค่อนข้างสูงครับ อยู่ที่ 50 ล้านต่อ 1 เลยทีเดียว เรียกว่าเท่าที่ดูจากสเปคตัวน้นะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าจอมอนิเตอร์ที่จะสามารถรองรับสเปคของคอมพิวเตอร์ที่มีการืดจอเทพ ๆ ที่จะเอาไว้ทำงานทางด้านกราฟฟิกก็ได้ หรือ จะเอาไว้เล่นเกมส์สนุกๆ เป็นแนวแบบเกมส์สายโหด อย่างนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน

ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวกล่อง หรือจะเรียกว่าเป็นของแถมอันนี้ก็คงเรียกไม่ได้ เพราะเราเสียตังค์ซื้อมาแล้ว เป็นสาย HDMI ยาวประมาณ 1 เมตร ให้มา 1 เส้นด้วยกัน แล้วก็เป็นสาย VGA แบบ 15 pin ยาวประมาณ 1 เมตร ก็ให้มาด้วยเช่นกัน ถัดมาก้เป็นสาย audio ที่เป็น line in put ก็ให้มาอีกหนึ่งเส้น ยาวประมาณ 1 เมตรเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมีแผ่น DVD ที่เป็นคู่มือการใช้งานมาให้เราได้เปิดดุ เปิดอ่านกันอีกหนึ่งแผ่นด้วยกัน แต่ด้านในก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ใครที่ยังไม่เข้าใจการใช้งานก็สามารถเปิดดูและศึกษาเพิ่มเติมได้ อีกหนึ่งชิ้นที่ให้มาก็จะสาย Ac Adapter ที่เอาไว้เสียบไฟเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้นั้นเองครับ ซึ่งในความพิเศษของหน้าจอรุ่นนี้นะครับ ผมเองคิดว่าถ้าใครที่เป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์ ที่ไม่เพียงแค่ใช้จอเดียวนะ จอเดียวขนาด 27 นิ้ว คนทั่วไปก็อาจจะคิดว่ามันจอใหญ่แล้วนะครับ สำหรับมอนิเตอร์ แต่บางคนเอา 3 จอ 4 จอมาต่อกัน ผมว่าขอบจอบางๆ อย่างนี้เนี่ย แล้วก็เอียงจอทำองศานิดหนึ่ง แทบจะไม่เห็นขอบจอเลยนะครับ แล้วใครที่ทำกราฟฟิก ทางด้านงานตัดต่อเนี่ย ใช้จอหลายๆ จอมาต่อกันเนี่ย ตอบโจทย์ดีทีเดียวครับ

ในส่วนของราคาครับ สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ ตัวหน้าจอมอนิเตอร์ AOC I2757FH 27 นิ้ว LED เครื่องนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 8,xxx บาทครับ ใครที่สนใจอย่างไรก็ลองไปหาซื้อตามร้ายขายอุปกรณ์ไอทีกันได้เลย ซึ่งหลังจากที่ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานมาระยะหนึ่งประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถใช้งานได้ดี ทั้งการใช้ดูหนัง ทำงานต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกมส์ ก็แสดงภาพได้คมชัดและเป็นธรรมชาติดีครับ ผลการรีวิวก็ต้องบอกว่าผ่านการทดสอบครับผม

Review GARMiN Forerunner 235 นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับคนที่รักการวิ่งออกกำลังกาย

 

   วันนี้มาเอาใจคนที่รักการออกกำลังกายสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบการวิ่งต้องมาอ่านรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ได้ได้เลย เพราะ 108plaza ของเรามีแก็ตเจ็ตอีกหนึ่งตัวที่สามารถใช้ในการวิ่งออกกำลังกายของเราได้ดีขึ้นนั้นเอง ปกติแล้วเรื่องของการวิ่งออกกำลังกายนั้น อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้อย่างแรกๆ เลยก็คือเป็นรองเท้าวิ่งนะครับ เพราะว่ารองเท้าเป็นส่วนสำคัญในการวิ่ง ถ้ารองเท้าดีๆ ใส่ได้ถูกกับรูปทรงของเท้าเราเนี่ย เราก็จะไม่บาดเจ็บในการวิ่งแล้วก็ปลอดภัยในทุกท่วงท่าในการวิ่ง แต่นอกเหนือจากรองเท้าวิ่งที่ดีแล้วนั้น มีอีกหนึ่งอย่างที่เป็นอุปกรณ์ไอที ที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งของเพื่อนๆ ได้ นั้นก็คืออุปกรณ์ไอทีตัวนี้ครับ

   อุปกรณ์ไอทีตัวนี้คือ GARMIN Forerunner 235 ครับ เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เอาไว้ใช้ในการออกกำลังกายในการวิ่งดดยเฉพาะเลย แล้วก็เหมาะกับคนที่ชอบวิ่งในระยะทางไกลๆ ที่ต้องใช้การนำทาง สรรหาเส้นทางในการวิ่งเส้นทางใหม่ๆ เรียกว่าใช้นาฬิกาตัวนี้ได้ดีเลยทีเดียว เพราะจุดเด่นอย่างแรกของนาฬิกาตัวนี้คือ จะมีระบบ GPS อยู่ด้วยนั้นเอง แล้วนอกจากนั้นยังมีตัววัดผลจากการวิ่งอีกหลายๆ ประเภทที่เหมาะกับคนที่รักสุขภาพ ด้านในตัวนาฬิกาเองก็มีเซนเซอร์หลายๆ ชนิดที่มีคุณภาพสูงอัดแน่นมาให้ด้วย รวมไปถึงฟังก์ชั่นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งตัวนับก้าวที่วิ่งได้ด้วย รวมไปถึงตัวระบบนำทางอย่างที่บอกไปในช่วงต้น ทั้งนี้ด้านในตัวนาฬิกายังมีการฝังชิปที่เป็นระบบ โกรแนส ที่สามารถระบุตำแหน่งหรือพิกัดบนแผนที่ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย รวมไปถึงตัวนาฬิกายังสามารถป้อนโปรแกรมการออกกำลังกายให้เป็นไปตามที่แต่ละบุคคลออกกำลังกายอยู่ในทุกๆ วันได้อีกด้วย อย่างเช่น การวิ่งบนลู่วิ่งในรูปแบบของ อินดอร์ แล้วก็การวิ่งแบบเส้นทางปกติที่วิ่งแบบ เอาท์ดอร์ แต่สำหรับคนที่รักการออกกำลังหายแบบอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างเช่นการปั่นจักรยาน ก็สามารถที่จะใช้ตัว นาฬิกา ของทางการ์มิน ตัวนี้ได้เช่นกัน ซึ่งก็แน่นอนว่าฟังก์ชั่นทั้งหมดที่ได้พูดมานี้ ตัวนาฬิกาเองนั้น ยังสามารถใช้งานร่วมกับตัวสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android แล้วก็ระบบปฏิบัติการ IOS ได้อีกด้วย โดยจะควบคุมผ่านตัวแอปพลีเคชั่นที่ชื่อว่า GARMIN Forerunner เช่นกัน

   การออกแบบตัวเรือนนาฬิกาเองนั้น ผมว่ามันก็เรียบๆ ไปนิดหนึ่งนะครับ แต่ใครที่ชอบแนวแบบสีสันหน่อยก็จะมีให้เลือกใช้งานกันได้ ซึ่งปุ่มใช้งานที่อยู่บนตัวเครื่องนั้น จะมีปุ่มเปิด ปิด ตัวเครื่องอยู่ทางด้านซ้าย แล้วก็มีปุ่มเปิดไฟเพื่อมองหน้าจอ แล้วก็ปุ่มเลื่อนขึ้นลง ส่วนทางด้านขวา จะมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ แล้วก็ปุ่มจับเวลา และถัดมาก็เป็นปุ่มย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้า ในส่วนของการชาร์จแบตเตอร์รี่ก็มีสายชาร์จมาให้ด้วย เพียงแต่เสียบเข้าไปที่ด้านข้างของตัวเรือนนาฬิกาก็เสียบชาร์จได้แล้ว

   ในส่วนของการทดลองใช้งานจริงนะครับ ซึ่งจุดแรกที่ผมจะทดสอบถึงความแท่นยำในการวัดของตัวเซนเซอร์นั้น ก็คือจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจครับ ซึ่งปกติคนทั่วไปถ้าวัดการเต้นของหัวใจคนเราจอยู่ที่ 70-80 ครั้งต่อนาที ซึ่งเมื่อทำการวัดแล้วก็ได้ผลอยู่ที่ประมาณ 72 ครั้งต่อนาที ก็ตรงครับ จากนั้นก็เริ่มต้นวิ่งทันทีเลย ซึ่งตัวนาฬิกาก็จะบอกเราว่า ระยะทางรวมในการวิ่งนั้นอยุ่ที่เท่าไหร่ ความเร็วในการวิ่งอยู่ที่เท่าไหร่ รวมไปถึงการเผาผลาญประมาณแคลลอรี่ไปได้เท่าไหร่ แล้วก็ค่าเฉลี่ยนอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหลังจากที่ได้วิ่งไปได้สักระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วก็มาวัดผลเปรียบเทียบกับตอนที่ก่อนวิ่ง ผลที่ได้ก็ค่อนข้างที่จะตรงและแม่นยำดีเลยทีเดียวครับ นอกจากนั้นถ้าเราไม่ได้สนใจรายละเอียดบนจอเล้กๆ ที่อยุ่ตรงนาฬิกา เราสามารถที่จะไปดูข้อมูลการออกกำลังกายในแต่ละวันของเราได้ที่ตัวสมาร์ทโฟนได้ด้วยนะครับ บนแอปจะเก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้ให้เราได้ดูย้อนหลังเพื่อดูประสิทธิภาพในการออกกำลังกายของเราได้ด้วยนั้นเอง

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับเพื่อนๆ กับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ถ้าใครที่ชื่นชอบอุปกรณ์ไอทีที่ทำมาเพื่อการออกกำลังกายแบบนี้ ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้ตามศูนย์บริการหรือว่าตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไปได้นะครับ