Archive for June 2016

รีวิว สมาร์ทโฟนฟื้นคืนชีพ กับ LG G5 se สมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ตัดสินใจมาทำตลาดในเมืองไทย

 

   สำหรับใครที่เป็นสาวกของทาง LG เอง ในช่วงที่ LG ประเทศไทยได้ประกาศออกมาว่า LG G5 สมาร์ทโฟนกล้องคู่และผลิตภัณฑ์ทาง LG อีกหลายๆ ตัวจะหยุดทำการตลาดในบ้านเราชั่วคราว สำหรับแฟนๆ ของทาง LG เองก็คงตกใจไม่น้อยใช่ไหมละครับ เพราะว่าสาวกก็คือสาวก อย่างไงก็ต้องอยากจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ LG อยู่ดี แต่ล่าสุดนี้เรียกว่าเป็นข่าวดีครับ สำหรับสาวกของทาง LG และใครที่ต้องการอยากจะใช้สมาร์ทโฟนของแบรนด์นี้ เพราะทางทีมงาน 108plaza ของเรานั้นไปสื่บทราบมาว่า LG ประเทศไทยเองได้ตัดสินใจทำตลาดในบ้านเราต่อไป แล้วในครั้งนี้เอง เราก็อยู่กับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ใครหลายๆ คนรอคอย กับสมาร์ทโฟนกล้องคู่ตัวนี้ครับ

   เมื่อ LG ประเทศไทยนำสมาร์ทโฟนที่เราจะรีวิวในครั้งนี้ LG G5 se เข้ามาทำตลาด ทันใดนั้น เราก็ไม่รอช้าครับ ไปขอตัวเครื่องมารีวิวให้กับเพื่อนๆ ที่ได้ติดตามผ่านทางเว็บไซต์ของเราโดยทันทีเลย เรียกว่าอัพเดทเทรนด์นี้กันก่อนใครเลยทีเดียวครับ แต่ต้องบอกว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับคนไทยที่นำรุ่นที่เป็นเวอร์ชั่น se มาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งตัวรุ่นย่อย se นี้มันก็คือสมาร์ทโฟนที่เป็นรุ่นล่างลงมาจากตัวที่เปิดตัวเต็มไปเป็นรุ่น LG G5 ตัวเต็มที่ใช้ตัวชิปประมวลผล snapdragon 850 ที่เราเองก็ไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แล้วก็เคยรีวิวกันไปแล้วในตอนที่ผ่านมา ในรุ่นท็อปตัวนั้นไม่มาขายในบ้านเรานะครับ ใครที่อยากได้จริงๆ เนี่ยต้องไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แต่สำหรับรุ่น LG G5 se นี้จะลดสเปคลงมา จะใช้ชิปประมวลผลที่เป้น qual-comm snapdragon 652 แทน เป็นแบบ 8 แกนสมองเช่นกัน ให้ RAM 3 GB ส่วนพื้นที่ในตัวเครื่องนั้นให้มาที่ 32 GB คือส่วนที่ลดสเปคลงมาเนี่ยนะครับ ก็จะเป็นตัซีพียู จีพียู แล้วก็แรม แต่ส่วนอื่นๆ ที่จะบอกต่อไปนี้ มันเหมือนกับรุ่นท็อปเลยที่ขายในต่างประเทศ ขนาดของหน้าจอนั้นอยู่ที่ 5.3 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความคมชัดอยู่ที่ระดบ Quad HD ความละเอียดอยู่ที่ 1440*2560 พิกเซล ซึ่งถามว่าความละเอียดของหน้าจอขนาดนิ้ สเปคของหน้าจอขนาดนี้ เป็นอย่างไร ต้องบอกว่ามันชัดมากเลยครับ สีสันก็ดีเลยทีเดียว เรื่องของจอนั้นไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนฝาหลังนั้นยังคงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง LG เองด้วยนะครับ ก็คือจะมีปุ่มด้านหลังที่เรียกว่า Rear key มันเป็นปุ่มสแกรนลายนิ้วมือได้ด้วย ต้องบอกว่าสเปคเดียวกับรุ่นที่ขายในต่างประเทศ แล้วผมเองก็เคยรีวิวไปแล้ว มันน่าทึ่งก็ตรงที่มันสแกนได้เร็วมากเลยนะครับ แตะปุบ ติดปับ เยี่ยมเลยครับ เรื่องของความเร็ว

   ในส่วนของสเปคกล้องทั้งหน้าและหลัง รวมกัน 3 กล้องเนี่ยนะครับ ความละเอียดเท่ากันกับตัวที่เรารีวิวไปแล้วในต่างประเทศนะครับ แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือฟี่เจอร์การใช้งานที่ดูแปลกตาใน LG G5 se รุ่นนี้ที่มาขายในบ้านเรา ฟี่เจอร์แรกเลย คือ Pop Out mode camera มันเป็นอย่างไรในโหมดนี้ อธิบายอย่างนี้ครับว่า ใครที่ชอบเซลฟี่ แล้วคนเยอะๆ เก็บภาพไม่หมด โหมดนี้แก้ปัญหให้คุณได้ มันจะใช้กล้องหน้าที่ให้การถ่ายภาพได้กว้างขึ้น กว้างกว่าปกติเยอะเลยทีเดียว จะใช้ได้ทั้งภาพนิ่งแล้วก็วีดีโอนะครับ ต่อมาอีกหนึ่งโหมดที่ดูแปลกตาไป multiview mode camera คือในโหมดนี้มันจะเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพที่แปลกตาออกไปครับ ในโหมดนี้จะให้ร่วมกันทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง ถ่ายแบบ 360 องศาก็ได้ ถ่ายภาพนิ่งแล้วไปซ้อนทับกันแบบนี้ก็ได้เช่นกัน แล้วก็อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในกล้องหลังแบบคู่ คือมันสามารถ zoom ได้เยอะกว่ากล้องที่มีตัวเดียวทั่วไป แต่ข้อเสียของการ zoom เยอะๆ เนี่ยมันจะหยุดอยู่นิดหนึ่งเวลาที่ความละเอียดของกล้องตัวแรกมันหมดระยะการ zoom จะตัดไปให้กล้องตัวที่สอง zoom เข้าไปต่ออีก อะไรแบบนั้นนะครับ แต่มันหยุดนิดเดียว แล้วก็สามารถ zoom ได้ต่อ เรียกว่า zoom กันชนิดที่ว่าได้ความละเอียดสูงสุดถึง 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว ส่วนระบบปฏิบัติการที่เป็นรุ่น LG G5 se นี้ก็เป็นตัว android 6.0 เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปรออัพเดทอะไรแล้วนั้นเองนะครับ

   นอกจาก LG ประเทศไทย ได้กลับมาทำตลาดในบ้านเราทั้งที LG เองก็มีอีกหลายๆ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมาใช้เป็นอุปกรณ์เสริมที่มาทำตลาดพร้อมกันอีกมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 360 หูฟังขั้นเทพ แล้วไปถึงตัวเพาเวอร์แบงค์ Adapter ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครสนใจก็ลองไปดูสินค้าตัวจริงกันได้ตามศูนย์บริการ่ของทาง LG และร้านจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลยนะครับ

รีวิวกระเป๋าเป๊ที่คนรักการปั่นจักรยานชอบใช้ The North Face

 

   108plaza ในครั้งนี้เรามีกระเป๋าจักรยาน ที่ตอนนี้คนที่ชื่นชอบการปั่นเป็นอย่างยิ่งเนี่ยนะครับ ต้องใช้กระเป๋าเป๊สะพายหลังสักหนึ่งใบคู่ใจเลย ตรงนี้หมายความว่าใครที่ชอบปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะปั่นในระยะทางไกลๆ ที่จำเป็นต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวเยอะๆ เหมือนกับเราไปท่องเที่ยวนั้นแหละ ก็ต้องใส่กระเป๋าเป๊และก็สะพายหลังพร้อมไปกับจักรยานคู่ใจนั้นเอง แล้วก็ใครที่ชอบปั่นจักรยานไปทำงาน ที่ต้องพกพาสิ่งของที่ใช้ในการทำงานอย่างเช่น เอกสาร โน๊ตบุ๊ค แล้วก็อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานนั้น ก็ต้องเอาใส่กระเป๋าเป๊ไปด้วย เดี่ยวไปติดตากันครับสำหรับการรีวิวกระเป๋าเป่ของคนที่ชอบปั่นจักรยานชื่นชอบกันมากเลย

   108plaza ของเราในครั้งนี้เราอยู่กับกระเป๋าเป๊ใบนี้แหละครับ มีชื่อว่า The North Face เป็นกระเป๋าเป๊อีกหนึ่งยี่ห้อที่คนปั่นจักรยานนิยมกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเห็นในรูปแบบนี้มันดูไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ แต่พอไปดูของจริงจะบอกว่ามันสามารถใส่อะไรได้เยอะมากเลย นอกจากคนที่เขาชอบปั่นจักรยานกันแล้ว คนที่ชอบเดินป่า เที่ยวตามธรรมชาติบ่อยๆ เนี่ย เขาชอบใช้กระเป๋าแบรนด์นี้กันมากเลย เพราะว่ามันค่อนข้างมีขนาดที่ใหญ่ และ ใส่สำภาระได้เยอะเลยทีเดียว จริงๆ แล้วมีขนาดให้เลือกใช้กันอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็คือ size M และ size L ถ้าใครที่ต้องการกระเป๋าเป๊ใบไม่ได้ใหญ่มาก ก็อาจจะเหมาะกับ size M มากกว่า แต่ต้องบอกว่าราคาจริงๆ แล้วตามท้องตลาดทั่วไปเนี่ย ทั้ง 2 ขนาดนี้ราคาห่างกันแต่หลักร้อยเองนะครับ ถ้าถามผมว่าความคุ้มค่าในการซื้อแล้วเนี่ย ก็ควรที่จะซื้อใบที่ใหญ่ไปเลย สำหรับใครที่ไม่อยากจะเปลืองงบในการซื้อกระเป๋าเป๊ดีๆ สักใบหนึ่ง เวลาที่จะไปเอาไปปั่นจักรยานในระยะทางไกลๆ ไปเที่ยวอะไรแบบนี้นะครับ ก็ซื้อครั้งเดียวจบเลย บางคนซื้อใบเล็กมา พอจะไปเที่ยวไกลๆ จริงๆ ข้าวของก็ใส่ไม่พอ เพราะว่าซื้อใบเล็กมา ก็ต้องไปซื้อใบใหญ่กว่ามาอีกใบ อะไรแบบนี้ ก็สิ้นเปลืองงบไปอีกนะครับ เพราะว่าในกระเป๋าเป๊รุ่นนี้เนี่ย มันสามารถที่จะปรับขนาดกระเป๋าให้เล็กลงได้ หมายความว่าถ้าเรามีสิ่งของที่ใส่ไปในกระเป๋าไม่ได้เยอะเท่าไหร่ เราสามารถใช้การรัดของสายรัดและที่คลุมที่ด้านหน้า ให้กระเป๋านั้นดูเล็กลงได้เรื่อยๆ แม้จะเป็นกระเป๋าใบใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าจะใช้แบบใบใหญ่ๆ ก็ปรับให้มันขยายออกมาได้เช่นกัน คือมันใช้ได้หลากหลายรูปแบบนะครับ

   เมื่อเกปิดกระเป๋าเป๊ใบนี้เข้าไปที่ด้านในนะครับ การออกแบบกระเป๋าค่อนข้างที่จะใช้ได้หลากหลายเลยทีเดียว เพราะว่ามันเป็นช่องใส่สิ่งของที่มันเยอะไปหมดเลย มีทั้งช่องใส่กระเป๋าใบใหญ่ ช่องเล็กๆ ที่เรียกว่าใส่ได้ประมาณว่า ใส่โน๊ตบุ๊คจอ 14 นิ้วได้ ใส่ไอแพ็ดได้หนึ่งเครื่อง ใส่แก้วน้ำได้ ใส่สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ได้ ทั้งโทรศัพท์มือถือ กล่องแว่นตา หมวกกันน็อคสำหรับนักปั่นจักรยานก็ใส่ได้นะครับ นอกจากนั้นก็จะมีจำพวกเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว รวมไปถึงอาจจะมีเครื่องมือในการซ่อมจักรยานในกรณีฉุกเฉิน ยางแบน ก็สามารถใส่ที่ปั้มลมขนาดเล็กไปได้ในกระเป๋าเช่นกัน ก็ผมได้ทดสอบใช้งานแล้ว ก็มีสิ่งของมากมายเลยที่ใส่เข้าไปได้ เรียกว่าย้ายบ้านไปได้เลยทีเดียว สำหรับใครที่ขี้ลืมกุญแจ จะออกจากห้อง ออกจากบ้าน ไปทำงานหรือไปปั่นจักรยานไกลๆ ก็จะมีที่ห้อยกุญแจเอาไว้ในกระเป๋าใบนี้เช่นกัน ถามว่าเมื่อมันมีพื้นที่ใส่สำภาระได้เยอะแยะขนาดนี้แล้ว เรื่องความทนทานละ เป็นอย่างไรกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า มันดูแข็งแรง ทนทานดีครับ แน่นอนว่านักปั่นจักรยานอย่างเรา ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องป้องกันตัวมากมายแค่ไหน มันก็มีบ้างที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ จริงไหมครับ อาจจะเป็นรถจักรยานล้ม หรือ ไปเกี่ยวเข้ากับอะไรบ้างอย่างแบบนี้ ข้อดีของการใช้กระเป๋าเป๊ใบใหญ่ๆ แบบนี้ มันก็อาจจะช่วยเซฟตัวเราจากด้านหลังได้ดีอีกด้วยนะครับ แล้วก็แน่นอนว่ากระเป๋าเป๊ใบนี้ สามารถกันฝนได้ด้วย

   เมื่อดูรายละเอียดของตัวกระเป๋าจักรยานคู่ใจกันไปแล้วนะครับ หลายๆ คนที่ชอบปั่นจักรยานแล้วเริ่มสนใจ อยากจะทราบถึงราคากันแล้ว ก็ต้องบอกว่าของแท้ที่ขายตามช๊อปที่มีใบรับประกันแล้วก็มีเซอร์วิสหลังกการขายด้วยเนี่ยนะครบั มันจะมีทั้งเรื่องของการประกันตัวสินค้าด้วยเนี่ยนะครับ ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาท ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับการจัดโปรโมชั่นด้วยนะครับ ราคาก็จะถูกลงอีกบ้าง ก็ถือว่าราคาที่ซื้อแล้วครั้งเดียวก็คุ้มเลย เพราะว่ามันเป็นกระเป๋าที่ดูแล้วทนทานดีครับ ก็คงเหมาะกับคนที่ชอบลุยๆ เหมือนเพื่อนๆ ที่ชอบปั่นไปไกลๆ มากเลยทีเดียวครับ

จับเรือธงมาชนกัน HTC 10 และ Huawei P9 ตัวไหนจะน่าใช้กว่ากัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ เรามีสมาร์ทโฟนเรือธงอยู่ 2 รุ่น 2 ค่ายที่ถือว่าเป็นแบรนด์ระดับ inter เลยก็ว่าได้ นำมาท้าชนกันครับ แล้วก็มาวิเคราะห์กันในแบบฉบับของ 108plaza ของเราว่าทั้งทีมงานเลย มีความคิดเห็นเกี่ยวกบสมาร์ทโฟนที่เราจะนำมารีวิวแบบ battle กันเนี่ยนะครับ ว่าตัวไหนน่าใช้กว่ากัน แต่ต้องบอกว่าในแบบฉบับของเราเองนะครับ ซึ่งความคิดเห็นในส่วนต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานนั้น อาจจะไม่ตรงตามใจคิดของทุกท่านที่มาอ่านบทความนี้อยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เอาไปเป็นแนวทางแล้วคิดดูว่า สิ่งที่เราเขียนเอาไว้ในบทความนี้มันจริงอย่างที่ท่านคิดเอาไว้หรือไม่ ถ้าใช่ก็เลือกซื้อกันเอาครับ

   สำหรับในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟน 2 เรือธงด้วยกันอย่าง Huawei P9 และ HTC 10 ที่ในช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวไปพร้อมๆ กัน แต่การวางตลาดก็คงเป็นช่วงเดือน มิถุนายน นี้ แต่ที่ลุ้นไปกว่านั้น คือจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ สำหรับ HTC 10 ถ้าไม่เข้ามา ก็อาจจะต้องหิ้วมา สำหรับใครที่อยากจะได้จริงๆ นะครับ แต่คาดว่า Huawei P9 เข้ามาแน่นอน เรามาดูที่ตัว HTC 10 กันก่อนเลย สำหรับทางทีมงานได้เครื่องตัวนี้มา ตอนที่ไปใต้หวันนะครับ ก็ไปหิ้วกันมา หิ้วมาเพื่อการริวิวนี่แหละ ลงทุนกับเพื่อเพื่อนๆ ที่รอติดตามกันเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นต้องบอกว่าเมื่อได้จับแล้วดูสวยงามกันเลยทีเดียว งานประกอบของเค้าไว้ใจได้เลยว่าแน่นหนา แข็งแรง วัสดุพรีเมี่ยม คือสวยนะครับว่าง่ายๆ ในส่วนของ Huawei P9 อันนี้หลายๆ คนก็ค่อนข้างถูกอกถูกใจกันมาตั้งแต่ในรุ่นของ nexus P6 แล้วที่ทำเครื่องออกมาใช้งานได้ดี ค่อนข้างชอบในเรื่องของฟี่เจอร์ที่ออกมาให้ได้ใช้งานกันค่อนขางเด็ดกว่าแบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว เมื่อมาในรุ่น Huawei P9 ตัวนี้ก็ทำออกมาเป็นวัสดุแบบโลหะ ออกแบบเป็นยูนิบอดี้ พร้อมทั้งหน้าจอใหญ่ รองรับการใช้งานที่เป็นแบบ มัลติมีเดีย ได้ดีเลย ซึ่งถ้าใครได้จับตัวเครื่องจริงๆ ก็ถือว่า ว้าว เหมือนกันนะผมว่า ก็ถือว่ายกแรก เรื่องของดีไซน์นั้น ผมให้เสมอกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครคิดเห็นอย่างไร ชอบตัวไหน ไปตัวนั้นเลยดีกว่าครับ

   มา battle กันในยกที่สองกันข้าง ในเรื่องของการใช้งานทางด้านความบันเทิง ต้องบอกเลยว่าทาง HTC 10 มันมีความเจ๋งตรงที่ว่า มันมีระบบเสียงแบบ boom sound อันนี้ต้องบอกว่าเมื่อก่อนที่ทำระบบเสียงแบบนี้เป็นแค่ลำโพงแบบคู่ แยกซ้ายขวา แบบสเตอริโอ แต่ในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีระบบที่เวลาเราดู youtube เปิดเพลง เล่นเกมส์ ความบันเทิงทุกอย่างที่มีเสียงมาด้วย ตัวเครื่องนั้นถ้าเราตั้งขึ้น ด้านบนจะเป็นเสียงในย่านเสียงแหลม ส่วนลำโพงด้านล่างจะเป็นย่านเสียงเบส ให้เสียงแบบ เซอร์ราว รอบทิศทาง ให้เสียงเบสแบบทุ้มๆ ขึ้นมา เรียกว่ามีมิติเลยทีเดียว เชื่อว่า คู่แข่งที่มาชนกันในวันนี้แพ้อย่างแน่นอน ถ้าใครที่ชอบเรื่องของเสียง ความบันเทิง แล้วก็เรื่องของการใช้งานแบบมิลติมีเดีย ต้องยกให้ HTC 10 เป็นผู้ชนะไปในที่สุดเลยครับ

   แต่ถ้าใครบอกว่าเสียงมันไม่เท่าไหร่หรอก ไม่ได้เน้นมากนัก มาดูในยกที่สามครับ เรื่องกล้องต้องยกให้ทาง Huawei P9 ไปเลย เพราะว่าเค้ามีกล่องหลังแบบคู่ ที่กล้องตัวหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องแบบสี และ อีกกล้องหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องขาว ดำ แล้วจากนั้นก็จะมาผ่านซอฟต์แวร์ของ Huawei เองประมวลผลออกมาเป็นภาพที่ให้มุมมองที่กว้างขึ้น สีสันนั้นเป้นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งใครที่บอกว่าฉันอยากจะได้กล้องแบบนี้ กล้องที่มันถ่ายในที่มึดแล้วมันเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดี อย่างเช่น เงามีด ภาพแนวศิลปะ หรือแม้แต่ภาพขาวดำ อะไรแบบนี้จะต้องยกให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะไปในยกนี้กันเลยทีเดียวครับ

   แต่ต้องขอบอกว่าถึงแม้ว่าจะให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะกันไปในยกที่ผ่านมาคือเรื่องของกล้อง แต่ทาง HTC 10 เองก็ต้องบอกว่าในรุ่นนี้ได้ทำการแก้ไขเรื่องกล้องมาค่อนข้างดีกว่ารุ่นผ่านๆ มา ที่ว่ากล้องถ่ายไม่ตรงสี ภาพเพี้ยน ตรงจุดนี้แก้ไขในรุ่นนี้เรียบร้อยแล้ว แถมยังมีระบบกันสั่น ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย เพราะฉะนั้น ใครชอบถ่ายวีดีโอ HTC 10 ก็ถ่ายได้นิ่งเลยนะครับ

   แต่ก่อนที่จะจบการ Battle สมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหญ่ ที่เรานำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ เรื่องสุดท้ายที่จะยกให้เค้าเป็นผู้ชนะไปก็คือ ความอึดของแบตในตัว Huawei P9 ที่ทำ UI v4.0 ขึ้นมาให้ ใชงานได้ไหลลื่นและใช้งานได้ข้ามวันด้วยแบต 3000 mAh สุดท้ายนี้ใครสนใจสมาร์ทโฟนตัวไหน ก็ลองไปเลือกกันเอาตามความชอบและการใช้งานนะครับ

Review TELEFUNKEN M80 Elektroakustik ไมค์โครโฟนที่ใช้ได้ทั้งในห้องอัดเสียงและงานเวทีความคุ้มค่าในราคาหมื่นต้นๆ

 

108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จะมารีวิวไมค์โครโฟนที่ต้องบอกว่าราคาแพงแต่ใช้คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งครับ สำหรับเพื่อนๆ คนที่ทำงานทางด้าน audio หรือว่าทำงานทางด้าน sound engineer อยู่ในตอนนี้นะครับ แล้วกำลังจะมองหาไมค์โครโฟนที่มันตอบรับความถี่สูงๆ ได้ดี แล้วก็สามารถปรับแต่งเสียงได้ง่ายต่อการทำงานเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าไมค์โครโฟนตัวนี้ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เนี่ย เรื่องคุณภาพมันดีเลยทีเดียว แล้วที่สำคัญมีไมค์หลากหลายสีด้วยให้เลือกใช้งานกัน แต่ก็ต้องยอมแรกมากับราคาที่มันค่อนข้างที่จะแพงไปสักนิดหนึ่งนะครับ เรียกว่าราคานี่หมื่นต้นๆ กันเลยทีเดียวสำหรับไมค์โครโฟนหนึ่งตัวถือว่าแพงครับ แต่ในความแพงนั้นมันจะมีอะไรที่พิเศษๆ บ้างนั้นเดี่ยวผมจะพาไปรีวิวกันเลยดีกว่า

   สำหรับไมค์โครโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปสินค้าตัวอย่างนี้ มีชื่อว่า TELEFUNKEN M80 เรียกสั้นๆ ก็คงเรียกว่า M80 นี่แหละครับง่ายดี ความจริงจะมีชื่อยาวกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่ก็เรียกกันสั้นๆ แบบนี้จะดีกว่า ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของไมค์โครโฟนตัวนี้นะครับ มีน้องๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ไมค์โครโฟนเนี่ยเราจำเป็นไหมทีจะต้องเลือก เพราะว่าไมค์ก็คือไมค์ มันก็รูปทรางเหมือนๆ กันแบบนี้ คำตอบคือ ต้องเลือกครับ เพราะไมค์โครโฟนทุกตัว มีการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ไมค์บางตัวใช้กับเครื่องดนตรี ไมค์บางตัวใช้กับเสียงพูด ไมค์บางตัวใช้กับเสียงร้อง แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะแยะมากมายเลย มันก็เหมือนกับเราเลือกอ่านฉลากยา ว่ายาตัวนี้รักษาโรคอะไร ประมาณนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกไมค์โครโฟนให้เหมาะกับการใช้งานมันมีอะไรมากกว่าที่ท่านคิดนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าไมค์โฟนตัวนี้นะครับ M80 เนี่ยมันสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องสตูดิโอและบนสเต๊สด้วย แล้วความพิเศษอย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยในไมค์โครโฟนรุ่นนี้คือ มันจะมีสีครบทุกทุกสีของค่า R เลยก็ว่าได้นะครับ ก็จะมีสีน้ำตาล เหลือง เขียว น้เงิน ม่วง เทา ดำ แล้วก็ชมพู เรียกว่ามีเกือบทุกสีจริงๆ นะครับ ต้องบอกว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เป็นไมค์แบบ คาดิออยส์ แต่ให้อารมณ์หรือความรู้สึกในการใช้เนี่ยเหมือนกับไมค์ คอนเดนเซอร์ ซึ่งมันมีความไวในการตอบสนองของเสียงที่ไวมากๆ เลยทีเดียว ซึ่งค่าความไวของไมค์ตัวนี้อยู่ที่ 1.4v ต่อปาสคาล 300 โอห์ม ซึ่งถามว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เอาไปจ่อกับเครื่องดนตรีได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แล้วก็ได้หลากหลายชนิดด้วย แล้วถามต่อไปอีกว่า เอาไมค์ตัวนี้ไปร้องเพลงได้ไหม คำตอบก็คือ ได้อีกเช่นกันครับ แล้วคุณสมบัติที่พิเศษไปกว่านั้นเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้สามารถรองรับเสียงที่จ่อเข้าไปหาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้มากถึง 140 dB เลยทีเดียวครับ เรียกว่ารองรับเสียงที่ดังมากๆ เข้ามาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้แบบไร้กังวลเลยทีเดียวครับ ต้องบอกว่าเท่าที่ผมอ่านสเปคดูคร่าวๆ เนี่ย ก็ต้องร้องว่า โอ้ว แม่เจ้า ทำไมไมค์มันมีสเปคที่สูงอย่างนี้นะครับ เท่านี้ยังไม่พอครับ นอกจากจะรองรับเสียงที่ดังมากๆ ได้แล้ว ย่านความถี่ที่ไมค์โครโฟนตัวนี้จะรองรับเสียงได้ก็คือย่านความถี่ตั้งแต่ 30 Hz-18KHz เลยทีเดียว ซึ่งจากสเปคตรงนี้เนี่ยนะครับ ผมเองก้ได้ทำการทดสอบการใช้งานดูแล้ว ก่อนที่จะมาเขียนรีวิวนี้นะครับ ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่า เราเอาไมค์โครโฟนตัวนี้ไปใช้งานแบบร้องหรือพูดเนี่ย ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่าในย่านความถี่ของเสียงกลาง แล้วก็เสียงกลางย่านสูง คือโทรเสียงออกไปทางเสียงแหลมแต่ไม่ได้แหลมมากนัก ก็เป็นธรรมชาติของเสียงพูดคนเราเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้รองรับเสียงย่านนี้ได้ดีเลยทีเดียว คือถ้าในมุมของคนที่มิกซ์เสียงอยู่ที่มิกซ์เซอร์เนี่ย จะบอกว่าปรับแต่งได้ง่ายมากเลย คือไมค์มันจะรับเสียงเข้ามาหาเครื่องเสียง เข้ามาหามิกซ์เซอร์เนี่ย เพียงแค่ low cut ที่มิกซ์นิดเดียวเอง จากนั้นปลายเสียงในย่านความถี่กลางและสูงนั้น แทบจะไม่ต้องไปแตะอะไร ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมันมากเลย มันก็สามารถช่วยให้การทำงานของคนท่ำ sound อยู่เนี่ยง่ายขึ้นด้วยนะครับ

   ข้อดีของไมค์โครโฟนตัว M80 ต่อมาอีกหลายๆ อย่างที่ผมเองตรวจพบตอนที่ทำการทดสอบนะครับ กับการใช้งานทางด้านร้องเนี่ย ไมค์ตัวนี้มีคุณสมบัติที่จะช่วยในกรณีที่นักร้องขยับไมค์เข้าไปใกล้ปากเยอะๆ เนี่ย ถ้าเป็นไมค์ที่ทั่วๆ ไป ราคาหลักร้อยหลักพันเนี่ย เสียงจะเกิดการพร้ามัวทันทีเลยถ้าเอาไมค์เข้าใกล้ปาก เสียงจะไม่ชัดเจน เสียงจะอู้ไปเลย แต่ไมค์โครโฟนตัวนี้มีระบบป้องกันเอาไว้แล้วครับ ซึ่งก็ทำการทดสอบแล้ว ก็เป็นจริงตามที่ทางพนักงานขายเค้าได้บอกมานะครับ คือเสียงถ้าไม่ได้เอาไมคืจนติดปากเลยเนี่ย แต่ใกล้มากๆ เนี่ย ไมค์โครโฟนตัวนี้จะยังได้ยินเสียงที่ชัดเจนอยู่นะครับ แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงสักนิดหนึ่งกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ครับ อย่างก็ลองไปตัดสินใจและทดสอบการใช้งานจริงด้วยตัวเองกันได้ครับ

Review CASIO G-SHOCK MUDMASTER GWG-1000 นาฬิการุ่นสุดพรีเมี่ยมเน้นความทนทานและการใช้งานในสาย Extreme

 

   108plaza ในตอนนี้เรามีนาฬิกาจากค่าย casio ในแบรนด์ G-shock ที่ถือว่าได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เฉพาะมากที่สุด เรียกว่าเหมาะสำหรับคนที่ทำงานหรืออยู่ในสายงานที่ extreme ไปเลย อย่างเช่น คนที่เป็นนักบิน เป็นกัปตันเรือเดินสมุคร นักเดินป่าและปินเขา และสายงานอื่นๆ ที่ต้องการใช้นาฬิกาที่มันมีฟังก์ชั่นครบ พร้อมๆ ไปกับสายการผลิตที่มีนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยตรง เพื่อไปทำการทดสอบข้อบกพร่องจากตัวโมเดลเริ่มต้นก่อน ก่อนที่จะมาผลิตและวางจำหน่ายจริง ก็ถือว่าเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นจากทาง G-shock ที่เป็นรุ่นพิเศษจริงๆ และมีราคาต้องบอกว่าไม่เบาเลยทีเดียวเช่นกันครับ เดี่ยวผมจะพาไปดูรูปตัวอย่างสินค้า แล้วก็เรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับตัวนาฬิการุ่นนี้ครับ G-shock MUDMASTER รหัสรุ่น GWG-1000

   สำหรับเพื่อนๆ ที่พึ่งมาเป็นแฟนพันธ์แท้ของทาง G-shock ใหม่ๆ เนี่ยนะครับ ต้องบอกว่าอย่าพึ่งไปสับสนกับรุ่นและตัวสินค้า เพราะที่ 108plaza ของเราเคยรีวิวนาฬิกา g-shock ที่มีดีไซน์คล้ายๆ กันแบบนี้ในกรุ่นที่เป็นรหัส GG-1000 เองแล้วก็รุ่นที่เป็นรหัส G อีกหลายๆ ตัวเลย ที่มันจะมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกันบ้าง แล้วก็ใช้ชื่อรุ่นว่า mudmaster เองเนี่ยนะครับ อีกหลายๆ รุ่นด้วยกัน แต่ความต่างมันอยู่ที่ตรงฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วก็วัสดุที่นำมาประกอบเป็นนาฬิกาเรือนนี้ต่างหากนะครับ

   สำหรับ G-shock mudmaster GWG-1000 นั้น ตอนที่เปิดตัวมาจริงๆ จะมีอยู่ด้วยกันให้เลือกใช้งาน 3 สีด้วยกัน ก็จะมีสีดำ สีเขียว แล้วก็สีเหลืองนะครับ แล้วแต่ละสีก็จะมีรหัสเฉพาะรุ่นแยกไปอีก แต่เราไม่ได้เน้นตรงนั้นดีกว่า เวลาไปร้านก็ไปเลือกเอาไว้ตามชอบว่าจะเอาสีไหนนะครับ มาดูกันที่รายละเอียดส่วนอื่นดีกว่านะครับ ในส่วนของฟังก์ชั่นหลักๆ เลยในตัวนาฬิการุ่นนี้ก็จะมี ฟังก์ชั่นบอกอุณหภูมิ บอกทิศ บอกความสูงเทียบกับระดับน้ำทะเล สามารถจับเวลาได้ มีระบบพลิกข้อมือแล้วไฟติด มีเวลาต่างประเทศบอก ตัวหน้าปัดเรือนนาฬิกาสามารถที่จะเรืองแสงในเวลากลางคืนด้วยการเรืองแสงแบบพลายน้ำได้ด้วย กระจกหน้าปัดนาฬิกาเป็นแบบ ซัพฟาย สามารถกันรอยขีดข่วนได้ดี เรียกว่าลูกเล่นของนาฬิการุ่นนี้ครบครันเลย แล้วก็มีความทนทาน บุกน้ำ ลุยป่า ได้หมดเลยนะครับ แต่ใครที่ชอบนาฬิกาเรือนเล็กๆ นี่อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะว่าตัวเรือนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ไปสักนิดหนึ่ง สำหรับความคิดเห็นของผมนะครับ แต่อันนี้ต้องไปลองดูด้วยตัวเองจะดีกว่าถ้าใครสนใจ ซึ่งเมื่อดูรอบๆ ตัวเรือนนาฬิกาแล้ว เรื่องของวัสดุนั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว สายเป็นแบบ 2 รู ตรงบริเวณสายรัดข้อมือด้านบนจะมีความแข็งแล้วก็นูนออกมา คือถ้าใครที่ข้อมือใหญ่นิดหนึ่ง จะรับกับข้อมือได้พอดี แล้วมันก็ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียว รอบๆ ตัวเรือนนั้นก็จะมีเซนเซอร์ต่างๆ เยอะไปหมด ทั้งตัววัดอุณหภูมิ แล้วก็ตัววัดความดันของอากาศ เพื่อที่จะไปคำนวณหาความสูงต่างๆ นะครับ ตัวหน้าปัดเองก็จะมีแบบเข็มและระบบดิจิตอลผสมกันเลย แต่ต้องบอกอย่างหนึ่งนะครับว่า นาฬิการุ่นนี้เนี่ย ราคา ณ ตอนที่เปิดตัวมา แล้วก็ตอนที่เรากำลังรีวิวอยู่ในขณะนี้ แล้วก็เป็นร้านที่เราได้ของมาให้รีวิวเขาขายอยู่ที่ราคา 24,xxx บาทนะครับ แต่ในอนาคตหรือว่าร้านอื่นที่เขาขายหรือมีจัดโปรอย่างอื่น ก็อาจจะมีราคาที่ต่างกันอยู่บ้าง แต่ต้องบอกว่าเราอิงราคาที่เป็นของแท้นะครับ เราไม่ได้อิงกับของเกรดอื่นที่มีขายทั่วไป อันนี้ต้องดูให้ดีๆ ด้วยสำหรับใครที่จะหาซื้อรุ่นนี้นะครับ

   

   ถ้ามีคำถามหนึ่งที่ว่า เมื่อเทียบกันแล้ว สีไหนสวยที่สุด ส่วนตัวผู้รีวิวเอง คิดว่าสีดำก็ดูพื้นฐานอยู่แล้ว คิดว่าคนชอบกันเยอะ แต่ถ้าใครที่ชอบลุยๆ ลุยป่า ต้องบอกเลยว่าสีเขียวค่อนข้างสวยมากเลย แต่ถ้าออกแนวแฟชั่นนิดหนึ่ง แบบใส่เน้นสวยงาม แล้วก็เป็นแนวแบบใส่ท่องเที่ยว ต้องจัดสีเหลืองเลย แต่สายสีเหลืองใครที่ใส่แล้วมันเป็นคราบ วิธีลบคราบเหงื่อก็ให้เอายางลบก้อนใหม่ๆ ลบก็จะหายนะครับ

   ก็ต้องบอกว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ ตัว G-shock GWG-1000 เรือนนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขายดีแล้วก็มียอดจองกันตั้งแต่เปิดตัวมา แล้วก็คาดว่าในอนาคตอีกประมาณปีสองปี ราคาน่าจะพุ่งขึ้นไปอีกนะครับ ใครที่ชอบสะสมนาฬิกา ถือว่ารุ่นนี้น่าเล่นเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หายากครับ

รีวิว Xiaomi Mi Bluetooth Speaker ลำโพงบลูทูธสีดำเสียงเบสดังชัดเจน

 

   การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ในครั้งนี้มาเอาใจคนที่ชอบฟังเพลง อยู่ที่ไหนก็ต้องฟังเพลง แล้วคนที่ชอบฟังเพลงถ้าฟังจากลำโพงจากมือถือก็คงจะยังไม่สะใจเท่าไรห่ เสียงเบส เสียงแหลม เสียงกลาง อาจจะยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้ ทางทีมงานก็เลยไปสรรหาลำโพงบลูทูธราคาเบาๆ จาก Xiaomi มาฝากกันครับ ผลการรีวิวจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับลำโพลบลูทูธที่นำมารีวิวในครั้งนี้มีชื่อว่า Xiaomi Mi Bluetooth Speaker รุ่น สีดำ ต้องบอกว่ารุ่นสีดำนั้นก็เพราะว่า ตอนนี้ทาง xiaomi เองได้ออกลำโพงมาสองรุ่น เป็นรุ่นสีขาว กับ สีดำ นั้นเอง สีขาวเนี่ยจะเป็นคนละแบบกันนะครับ จะเป็นสีขาวที่เป็นทรงแบบสีเหลี่ยมยาวๆ ทรงกระบอก แต่ถ้าเป็นสีดำก็จะเป็นทรงแบบอย่างที่เห็นนี้นะครับ คือทรงกลมเล็กๆ พกพาง่าย ถ้าทางทีมงานมีโอกาสได้เอาสีขาวมารีวิวก็คงจะเป็นในตอนหน้านะครับ ซึ่งการใช้งานก็จะคนละแบบกันไป ต้องบอกอย่างนี้ว่าถ้าใครอยากได้แบบว่าสามารถกดปุ่มต่างๆ ที่ตัวลำโพงได้ด้วย กดปุ่มเพิ่มลดเสียง กดปุ่มเลื่อนเพลง อะไรพวกนี้จากตัวลำโพงได้ด้วยเนี่ยนะครับ ต้องเอาสีดำ แต่ถ้าเป็นรุ่นสีขาว จะสามารถควบคุมได้จากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเท่านั้น ที่ตัวลำโพงจะไม่มีปุ่มใดๆ ให้กดเลยนอกจากปุ่มเปิด-ปิดแล้วก็ปุ่มเปิดบลูทูธเท่านั้นเอง ก็ลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปนะครับ ก็สามารถเลือกใช้งานกันให้ตรงตามรุ่นด้วยเพื่อที่ว่าจะได้ใช้กันครบทุกฟังก์ชั่นเลย

   เมื่อเริ่มต้นแกะกล่องลำโพงบลูทูธของตัว mi Bluetooth speaker ตัวนี้นะครับ ก็จะไม่มีอะไรมากบนหน้ากล่อง จะมีเพียงโลโก้ mi เท่านั้นเอง แต่ด้านล่างของกล่องก็จะมีข้อมูลให้ได้อ่านกันเล็กน้อย เป็นชื่อของตัวบลูทูธที่เวลาเราจะค้นหาแล้วก็จะขึ้นมาว่ามีชื่อนี้นะให้เราเชื่อมต่อ อะไรแบบนั้นนะครับ จากนั้นก็เริ่มแกะกล่องกันเลย เปิดกล่องขึ้นมาก็จะเห็นว่ามีลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในเลย เป็นทรงกลมๆ อย่างที่เห็น พอยกลำโพงบลูทูธขึ้นมา ข้างในก็จะแถมสายชาร์จมาให้ เป็นสายชาร์ micro USB ก็สามารถไปเสียบชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์หรือว่าชาร์จกับหัวชาร์จมือถือได้ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาจีนทั้งนั้นเลย ก็มีเท่านี้เองขางในกล่องนะครับ

   มาเริ่มดูที่ตัวลำโพลงบลูทูธกันเลยดีกว่า ก็อย่างที่เห็นในรูปนะครับว่ามีโลโก้ mi อยู่ชัดเจนตรงด้านข้างของตัวเครื่อง จากนั้นก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถัดมาก็จะมีไฟ LCD ที่เป็นแถบยาวๆ เพื่อแสดงสถานการณ์เชื่อมต่อบลูทูธ แล้วก็แสดงสถานะของแบตเตอร์รี่ที่อยู่ด้านในด้วย เมื่อหงายตัวลำโพงขึ้นมา จะเห็นว่าตัวฐานของลำโพงนั้น จะออกแบบมาให้เป็นที่วางด้วย แต่ห้ามเข้าใจผิดว่ามันทำมาให้วางอย่างเดียวนะครับ มันคือปุ่มกดได้ด้วย จะเป็นปุ่มกดเพิ่มและลดเสียง ถ้าเรากดค้างเอาไว้จะเป็นปุ่มกดเพื่อเพิ่มหรือลดเสียงนั้นเอง แต่ถ้าเรากดแล้วปล่อย ไม่ต้องกดแช่ จะกลายเป็นปุ่มเลื่อนเพลง จะสามารถเลื่อนไปข้างหน้าแล้วก็เลื่อนย้อนกลับได้ด้วย นอกจากนั้นก็จะมีตัวไมโครโฟนด้วย คือลำโพงบลูทูธตัวนี้เนี่ยนะครับ มันสามารถพูดคุยโทรศัพทย์ได้ด้วย

   ในส่วนของวิธีเชื่อมต่อบลูทูธก็จะทำได้ง่ายๆ นะครับ ก็แค่เปิดลำโพงขึ้นมา จะมีเสียงเปิดขึ้นมา จากนั้นก็เปิดมือถือของเราขึ้นมาครับ แล้วก็ไปที่บลูทะครับ ก็เปิดบลูทูธขึ้นมา แล้วจากนั้นก็ทำการสแกนหาชื่อบลูทูธที่เราเห็น ก็ดูชื่อว่ามันตรงกับข้างกล่องหรือไม่ ก็กดเชื่อมต่อไป เมื่อมือถือกับลำโพงเชื่อมต่อได้แล้วจะมีเสียงดัง พร้อมกับไฟ LCD ที่ด้านข้างจะมีไฟแสดงขึ้นมาให้เราเห็นด้วย แปลว่าลำโพงกับมือถือสามารถ pair เข้าหากันได้แล้วแต่นั้นเองครับสำหรับการเชื่อมต่อ แต่บางทีการค้นหาบลูทูธอาจจะไม่เจอในบางครั้ง ให้ทำการปิดแล้วเปิดตัวลำโพงใหม่ แต่ถ้าเคยเชื่อมต่อแล้ว ครั้งต่อไปก็เชื่อมต่อให้เองเลยในอัตโนมัติครับ

   เมื่อได้ทดสอบคุณภาพเสียงกันแล้ว ต้องบอกว่าเสียงค่อนข้างดังดีเลยครับ เสียเบสเนี่ยบอกเลยว่าสั่นสะเทือนพอสมควร แต่เป็นการสั่นแบบว่าไม่ได้แน่นเหมือนลำโพงราคาเป็นหมื่นนะครับ แต่คุณภาพเสียงกลางและแหลมก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจคนหูทอง หูเทพเท่าไหร่นะครับ เรียกว่าคุณภาพเสียงอยู่ในระดับกลางๆ นะครับ แต่เสียงนี่ต้องบอกว่าดังดีเลยทีเดียว แต่เสียงก็อาจจะไม่นิ่มไม่สบายหูสักเท่าไหร่ ก็เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ราคาเบาๆ แต่ให้คุณภาพเสียงที่อยู่ในระดับปานกลางนะครับ ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับราคาด้วยนะครับ

รีวิว เครื่องไอออนโตแบบมือถือใช้ถ่าน Madami innovation face II


   สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามแต่ไม่มีเวลาไปทำหน้า ทำสปา หรือ คุณผู้ชายที่ดูแลสุขภาพผิวและใบหน้าของตัวเองอย่างเป็นประจำ สามารถทำได้ที่บ้านเอง อะไรแบบนี้ ทาง 108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ข้างต้นได้มารีวิวกันอีกหนึ่งชิ้นที่จะมารีวิวถึงการใช้งานในเบื้องต้นกันให้ทราบพอคร่าวๆ ถึงการใช้งานของตัวเครื่องว่ามันน่าสนใจแค่ไหน แล้วมันจะน่าซื้อมาใช้งานหรือไม่ หลังจบการรีวิวก็คงจะตัดสินใจได้ว่า เครื่องนวดหน้าแบบมือถือที่เป็นระบบไอออนโต ที่เวลาเราไปทำที่คลินิกเสริมความงามหรือตามสปาต่างๆ ก็ทำกับเครื่องราคาเป็นแสน แต่ทีนี้มีเครื่องที่ราคาหลักร้อยมาขายกันในท้องตลาดเยอะแยะไปหมด แล้วเราก็เคยรีวิวเครื่องในลักษณะนี้มาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ ในราคาหลักร้อยเช่นกัน ก็มาลองอ่านทั้งบทความดูแล้วมาเปรียบเทียบกันดูนะครับว่ายี่ห้อไหนจะน่าใช้กว่ากัน

   สำหรับเครื่องนวดหน้าแบบมือถือหรือว่าเครื่องไอออนโต เครื่องที่เราจะรีวิวกันนี้มีชื่อว่า Madami innovation face II สำหรับเครื่องนี้มีขายกันในเมืองไทยแล้วนะครับ ก็จะมีตัวแทนมาขายตามร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ใน facebook ก็มีเหมือนกัน เรื่องของราคาก็อยุ่ในหลักร้อยเช่นกัน เมื่อแกะตัวเรื่องมาก็จะเป็นว่าในกล่องก็จะมีใบรับประกันคุณภาพ รวมไปถึงคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาไทยด้วยนะครับ แล้วก็มีตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดก็ประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่เป็นด้ามจับแล้วก็มีหัวนวดอยู่ด้านบน เหมือนกับในรูปด้านบนนะครับ ตัวเครื่องเองใช้ถ่านในการจ่ายไฟเช่นกัน เป็นถ่ายขนาด AA 2 ก้อน ใส่เข้าไปที่ตรงด้ามจับ ก็ต้องขออธิบายถึงคุณสมบัติของตัวเครื่องไออนโตที่ว่านี้ก่อนเลยนะครับ ว่ามันใช้เพื่ออะไร แล้วมันช่วยในด้านไหนได้บ้าง ซึ่งตัวเครื่องนวดหน้าระบบไอออนโตนี้ จะมีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน เมื่อเราใส่ถ่านเข้าไปแล้ว จะมีไฟบอกสถานะของตัวแบตเตอร์รี่อยู่ ไฟสว่างก็แปลว่าแบตเต็ม ไฟอ่อนก็แสดงว่าแบตใกล้หมด จากนั้นจะมีปุ่มอยู่ให้เลือกกดใช้งานกัน ก็จะมีปุ่มที่เขียนไว้ว่าเป็นปุ่ม บวก กับปุ่ม ลบ ก็จะประมาณว่าให้สือถึงการปล่อยประจุบวก กับ ประจุลบ ออกมาจากในตัวเครื่องนั้นเองนะครับ ในกล่องเองก็จะมีหัวนวดหน้าที่เป็นแบบกลมๆ นุ่มๆ มาให้ด้วย ก็ใส่แผนนวดเข้าไปที่ด้านบนตัวเครื่องที่กลมๆ ในภาพนะครับ จากนั้นการทำงานของตัวเครื่องถ้าเรากดที่ปุ่มลบจะเป็นฟังก์ชั่นที่ว่าจะช่วยในเรื่องของการผลักเนื้อครีม ผลักเซรั่ม ผลักสิ่งต่างๆ เราสามารถเอาไปบำรุงผิวหน้าได้ อันนี้ไม่ได้โฟกัสว่าต้องซื้อร่วมกับครีมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งนะครับ ใช้ครีมบำรุงอะไรก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละผิวหน้า เพราะตัวเครื่องนี้สามารถใช้ได้กับครีมทุกยี่ห้อ ซึ่งในโหมดลบนั้น เมื่อกดไปแล้วตัวเคร่องจะสั่นพอให้เรารู้สึกได้ สั่นแบบเบาๆ เมื่อเราทาครีมบำรุงไปแล้วเสร็จปุบ เราก็ใช้เครื่องนวดตัวนี้นวดวนรอบๆ ใบหน้าให้ทั่วเลย ก็อาจจะใช้ร่วมกับลำคอด้วยก็ได้ แนะนำกว่าใช้นวดวนอยู่ประมาณ 10-15 นาทีก็พอ จะใช้ให้เนื้อครีมนั้นซืมไปลึกและทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น ตื่นตัวขึ้น อะไรแบบนั้น ในโหมดนี้แนะนำว่าให้ใช้ตอนกลางคืนหลังจากล้างหน้าเสร็จก่อนเข้านอน

   อีกหนึ่งโหมดก็คือปุ่ม บวก เมื่อกดไปแล้วจะมีระบบสั่นเช่นเดียวกัน เหมือนกันกับปุ่ม ลบ เมื่อสักครู่นี้เลย แต่จะต่างกันก็ตรงที่การปล่อยประจุจากตัวเครื่องออกมานั้นเอง ตรงปุ่มนี้จะเป็นประจุบวก ซึ่งจะใช้ในส่วนของการควบคู่ไปกับการล้างหน้า เมื่อหลังจากทาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไป พวก ครีนซิ่ง ต่างๆ ใช้ได้กับทุกยิ่ห้อเช่นกัน ในโหมดนี้จะช่วยให้การล้างหน้าหลังจากใช้เครื่องสำอาง หลังการการล้างหน้าในระหว่างวันที่เราไปเจอฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกในระหว่างวันต่างๆ ก็จะช่วยให้หน้าสะอาดมากยิ่งขึ้น ก็ใช้เหมือนกับในโหมดแรกเลย ก็คือ เอาไปวนๆ ที่ใบหน้าและทั่วลำคอให้ทั่วประมาณสัก 10-15 นาที แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

   ซึ่งทั้ง 2 โหมดที่รีวิวมานี้ ทางทีมงานเองก็ให้ข้อสังเกตไว้ว่า เครื่องไอออนโต ที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวครั้งนี้ เมื่อเทียบกับเครื่องที่มีมาตรฐานที่ราคาหลักแสนเนี่ยนะครับ การปล่อยประจุต่างๆ อันนี้เราวัดไม่ได้ด้วยสายตาที่เราเห็นอยุ่แล้ว กับ เครื่องที่เรารีวิวกันในราคาหลักร้อยแบบนี้ที่ใช้ถ่ายแบบนี้ แต่ที่เห็นชัดเจนคือมันมีการสั่นแบบเบาๆ เหมือนเรากำลังให้ผิวหน้าได้ออกกำลังกายอะไรแบบนั้นนะครับ ก็ลองเอาไปตัดสินใจดูว่าจะซื้อมาใช้กันหรือเปล่านะครับ

 

Review Shinecon VR แว่นตาแบบ Virtual Reality ใส่แล้วดูเสมือนจริงทุกมุมมอง

   ปัจจุบันนี้เรื่องของแว่นตา VR ที่เรียกกันทั่วไป บางคนก็อาจจะเรียกว่าเป็นแว่นตา 3 มิติที่กำลังมาแรงกันในตอนนี้นะครับ ทางทีมงาน 108plaza เองก็ไม่พลาดที่จะนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ก็ต้องบอกว่าแว่นตา VR นี้มันก็มีจุดเด่นหลายๆ ข้อที่ทำให้การดูหนัง เล่นเกมส์ หรือว่าดูสื่อการสอนต่างๆ จากคลิปวีดีโอที่เป็นแบบ VR mode ได้นั้นสมจริงมากขึ้นนั้นเอง แต่สำหรับแว่น VR เราก็เคยนำมารีวิวกันไปหลายๆ รุ่นแล้วนะครับ แต่ครั้งนี้เป็นคิวของเจ้าตัวนี้เลยครับ

   แว่นตา VR ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้มีชื่อว่า Shinecon VR ครับ หลักการทำงานของแว่นตาแบบนี้ก็คล้ายคลึงกับแว่นตา VR ยี่ห้ออื่นๆ ที่เราเคยนำมารีวิวกันนะครับ ก็คือว่าเราต้องใช้สมาร์ทโฟนที่เป็นทั้ง Android แล้วก็ IOS ก็ได้ ที่สามารถรองรับแอปพลีเคชั่นที่เป็นตัว VR ได้นะครับ นำมาใช้คู่กับแว่นตา VR นี้ได้ เมื่อเราใส่แว่นตาแบบนี้เข้าไปแล้ว จะทำให้เรามองภาพเหมือนกับการดูหนังจอใหญ่ แล้วก็เห็นภาพตามที่เราดูได้เสมือนจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะหันซ้าย หันขวา ก้ม หรือ เงย เราจะเห็นภาพได้สมจริงมากที่สุด ใครที่ยังนึกภาพไม่ออก ไม่เคยใช้แว่นตาแบบนี้มาก่อนนั้น ให้นึกภาพแบบว่าเราไปสวมแว่นตา 3 มิติดูหนังในโรงหนังแบบนั้น ว่าแว่นตา VR นี้จะสมจริงยิ่งกว่าแว่นตา 3 มิติอีกนะครับ

   มาเริ่มแกะกล่องตัว shinecon vr ตัวนี้กันดีกว่าครับ ในกล่องจะให้มาเป็นกล่องกระดาษ 2 ชั้นด้วยกัน จากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานต่างๆ ว่าจะต้องใช้อุปกรณ์แบบไหนบ้าง หันสมาร์ทโฟนเข้าทางด้านไหนของตัวแว่นตา อะไรประมาณนี้ จากนั้นก็จะมีผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนเล็กๆ มาให้ในกล่องด้วยเพื่อเอาไว้เช็ดตัวเลนส์หรือกระจกของแว่นตาอันนี้ นอกจากคู่มือการใช้งานที่แถมมาให้แล้ว ก็ยังมีสมุดแนะนำการใช้งานมาอีกหนึ่งเล่มเล็กๆ ด้วย อีกหนึ่งอย่างต่อมาที่ให้มาในกล่องก็จะเป็นตัวรีโมทคอนโทรนอันเล็กๆ ที่สามารถใช้เป็นแบบจอยย์สติ๊กเพื่อเอาไว้เล่นเกมส์กับตัวแว่นตาได้ แล้วทั้งนี้ ใครที่ชอบเล่นเกมส์ แล้วเกมส์ที่เล่นนั้นรองรับ VR mode ด้วย แล้วสามารถเล่นคู่กับตัว จอยย์สติ๊ก จริงๆ ของสมาร์ทโฟน แว่นตา VR นี้ก็สามารถเล่นได้เช่นกัน ก็เรียกว่าเกมส์สนุกๆ ที่ทำมาเพื่อรองรับ VR ก็มีเยอะขึ้นแล้วนะครับสายเกมส์ก็คงจะไม่พลาดกัน นอกจานั้นตัวอุปกรณ์พะเอกที่สำคัญเลยก็คือตัวแว่นตา VR ที่ให้มาในกล่องนั้นเอง เมื่อได้จับดูแล้ว ก็เป็นแว่นตาที่ดูสวยครับ ดีไซน์ก็อาจจะดูใหญ่ไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่เกินไปนะครับ

   จะสังเกตเห็นว่าตัวแว่นตา VR รุ่นนี้ด้านหน้าของตัวแว่นนั้นจะมีช่องใส่สมาร์ทโฟนเอาไว้อยู่นะครับ เราก็เปิดฝาออกมา จากนั้นก็ใส่สมาร์ทโฟนเข้าไป ในตัวแว่นนั้นด้านบนจะมีที่ปรับระยะฤกัสหรือว่าระยะการมองเห็นได้ทั้ง 2 ด้าน คือสายตาของคนเราทั้งสองข้างเนี่ยนะครับ บางคนก็มีสายตาที่ไม่เท่ากัน เราก็สามารถปรับได้ว่าจะเอาระยะการมองเห็นที่มันชดที่สุดได้ที่ระยะไหน อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งการใส่สมาร์ทโฟนเข้าไปนั้นจะมีเส้นขอหรือว่ามีตัวหนังสือเขียนบอกเอาไว้อยู่ว่าให้หันด้านไหนไปส่วนไหนของจอภาพ แล้วก็จะแบ่งระดับความพอดีของการวางตำแหน่งของสมาร์ทโฟนตามเส้นขอบไหน อะไรแบบนี้ ก็ไม่ยากครับเวลาซื้อมาเล่น

   ในส่วนของการทดสอบของผมในครั้งนี้ก็จะใช้คลิปวีดีโอหรือว่าภาพยนตร์ที่รองรับ VR โหมดด้วยในการดูผ่านแว่นตา VR รุ่นนี้นะครับ เป็นคลิปนั่งรถไฟเหาะครับ เหมือนกับตอนที่เราไปเล่นกันในสวนสนุกอะไรแบบนั้น ผมจะขอเล่าภาพเหตุการณ์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบแบบคร่าวๆ นะครับว่าภาพที่ได้นั้นเป็นอย่างไร ก็คือว่าเมื่อเรามองผ่านตัวแว่นตา มันจะได้ภาพที่สมจริงประมาณสัก 70 เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ทำให้เราเสียวไปกับการนั่งรถไฟเหาะจริงๆ เลยด้วยซ้ำ ภาพตอนที่ขึ้นไปสูงๆ แล้วก็ตกลงมา แต่มันก็อาจจะไม่สมจริงเท่ากับเล่นของจริง อาจจะไม่มีลมตีหน้า หรือ อาจจะไม่มีความรู้สึกการสั่นสะเทือนอะไรแบบนี้เท่านั้นเอง แต่ทั้งภาพและเสียง การมองหันซ้าย หันขวา มุมก้ม มุมเงย เรียกว่าสมจริงเลยทีเดียวครับ

   แต่สำหรับผมเองแล้วคิดว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มันน่าจะเหมาะกับการเล่นเกมส์มากกว่านะครับ เพราะการเล่นเกมส์ที่มันรองรับ VR เนี่ยทำให้ภาพที่ได้ในการเล่นได้สนุกมากยิ่งขึ้น ใครที่ชอบเล่นเกมส์ผมว่าไปหาแว่นตา VR มาเล่นก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

Review Sony A5100 ครายทุกข้อสงสัยในการใช้งานแบบเจาะลึก

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนส่งคำถามเข้ามาผ่านทางช่องทาง facebook ของเราที่ 108plaza มากมายเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานกล้องถ่ายรูป sony A5100 ที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครทำรีวิวขึ้นมา แล้วก็อยากจะให้ทีมงานได้เขียนรีวิวกันแบบเจาะลึกสักนิดหนึ่ง ทางทีมงานก็เลยจัดให้เลยครับ นำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เลย

   สำหรับกล้อง song A5100 ตัวนี้เราเคยรีวิวเรืองของสเปคกันไปแล้วนะครับ ใครที่อยากจะรู้ว่าสเปคของมันมีอะไรบ้าง สามารถย้อนไปอ่านในบทความที่ผ่านมาได้เลย แต่ในครั้งนี้จะมาตอบทุกคำถามที่ถามกันมามากมายเลยสำหรับคนที่ซื้อกล้องตัวนี้มาแล้ว ยังใช้ไม่ค่อยเป็นหรือว่าใช้แล้วมันยังงงๆ อยู่อะไรแบบนี้นะครับ คำถามแรกเลยดีกว่า ก็มีเพื่อนๆ ถามมาว่าถ้าเป็นเลนส์ kit นี้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ไหม แล้วมันจะถ่ายได้สวยหรือไม่ คำตอบก็คือ สามารถถ่ายได้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่าเลนส์ kit เนี่ยมันสามารถทำได้ทุกอย่างเลย เป็นเลนส์ที่อเนกประสงค์เลยทีเดียว แต่อย่างที่เราเคยรีวิวไปเมื่อตอนที่ผ่านมาว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้เลนส์แบบ 3.5 มิลลิเมตร f/1.8 ที่ใช้กับกล้อง sony A5100 ตัวนี้ได้เนี่ยนะครับ มันจะสุดยอดมากเลย แต่คำตอบคือเลนส์ kit ก็สามารถถ่ายได้เช่นกันครับ ส่วนคำถามต่อมาเลยในเรื่องของเลนส์ 3.5 มิลลิเมตร เนี่ย เราสามารถเอามาถ่ายแบบ เซลฟี่ ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้นะครับ เพราะว่าถ้าเอามาถ่ายเซลฟี่ตัวเองเนี่ยจะทำให้หน้าใหญ่ หน้าบานเกินไป แต่เลนส์ 3.5 มม. เนี่ยจะเอาไว้ถ่ายคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราหรือว่าเอาไว้ถ่ายอาหารที่ดูมีสีสันสวยงามน่ารับประทาน แต่ต้องถ่ายในระยะที่พอเหมาะด้วยนะครับ แต่ถ้าจะเอาเพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะ แนะนำว่าเอาเลนส์ kit นี่แหละครับ ก็พลิกจอขึ้นมา ยืนแขนออกไป แล้วก็กดชัตเตอร์ แชะ แค่นี้แหละครับเราก็จะได้รูปเซลฟี่จากกล้อง sony A5100 แล้ว อีกหนึ่งคำถามต่อมาเลย ก็ถามกันมาว่าเราจะส่งไฟล์วีดีโอที่เราถ่ายเอาไว้ในตัวกล้องแล้วก็ส่งเข้ามือถือเราได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แต่มีข้อแนะนำว่าเราต้องเปลี่ยนไฟล์นามสกุลจากตอนที่เราจะถ่ายวีดีโอนั้นๆ เสียก่อน ให้เปลี่ยนเป็นไฟล์นามสกุล mp4 ซึ่งในตัวกล้องเองก็จะมีไฟล์นามสกุลหลายๆ ไฟล์เลยที่มีตั้งไว้ในตัวกล้อง ซึ่งไฟล์นามสกุลแบบอื่นๆ ก็จะได้คุณภาพของการถ่ายวีดีโอที่สูงกว่า แต่จะดึงเข้าได้ก็กับคอมพิวเตอร์ที่เราจะต้องดึงจากการ์ดเท่านั้นนะครับ ซึ่งถ้าจะส่งให้กับมือถือสมาร์ทโฟน แท้ปเล็ดหรือว่าไอแพ็ด ไอโฟนต่างๆ ก็ส่งผ่านตรง play memory app ที่เราจะสามารถเชื่อมต่อผ่านตัว wifi ได้เลย ก็ง่ายดี แล้วก็ความคมชัดก็ยังพอที่จะดูได้ชัดเจนดีด้วยนะครับ

   เนื่องด้วยตัวกล้องสามารถเชื่อมต่อ wifi ได้ด้วยเนี่ยนะครับ ก็เลยทำให้กล้องนั้นเชื่อมต่อ internet ได้ด้วย ก็เขาไปที่ play memory app นี่แหละนะครับ แล้วก็เข้าไปสมัคร ID ของทาง sony แล้วก็จะสามารถดาวน์โหลด app ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นแอปที่แต่งรูปได้เพิ่มเติมแล้วก็แอปฟรีและไม่ฟรีอื่นๆ อีกเยอะเลย แต่เท่าที่ผมได้ใช้งานมา ก็ไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดอะไรมาเพิ่มนะครับ แต่ฟังก์ชั่นในตัวกล้องก็ใช้งานได้ดีแล้วนั้นเอง อีกหนึ่งอย่างที่จะแนะนำกันกับคุณสาวๆ ที่ใช้กล้อง sony A5100 ตัวนี้มาเพื่อทำการเซลฟี่โดยเฉพาะเลย วิธีการเซลฟี่ได้ภาพที่เนียนสุดๆ ก็ให้เข้าไปที่ menu แล้วก็เลื่อนๆ ไปที่ camera แล้วก็เลือกไปที่โหมด screen effect จากนั้นก็จะมีให้เราเลือกว่าจะเอาระดับไหน จะมี low mid hi ก็แนะนำว่าให้เลือกไปที่ระดับสูงสุดเลย แล้วก็จะได้ใบหน้าที่เนียนมากๆ เลยในกล้องตัวนี้ วิธีการเซลฟี่ก็ต้องหามุมที่คิดว่าตัวเองสวยที่สุดครับ แล้วก็ยกแขนขึ้นตรงๆ ตั้งฉากกับลำตัวเลย กดกล้องให้ทำมุม 45 องศานิดหน่อย จากนั้นก็ดชัตเตอร์ จะได้ภาพที่รับรองว่าต้องสวย อัพลงโซเชียลมีคนกด like กันเยอะแน่ๆ เลยครับ

   สำหรับใครที่ไม่เก่งเรื่องภาษา กล้อง sony A5100 ที่นำมาครายข้อสงสัยและนำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้เนี่ย สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นเมนูภาษาไทยได้ด้วย แล้วอีกหนึ่งคำถามส่งท้าย ก็คือว่ากล้องตัวนี้เอาไปถ่ายวีดีโอนอกสถานที่ได้ดีไหม แนะนำว่าให้เข้าไปที่การตั้งค่าแล้วก็ไปที่ตั้งค่ากล้องวีดีโอ จะมีเมนุให้เลือกว่า ลดเสียงลม ก็จะช่วยให้การบันทึกเสียงได้ดีขึ้น ไม่มีเสียบรบกวนเข้ามาในวีดีโออีกด้วยนะครับ สำหรับใครที่สงสัยในเรื่องไหนอีกนั้น สามารถเข้ามาถามกันได้ที่ facebook ของเรา 108plaza กันได้เลยครับ

หลุดมาแล้ว SAMSUNG GALAXY NOTE 6 เผยว่าสเปคแรง แรม 6 จิก กันน้ำได้ กันฝุ่นได้ เครื่องแรกของซัมซุง

 

   108plaza วันนี้มาอัพเดทข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันบ้างนะครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนของซัมซุง เป็นสาวกของซัมซุง ต้องมาอ่านทางนี้เลย เพราะว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมานำเสนอในครั้งนี้ เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นเรือธงของซัมซุง ที่หลุดทั้งภาพและก็สเปคมาอย่างคร่าวๆ กันแล้ว เพราะฉะนั้น ในเมืองไทยเราไม่มีใครอัพเดทข่าวได้เร็วกว่า 108plaza อีกแล้ว รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันครับ

   ต้องบอกว่าใครที่รอคอยการเปิดตัว Samsung galaxy note 6 อยู่นั้น ผมคาดว่าอีกไม่นานเกินรอครับ เพราะตามที่ทางทีมงานขงอเราเองได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตมือถือค่ายดังจากเกาหลีมาอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้เราก็พบว่ามีทั้งภาพแล้วก็สเปคกันแบบคร่าวๆ อย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วว่า ซัมซุง เองจะออกแบบ galaxy note 6 นั้นให้มาคล้ายๆ กับตัว galaxy S7 แล้วก็ให้มีความคล้ายคลึงกับ galaxy note 5 เดิมอยู่บ้าง แต่เรื่องของสเปคนั้นก็ค่อนข้างที่จะทันสมัยแล้วต้องบอกว่ามันแรงมากเลยถ้าเป็นสเปคที่หลุดมาจริงๆ นะครับ แต่เดี่ยวเราจะไปดูกันว่าสเปคที่หลุดมานั้นมีอะไรกันบ้าง

   ซึ่งตามภาพที่หลุดมานั้น Samsung galaxy note 6 เองจะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.77 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอนั้นจะอยู่ในระดับ Quad HD เป็นจอที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง ซัมซุง เองด้วยนั้นคือ super amoled นั้นเองนะครับ แล้วตามข่าวที่หลุดออกมาอย่างไม่เป็นทางกานั้น บอกเลยว่าสเปคภายในนั้นแรงจริงๆ จะมาพร้อมกับ RAM มากถึง 6 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในมาที่ 64 GB แต่ตรงนี้ข้อมูลยังไม่ยืนยันว่าจะผลิตตัวที่มีความจุเยอะกว่านี้ขึ้นมาหรือไม่ แต่เรื่องของตัวชิปประมวลผลนั้นจะใช้เป็น exynos 8890 แต่เรื่องของการ์ดจอจะใช้การ์ดจอแบบไหนนั้น ต้องติดตามข่าวการอัพเดทต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพราะคาดว่าเรื่องของการ์ดจอนี่ก็คงใช้ตัวที่ไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะว่าดูจากสเปคของตัวซีพียูแล้ว มันคงจะแรงน่าดูเลยนะครับ แต่เรื่องของดีไซน์นั้น ตัวเองจะยังเป็นไว้ซึ่งโลหะทั้งตัว แต่อาจจะครอบด้วยกระจกแบบ 3D มาด้วยก็ได้ ตัวเครื่องเองจะมีความหนาว่า galaxy note 5 เล็กน้อยนะครับ เพราะว่า note 6 นี้จะเพิ่มขนาดแบตเตอร์รี่ขึ้นมาให้อยู่ที่ความจุ 3700 mAh เลยทีเดียว ก็คาดว่าน่าจะมาเอาใจคนที่ชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูซีรี่ย์ บนมือถือนั้นเองนะครับ

   ความพิเศษอย่างต่อมาที่หลุดมาตามข่าววงในของทางซัมซุงเองนะครับ ก็คือว่า ซัมซุงจะผลิตมือถือเครื่องแรกของทางซัมซุงที่จะสามารถกันน้ำ กันฝุ่น ได้ถึงระดับมาตรฐานที่ IP 68 อีกหนึ่งความหมายต่อมาในตัว Samsung galaxy note 6 เครื่องนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ คาดว่าจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ทาง google กำลังจะพัฒนาให้ได้ใช้งานกันในเร็วๆ นี้ นั้นก็คือ Android เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเลย เวอร์ชั่น 7.0 นั้นเอง แต่ตามภาพหลุดออกมานั้นจะยังคงเป็นการใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 อยู่ แต่ผมเองและทางทีมงานก็คาดว่าเมื่อได้ทำการเปิดตัวมาจริงๆ ความเป็นไปได้สูงว่าทางซัมซุงจะไปจับมือร่วมกับ กูเกิ้ล เพื่อขอให้ใช้งานบน Samsung galaxy note 6 ในเวอร์ชั่น Android 7.0 นั้นเองนะครับ

   แล้วอีกหนึ่งอย่างที่คงจะไม่พูดไม่ได้เลย นั้นก็คือจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ที่สามารถขีดเขียนได้ด้วยปากกา s pen นั้นเอง ซึ่งตามภาพข่าวนั้น ปากกาของทาง ซัมซุง note 6 เครรื่องใหม่นี้จะอัปเกรดปากกาให้มีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนเลยทีเดียวแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยมาให้ครบว่า สเปคอื่นๆ จะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องของกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลัง และรูปแบบการใช้งานต่างๆ ที่คิดว่าต้องเหนือกว่า galaxy note 5 เดิมนี้อยู่แน่นอน

   อย่างไรก็ตาม ถ้าตามคาดการณ์นั้น อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทางซัมซุง จะต้องเปิดเผยข่าวหรือว่าข้อมูลเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ออกมาแน่นอน ใครที่เป็นสาวกของทาง ซัมซุง ก็ต้องบอกว่าห้ามพลาดที่จะต้องรอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ แล้วเมื่อนั้นเราจะนำเอาเครื่องจริง ตัวจริง มาทำการรีวิวแล้วก็แจ้งให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการใช้งานกันต่อไปอย่างแน่นอนเลยทีเดียวครับ