Archive for July 2016

Review Awei A610BL Bluetooth 4.0 Earphones หูฟังบลูทูธใช้สำหรับฟังเพลงตอนออกกำลังกาย

 

   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ในตอนนี้ เรามี sport earphones อีกหนึ่งตัว ที่เป็นหูฟังที่ใช้สำหรับการออกกำลังกาย เป็นแบบบลูทูธด้วย มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันว่าแนวเสียงเป็นอย่างไร ใช้งานได้ดีไหม รายละเอียดของตัวหูฟังมีอะไรบ้าง เดี่ยวจะได้รู้กันในบทคววามนี้แหละนะครับ หลังจากที่เพื่อนๆ ได้อ่านบทความนี้จบ ก็จะสามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปเปรียบเทียบได้เลยว่าจะซื้อหูฟังตัวไหนดี ราคาไหน คุณภาพอย่างไร ก็นำตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียเงินในการอ่านรีวิวสักบาทเดียวนะครับ

   สำหรับหูฟังบลูทูธที่จะรีวิวกันในตอนนี้มีชื่อว่า Awei A610BL เป็นหูฟังบลูทูธที่ค่อนข้างให้มิติเสียงที่ดีในระดับปานกลาง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่เคยใช้หูฟังของไอโฟน ของ แอปเปิ้ล มาก่อน ก็จะพอเดาได้ว่ามันมีประมาณนั้น แต่มิติเสียงจะดีกว่าหูฟังไอโฟนอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดีกว่าอย่างไร ดีกว่าก็ตรงที่มิติเสียบเบสนุ่มลึกกว่า เสียงกลางคมชัด เคลียร์กว่านั้นเอง สำหรับตัวหูฟัง Awei ตัวนี้ก็ผลิตที่จีน ส่วนมากสินค้าไอทีหลายๆ ตัวก็ผลิตกันที่จีนหมดแล้วนะครับ ข้างกล่องก็จะเขียนติดไว้ว่า เป็นหูฟังแนว sport คือมันเหมาะสมมากเลยสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ ส่วนเรื่องของรายละเอียดนั้น ก็จะเป็นหูฟังบลูทูธที่เป็นเวอร์ชั่น 4.0 เวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว เชื่อมต่อได้ค่อนข้างไกลและเสถียร ถือว่าใช้งานแบบไร้สายได้ดี ไม่มีสัญญาณดีเลย์ มาตรฐานตรงนี้ถือว่าผ่านการทดสอบครับ ข้างในกล่องที่มีให้มานั้นก้จะมีคู่มือการใช้งาน มีใบรับประกันตัวสินค้า แล้วก็มีซองใส่หูฟังที่เป็นถุงผ้ามาให้ 1 ชิ้น แล้วก็มีจุกยางมาให้ เป็นหูฟังแบบ in-ear นะครับ ก็จะมีจุกยางที่ให้มาในกล่องคือขนาดเล็ก แล้วก็ขนาดใหญ่ ส่วนขนาดกลางจะติดอยู่กับตัวหูฟังอยุ่แล้ว ซึ่งขางกล่องก็จะบอกรายละเอียดกันเอาไว้ว่า เมื่อชาร์จแบตเตอร์รี่เต็มแล้ว จะสามารถที่จะสแตนบายเอาไว้ได้นาน 20 ชั่วโมง ถ้าใช้ในการคุยโทรศัพท์ ที่เป็นในโหมดของ small talk นั้นจะใช้งานได้นานติดต่อกัน 6 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานในด้านของการฟังเพลง จะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 4 ชั่วโมง บากลบเวลานิดหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นลักษณะการใช้งานของแต่ละคนแบบไหนนะครับ บางคนก็อาจจะได้นานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ก็เอาเวลาตรงนี้เป็นเกณฑ์ เพราะว่าถ้าหูฟังบลูทูธรุ่นอื่นๆ ที่รีวิวก็จะใช้งานได้นานกว่านี้ บางตัวก็นานถึง 10 ชั่วโมงก็มีเช่นกัน ก็เอาไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดูกันได้นะครับ ถัดมาในส่วนของการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่หูฟังจะใช้เวลาจาก 0 เปอร์เซ็นต์จนเต็ม จะใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่นานเท่าไหร่นะครับ

   สำหรับในรุ่นนี้ Awei A610BL ตัวนี้จะมีให้เลือกซื้ออยู่ด้วยกัน 2 สี ก็จะมีสีขาว และ สีดำ ชอบสีไหนก็เลือกกันได้เลย แต่แนะนำว่าตัวโทนสีของหูฟังทั้ง 2 สีนั้นจะออกแนวเป็นสีด้าน จะมีสีเงาอยู่ตรงไมค์โครโฟนด้านหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าใครชอบสีขาว แล้วเวลาเราเอาไปใช้ตอนออกกำลังกาย แน่นอนว่าต้องมีคราบเหงื่อ มันก็จะเลอะง่ายแล้วก็ทำความสะอาดยากนิดหนึ่ง เพราะเป็นสีขาวแบบด้าน ตัวสายก็เป็นสายแบนแบบหนา ก็ค่อนข้างดูแล้วทนทานดี สายไม่ขาดง่าย ไม่ค่อยพันกันเท่าไหร่ เพราะสายสั้นเป็นสายแบบบลูทูธ ไม่ได้เป็นสายสายแบบหูฟังธรรมดา ดีไซน์นั้นต้องบอกว่ามันคล้ายๆ กับหูฟังไอโฟนแบบนั้นเลย ในเรื่องของมิติเสียง ก็บอกเลยว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนวหนักแน่น เสียบหูฟังเข้าไปปุบ เสียบเบสต้องกระพรือที่จุกยาง อะไรแบบนั้น หูฟังรุ่นนี้ไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่นะครับ เพราะว่าเสียงเบสของหูฟังรุ่นนี้จะออกแนวแบบนุ่มๆ ให้มิติไปทางฟังสบายๆ เสียงกลางฟังชัดเจน เคลียร์ดีมากเลย เสียงแหลมฟังสบายไม่ปาดหู

   ก็ต้องถือว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ มันเหมาะกับหูฟังแนว sport จริงๆ เพราะว่าด้านในไดเวอร์ออกแบบมาเพื่อให้ป้องกันน้ำหรือเหงื่อที่จะไหลเข้าไปในตัวไดเวอร์ด้านในได้ด้วย ป้องกันการเสียหายสำหรับคนที่มีเหงื่อเยอะ ก็ถือว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งตัวที่เวลาไปออกกำลังกาย ไปฟิตเนส ก็สามารถใช้งานได้ดีเลย บางคนออกกำลังกายนานสุดก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ครับ

Preview Sneakair By Easyjet รองเท้านำทางแบบใช้ Google map

 

   เปิดตัวมาแล้วเป็นที่เรียบร้ยอ แล้วก็นำมาพรีวิวกันก่อนใครเลย กับ รองเท้าที่จะช่วยให้คุญเดินแบบไม่หลง แล้วก็จะเดินได้ง่ายขึ้นแบบที่ไม่ต้องเอาสายตาไปมองแต่หน้าจอบน google map อีกต่อไป สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ รองเท้านำทางนั้นเอง เจ้าสิ่งนี้มันจะช่วยคนที่ชอบเดินท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยในช่วงวันหยุดหรือว่าเวลาเราเดินไปในเส้นทางต่างๆ แบบที่ว่าเราไม่รู้จักเส้นทาง ร้องเท้านำทางตัวนี้จะช่วยนำทางเราไปโดยเชื่อมต่อกับ google map ได้ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีตรงที่ว่าเราก็ใช้สายตาเรามองทางเดินอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราใช้ google map นำทางในแบบปกติที่ใช้บนสมาร์ทโฟน แล้วเราก็ต้องมองหน้าจอไปด้วย มองทางไปด้วย บางทีไปเดินตกท่อ ตกหลุ่ม สะดุดทางกีดขวางอะไรแบบนี้ ก็ทำให้เกินอุบัติเหตุได้ง่ายๆ จากการเดินในเส้นทางไกลๆ และไม่รู้จัก แต่รองเท้านำทาง sneakair by easyjet คู่นี้จะช่วยเราได้

   ล่าสุดทางทีมงาน 108plaza ก็ได้ทราบว่ามี gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ที่เปิดตัวขึ้นมาที่ประเทศอังกฤษ ก็มีหนึ่งสายการบินต้นทุนต่ำ ที่มีชื่อเสียงทางด้านที่ว่าจะใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วที่อยุ่บนเครื่องจับอัดผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้กำไรจากการทำสายการบินต้นทุนต่ำนั้นเอง ก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นนี่แหละนะครับ ในรูปตัวอย่างสินค้าของเราเป็นรองเท้า แล้วทำไมมาเกี่ยวอะไรกับสายการบินต้นทุนต่ำในอังกฤษ ก็คือว่า easyjet ซึ่งเป็นสายการบิน low cost airline สายการบินหนึ่งในอังกฤษ ได้คิดค้นแล้วก็พัฒนาตัวรองเท้านำทางอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าเป็นรองเท้าที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ได้ด้วย แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังระบบนำทางอย่าง google map ได้อีกด้วย ซึ่งสายการบิน easyjet เองก็พบว่าผู้คนในอังกฤษเองในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนที่เดินทางด้วยวิธีการเดินเท้าเพื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยรู้จักเส้นทางกันค่อนข้างมาก ทำให้มีการใช้ google map เพื่อที่จะเดินทางกันก็เยอะด้วยในอังกฤษ แต่ส่วนมากแล้วถ้าผู้คนในอังกฤษส่วนมากมองแต่หน้าจอเพื่อที่จะเดินไปตามเส้นทางไหน ซ้ายหรือขวาหรือตรงไห อะไรแบบนี้ ก็จะมักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง easyjet ก็เลยหัวใสคิดค้นรองเท้านำทางตัวนี้ขึ้นมา

   Sneakair เป็นรองเท้าที่ได้รับการติดตั้งชิปประมวลผลเข้าไปด้านในเป็นชิปที่เรียกว่า Arduino ซึ่งชิปตัวนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติที่ฝังอยู่ในรองเท้าทั้งสองข้าง โดยที่ตัวรองเท้าเองจะมีระบบสั่นทั้งด้านซ้าย และ ด้านขวา ถ้าสั่นที่รองเท้าข้างซ้าย นั้นแปลว่าให้เราเลี้ยวซ้าย สั่นที่รองเท้าข้างขวา ก็ให้เราเลี้ยวขวา แล้วเมื่อถึงที่หมาย รองเท้าก็จะสั่นพร้อมๆ กันทั้งสองข้าง แต่ถ้าเราเดินออกนอกเส้นทางไป โดยที่รองเท้าคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วก็ Google map อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ระบบก็จะทำการค้นหาเส้นทางให้ใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งโครงการที่สร้างเจ้า sneakair รองเท้านำทางคู่นี้ขึ้นมาก็อยู่ในโครงการ Barcelona street ด้วย เพื่อให้ผู้คนได้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วยวิธีเดินเท้าได้อย่างสะดวกมากขึ้นแล้วก็สามารถค้นหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดเพื่อไม่ให้เหนื่อยในการเดินเท้าในระยะทางไกลๆ ได้ด้วยนั้นเอง

   ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่า ตัว sneakair นั้นจะมีชิป arduino ที่จะจำลองการสั่นขนาดจ็วอยู่ตรงบริเวณรองเท้า ก็จะคล้ายๆ กับระบบการสั่นที่อยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นเอง แล้วก็มีจะมีบลูทูธพลังงานต่ำ แล้วก็แบตเตอร์รี่ขนาดเล็กอยู่ด้านในด้วย ซึ่งก็จะทำงานร่วมกับตัว google map API ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนของเรา ทำงานเข้าด้วยกันกับตัวรองเท้า ซึ่งนั้นก็หมายความว่าถ้าผู้ที่มีรองเท้าคู่นี้ จะใส่แค่รองเท้าไปอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำงานหรือนำทางได้ เราต้องพกสมาร์ทโฟนแล้วก็เชื่อมต่อรองเท้าให้เข้ากับสมาร์ทโฟนด้วยระบบบลูทูธเข้าไปด้วยกันก่อน ก็จะสามารถใช้รองเท้านำทางตัวนี้เข้าไปได้นั้นเอง หลังจากที่รองเท้า sneakair คู่นี้ได้เปิดตัวออกมาในประเทศอังกฤษเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนในอังกฤษกันค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกับว่า easyjet เจ้าของโปรเจคนี้จะทำการตลาดไปทั่วโลกหรือเปล่า อย่างไงก็ต้องติดตามข่าวสารกันดูเรื่อยๆ นะครับ

   ก็คงเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คนไทยอย่างเราๆ ก็อยากจะได้มาใส่เพื่อเดินในทางเท้าในบ้านเราอยู่มากเลยทีเดียวนะครับ เพราะบางทีเราก็หลงทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนเหมือนกันใช่ไหมละครับ ส่วนครั้งหน้าทีมงาน 108plaza ของเราจะมีอะไรมีพรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น ต้องรอติดตามกันด้วยนะครับ

Review Flash Plus 2 สมาร์ทโฟนราคาโดนๆ กับสเปคดีๆ ครบทุกฟังก์ชั่นในราคา 5 พันมีทอน

 

   108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในกลุ่มของสมาร์ทโฟนเปิดตัวมาใหม่มารีวิวกันอีกแล้วครับ เรียกว่ามีสมาร์ทโฟนทั้งแบรนด์จีน แบรนด์ไทย แบรนด์นอก เยอะแยะไปหมดเลยที่ออกมาทำตลาดกันเยอะมากจริงๆ แต่คิดว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์ไทยนี่เงียบไปเลยในช่วงนี้ แต่ในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้

   สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มีชื่อรุ่น Flash Plus 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นแบรนด์ซัพมากจาก alcatel อีกทีหนึ่งนะครับ แต่ความชัดเจนระหว่างการจับมือกับ alcatel นั้นยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้เหมือน แต่มีการทำตลาดกันในนาม Flash Plus 2 เท่านั้นเอง ความน่าสนใจของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ มันก็คงจะอยู่ที่เรื่องของราคาแล้วก็สเปคที่ให้มานั้นเองนะครับ ราคาอยู่ที่ 5 พันบาทมีทอนแค่นั้นเอง

   เริ่มแกะกล่อง Flash Plus 2 มานั้นก็จะมีแค่หัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จแบบ micro USb เท่านั้นเอง หูฟังไม่มี ฟิล์มไม่มี เคสไม่มี แต่อัดสเปคมาแบบว่าเพียบที่ตัวเครื่องเลย อย่างแรก หัวชาร์จที่ให้มามีระบบชาร์จไวด้วย แล้วก็มาจับที่ตัวเครื่อง เห็นฝาหลังก็เป็นแบบอลูมิเนียมด้วย ย้ำว่า 5 พันมีทอนนะครับ แบรนด์อื่นให้บอดี้พลาสติกเท่านั้นเอง มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ Full HD ด้วย รอบๆ ตัวเครือ่งก็ไม่มีอะไรมาก ก็ปกติทั่วไปนะครับ นอกจากนั้นสเปคอื่นๆ ที่ตัวเครื่อง ก็ตามมาด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลดซ์เอาไว้เซลฟี่ในตอนกลางคืน กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลไฟแฟลดช์แบบทูโทน ให้สีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เมื่อแกะฝาหลังออกมา จะเป็นมีแบตเตอร์รี่ขนาดความจุ 300 mAh แต่ไม่สามารถที่จะแกะฝาหลังได้ แล้วก็มีช่องเสียบซิมการ์ด รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม แล้วก็มีช่องเสียบ micro sd card สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 128 GB เลย ซึ่งตามสเปคในกล่องก็จะบอกเอาไว้อีกว่า ช่องเสียบซิมการ์ดทั้ง 2 ช่องนั้น รองรับการใช้งานแบบ 4G LTE ทั้ง 2 ซิมเลยด้วย เรียกว่าอัดแน่นจริงๆ ครับ ส่วนสีที่มีมาให้เลือกนั้น จะมีด้วยกัน 2 สี คือสีเงินกับสีทอง

   มาดูเรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องกันบ้าง เป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าที่เห็นได้เลยคือ ที่ปุ่ม home มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ย้ำว่าราคา 5 พันมีทอนนะครับ คุ้มมากๆ เลย ส่วนชิปประมวลผลที่ใช้นั้นเป็น MTK Helio P10 ก็ถือว่าเป็นซีพียูตัวใหม่ที่ MTK เปิดตัวมาไม่นานนี้นะครับ เป็นแบบ 8 แกนสมอง Octa core 64-bit ด้วย ให้ ROM 16 GB RAM 2 GB ก็ต้องถือว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่าแล้วถ้าดูสเปคที่ให้มานะครับ แต่การรีวิวของเราไม่สมบูรณ์แบบ เพราะยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของการใช้งาน สเปคดีแค่ไหน แต่ใช้งานไม่ดี ก็ไม่คุ้มค่า อันนี้จริงไหมครับ

   เปิดเครื่องขึ้นมาสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าเร็วใช้ได้เลย ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบเพียว android ด้วย ในส่วนของการทดสอบเรื่องแรกเลย การใช้งานทั่วไป การเข้าเว็บที่เบราเซอร์นั้น บอกเลยว่าไหลื่นดีครับ แล้วก็ข้อดีอีกอย่างหนึ่งจอสีสันสวยงามด้วย ชัดเจนครับ แล้วก็มีการเข้า youtube เพื่อเทสเรื่องของจอและลำโพง เรื่องของลำโพงดังดีมากเลย แต่มิติเสียงแหลมอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ และ เสียงเบส ก็ไม่ได้นุ่มลึกยังบางๆ อยู่ แต่ดังดีครับ เรื่องจอ ดู youtube ความละเอียดที่ 1080p ก็ผ่านครับ สีสันจอสด สวยงาม เป็นจอแบบ IPS

   การทดสอบตัวเครื่องในส่วนถัดมาคือเรื่องกล้อง กล้องหลังนั้นค่อนข้างจะไม่มีลูกเล่นอะไรเยอะ เนื่องจากเป็นคล้ายๆ เพียว android การจับโฟกัสก็ปกติ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีโหมด manual มาให้ตั้งค่าได้ครบ ISO ไวท์บาลานท์ แต่มีหนึ่งจุดเด่นคือโหมดถ่ายเด็ก เข้าโหมดนี้จะมีเสียงสัตว์ เสียงรถไฟ อะไรแบบนี้ให้กดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็ก แล้วก็ค่อนกดถ่ายเวลาเด็กหันมองกล้อง เรียกว่าเจ๋งเลยเดียว คุณภาพกล้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนเรื่องของกล้องหน้า อาจจะต้องบอกว่ามันมีข้อเสียพอสมควร พอเซลฟี่ได้ ไม่ใช่เลนส์ wide แล้วก็รู้สึกว่ากล้องหน้าจะเบลอๆ นิดหนึ่งเวลาถ่ายเซลฟี่ อาจจะเป็นที่เครื่องหรือว่าอย่างไงไม่ทราบ ก็ลองไปเล่นเครื่องตัวจริงกันดูนะครับเพื่อนๆ ลองเทสดูว่ากล้องหน้ารุ่นนี้มันเบลอจริงหรือเปล่า

   สิ่งสุดท้ายที่ต้องรีวิวสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ในราคา 5 พันมีทอน ก็คือเรื่องของการเล่นเกมส์ ต้องบอกคำเดียวว่ามันไม่ขี้เหร่เวลาเล่นเกมส์กราฟฟิกเยอะๆ ภาพสวยๆ มันเล่นได้แต่ความเนียน ความไหลลื่นมันอาจจะสู้ราคาหลายๆ หมื่นไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ซื้อมาเล่นเกมส์บอกเลยว่าจอสวย เล่นได้สนุกครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าเลยทีเดียว