Archive for รองเท้า

Preview Sneakair By Easyjet รองเท้านำทางแบบใช้ Google map

 

   เปิดตัวมาแล้วเป็นที่เรียบร้ยอ แล้วก็นำมาพรีวิวกันก่อนใครเลย กับ รองเท้าที่จะช่วยให้คุญเดินแบบไม่หลง แล้วก็จะเดินได้ง่ายขึ้นแบบที่ไม่ต้องเอาสายตาไปมองแต่หน้าจอบน google map อีกต่อไป สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ รองเท้านำทางนั้นเอง เจ้าสิ่งนี้มันจะช่วยคนที่ชอบเดินท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยในช่วงวันหยุดหรือว่าเวลาเราเดินไปในเส้นทางต่างๆ แบบที่ว่าเราไม่รู้จักเส้นทาง ร้องเท้านำทางตัวนี้จะช่วยนำทางเราไปโดยเชื่อมต่อกับ google map ได้ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีตรงที่ว่าเราก็ใช้สายตาเรามองทางเดินอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราใช้ google map นำทางในแบบปกติที่ใช้บนสมาร์ทโฟน แล้วเราก็ต้องมองหน้าจอไปด้วย มองทางไปด้วย บางทีไปเดินตกท่อ ตกหลุ่ม สะดุดทางกีดขวางอะไรแบบนี้ ก็ทำให้เกินอุบัติเหตุได้ง่ายๆ จากการเดินในเส้นทางไกลๆ และไม่รู้จัก แต่รองเท้านำทาง sneakair by easyjet คู่นี้จะช่วยเราได้

   ล่าสุดทางทีมงาน 108plaza ก็ได้ทราบว่ามี gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ที่เปิดตัวขึ้นมาที่ประเทศอังกฤษ ก็มีหนึ่งสายการบินต้นทุนต่ำ ที่มีชื่อเสียงทางด้านที่ว่าจะใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วที่อยุ่บนเครื่องจับอัดผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้กำไรจากการทำสายการบินต้นทุนต่ำนั้นเอง ก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นนี่แหละนะครับ ในรูปตัวอย่างสินค้าของเราเป็นรองเท้า แล้วทำไมมาเกี่ยวอะไรกับสายการบินต้นทุนต่ำในอังกฤษ ก็คือว่า easyjet ซึ่งเป็นสายการบิน low cost airline สายการบินหนึ่งในอังกฤษ ได้คิดค้นแล้วก็พัฒนาตัวรองเท้านำทางอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าเป็นรองเท้าที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ได้ด้วย แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังระบบนำทางอย่าง google map ได้อีกด้วย ซึ่งสายการบิน easyjet เองก็พบว่าผู้คนในอังกฤษเองในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนที่เดินทางด้วยวิธีการเดินเท้าเพื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยรู้จักเส้นทางกันค่อนข้างมาก ทำให้มีการใช้ google map เพื่อที่จะเดินทางกันก็เยอะด้วยในอังกฤษ แต่ส่วนมากแล้วถ้าผู้คนในอังกฤษส่วนมากมองแต่หน้าจอเพื่อที่จะเดินไปตามเส้นทางไหน ซ้ายหรือขวาหรือตรงไห อะไรแบบนี้ ก็จะมักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง easyjet ก็เลยหัวใสคิดค้นรองเท้านำทางตัวนี้ขึ้นมา

   Sneakair เป็นรองเท้าที่ได้รับการติดตั้งชิปประมวลผลเข้าไปด้านในเป็นชิปที่เรียกว่า Arduino ซึ่งชิปตัวนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติที่ฝังอยู่ในรองเท้าทั้งสองข้าง โดยที่ตัวรองเท้าเองจะมีระบบสั่นทั้งด้านซ้าย และ ด้านขวา ถ้าสั่นที่รองเท้าข้างซ้าย นั้นแปลว่าให้เราเลี้ยวซ้าย สั่นที่รองเท้าข้างขวา ก็ให้เราเลี้ยวขวา แล้วเมื่อถึงที่หมาย รองเท้าก็จะสั่นพร้อมๆ กันทั้งสองข้าง แต่ถ้าเราเดินออกนอกเส้นทางไป โดยที่รองเท้าคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วก็ Google map อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ระบบก็จะทำการค้นหาเส้นทางให้ใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งโครงการที่สร้างเจ้า sneakair รองเท้านำทางคู่นี้ขึ้นมาก็อยู่ในโครงการ Barcelona street ด้วย เพื่อให้ผู้คนได้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วยวิธีเดินเท้าได้อย่างสะดวกมากขึ้นแล้วก็สามารถค้นหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดเพื่อไม่ให้เหนื่อยในการเดินเท้าในระยะทางไกลๆ ได้ด้วยนั้นเอง

   ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่า ตัว sneakair นั้นจะมีชิป arduino ที่จะจำลองการสั่นขนาดจ็วอยู่ตรงบริเวณรองเท้า ก็จะคล้ายๆ กับระบบการสั่นที่อยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นเอง แล้วก็มีจะมีบลูทูธพลังงานต่ำ แล้วก็แบตเตอร์รี่ขนาดเล็กอยู่ด้านในด้วย ซึ่งก็จะทำงานร่วมกับตัว google map API ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนของเรา ทำงานเข้าด้วยกันกับตัวรองเท้า ซึ่งนั้นก็หมายความว่าถ้าผู้ที่มีรองเท้าคู่นี้ จะใส่แค่รองเท้าไปอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำงานหรือนำทางได้ เราต้องพกสมาร์ทโฟนแล้วก็เชื่อมต่อรองเท้าให้เข้ากับสมาร์ทโฟนด้วยระบบบลูทูธเข้าไปด้วยกันก่อน ก็จะสามารถใช้รองเท้านำทางตัวนี้เข้าไปได้นั้นเอง หลังจากที่รองเท้า sneakair คู่นี้ได้เปิดตัวออกมาในประเทศอังกฤษเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนในอังกฤษกันค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกับว่า easyjet เจ้าของโปรเจคนี้จะทำการตลาดไปทั่วโลกหรือเปล่า อย่างไงก็ต้องติดตามข่าวสารกันดูเรื่อยๆ นะครับ

   ก็คงเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คนไทยอย่างเราๆ ก็อยากจะได้มาใส่เพื่อเดินในทางเท้าในบ้านเราอยู่มากเลยทีเดียวนะครับ เพราะบางทีเราก็หลงทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนเหมือนกันใช่ไหมละครับ ส่วนครั้งหน้าทีมงาน 108plaza ของเราจะมีอะไรมีพรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น ต้องรอติดตามกันด้วยนะครับ

รีวิว รองเท้าสตั๊ด Nike Tiempo 6 รองเท้าสตั๊ดที่ทำจากหนังจิงโจ้

   สวัสดีครับเพื่อนๆ นักกีฬาและนักฟุตบอลทุกท่านเลยที่เขามาอ่านบทความรีวิวของเราใน 108plaza แห่งนี้กันอยุ่เป็นประจำทุกๆ ตอนที่เราได้ทำการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เองเราก็มีรองเท้าเกือบจะทุกประเภท ทุกยี่ห้อมาทำการรีวิวกันอย่างไม่ขาดสาย เพราะว่าเป็นช่วงต้นปี 2016 ซึ่งก็จะมีรองเท้ารุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ดังๆ ต่างก็เข้าคิวจ่อให้เราได้นำมารีวิวกันก่อนใคร แล้วในตอนนี้เองก็มีรองเท้าสตั๊ดรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง ไนท์กี้ มารีวิวกันด้วย เป็นรุ่นที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปี เดือนธันว่าคม 2015 นี้เอง ก็ใหม่ๆ สดๆ กันเลยสำหรับรุ่นนี้ จะมีความพิเศษอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันครับ

   ดูจากรูปทรงของตัวรองเท้าสตั๊ดกันไปในรุปด้านบนแล้วนะครับ ก็คงจะถูกอกถูกใจใครหลายคนที่ชอบทรงของทาง ไนท์กี้ อยู่แล้วนะครับ แต่เดี่ยวต้องขอเริ่มด้วยการรีวิวตัวบอดี้ที่ตัวรองเท้าว่าทำมาจากอะไร แล้ววัสดุนั้นดูดีหรือไม่ อะไรแบบนี้นะครับ ซึ่งตามข้อมูลของทางในท์กี้เองนั้นก็เปิดเผยออกมาว่าวัสดุที่นำมาทำรองเท้ารุ่นนี้เป็นหนังจิงโจ้แท้เลยทั้งชิ้นทั้งบอดี้นะครับ ซึ่งผมเองนั้นก็ไม่เคยที่จะได้สัมผัสกับตัวหนังจิงโจ้จริงๆ มาด้วยสิ แต่ที่สัมผัสได้จากตัวรองเท้าที่นำมารีวิวในครั้งนี้นั้น เมื่อเราสัมผัส เรากดเนื้อรองเท้าลงไปแล้วเนี่ยนะครับ รู้สึกว่ามันจะยุบไปแบบเป็นแนวตรงเลย จะแตกต่างจากตัวอื่นที่เวลาเรากดลงไปแล้วมันจะยุบเป็นรอยบุ่มลองไปกลมๆ ก็ให้ความรู้สึกว่ามันนุ่ม แต่ก็ไม่อ่อนยวบจนเกินไปนะครับ แล้วนอกจากนี้ตัวบอดี้ทั้งหมดที่ออกแบบมานั้นรู้สึกว่ามันจะได้รวมเอาตัวซีรี่ย์ก่อนหน้านี้หรือรุ่นที่เป็น tiempo 4 และ 5 ที่ใครเคยจำได้ว่ามันมีรูปทรงอย่างไรเนี่ยนะครับ ก็พอจะนึกออกบ้าง ซึ่งในรุ่นนี้ก็ถือว่ามันได้รวมเอาความคราสสิคกับตัวเทคโนโลยีการทำรองเท้าแบบใหม่เข้ามาผสมผสานกันด้วยนะครับ จะสังเกตุว่าตัวบริเวณขอบของพื้นรองเท้าทั่วทั้งชิ้นเนี่ยนะครับ มันจะมีเป็นปุ่มนูนๆ เป็นตะปุ่มตะปั้มมาให้เห็นอย่างชัดเจนเลย ซึ่งทาง ไนท์กี้ ก็บอกเอาไว้ว่าตัวปุ่มแบบนี้มันก็จะเหมือนกับว่าเป็นตัวคล้ายๆ กระดูกคนเรา ที่มันจะสร้างความแข็งแรงให้กับรองเท้าได้ แล้วที่สุดมันก็จะช่วยในการรับแรงกระแทกจากการเตะฟุตบอลหรือการปะทะกันระหว่างเท้าเรากับนักเตะคนอื่นที่อยู่ในสนามได้ด้วยนั้นเองครับ ถือว่ามีการใส่ใจรายละเอียดในชิ้นงานมาอย่างดีเลยทีเดียวครับ

   ต่อมาในตัวจุดเด่นที่ผมเห็นและสัมผัสได้ในการรีวิวรองเท้ารุ่นนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าถึงแม้ว่ามันเป็นรองเท้าสตั๊ดที่มีปุ่มอยู่ด้านล่างแล้วก็มีการออกแบบรายละเอียดมากมายเลย แต่มันมีความเบาครับ ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะทำให้การสวมใส่ที่เหมาะที่สุดกับตำแหน่งนักเตะที่อยู่ในสนามก็น่าจะเป็นนักเตะตัวบุกที่ต้องอาศัยความเร็ว วิ่งต้องเร็ว แล้วก็บังคับบอลได้แม่นด้วย ก็น่จะใช้รองเท้าตัวนี้ได้ดี เพราะดูจากทรงของรองเท้าแล้วจะออกแบบมาให้เหมือนกับรองเท้าวิ่งด้วยนะครับ แล้วก็มีความเบาอย่างที่บอกไปด้วย แล้วต่อมาที่เป็นจุดสังเกตที่เห็นได้ชัดเลยก็คือตัวลิ้นรองเท้าที่ออกแบบมาให้บิ้วอินเข้ากับตัวรองเท้าเลย ซึ่งไนท์กี้เองก็ผลิตรองเท้าแบบนี้มาในหลายรุ่นแล้วนะครับ จะเห็นว่ามันจะมีสายร้อยเชือกเอาไว้กับตัวรองเท้าถึงสองรูเลย ซึ่งข้อดีของการมีลิ้นแบบบิ้วอินมาแบบนี้ ข้อแรกเลย คือ มันจะทำให้ตัวบอดี้รองเท้านั้นบางแบะเบาขึ้น มันจะลู่ลมได้มากขึ้นด้วย ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเราสวมใส่แล้วเนี่ยนะครับ มันจะรู้สึกกระชับมากขึ้นด้วย เพราะมันจะโอบรับกับอุ้งเท้าได้เราพอดีเลย ในส่วนของตัวโลโก้ ไนท์กี้ เองก็เป็นตัวยางที่ทำขึ้นมาแบบแยกชิ้นกับตัวเนื้อจิงโจ้อย่างที่บอกไปนะครับ แล้วก็เย็บมาอย่างดี แต่ตัวรุ่นก่อนๆ หน้านี้จะมีการสกรีนโลโก้มา ทำให้อาจจะมีหลุดไปบ้าง แต่รุ่นนี้ค่อนข้างทนานดีครับ ตรงบริเวณซ้นเท้าก็จะมีชื่อรุ่นเป็น tiempo 6 มาชัดเจนเลย

   ก็ต้องถือว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้เอง ก็เป็นรองเท้าสตั๊ดตัวใหม่ล่าสุด ณ ขณะนี้เลยก็ว่าได้นะครับ เรียกว่าอัดแน่นมาด้วยเทคโนโลยีของการเป็นรองเท้าสตั๊ดอย่างเต็มที่เลย พร้อมกับการดีไซต์ที่ใครหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันก็สวยดีนะ

รีวิว รองเท้าวิ่ง Reebok UK Sublife Escape MT รองเท้าวิ่งที่เบาสบายวิ่งได้ไม่เจ็บเท้า

   พูดถึงเรื่องของการออกกำลังกายนั้นก็มีหลากหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนนั้นจะชอบการเล่นกีฬาหรือกายบริหารในการออกกำลังกายสำหรับตนเองนะครับ แล้วการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลยในการออกกำลังกายนั้นก็คือการวิ่งนั้นเอง แต่การวิ่งถึงแม้ว่าจะไม่ต้องได้ใช้อุปกรณ์ใดๆ เลยก็ตาม แต่มีสิ่งที่จำเป็นอยู่หนึ่งชิ้นที่คนรักการวิ่งออกกำลังกายนั้นต้องมาอ่านรีวิวในบทความนี้ครับ สิ่งที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้นมันคืออะไร แล้วมันจะใช่สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ มาดูกันครับ

   มาถึงตอนนี้หลายท่านก็คงจะรู้คำตอบกันแล้วใช่ไหมครับว่าสิ่งที่ผมหมายถึงนั้นคืออะไร มันก็คือรองเท้าวิ่งนั้นเองครับ แน่นอนเลยว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนที่ชอบวิ่งนั้นต้องมีแล้วต้องเลือกรองเท้าที่มันเหมาะกับเทาของเราด้วยนั้นเอง ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายของเราได้แน่นอนถ้าเราไม่ได้ใช้รองเท้าวิ่งที่เหมาะสมครับ ซึ่งก่อนที่จะไปรีวิวรองเท้าที่อยู่ในรูปด้านบนนี้ที่เป็นยี่ห้อ Reebok ที่หลายๆ คนก็คงจะรู้จักดีแล้วก็เคยผ่านตามาบ้างนะครับ แต่ผมขออนุญาตที่จะนำเคล็ดลับของการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งแบบเล้กๆ น้อยๆ มาฝากกันสักนิดหนึ่งก่อนดีกว่าครับ

   การวิ่งแบบที่ไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งนั้นอาจจะเกิดผลอะไรกับเราบ้างนั้นก็คือว่า บางคนอาจจะคิดว่าใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดาก็ได้ในการวิ่งแต่ละครั้ง แต่รองเท้าผ้าใบนั้นมันไม่ได้ออกแบบมาให้รับกับแรงกระแทกของซ้นเท้าเราในขณะที่วิ่งนะครับ แล้วรองเท้าผ้าใบเองนั้นมันก็มีน้ำหนักที่หนักว่ารองเท้าวิ่งทั่วไปด้วย จะทำให้การวิ่งนั้นเหนื่อยกว่าปกติด้วยนั้นเอง แล้วการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งก็มีเคล็ดลับง่ายๆ อยู่สองสามประเด็นด้วยกัน อย่างเช่น เลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาครับ แล้วก็เป็นรอเงท้าที่เหมาะกับลักษณะเท้าของตัวเองด้วย เพราะบางคนนั้นมีเท้าแบบซ้นแหลม บางคนมีเท้าแบบซ้นป้าน อุ้งเท้าและปลายเท้าก็ต่างกันไป ซึ่งบางครั้งถ้าใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปทรงเท้าของตัวเองนั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการเบียดของนิ้วเท้าก้ได้ ก็จะเกิดบาดแผลหลังการวิ่งอีกด้วย ซึ่งใครที่คิดจะไปหาซื้อรองเท้าวิ่งสักคู่นั้นก็อาจจะปรึกษาพนักงานขายในรองเท้ายี่ห้อนั้นๆ ดูก่อนก็ได้นะครับ จะได้เลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะและพอดีกับเท้าของตัวเอง แล้วก็จะไม่ได้เสียเงินหลายรอบในการซื้อรองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้าตัวเองครับ

   ก็มาที่ตัว Reebok sublife คู่นี้กันเลยครับ ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้จะผลิตในประเทศเวียดนาม ในส่วนของบอดี้รองเท้าด้านบนนั้นจะเหมือนว่าทำมาจากหนังกับ แล้ววัสดุด้านล่างที่เป็นพื้นรองเท้านั้นจะเป็นตัวโฟมอย่างดีที่มีความนุ่มแล้วก็ความเบา ตรงบริเวณซ้นเท้านั้นก็จะมีความหนากว่าตรงส่วนอื่นๆ แล้วสังเกตว่าถ้าเป็นรองเท้าวิ่งนั้นตรงบริเวณปลายเท้านั้นจะเผยอขึ้นมาเป้นทรงตามในรูปเลย แต่ถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบที่ใส่เที่ยวแบบนั้นพื้นรองเท้าจะแบนติดกับพื้นทุกส่วนเลย ตั้งแต่ปลายเท้าถึงซ้นเท้านั้นเองครับ ซึ่งการออกแบบอย่างนี้ก็เป็นตามลักษณะการวิ่งแบบทั่วไปที่ต้องเอาปลายเท้าลงก่อน แล้วก็เอาซ้นเท้ามารับน้ำหนักต่อ ทำให้เราวิ่งได้ถูกหลักสรีระศาสตร์นั้นเองครับ แล้วตรงรองเท้าด้านท้ายก็จะเขียนชื่อรุ่นเป็นรุ่น sublife เอาไว้ชัดเจนเลย แล้วก็ตรงแผ่นรองเท้าด้านในเนี่ยจะเป็นแผ่นแบบเมมโมรี่เทค จะมีลักษณะนุ่มแล้วก็เบา รองรับแรงกระแทกได้ดีเช่นกันครับ สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยถ้าเกิดมีความเสียหายหรือถอดมาตากแดดได้ด้วยในกรณีที่เกิดกลิ่นอับนะครับ ซึ่งการที่ได้รองจับแล้วก็รองสวมดูแล้วนั้นมันก็จะรู้สึกถึงความเบาสบายดีเลยทีเดียว แล้วรองเท้า Reebok รุ่นนี้ก็เหมาะกับคนที่มีลักษณะเท้าที่ไม่เรียวมากนะครับ จะเป็นรูปเท้าที่หนาๆ สักหน่อยหนึ่งจะสามารถใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกลักษณะดีครับ

   สรุปสำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัว Reebok sublife รองเท้าวิ่งตัวนี้จุดเด่นอย่างแรกเลยก็คือมีความเบา สามารถใส่วิ่งแล้วก็จะไม่เกิดแรงเสียดทานหรือแรงด้าน ทำให้การวิ่งโดยทั่วไปจะวิ่งแบบช้าๆ จ๊อกกิ้งหรือว่าจะวิ่งด้วยความเร็วก็สามารถใช้ได้ดีเลยทีเดียวครับ สำหรับราคานั้นก็จะอยุ่ประมาณ 1 พันต้นๆ เท่านั้นเอง ก็ไม่แพงเกินไปสำหรับการซื้อรองเท้าวิ่งที่มีคุณสมบัติทั้งเบาใส่สบายแล้วก็รองรับแรงกระแทกได้ดีแบบนี้ครับ