Archive for กล้อง

Review Sony A5100 ครายทุกข้อสงสัยในการใช้งานแบบเจาะลึก

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนส่งคำถามเข้ามาผ่านทางช่องทาง facebook ของเราที่ 108plaza มากมายเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานกล้องถ่ายรูป sony A5100 ที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครทำรีวิวขึ้นมา แล้วก็อยากจะให้ทีมงานได้เขียนรีวิวกันแบบเจาะลึกสักนิดหนึ่ง ทางทีมงานก็เลยจัดให้เลยครับ นำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เลย

   สำหรับกล้อง song A5100 ตัวนี้เราเคยรีวิวเรืองของสเปคกันไปแล้วนะครับ ใครที่อยากจะรู้ว่าสเปคของมันมีอะไรบ้าง สามารถย้อนไปอ่านในบทความที่ผ่านมาได้เลย แต่ในครั้งนี้จะมาตอบทุกคำถามที่ถามกันมามากมายเลยสำหรับคนที่ซื้อกล้องตัวนี้มาแล้ว ยังใช้ไม่ค่อยเป็นหรือว่าใช้แล้วมันยังงงๆ อยู่อะไรแบบนี้นะครับ คำถามแรกเลยดีกว่า ก็มีเพื่อนๆ ถามมาว่าถ้าเป็นเลนส์ kit นี้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ไหม แล้วมันจะถ่ายได้สวยหรือไม่ คำตอบก็คือ สามารถถ่ายได้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่าเลนส์ kit เนี่ยมันสามารถทำได้ทุกอย่างเลย เป็นเลนส์ที่อเนกประสงค์เลยทีเดียว แต่อย่างที่เราเคยรีวิวไปเมื่อตอนที่ผ่านมาว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้เลนส์แบบ 3.5 มิลลิเมตร f/1.8 ที่ใช้กับกล้อง sony A5100 ตัวนี้ได้เนี่ยนะครับ มันจะสุดยอดมากเลย แต่คำตอบคือเลนส์ kit ก็สามารถถ่ายได้เช่นกันครับ ส่วนคำถามต่อมาเลยในเรื่องของเลนส์ 3.5 มิลลิเมตร เนี่ย เราสามารถเอามาถ่ายแบบ เซลฟี่ ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้นะครับ เพราะว่าถ้าเอามาถ่ายเซลฟี่ตัวเองเนี่ยจะทำให้หน้าใหญ่ หน้าบานเกินไป แต่เลนส์ 3.5 มม. เนี่ยจะเอาไว้ถ่ายคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราหรือว่าเอาไว้ถ่ายอาหารที่ดูมีสีสันสวยงามน่ารับประทาน แต่ต้องถ่ายในระยะที่พอเหมาะด้วยนะครับ แต่ถ้าจะเอาเพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะ แนะนำว่าเอาเลนส์ kit นี่แหละครับ ก็พลิกจอขึ้นมา ยืนแขนออกไป แล้วก็กดชัตเตอร์ แชะ แค่นี้แหละครับเราก็จะได้รูปเซลฟี่จากกล้อง sony A5100 แล้ว อีกหนึ่งคำถามต่อมาเลย ก็ถามกันมาว่าเราจะส่งไฟล์วีดีโอที่เราถ่ายเอาไว้ในตัวกล้องแล้วก็ส่งเข้ามือถือเราได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แต่มีข้อแนะนำว่าเราต้องเปลี่ยนไฟล์นามสกุลจากตอนที่เราจะถ่ายวีดีโอนั้นๆ เสียก่อน ให้เปลี่ยนเป็นไฟล์นามสกุล mp4 ซึ่งในตัวกล้องเองก็จะมีไฟล์นามสกุลหลายๆ ไฟล์เลยที่มีตั้งไว้ในตัวกล้อง ซึ่งไฟล์นามสกุลแบบอื่นๆ ก็จะได้คุณภาพของการถ่ายวีดีโอที่สูงกว่า แต่จะดึงเข้าได้ก็กับคอมพิวเตอร์ที่เราจะต้องดึงจากการ์ดเท่านั้นนะครับ ซึ่งถ้าจะส่งให้กับมือถือสมาร์ทโฟน แท้ปเล็ดหรือว่าไอแพ็ด ไอโฟนต่างๆ ก็ส่งผ่านตรง play memory app ที่เราจะสามารถเชื่อมต่อผ่านตัว wifi ได้เลย ก็ง่ายดี แล้วก็ความคมชัดก็ยังพอที่จะดูได้ชัดเจนดีด้วยนะครับ

   เนื่องด้วยตัวกล้องสามารถเชื่อมต่อ wifi ได้ด้วยเนี่ยนะครับ ก็เลยทำให้กล้องนั้นเชื่อมต่อ internet ได้ด้วย ก็เขาไปที่ play memory app นี่แหละนะครับ แล้วก็เข้าไปสมัคร ID ของทาง sony แล้วก็จะสามารถดาวน์โหลด app ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นแอปที่แต่งรูปได้เพิ่มเติมแล้วก็แอปฟรีและไม่ฟรีอื่นๆ อีกเยอะเลย แต่เท่าที่ผมได้ใช้งานมา ก็ไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดอะไรมาเพิ่มนะครับ แต่ฟังก์ชั่นในตัวกล้องก็ใช้งานได้ดีแล้วนั้นเอง อีกหนึ่งอย่างที่จะแนะนำกันกับคุณสาวๆ ที่ใช้กล้อง sony A5100 ตัวนี้มาเพื่อทำการเซลฟี่โดยเฉพาะเลย วิธีการเซลฟี่ได้ภาพที่เนียนสุดๆ ก็ให้เข้าไปที่ menu แล้วก็เลื่อนๆ ไปที่ camera แล้วก็เลือกไปที่โหมด screen effect จากนั้นก็จะมีให้เราเลือกว่าจะเอาระดับไหน จะมี low mid hi ก็แนะนำว่าให้เลือกไปที่ระดับสูงสุดเลย แล้วก็จะได้ใบหน้าที่เนียนมากๆ เลยในกล้องตัวนี้ วิธีการเซลฟี่ก็ต้องหามุมที่คิดว่าตัวเองสวยที่สุดครับ แล้วก็ยกแขนขึ้นตรงๆ ตั้งฉากกับลำตัวเลย กดกล้องให้ทำมุม 45 องศานิดหน่อย จากนั้นก็ดชัตเตอร์ จะได้ภาพที่รับรองว่าต้องสวย อัพลงโซเชียลมีคนกด like กันเยอะแน่ๆ เลยครับ

   สำหรับใครที่ไม่เก่งเรื่องภาษา กล้อง sony A5100 ที่นำมาครายข้อสงสัยและนำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้เนี่ย สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นเมนูภาษาไทยได้ด้วย แล้วอีกหนึ่งคำถามส่งท้าย ก็คือว่ากล้องตัวนี้เอาไปถ่ายวีดีโอนอกสถานที่ได้ดีไหม แนะนำว่าให้เข้าไปที่การตั้งค่าแล้วก็ไปที่ตั้งค่ากล้องวีดีโอ จะมีเมนุให้เลือกว่า ลดเสียงลม ก็จะช่วยให้การบันทึกเสียงได้ดีขึ้น ไม่มีเสียบรบกวนเข้ามาในวีดีโออีกด้วยนะครับ สำหรับใครที่สงสัยในเรื่องไหนอีกนั้น สามารถเข้ามาถามกันได้ที่ facebook ของเรา 108plaza กันได้เลยครับ

รีวิว กล้องคอมแพคที่ ZOOM ได้ถึงดวงจันทร์ Nikon COOLPIX P900 กล้องที่มีความเจ๋งเกินราคาที่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านครับ แล้วก็สวัสดีเพื่อนๆ ช่างภาพทุกท่านด้วย ใครที่เล่นกล้อง ใครที่ชอบถ่ายรูป ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดครับ เพราะผมเองก็คิดว่ามันเด็ดพอตัวเลยละ เป็นการรีวิวกล้องครับ เป็นกล้องดิจิตอลแบบกล้องคอมแพคที่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่เลนส์ที่ติดมากับกล้องตัวนี้ก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แล้วก็มีข่าวฮือฮากันในโลกออนไลน์อยู่พอสมควรเลยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งความเจ๋งของกล้องที่จะรีวิวกันในตอนนี้จะมีอะไรเด็ดๆ บ้างนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   รูปตัวอย่างสินค้าที่ผมจะรีวิวด้านบนนี้มีชื่อว่า Nikon Coolpix P900 ครับ จุดเด่นมากๆ เลยในกล้องตัวนี้คือ การซูมที่ได้ระยะที่คิดว่าไกลมาก เรียกว่าที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์คือเป็นกล้องคอมแพคที่ซูมได้ไกลเข้าไปถึงดวงจันทร์กันเลยทีเดียว ซึ่งในโลกออนไลน์ก็มีคลิปวีดีโอออกมาให้ดูกันมากมายเลยว่าการซูมด้วยกล้องรุ่นนี้เข้าไปที่ดวงจันทร์เนี่ยมันสามารถมองเห็นรายละเอียดของดวงจันทร์ได้จริงๆ แต่ในตอนนี้ 108plaza และทีมงานเองก็ยังไม่เชื่อครับ ก็เลยได้ตัวกล้องของจริงมาทำการทดสอบกัน

   เริ่มการรีวิวด้วยการเปิดกล่องขึ้นมาครับ ข้างในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานในเบื้องต้น รวมไปถึงใบรับประกันตัวสินค้ามาให้ด้วย แล้วก็อุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมแบตเตอร์รี่มาให้เรียบร้อย ก็มีมาครบครับ แต่อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในภาพทั้งด้านบนและด้านล่าง ต้องบอกว่ารูปทรงมันใหญ่ๆ แต่มันไม่ใช่กล้อง DSLR นะครับ แต่เป็นแค่กล้องดิจิตอลคอมแพคทั่วไปเท่านั้นเอง เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นมือโปรทางด้านกล้องอยู่แล้ว กล้องรุ่นนี้ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณก็ได้นะครับ สำหรับระยะเลนส์ของกล้องตัวนี้อยู่ที่ 24-2000 มม. ซึ่งถามว่าระยะเลนส์ขนาดนี้ กับกล้องตัวเล็กๆ ขนาดนี้น่าทึ่งครับ เพราะว่าถ้าใช้กล้องแบบ DSLR ที่เปลี่ยนเลนส์ได้เนี่ย แล้วต้องใช้เลนส์ระยะขนาดนี้นะครับ ตัวเลนส์มันจะยาวพอๆ กับกระบอกข้าวหลามกันเลยทีเดียว คือยาวมากนะครับ แล้วทันทีที่ผมได้กล้องมาทดสอบเนี่ย ก็ตามที่เค้าฮือฮากันเลยละครับ ก็คือการซูมกล้องไปหาดวงจันทร์ ผมก็ทดสอบเหมือนกันครับ ผลที่ได้ปรากฏว่ามันซูมได้ถึงดวงจันทร์จริงๆ ครับ ถามว่ากล้องไหนก็ซูมได้ถึงดวงจันทร์ใช่ไหมละครับ กล้องมือถือก็ซูมได้ แหม เพื่อนๆ อาจจะคิดอย่างนี้ แต่กล้องตัวนี้มันซูมได้แบบเห็นรายละเอียดบนดวงจันทร์เลยนะครับ ถ้ากล้องทั่วไปก็อาจจะซูมได้แค่เป็นดวงสีขาวๆ กลมๆ รีๆ ก็ว่ากันไป แต่กล้องตัวนี้ซูมแบบเห็นรายละเอียดบนดวงจันทร์จริงๆ เลย ถ้าไม่เชื่อต้องไปหาคลิปดูกันใน youtube หรือว่าไปทดสอบด้วยตัวเองกันดูนะครับ แล้วความเจ๋งของมันที่ซูมได้ขนาดนี้เนี่ย มันน่าจะเหมาะกับคนที่ใช้งานกล้องแบบไหน คำตอบก็คือว่า ใครที่ชอบเดินป่า ชอบส่องนก ส่องสัตว์ปีกที่ต้องการซูมเข้าไปใกล้ๆ เนี่ยสามารถทำได้ดีเลยผมว่านะ

   ซึ่งความสามารถในการ zoom ของกล้องตัวนี้เนี่ยจะทำได้ถึง 83x หรือ 2000 มม. กันเลยทีเดียว ส่วนใครที่ต้องการถ่ายแบบภาพมุมกว้างหรือว่าเลนส์ wide ผมก็ว่ากล้องตัวนี้ทำได้ดีนะครับ ให้มุมที่เก็บภาพได้กว้างเลยทีเดียว ส่วนการถ่ายแบบ macro ถ่ายใกล้ๆ ก็สามารถเอาเลนส์ไปชิดติดกับวัตถุแล้วก็ถ่ายได้ชัดเจนดีครับ อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดของกล้องตัวนี้คือด้านบนกล้องจะมีตัว GPS ฝังเอาไว้อยู่ เมื่อเราถ่ายรูปแล้วเอาไฟล์ไปเปิดในคอมก็จะเห็นว่าภาพนี้เราถ่ายที่พิกัดไหนมา จุดไหนมาได้เลย แล้วก็อีกหนึ่งการใช้งานเด็ดๆ ก็คือ การควบคุมกล้องผ่านสมาร์ทโฟน โดยเชื่อมต่อผ่านทาง wifi บนตัวแอปพลีเคชั่นเนี่ยนะครับ เราสามารถเอาขาตั้งกล้องแล้วก็กดควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าซูมเยอะๆ แล้วภาพจะสั่น เพราะเราไม่ได้แตะหรือจับที่ตัวกล้องโดยตรงนั้นเองครับ

   เมื่อจุดเด่นของกล้องตัวนี้อยู่ที่การซูม ก็มีหนึ่งปุ่มที่อยู่ด้านข้างตัวเลนส์ เป็นตัวช่วยยึดหดเลนส์เพื่อเช็คว่าเราซูฒไปไกลแค่ไหน ตัวนี้จะช่วยในกรณีที่เราซูมไปไกลๆ ให้สะดวกนี้ ตัวกล้องมี EVF ที่สร้างอารมณ์เหมือนช่างภาพมือโปรด้วย ถ้าไม่ถนัดก็กลับมาใช้หน้าจอปกติได้เช่นกัน แต่ข้อเสียของกล้องตัวนี้ก็มีนะครับ ความละเอียดของเซนเซอร์กล้องตัวนี้ค่อนข้างน้อย ให้มาเพียง 16.1 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง อาจจะสู้กล้องดิจิตอลที่มีเซนเซอร์ใหญ่กว่านี้ไม่ได้นั้นเอง อย่างไงแล้วใครที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ อยากไปสัมผัสตัวจริงด้วยตัวเองก็ลองเข้าไปทดสอบดูได้ตามศูนย์บริการของ Nikon ได้แล้วครับ

Sony RX100 Mark4 กล้องคอมแพ็คคุณภาพเยี่ยม พัฒนามาจากรุ่น Mark3

   ต้องกล่าวคำว่าเสียใจด้วยนะครับ สำหรับคนที่พึ่งซื้อกล้องคอมแพ็คจากทาง sony ไป ที่ซื้อรุ่น RX100 Mark3 ไปเมื่อไม่นานนี้ ทำไมถึงต้องกล่าวคำว่าเสียใจด้วยนั้นหรอครับ ก็เพราะว่าตอนนี้ทาง sony ปล่อยตัวล่าสุดอย่าง RX100 Mark4 ออกมาวางจำหน่ายแล้วอย่างไงละครับ แล้วก็ sony ประเทศไทยก็มีการจัดวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วด้วย ในบทความนี้ก็เลยถือโอกาสที่จะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันไปเลยทีเดียว ผมยังจำได้อยู่เลยนะครับว่าผมพึ่งรีวิวตัว mark3 ไปเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ไม่ใช่ว่า sony จะปล่อยรุ่นใหม่ออกมาเร็วนะครับ แต่ผมเองที่ไปรีวิวรุ่นก่อนหน้านี้ช้าไป ก็เลยทำให้มีรุ่นใหม่ปล่อยออกมาให้รีวิวติดๆ กันแบบนี้เลยละครับ ไม่เสียเวลาครับ เริ่มริวิวกันเลยดีกว่า

   ใครที่มีตัว sony rx100 m3 อยู่ในมือแล้วมาเห็นรูปนี้เข้า บอกได้เลยว่าตัวบอดี้แทบจะไม่แตกต่างกันนะครับ มีจุดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเองที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิม แล้วผมเองก้ได้คุยกับทางโซนี่ประเทศไทยแล้วว่า ถึงแม้ว่าตัวบอดี้จะไม่ได้เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ แต่ระบบการทำงานด้านในเครื่องค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไปมาก มีการพัฒนาในหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกันนะครับ ซึ่งทางโซนี่เองก้ไปสำรวจคนใช้งานจริงของคนที่ใช้ตัว mark3 แล้วก็รุ่นก่อนหน้านี้มาค่อนข้างเยอะครับ แล้วก็มาปรับปรุงในรุ่นนี้อีกทีหนึ่ง

   ความแตกต่างเริ่มจากตัวบอดี้กันก่อนแล้วกันนะครับ ตัวบอดี้รุ่นก่อนหน้านี้จะดูมันเงา แต่ตัวนี้จะให้อารมณ์แบบผิวด้านๆ หน่ยอ แค่นั้นเองครับสำหรับเรื่องของการออกแบบดีไซน์บอดี้ภายนอก มาดูที่ตัวโหมดต่างๆ กันบ้าง เริ่มแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือเรื่องของปุ่มโหมด auto ที่รุ่นก่อนหน้านี้จะมีปุ่มโหมดออโต้นี้ 2 ปุ่มด้วยกัน คือโหมดที่จะใช้เป็นออโต้แบบให้เครื่องคิดเองไปเลยทั้งหมดว่จะใช้การตั้งค่าแบบไหน กับ โหมดที่ใช้แบบกึ่งออโต้ คือเราสามารถปรับตั้งค่าได้เองบ้างเล็กน้อย อย่างเช่นตัว iso แล้วก็เรื่องของความเร็วชัตเตอร์ แบบนี้เป็นต้น แต่พอมาในรุ่นล่าสุดนี้ จะไม่มีแบบนั้นแล้ว จะกลายเป็นโหมดออโต้ปุ่มเดียวทั้งหมดเลย ตัวกล้องเองเมื่อใช้งานในโหมดนี้จะคิดให้เองทั้งหมด ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากได้กล้องฉลาดๆ คิดให้เองหมด ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายมากนัก ไม่ใช่มือโปร ก็ใช้โหมดนี้โหมดเดียวตลอดทั้งงานไปเลย ได้เหมือนกัน คุณภาพในการถ่ายโหมดนี้ก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียวนะครับ ผมบอกเลยว่ากล้องค่อนข้างที่จะฉลาดในการปรับตั้งค่าให้เรานะครับ ภาพแสงต่างๆ ที่จะเปลี่ยนไป จะถ่ายในที่มึด ถ่ายในที่สว่าง ก็จะปรับได้อย่างอัตโนมัติกันเลยทีเดียว

   ต่อมาที่พัฒนามาในร่นล่าสุดนี้คือเรื่องของเซนเซอร์กล้องครับ จะใช้เซนเซอร์ที่ชื่อว่า exmor-rs ครับ ซึ่งรุ่นก่อนหน้านี้จะเป็นเซนเซอร์รุ่น exmor-r เฉยๆ นะครับ แล้วจุดเด่นเลยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาก็คือเรื่องของการถ่ายภาพแบบ 4K นั้นเอง แต่ต้องบอกไว้อย่างนี้ก่อนนะครับว่า ใครที่ตื่นเต้นกับเทคโนโลยีนี้ เรื่องการถ่ายภาพระดับที่ชัดเวอร์ขนาดนี้ ในบ้านเรายังไม่มีอุปกรณ์ที่จะมารองรับความคมชัดระดับนี้ได้มากเท่าไหร่นะครับ เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีนี้อย่าไปตื่นเต้นอะไรกับมันมากนะผมว่า แค่ระดับ Full HD นี่ก็ชัดเวอร์แล้วในตอนนี้ สำหรับใช้งานทั่วไปนะครับ ไม่ได้ zoom กันจนภาพแตกอะไรขนาดนั้นเลย แต่สำหรับใครที่จะซื้อเอาไว้เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะมาในอนาคตอันใกล้นี้ แน่นอนครับว่าซื้อได้เลย ถ้าอยากได้ เพราะมันต้องมาแน่นอนในเรื่องของหน้าจอที่รองรับ 4K ก็ดี และอื่นๆ

   แล้วอีกหนึ่งโหมดที่มีในกล้องตัวนี้ที่ค่อนข้างโดดเด่นนะครับ คือโหมด HFR Motion คือการถ่ายในโหมดสโลโมชั่นนั้นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่ากล้องยี่ห้ออื่นๆ กล้องมือถือตอนนี้ก็ถ่ายได้แล้วนะ สโลโมชั่น ไม่เห็นแปลกเลย แต่เมื่อผมได้ลองกับกล้องของโซนี่ตัวนี้แล้วเนี่ยนะครับ ค่อนข้างจะติดใจเลย คือมันจะคนละอารมณ์กับการใช้กล้องไอโฟนหรืออื่นๆ ถ่ายเลยนะ ยกตัวอย่าง เทน้ำลงพื้นแล้วถ่ายเนี่ย น้ำที่กระจายเนี่ยจะเห็นเป็นเม้ดๆ แบบเก็บรายละเอียดได้ดีมากเลย ค่อนข้างชอบจริงๆ

   อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่รีวิวกันวันนี้นะครับ คือมันสามารถถ่ายวีดีโอแบบ dual คือสามารถถ่ายวีดีโอกับภาพนิ่งไปด้วยในตัวได้เลย แล้วก็ชัดมากด้วย ด้วยความที่ตัวเซนเซอร์มันดีแล้วมีความไวของชัตเตอร์ที่เร็วมากด้วยนั้น ทำให้การถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ดีเลยทีเดียวนะครับ ต้องบอกว่าให้ลองไปดูกันนะครับทุกคน

มาทำความรู้จักกับ GoPro HERO4 Session

 

   ในปัจจุบันนี้กระแสการถ่ายรูปกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในแนวไหนก็ตามในตอนนี้ถือว่ากำลังเป็นกระแสที่ใครๆต่างให้ความสนใจ กล้องชนิดต่างๆเริ่มได้รับความนิยมและมีผู้คนให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยกล้องที่ได้รับความนิยมถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์และเป็นกระแสในตอนนี้ก็คือกล้อง GoPro ที่ถ่ายภาพได้สวยขึ้นเนื่องจากมีการพัฒนาและปรับปรุง กล้องมีขนาดเล็กและสามารถถ่ายภาพเองได้ในมุมกว้างอีกทั้งกล้องชนิดนี้สามารถที่จะถ่ายรูปออกมาในมุมมองที่แตกต่างจากกล้องชนิดอื่น จึงกลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ในปัจจุบันนี้ กล้อง GoPro เหมาะกับใครหลายๆคนที่ชอบในการท่องเที่ยวหรือการท่องเที่ยวคนเดียวเวลาจะถ่ายรูปก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ซึ่งกล้อง GoPro มีการผลิตออกมาอย่างมากมายหลายหลายรุ่นและหลายยี่ห้อ สำหรับรุ่นที่ได้รับความนิยมและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ก็คงจะไม่พ้น GoPro HERO4 Session ซึ่งได้รับการเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้เอง GoPro HERO4 Session เป็นกล้องที่มีขนาดที่เล็กมากอีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบามาก สามารถพกพาสะดวกที่สำคัญ GoPro HERO4 Session ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทนทานสามารถที่จะกันน้ำและควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเดียว ถือได้ว่าเป็นกล้องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวหรือการผจัญภัยก็น่าจะมีกล้องตัวนี้ติดกระเป๋าไว้ก็ถือว่าน่าจะเหมาะสามารถใช้งานได้ทุกสถานการณ์ เอาเป็นว่าเรามาเริ่มรู้จักกับกล้องตัวเล็กแต่ว่าคุณภาพของกล้องไม่ได้เล็กตามขนาดของตัวกล้องเลย

   GoPro HERO4 Session เป็นกล้อง GoPro ที่มีขนาดเล็กที่เบาที่สุดซึ่งมีขนาดที่เล็กกว่า GoPro HERO4 ถึง 50% เบากว่า 40% ที่สำคัญ GoPro HERO4 Session เป็นกล้องที่สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบาย เพราะมีการออกแบบมาเพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ทุกรูปแบบ เมื่อพูดในเรื่องของการใช้งานนั้น GoPro HERO4 Session ใช้งานง่ายและสะดวกเป็นอย่างมาก ในส่วนของภาพวีดีโอของ GoPro HERO4 Session ที่ได้นั้นถือว่ามีคุณภาพที่ดีมาก โดยความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 1440p/30 และ 1080p/60 มีความคมชัดที่สมจริง ในส่วนของอัตราเฟรมเรทสูงที่สุดคือ 720p/100 ซึ่งเราสามารถทำให้วีดีโอมีการเคลื่อนไหวช้าเป็นพิเศษในช่วงที่เรามีความสุขที่สุดได้อีกด้วย ในเรื่องของการจับภาพนั้นกล้อง GoPro HERO4 Session ก็ไม่ทำให้ผิดหวังมีหลากหลายรูปแบบ คุณภาพที 8M สามารถที่จะถ่ายภาพได้ 0.5-60 วินาทีและภาพถ่าย Burst ที่ 10 เฟรมต่อวินาที กล้อง GoPro HERO4 Session ยังมีความสามารถพิเศษที่สามารถเข้าถึงการทำงานทุกโหมด ใช้งานและปรับค่าในระยะไกลผ่านทาง App GoPro ได้ที่สำคัญยังสามารถใช้งานส่วนใหญ่กับโหมดกล้อง GoPro HERO4 และตัวอื่นๆได้ โดยการใช้งานร่วมกับ App GoPro หรือจะเป็นรีโมทก็สามารถใช้งานได้ เราสามารถที่จะเลือกการถ่ายภาพแบบเดียวหรือจะเป็น Time Lapse สามารถ Looping วีดีโอได้ด้วย รีโมทสามารถใช้งานในระยะไกลๆได้เหมือนเดิมและเราสามารถที่จะการหรือตั้งค่าต่างๆผ่านททาง App GoPro ได้เลย กล้อง GoPro HERO4 Session ถูกออกแบบมาให้สามารถที่จะมีความทนทานและกันน้ำได้ลึกถึง 10 เมตร เราสามารถที่จะใช้งานได้ทุกสถานการณ์และใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องกลัวในเรื่องของความแข็งแรงของกล้องเลย ที่สำคัญ GoPro HERO4 Session มีปุ่มการทำงานเพียงปุ่มเดียว เพียงแค่กดครั้งเดียง GoPro HERO4 Session ก็จะเริ่มจับภาพวีดีโอหรือจะเป็นการถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ และกดอีกครั้งเป็นการหยุดการบันทึกวิดีโอของกล้อง ซึ่งการใช้งานที่สะดวกและไม่ยุ่งยากอะไรเลย อีกอย่างในเรื่องของการปรับแสง GoPro HERO4 Session สามารถที่จะปรับแสงโดยอัตโนมัติหากอยู่ในสภาพที่มีแสงน้อยกล้องก็จะปรับแสงให้เรา โหมดการปรับแสงอัตโนมัตินี้ปรับสงได้อย่างสวย ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงเฟรมขึ้นอยู่กับสภาพแสงสำหรับการทำงานที่มีแสงน้อยที่สุดช่วยทำให้เราสามารถที่จะย้ายไปมาระหว่างสภาพแวดล้อมที่สว่างและมืดโดยที่เราไม่ต้องปรับการตั้งค่าใดๆ GoPro HERO4 Session สามารถที่จะไฮไลท์แท็กช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเราได้ โดยที่เราสามารถที่จะทำเครื่องหมายช่วงเวลาที่สำคัญในขณะที่บันทึกภาพเพื่อที่เราจะสามารถค้นหาคลิปที่ดีที่สุดได้อย่างสะดวกสำหรับใช้ในการแก้ไข เพียงแค่เรากดปุ่มบนกล้อง

   GoPro HERO4 Session ถือไดว่าเป็นกล้องอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ทำความรู้จักกับไปแบบคร่าวๆก็คงจะทำให้ใครหลายๆคนเริ่มสนใจและอยากจะได้ GoPro HERO4 Session มาครอบครองสักตัวเป็นแน่ หากใครที่ชอบการเดินทางและการผจัญภัยต่างกล้อง GoPro HERO4 Session สามารถที่จะช่วยบันทึกภาพความทรงจำในช่วงเวลาต่างๆของเราได้อย่างดีแน่นอน

รีวิว Zeiss เลนส์กล้องถ่ายรูปที่มีหน้าจอ

   ในบทความนี้ขอมาเอาใจคนที่รักการถ่ายภาพกันสักหน่อย การถ่ายภาพนี่ไม่ได้หมายความว่าต้องถ่ายแบบเซลฟี่กับกล้องบนมือถือทั่วไปนะครับ แต่วันนี้เรามาในขั้นแอดวานซ์ขั้นสูงมากกว่านั้น ครั้งนี้ผมจะรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวหนึ่งที่ใช้กับกล้องถ่ายรูป DSLR หรือว่ากล้องแบบ ฟลูเฟรม ต่างๆ เป็นเลนส์กล้องครับ แล้วก็เป็นเลนสืกล้องที่ไม่ธรรมดาด้วยครับ แล้วมันไม่ธรรมดาอย่างไร ก็เพราะว่าตัวเลนส์มันมีหน้าจอครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าตัวเลนสืที่เราจะเปลี่ยนในการใช้กล้องตัวใหญ่ๆ แบบนี้นะ เอ๊ะ แล้วเราจะเอาไว้เพื่ออะไร แล้วทำไมต้องมีหน้าจอด้วย สงสัยกันแล้ว งั้นผมจะพาไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

   อย่าแปลกใจไปนะครับ เราไม่ได้มารีวิวกล้องของทาง sony เค้านะครับ แต่เราจะมารีวิวเลนส์กล้องยี่ห้อ zeiss กันครับ ซึ่งตัวเลนส์ตัวนี้จะเอาไปใช้กับกล้องของโซนี่เค้านะครับ แล้วหลายท่านสงสัยว่าไหนละหน้าจอ ก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ปกติคนที่ใช้กล้องแบบมือโปรเนี่ยเวลาเปลี่ยนเลนส์นั้น เลนส์นี้มา ก็จะมีตัวมาตรวัดที่เป็นกระจกใสๆ ที่จะบอกเราว่าเราหมุนเลนสืไปกี่องศาแล้ว จะมีโฟกัสไปที่เท่าไหร่แล้ว อะไรแบบนั้นนะครับ แต่ตัวนี้มันมีหน้าจอขึ้นมาเลยครับ เป็นหน้าจอแบบดิจิตอลมาเลย เรียกว่าหน้าจอแบบ OLED ที่เราจะสามารถใช้งานในตัวเลนสืได้ง่ายมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการปรับตั้งค่าในมาตรวัดต่างๆ ที่ช่างกล้องต้องการความละเอียดมากขึ้นด้วย ใช้ในที่มึดหรือที่แสงน้อยได้ แล้วก็ใช้ในที่สว่างๆ กลางแดดก็ได้ด้วย เพราะว่าหน้าจอแบบ OLED ตัวนี้ก็เป็นแบบที่สู้แสงได้ดีด้วยเช่นกัน ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนามาเป็นอย่างดีแล้วนะครับ แล้วทีนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วถ้าตัวเลนส์เองมีหน้าจอขึ้นมาแบนี้ เราต้องลำบากที่จะต้องเอาเลนส์มาชาร์จแบตเตอร์รี่อีกหรือไม่ มันจะยุ่งยากไปอีกนะ จะชาร์จแบตเตอร์รี่ที่กล้องถ่ายรูปยังไม่พอ ต้องมาชาร์จไฟที่เลนส์อีก อะไรแบบนี้ คำตอบคือ ไม่ต้องครับ ชาร์จแค่ตัวกล้องถ่ายรูปอย่างเดียวก็พอ เพราะอย่างน้อยๆ เลนส์ทั่วไปที่ไม่มีหน้าจอแบบนี้ แต่ก็ยังมีตัวเซอร์โวหรือตัวมอเตอร์อยู่ด้านในอยู่แล้ว ก็ต้องใช้ไฟเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ตัวเลนส์เองจะมีขัวที่เชื่อมต่อเพื่อดึงแบตเตอร์รี่ ดึงพลังงานจากตัวกล้องมาด้วยอยู่แล้ว ก็แค่เพิ่มการใช้ไฟในแบตเตอร์รี่มาอีกตัวเท่านั้นเอง ก็อาจจะกินไฟเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่งนะ

   ซึ่งถ้าเป็นช่างกล้องที่ต้องใช้กล้องของทางโซนี่แล้วด้วยเนี่ยนะครับ ผมว่าการใช้เลนส์ที่ต้องเปลี่ยนเลนส์แบบต่างๆ จะเป็นการถ่ายแบบมุมกว้างก็ต้องใช้เลนส์ที่ wide shot สักหนอ่ย แล้วถ้าจะใช้การถ่ายภาพที่ต้องเน้นเรื่องของความชัดเจน การโฟกัสภาพที่ค่อนข้างสูงก็จะมาใช้เลนส์แบบ fisheye อะไรแบบนี้ ซึ่งมันจะเหมาะมากทีเดียวที่ต้องใช้เลนส์ที่มีหน้าจอให้เราได้เห็นถึงการตั้งค่าในเรื่องของการหมุนวงแหวนต่างๆ คือปกติแล้วเราจะต้องหมุนระยะเลนสืด้วยการหมุนวงแหวนตรงบริเวณรอบๆ ตัวเลนส์ถูกต้องมั้ยครับ ในตัวเลนส์ก็อย่างที่เห็นว่ามีวงแหวนที่ใช้ในการ zoom การปรับระยะของแสงที่มีค่า f อยู่ที่เท่าไหร่ ต้องกรับให้ได้ตามความเป็นธรรมชาติของแสงในตอนนั้นๆ อยู่อะไรแบบนี้ ซึ่งปัญหาเมื่อใช้วงแหวานปกติที่เป็นแบบ manual เนี่ยนะครับ ก็อาจจะปรับตั้งค่ากันได้ไม่ตรงตามที่มาร์คเอาไว้ อาจจะมีผิดเพี้ยนการตั้งค่าไปบ้าง แต่ถ้ามาเป็นแบบหน้าจอที่เป็นดิจิตอลแล้ว ตัวเลขการตั้งค่าต่างๆ ก็จะแม่นยำมากขึ้นด้วย ถือว่าเป็นเลนส์ของกล้องที่ผลิตออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ

   ก็ต้องขอชมเลยครับ หลังจากที่ผมและทีมงานของ 108plaza ที่น้องเค้าเก่งทางเรื่องของการถ่ายภาพมากเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ ก็ให้น้องในทีมงานของผมเนี่ยได้ลองใช้งานจริงๆ กันกับเลนส์ตัวนี้ ก็พบว่าการใช้งานไม่เพียงแค่ว่าเครื่องของการที่มีหน้าจอขึ้นมาให้เราได้มองเห็นค่าต่างๆ ในตัวเลนส์แล้วเนี่ย ก็ยังมีการพัฒนาเรื่องความคมชัดของเลนส์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ทำให้การถ่ายภาพที่ได้ออกมานั้นดูสวยงามดีแล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องบอกเลยว่าเซียนกล้องทั้งหลายไม่ควรพลาดที่ได้ลองเอาไปใช้งานกันดูครับ สำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ เลนส์กล้องจาก zeiss ตัวนี้ผมบอกได้เลยว่าคุณภาพเยี่ยมดีทีเดียวครับ สนใจก็ลองไปหาซื้อมาลองใช้กันดูได้เลย

กล้องถ่ายรูประดับตำนาน Sony RX100 Mark III Compact

   วันนี้เราจะไม่ได้รีวิวสินค้าอินเทรนด์แต่อย่างใดนะครับ แต่เราจะรีวิวอะไรที่มันยังเป็นตำนาน เพราะคำว่าอินเทรนด์นั้นมันต้องใหม่หรือใหม่ล่าสุดเลย แต่วันนี้ไม่ใช่สินค้าที่ออกมาใหม่ล่าสุดแต่อย่างใด ผมจะขอย้อนไปสักประมาณ 1 ปีเศษ คือตัวสินค้านี้เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2014 ครับ เป็นกล้องถ่ายรุปแบบ คอมแพ็ก ที่ใครๆ ก็ตามตอนนิ้ ปี 2015 เกือบๆ จะสิ้นปีแล้วด้วยซ้ำไป ก็ยังมีคนที่ตามหาซื้อกล้องรุ่นนี้อยู่เลย ไม่ว่ารุ่นใหม่ๆ จะออกมามากมายอย่างไร แต่รุ่นนี้ก็ยังมีคนตามหา เพราะฉะนั้น กล้องตัวนี้มันก็ต้องมีดีอย่างใดอย่างหนึ่งสิครับ ถูกต้องไหมครับ แน่นอนว่ามันนี้มีคำตอบว่าทำไมนักเล่นกล้องทั้งมือใหม่ มือโปร ต่างก็ตามซื้อกล้องรุ่นี้อยู่เลย RX100 Mark 3

   อย่างแรกเลยที่มันมีจุดเด่นก็คือว่าเป็นกล้องที่เรียกว่ากล้องดิจิตอลแบบ compact นะครับ แล้วก็มีขนาดเล้ก เหมาะมือ ทั้งผู้ชายก็ใช้ได้ พกพาสะดวก แล้วผู้หญิงที่ตัวเล้กๆ มือเล้กๆ อะไรแบบนี้ก็สามารถใช้งานได้สะดวกเช่นกัน ซึ่งตรงนี้เองมันก็เลยทำให้มีคนที่อยากจะซื้อรุ่นนี้นะครับ ที่สำคัญถึงแม้ว่ามันจะล่าสมัยไปปีกว่าๆ แล้ว แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานยังล้ำสมัยอยู่ เหมาะกับยุคที่เป็นโซเชียลอย่างนี้ ตัวกล้องเองสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ wi-fi ได้เลย จะดึงรูปมาอัพลงเฟสบุ๊ค อินสตาร์แกรม อะไรแบบนี้ได้เลย แล้วมันก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับแค่สมาร์ทโฟนของเราเท่านั้น มันก็ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ทุกเครื่องเลย เวลาเราไปเที่ยวที่ไหนกับเพื่อนๆ แล้วก็ถ่ายรูปจากกล้องตัวนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อนหน้านี้ เพื่อนๆ เราอาจจะไม่ได้รูปสวยๆ ไป เพราะว่าลืมส่งรูปให้เพื่อน ลืม copy ให้บ้าง อะไรแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็ลิงค์เข้า wi-fi แล้วก็ดึงรูปไปไว้ในสมาร์ทโฟนของเพื่อนได้เลยเช่นกัน ดีไหมครับแบบนี้

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคกล้องกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากตัวบอดี้รอบๆ เครื่องกันก่อน ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่เมื่อผมได้ลองจับแล้วก็ค่อนข้างมีน้ำหนักดีเลยทีเดียว สาวๆ ที่แขนเล็กๆ อาจจะบ่นว่าหนักไปสักหน่อยนะครับ เนื่องด้วยมันมีขนาดเลนส์ที่ใหญ่ สามารถ zoom เข้า-ออกได้สบายเลยจากตัวเลนส์ แล้วก็ตัวหน้าจอที่แสดงผล ก็สามารถปรับองศายื่นออกมาทำมุม 45 , 90 180 ,360 องศา ได้เลย เราจะถ่ายแบบเซลฟี่เหมือนมือถือที่มีกล้องหน้า ก็ได้เช่นกันนะครับ ยกกล้องขึ้นมา แล้วก็พลิกหน้าจอให้กลับขึ้นมาให้เราเห็นภาพได้ จากนั้นก็กด แชะ เข้าไปเลย ง่ายๆ ครับ แล้วการใช้งานที่คนนิยมซื้อกันมากในรุ่นนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในตัวกล้องนั้นมีโหมด IA เป็นโหมดที่เหมาะสำหรับคนเล่นกล้องมือใหม่ ยังไม่เก่งเรื่องของรูรับแสง ไม่เก่งเรื่องระยะของเลนส์ ไม่เก่งเรื่องค่า ISO ต่างๆ ที่จะปรับเป็นโหมด manual เนี่ยนะครับ ก็ปรับเป็นโหมด IA หรือเรียกง่ายๆ ว่าโหมด ออโต้ นั้นแหละครับ ต้องกล้องมันจะคิดคำนวณภาพที่เราจะถ่ายให้อย่างแม่นยำเลย การปรับแสง ปรับความไวแสงต่างๆ กล้องจะคิดแล้วก็ประมวลผลมาให้เราเองได้อย่างดีเลย เราไม่ต้องไปยุ่งยากลำบากตั้งค่าอื่นๆ อีก แบบนี้ก็ดีเช่นกันสำหรับคนที่เป็นมือใหม่นะครับ

   ต้องขอนุญาติอย่างนี้นะครับว่า บทความรีวิวนี้จะเอาใจคนที่เป็นมือใหม่อยากเล่นกล้องด้วยแล้วกัน เพราะว่ามือโปรคงไม่ต้องมาอ่านรีวิวแล้วละ ไปเล่นเอาที่ร้าน เลือกได้สบายมากอยู่แล้ว ต่อมาก็จะมีโหมดที่ผมคิดว่าใครหลายๆ คนอาจจะชอบเลยทีเดียวกับโหมดนี้ เป็นโหมดของการถ่ายรูปออกมาหลายๆ ช้อดด้วยกัน ในขระที่กำลังมีวัตถุที่เคลื่อนไหวไปมาๆ อยู่แล้วเราก็กดชัตเตอร์ลงไป จากนั้นกล้องจะรัวชัตเตอร์มาหลายๆ รูป แล้วก็จะเลือกรูปที่คิดว่าชัดที่สุด มาให้เราหนึ่งรูป เรียกว่าฉลาดมากๆ เลย แล้วต่อมาก็มีโหมดที่เป็น anti night คือโหมดนี้เหมาะสำหรับสาวๆ เลยที่ชอบไปทานข้าวในตอนกลางคืน ถ่ายอาหารในที่มึด ใช้โหมดนี้ได้เลย ถ่ายรุปอาหารออกมาได้สวยงามมากๆ น่ากินเลยทีเดียวแหละครับ แล้วก็มีโหมดแบบถ่ายรุปสัตว์เลี้ยงด้วยนะ ผมก็เลยจัดไปครับ ไปลองถ่ายกับสุนัขตัวเก่งของผมเองนี่แหละ ผลที่ออกมาก้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว จับโฟกัสของเจ้าตูบของผมเนี่ยได้เยี่ยมเลยครับ

   แล้วอีกหนึ่งโหมดที่อยากจะแนะนำในกล้องคอมแพ็กตัวนี้นะครับ ก็คือโหมดที่เอาไว้ถ่ายพลุ ที่ต้องปรับค่า ISO สูงๆ เลยเนี่ย ต้วกล้องเองก็จะปรับให้อัตโนมัติเมื่อใช้โหมดนี้เลย ก็เรียกว่าได้สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เป็นกล้องถ่ายรูปอีกหนึ่งตัวที่ทั้งมือใหม่แล้วก็มือโปรใช้งานได้อย่างสบายครับ ก็ใครที่กำลังมองหากล้องอยู่ตอนนี้ก็ลองไปเล่นกันดูก่อนได้ครับ แต่ผมแนะนำอีกหนึ่งตัว RX100 Mark 3

Review กล้องถ่ายรูป Mirrorless เพื่อคนที่ชอบการ selfie จาก Panasonic LUMIX GF7

 

   ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ไม่ใช่กล้องดิจิตอลธรรมดาไก่กาอาราเร่นะครับ มันคือกล้องแบบ Mirrorless ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ สำหรับคนที่รักการถ่ายรูปสวยๆ ฟรุ้งฟริ้งๆ แล้วก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นเอง ก็ต้องบอกว่าอย่างนี้ครับว่า เหตุผลที่จะต้องนำกล้องถ่ายรูปมารีวิวกันหลายๆ รุ่น หลายๆ ตัวในช่วงนี้ก็เพราะว่ากำลังอยู่ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยวนั้นเอง เราสามารถที่จะมองหากล้องถ่ายรูปดีๆ สักตัวหนึ่ง เพื่อเอาไว้เก็บภาพความทรงจำในการท่องเที่ยวตลอดทริปของเราได้ แล้วก็ต้องเป็นกล้องที่ใช้งานได้ทั่วไปด้วยนะครับ ไม่ได้เน้นแบบมือโปรที่ต้องมาปรับโหมด Manual กันทุกภาพๆ กว่าจะได้รูปมาหนึ่งรูปต้องใช้เวลาในการปรับกล้องหลายนาทีเลย แบบนี้ไม่ไหว เสียเวลาเที่ยวครับ ก็เลยอยากจะแนะนำกล้องตัวนี้เลย Panasonic Lumix GF7 ตัวนี้เลย มี 4 สีให้เลือกซื้อกันด้วยนะครับ มีสีชมพู สีขาว สีดำ แล้วก็สีน้ำตาลนั้นเอง ชอบสีไหนก็ไปเลือกกันได้เลยนะครับ ทีนี้มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากตัวบอดี้รอบๆ ก่อนเลยนะครับ ตัวกล้องเนี่ยมีขนาดเล็ก เวลาจับนี่เหมาะมือมากๆ เลย สาวๆ ที่มือเล็กๆ ก็ถือได้สบายครับ ตัววัสดุที่เวลาเราสัมผัสแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังนิดหนึ่งนะครับ ให้อารมณ์แบบว่าดูพรีเมี่ยมมีการบุหนังมารอบๆ ตัวกล้องให้อารมณ์การจับที่ไม่ลื่นดีครับ

   ทีนี้มาดูเรื่องของปุ่มรอบๆ ตัวเครื่องที่ใช้ในการปรับตั้งค่าต่างๆ เริ่มจากปุ่ IA ปุ่มนี้ก็เหมาะสำหรับคนใช้งานทั่วไปเลยครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เป็นโหมดแบบ AUTO กดปุ่มนี้ปุบก็สามารถถ่ายได้เลย แล้วก็มีปุ่มที่เรียกว่าปุ่ FN คือปุ่มที่เรากดไปแล้วจะมีการเชื่อมต่อกับสัญญาณ wi-fi กับสมาร์ทโฟนเราด้วยปุ่มนี้ก็เอาไว้ทำงานเวลาที่เราต้องการจะเชื่อมต่อเข้ากับมือถือของเรา จะเลือกรูปที่ถ่ายไว้ในกล้องมาสักรูปสิ แล้วก็อัพขึ้นโซเชียล เฟสบุ๊ค อินสตาร์แกรม อะไรก็ว่ากันไปเลยนะครับ ง่ายๆ ตัวกล้องมีบิ้วท์อินแฟลชมาให้ด้วยนะครับ สามารถเปิดแฟลชเวลาที่เรามีแสงน้อย ต้องการความสว่างเพิ่มอะไรแบบนี้ก็จะสามารถช่วยได้ดีเลยทีเดียว ส่วนปุ่มที่จะเอาไว้ดูรุปในขณะที่เราถ่ายรูปไปแล้วก็กดปุ่ม Play back ได้เลยจะมีปุ่มให้กดตรงข้างหลังกล้อง แล้วก็มีปุ่มตั้งค่าต่างๆ เป็นปุ่มกดวงแหวนเหมือนกับกล้องทั่วไปที่ใช้กันนะครับ การใช้งานก็ไม่ยากเลย

   ถามว่าเมื่อซื้อกล้องสมัยนี้สักตัวหนึ่งเนี่ย มันจะตอบโจทย์เราได้มากแค่ไหน แล้วยิ่งตอนนี้มีโซเชียลนี่ใช่มั้ยครับ จะเชื่อมต่อกับการใช้งานโซเชียลได้มากน้อยแค่ไหนละ แน่นอนว่ากล้องตัวที่นำมารีวิวในวันนี้มีแน่นอน ตอบรับโจทย์ที่ว่าสาวๆ ชอบเซลฟี่ เพราะว่าตัวกล้องนั้นสามารถที่จะหมุนหน้าจอขึ้นมาให้หันมาแบบ 360 องศา พลิกกลับมาให้เราดูได้ในขณะที่เรากำลังเซลฟี่ มีโหมดที่เซลฟี่ได้ 3 โหมดด้วยกัน อย่างแรกเลยโหมดหน้าเนียน มันสามารถปรับได้ตั้งแต่ปิดการใช้งาน อยากได้หน้าสดๆ ไปจนถึงระดับ ต่ำ กลาง แล้วก็สูงสุด แต่เมื่อได้ลองถ่ายดูแล้ว ผมว่าสาวๆ น่าจะใช้ประมาณสักระดับกลางๆ พอนะครับ เพราะว่าถ้าใช้ระดับสูงสุดไปเลยเนี่ยมันจะดูหรอกตาเกินไปสักหน่อย แล้วจะดูไม่สวยนะครับสาวๆ แล้วอีกหนึ่งโหมดที่อยากจะแนะนำก็คือโหมด D Focus มันเป็นโหมดที่คล้ายๆ หน้าชัด หลังเบลอ อะไรประมาณนั้น แต่มันใช่ซะทีเดียว คือเราต้องการถ่ายภาพเอาแบบว่าตัวเราเองชัดแจ๋วเลย แล้วภาพด้านหลังก็ออกแนวแบบฟุ้งๆ มัวๆ หน่อยพอได้อารมณ์อะไรแบบนั้นนะครับ ภาพจะออกมาดูสวยงามดีทีเดียวแหละ แล้วอีกหนึ่งโหมดที่สาวๆ ชอบบ่นเหลือเกินว่าเวลาถ่ายแล้วทำไมหน้าตัวเองบานจัง ไม่เอาๆ ถ่ายใหม่ อะไรแบบนิ กล้องตัวนี้มีความสามารถเป็นโหมดที่เรียกว่า slimming mode ครับ สามารถปรับแต่งแล้วก็ประมวลภาพให้หน้าเราดูเรียว ดูสวย ไม่หน้าบานกันตั้งแต่ก่อนกดปุ่มชัดเตอร์เลยทีเดียว เราก็จะเห็นจากหน้าจอเลยว่าจะเอาระดับไหน เพราะมันสามารถปรับระดับได้ตั้งแต่ต่ำไปจนถึงสูงสุดเช่นกัน รับรองว่าหน้าจะไม่บานนะครับสาวๆ

   แล้วก็มาถึงการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในกล้อง Panasonic ในช่วงสุดท้ายกันแล้วนะครับ มีอีกหนึ่งความสามารถที่อยากจะบอกกัน เอาใจสาวๆ ก่อนจะลากันไป แน่นอนว่าเซลฟี่ทีไรติดแขน ยื่นแขนออกไปแล้วกดชัดเตอร์ มือสั่น ติดแขน ภาพไม่สวย ยอดไลค์ไม่มา อย่างแรก แตะแล้วนับถอยหลัง แล้วก็เก็กหน้า ถ่ายแชะ ได้นะครับ แล้วอีกหนึ่งอย่าง เอามือหนึ่งข้างถือกล้องยื่นออกไป แล้วอีกหนึ่งข้างปิดหน้าเอาไว้ เมื่อพร้อมปุบ มือที่ปิดหน้าไว้ เปิดหน้ามา ถ่ายแชะ เท่านี้ก็ไม่ติดแขนแล้ว ลองไปเล่นกันดูนะครับ

LOMO instant กล้องถ่ายรูป instant camera

LOMO instant กล้องถ่ายรูป instant camera ที่ถ่ายออกมาได้อาร์ทสุดๆ

   เพื่อนๆ ยังจำกล้องถ่ายรูปที่เรียกว่ากล้องโพราลอยต์ในยุคก่อนหน้านี้ประมาณสัก 10-20 ปี ได้มั้ยครับ ก่อนที่กล้องถ่ายรูปในตอนนี้จะกลายเป็นกล้องแบบดิจิทัลกันหมดแล้ว กล้องถ่ายรูปในยุคก่อนที่ถ่ายออกมาปุบ รูปก็จะปริ้นท์ออกมาเลยทันที แต่รูปที่ได้นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะชัดเจนอะไรนะครับ ทั้งสีเพี้ยน ทั้งสีจาง ทั้งซีด ทั้งมัว แต่ก็ยังพอเห็นเค้าลางของรูปได้อยู่ แล้ววิวัฒนาการของกล้องก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นยุคของฟิล์ม แล้วก็มาเป็นรูปของกล้องดิจิทัลอย่างที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้นี่แหละครับ แต่วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคน ย้อนรอยอดีตกันไปในยุคนั้นเลย แต่เป็นการย้อนรอยอดีตแบบที่ยังมีความทันสมัยอยู่ไม่น้อย เรียกว่าประยุกต์เอากล้องแบบใหม่กับแบบเก่าเข้าด้วยกัน ให้เกิดความแปลกใหม่ เรียกสินค้าอินเทรนด์ที่จะนำมารีวิวในวันนี้ว่า instant camera นั้นเองครับ จะเป็นกล้องอย่างไร เดี่ยวผมจะพาไปดูทั้งภาพและรายละเอียดกันครับ

   

   หน้าตาของกล้อง lomo instant ก็เป็นประมาณนี้นะครับ บอกเลยว่าน่ารัก กิฟเก๋ ร่วมสมัยเลย เรื่องรูปลักษณ์ของกล้องดูทันสมัยก็จริง แต่เรื่องหลักการทำงานก็จะออกแนวย้อนยุคไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ย้อนยุคมากซะทีเดียว บอกเลยว่าเหมาะสำหรับวัยรุ่น วัยเด็ก วัยใส ครับ เพราะกล้องตัวนี้เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้ว ปริ้นออกมาแล้ว มันจะมีพื้นที่ว่างให้เราขีดเขียน เราเซนต์รายเซนต์ต่างๆ ลงไปในรูปได้เลย จะเขียนรูปนี้ว่า I love you , l miss you , my kiss อะไรก็ได้หมดเลย แล้วก็มีกรอบรูปที่ปริ้นท์ออกมาจากตัวกล้องด้วย เรียกว่า อารมณ์เหมือนเราไปถ่ายรูปสติกเกอร์ตามห้างเหมือนยุคก่อนหน้านี้ประมาณสัก 10 ปีน่าจะได้มั้ง พอทันกันหรือเปล่าครับเพื่อนๆ น้องๆ บางคนอาจจะไม่ทัน ตอนที่เราไปกับเพื่อนหรือไปกับแฟน เข้าไปถ่ายรูปสติกเกอร์กันตามตู้ตามในห้างอ่ะครับ อารมณ์จะประมาณนั้นเลยละครับ แต่ว่ากันว่า กล้อง lomo นี่ถือว่าเป็นต้นตำหรับของกล้อง instant แบบนี้เลยนะครับ เมื่อก่อนเคยผลิตออกมาแล้วไม่ดีสักเท่าไหร่ ถ่ายก็ยาก สีก็เพี้ยน ขอบรูปก็เป็นสีดำๆ ปึ้นๆ อีกด้วย เรียกว่าทำออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่พอมาเป็นตัวนี้แล้ว ก็ดีขึ้นเยอะครับ หลังจากที่ผมได้ทำการทดสอบเบื้องต้น ลองถ่ายรูปดูแล้ว ถือว่ามีการพัฒนามาเป็นลำดับครับผม

   

มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับกล้องตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ ตัวนี้เป็นกล้อง instant camera ที่ปรับแต่งได้มากที่สุดตัวหนึ่งในยุคนี้เลยก็ว่าได้ อย่างแรกเลยสามารถปรับค่าชดเชยแสงหรือ ISO ได้ ต่อมาก็มีกระจกเลนส์นูนขึ้นมาอยู่ด้านหน้ากล้อง ติดมาไว้เพื่อการเซลฟี่เลย ถ้าไม่เห็นภาพก็จะขออธิบายอย่างนี้นะครับ เคยเห็นตัวกระจกที่ตั้งไว้ตามปากซอยมั้ยครับ ที่เป็นกระจกนูนๆ เห็นได้ในซอยตรงข้าม เอาไว้ดูว่ารถมามั้ย อะไรทำนองนั้นนะครับ ก็ติดกระจกแบบนั้นมาให้ด้วย เพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะเลย ถัดมาก็มีปุ่มปรับแบบ muti-short ได้ด้วย ปุ่มนี้ก็จะทำงานประมาณว่า จะกดถ่ายครั้งเดียว แล้วให้รูปมันไหลลงมาเลยหลายๆ รูป หรือว่า จะถ่ายกดปุ่มชัติเตอร์ครั้งเดียวก็ได้จากการตั้งค่าในปุ่มนี้นั้นเองครับ ต่อมาอีกหนึ่งปุ่มที่สามารถปรับได้ในกล้องตัวนี้นะครับ เรียกว่าเป็นกล้องแนวอานาร็อคนิดๆ เพราะว่ามีปุ่มปรับเหมือน manual ค่อนข้างเยอะครับ เป็นปุ่มปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ด้วย ปุ่มนี้จะมีให้เลือกเพียง 2 ค่าเท่านั้น คือ 1/125 s ซึ่งเป็นแบบปกติ กับ แบบที่ 2 คือแบบ shutter B เลย คือเปิดความเร็วของหน้ากล้องค้างเอาไว้เลย ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่า ถ้าใครที่ไม่เซียนเรื่องกล้อง ไม่มีความรู้เรื่องของกล้องดีสักเท่าไหร่เนี่ยนะครับ ผมว่าค่อนข้างเล่นยากสักนิดหนึ่งนะ ต่อมาอีกหนึ่งปุ่มสุดท้ายครับ คือปุ่มปรับโหมดการทำงานของกล้อง จะทำงานด้วยปุ่มเดียวกันทั้งหมดก็คือ จะปิดเครื่อง เปิดเครื่อง จะปรับเป็นโหมด ออโต้ จะปรับเป็นโหมดแบบกำหนดเอง แบบมีแฟลช ไม่มีแฟลช สามารถปรับได้ที่ปุ่มนี้ปุ่มเดียวเลยครับ

   

ซึ่งเมื่อผมลองทดสอบดูเบื้องต้นแล้วนะครับ ก็ปรากฏว่าค่อนข้างที่จะถ่ายยากสักนิดจริงๆ ครับ เพราะว่ามีค่า f/16 เลยนะครับ ส่วนใหญ่ค่านี้คือจะเน้นถ่ายวิวมากกว่า ตรงที่ที่มีแสงพอดีๆ ถ้าจะให้ถ่ายในที่แสงน้อยๆ เนี่ยผมว่าไม่ดีสักเท่าไหร่นะครับ ซึ่งกล้องรุ่นนี้เน้นถ่ายแบบอาร์ทๆ นะครับผมว่า คืออะไรที่ต้องการในกล้อง อย่างเช่น ถ่ายในที่แสงน้อยได้ ภาพชัด แต่กล้องตัวนี้สวนทางกัน ถ่ายในที่แสงแดดเปรี้ยงๆ เลย แต่ถ่ายออกมาดูมึดไปทันใดเลย นี่คือความอาร์ทของกล้องตัวนี้นะครับ ประมาณว่าสินค้าอินเทรนด์ที่ผมมารีวิวในวันนี้ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานศิลปะนะครับ แนวอาร์ทสุดขึดอะไรแบบนั้น

FujiFilm X-A2

FujiFilm X-A2 กล้องตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Fuji ที่ไม่ได้มีความสามารถแค่กล้องฟรุ้งฟริ้งเท่านั้น

   ช่วงสุดท้ายปลายปีอย่างนี้สินค้าอินเทรนด์ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องถ่ายรูปที่ตอนนี้เปิดตัวกันมาหลายรุ่น หลายยี่ห้อกันเลย เพราะว่าบ้านเราก็กำลังจะเข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศทางเหนือก็เริ่มที่จะเย็นลงแล้ว ดอกกุหลาบพันปีที่ยอดดอยอินทนนท์ก็เริ่มบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกันแล้วด้วยนะครับ แน่นอนว่าคนทั่วไปก็จะต้องมองหากล้องถ่ายรูปเพื่อเอาไปไว้ถ่ายรูปเก็บภาพความทรงจำกันเยอะขึ้นด้วย เรียกว่าเป็นช่วงที่ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากที่สุดช่วงหนึ่งของปีเลยก็ว่าได้ วันนี้ผมและทีมงาน 108plaza ก็เลยไปมองเห็นกล้องถ่ายรูปตัวหนึ่งของค่าย Fujifilm ครับ ที่มีขนาดตัวกล้องที่เล็กแต่ความสามารถนั้นเกินตัว เรียกว่าถูกใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ เดี่ยวผมจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปดูรีวิวรายละเอียดกันเลยดีกว่า

   เป็นกล้องดีจิตอลที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ตุลาคม 2015 นี้เองนะครับ เรียกว่าใหม่ล่าสุดที่ผมได้นำมารีวิวในวันนี้เลยก็ว่าได้ อย่างแรกที่ผมเห็นว่ามีความสามารถเกินตัวก็คือ เรื่องที่กล้องตัวนี้สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ครับ ซึ่งการเปลี่ยนเลนส์ได้แบบนี้ก็ดีและไม่ดีนะครับ คนที่ไม่เคยได้เล่นกล้องแบบนี้ ตัวกล้องเมื่อถอดเลนส์มาแล้ว ตัวเซนเซอร์ที่อยู่ข้างในจะค่อนข้างเซนท์เซอร์ทีฟมาก เอาง่ายๆ ว่าห้ามไปแตะ ห้ามไปโดน ห้ามไปจับ เพราะว่ามันจะมีรอย จะพังง่าย เพราะฉะนั้น ควรระวังกันด้วยนะครับ ต่อมาก็คือเรื่องของความสามารถในการถ่ายรูปที่ทาง ฟูจิ เค้าชูโรงมาเลยว่าจะต้องเป็นกล้องถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งที่สาวๆ ชอบแสนชอบกันครับ จะมีโหมดให้เลือกถ่ายกันโดยเฉพาะเลยในกล้องตัวนี้ แล้วก็มีไฟแฟลช LED ในตัวด้วยสำหรับเอาไว้ถ่ายในตอนกลางคืนหรือที่มีแสงน้อย แล้วตัวหน้าจอที่แสดงผลนั้นก็รองรับการถ่ายเซลฟี่ด้วย ตอนนี้กล้องถ่ายรูปก็มีการถ่ายเซลฟี่แล้วนะครับ ไม่ใช่แค่โทรศับอย่างเดียว เพราะตัวหน้าจอของกล้องถ่ายรูปตัวนี้สามารถกางจอออกมาได้ 175 องศา ในสเต็ปแรก แล้วในสเต็ปที่สองหน้าจอก็จะหันกลับมาหาเราเองแบบหน้าตรง ให้คนถ่ายเซลฟี่ได้เห็นอย่างง่ายดายเลยครับ เรียกว่าทำกล้องนี้ขึ้นมาเพื่อสาวๆ จริงๆ แล้วการถ่ายรุปในโหมดฟรุ้งฟริ้งหรือโหมดเซลฟี่นี้ก็จะเป็นระบบที่ถ่ายต่อเนื่อง สามารถถ่ายไปได้เรื่อยๆ แบบกล้องจะไม่โชว์รูปที่ถ่ายมาแล้วให้เห็น แต่ต้องกลับไป play back ดูเอาเองทีหลังนะครับ ตั้งเครื่องก็รองรับเมมโมรี่แบบ sd card สามารถใส่เมมโมรี่ได้ง่ายๆ จากแถบสีทองที่ติดอยู่กับพอร์ตใส่ sd card ที่จะทำให้เรานั้นไม่ต้องงงว่าจะใส่เมมโมรี่ทางไหน ด้านไหนกันแน่ แล้วก็ตัวก้อนแบตเตอร์รี่เองก็มีมาร์คสีส้มเอาไว้ให้ด้วย สำหรับการใส่แบตเตอร์รี่ให้ถูกขั้ว ก็ใส่ไปตามที่ที่มาร์คเอาไว้ ก็จะไม่งงสำหรับคนที่พึ่งเริ่มใช้งานกล้องถ่ายรูปแบบนี้ในช่วงแรกนะครับ

   แน่นอนครับวากล้องถ่ายรูปรุ่นนี้ทาง ฟูจิ มาทำตลาดในเมืองไทยเอง ก็ต้องมีเมนูการใช้งานต่างๆ เป็นภาษาไทยมาให้เราใช้งานกันด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องที่ว่าใครที่กลัวการใช้งานในเมนูภาษาอังกฤษแล้วจะไม่เข้าใจ การใช้งานทั่วไปจะยาก ก็ไม่ต้องกลัวเลย ซึ่งผมจะแนะนำการตั้งค่าการถ่ายรูปเซลฟี่ของสาวๆ กันนะครับ ปกติแล้วสาวๆ ถ่ายรุปมาแล้วกล้องจะไม่ได้ขึ้นรูปที่ถ่ายมาให้เราเห็นทันที แต่เราต้องกดไปเข้าดูรูปเอง แต่ทีนี้สาวๆ บางคนอยากได้แบบว่า ถ่ายรุปมาแล้วอยากดูรุปที่ถ่ายเลย ว่าจะสวยถูกใจมั้ย หน้าเรียว หน้าใสรึเปล่า ไม่สวยก็ลบถ่ายใหม่ กล้องตัวนี้ก็สามารถปรับตั้งค่า setting ได้ครับว่าจะให้โชว์รูปที่ถ่ายมาให้เราทันทีเลย จะเลือกตั้งว่าจะให้โชว์มา 10 วินาที 15 วินาที 30 วินาที หรือโชว์ตลอดจนกว่าเราจะเปลี่ยนโหมดถ่ายรูปต่อไปเลย ก็สามารถทำได้เช่นกัน

   

แล้วอีกหนึ่งโหมดที่ผมบอกไปว่ามันมีอะไรมากกว่าการถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งก็คือ โหมด SR+ ที่มีให้เลือกในกล้องตัวนี้ โหมดนี้คือโหมดที่คล้ายๆ กับโหมดออโต้ แต่จะดีกว่าโหมดออโต้ตรงที่ โหมดนี้จะปรับเซนเซอร์ของกล้องได้อย่างอัจฉริยะ เหมาะสำหรับคนที่ใช้กล้องแบบไม่ได้เป็นมืออาชีพที่จะต้องมาปรับตั้งค่าต่างๆ ให้ถูกกับการถ่ายรูปนั้นๆ โหมดนี้จะมีถึง 16 ขั้นในการถ่ายรุปที่สามารถกดถ่ายได้อย่างเดียวรูปก็ออกมาสวยงามอย่างอัจฉริยะเลยครับเรียกว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ทำมาเพื่อการถ่ายรูปทั่วไป ที่ไม่ใช่มืออาชีพก็ถ่ายได้อย่างกับช่างภาพมือโปรเลยละครับ ใครที่กำลังหากล้องอยู่ก็ลองไปเล่นๆ ดูตามร้านตัวแทนจำหน่ายนะครับ

Gopro Hero4 session

Gopro Hero4 session กล้องถ่ายวีดีโอระดับ 2k ถ่ายได้ชัดและลึกได้ถึง 10 เมตร แบบไม่กลัวน้ำ

   สำหรับนักดำน้ำก็ดีหรือว่าคนที่ชอบร้องเพลงแต่จำเนื้อไม่ค่ยอได้ก็ดี เกี่ยวอะไรกัน คนละดำน้ำแหละ ก็ตลกแบบขำขันกันไปในช่วงต้นนะครับ สำหรับแฟนๆ ของ 108p;aza ทุกท่าน ที่คอยติดตามการทดสอบหรือการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในรูปแบบของบทความ ที่ได้ค้างกันไว้เบื้องต้นแล้วก็เล่นมุกห่วยๆ กันไปนั้นก็ค้องบอกว่าใครที่ชอบดำน้ำ ใครที่ชอบถ่ายวีดีโอใต้น้ำ ใครที่ชอบถ่ายทำรายการหรือถ่ายคลิปวีดีโอสั้นๆ ที่ให้เสียงที่บันทึกคลิปออกมาได้ชัดเจน ภาพคมชัด ความละเอียดกันถึง 2k แล้วเนี่ย ตอนนี้มีคำตอบ แล้วก็มีคำตอบในวันนี้ด้วย ทุกท่านจะได้อ่านบทความการรีวิวทุกมุมมอง แล้วก็ลองเอากล้องตัวนี้เนี่ยนะครับ จุ่มลงไปในน้ำกันเลยทีเดียว เอาแบบว่าจะกันน้ำได้จริงหรือไม่ หรือจะพังไปก่อนที่จะรีวิวกันเสร็จสิ้น เดี่ยวเรามาดูกันเลยครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้างในวันนี้ คะแนนจะถูกอกถูกใจกันหรือไม่นั้น เดี่ยวรู้กันครับ

   ก็ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งนะครับว่า ถ้าเอ่ยถึงกล้องถ่ายวีดีโอที่กันน้ำได้ หรือ แอ็คชั่น คาเมร่า ก็ต้องนึกถึงแบรนด์ โกโปร มาเป็นอันดับต้นๆ ที่ไว้ใจเรื่องของคุณภาพและความคมชัดของภาพที่ถ่ายออกมาได้สวยงามจริงๆ แล้ววันนี้ทางโกโปรก้ได้เปิดตัวกล้องความละเอียดสูงมาอีกหนึ่งตัวนั้นก็คือ Gopro Hero4 Session ซึ่งออกแบบมาให้มีขนาดเล็กน่ารัก น่าชังมากเลยทีเดียว ก็ถือว่าออกรุ่นนี้มาเพื่อเอาใจคนรัก เอ็กซ์ตรีม อย่างมากเลยทีเดียว แต่บางคนก็บอกว่ารูปทรงมันเล้กเหมือนกับกล้องส่องพระเครื่องไปมั้ย อันนี้ก็แล้วแต่คนมองนะครับ เพราะว่ากล้องรุ่นนี้ออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดพอดีมือแต่เล้กกว่าตอนที่เรากำมือ และ เล็กกว่าตอนที่เราแบมือ ก็ถือว่าเล็กดีจริงๆ แต่ถือแล้วรู้สึกมั่นใจนะครับ ไม่เล็กจนเกินไปแบบที่ว่าจะถือยากสักหน่อยนั้นไม่ใช่ ซึ่งจุดประสงค์ของการผลิตมาแบบเล็กๆ นี้ของทางโกโปร ก็อาจจะทำให้สะดวกต่อการพกพามากขึ้นด้วยอย่างหนึ่งมั้งครับ คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้นะ ต้องลองไปจับกันดูครับ

   เนื่องด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ นี้ลงมาครื่องหนึ่งก็ทำให้ง่ายต่อการถ่ายมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะติดกล้องเอาไว้ที่จักรยาน หรือ ติดเอาไว้ที่หมวกกันน็อค หรือ เซิร์ฟบอร์ต ก็สบายๆ เลยครับ เรียกว่าได้ภาพเหตุการณ์กันทุกมุมมองแบบที่ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญๆ เอาไว้ได้เลย

   ซึ่งการทดสอบกล้อง Gopro Hero4 Session นี้ด้วยตัวผมเอง ที่ได้ลองจับๆ คลำๆ ถ่ายๆ ไปเรื่อยๆ ในห้องที่มีไฟและแสงสว่างปกติ ไม่จ้ามากเกินไป ไม่มึดเกินไป พร้อมด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กลงแล้วนั้น เมื่อได้ทดลองถ่ายกันออกมาแล้วทำได้ดีเลยทีเดียว แต่มันมีข้อเสียอย่างนี้ครับ เมื่อได้ทดลองถ่ายมาแล้วนั้น ใครที่เล่นกล้องโกโปรมาก่อนจะรู้ดีว่า รุ่นก่อนหน้านี้ออกสเปคมามีละเอียดไปถึง 4k แล้ว คือสเปคกล้องดีกว่ารุ่นใหม่นี้ 1 เท่าตัว แต่ออกมารุ่นใหม่แบบนี้ทำไมต้องลดสเปคลง แต่รุ่นกอ่นหน้านี้ตัวกล้องมีขนาดที่ใหญ่กว่า แต่รุ่นใหม่นี้ตัวกล้องเล้กลง แต่การถ่ายภาพก็ในพื้นที่แสงปกติ ก็ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นก็ปกติครับ ไม่มีเบลอ ไม่มีสั่น เพราะฉะนั้น อาจจะสรุปได้แบบนี้ที่เป็นข้อดีของกล้องรุ่นนี้ที่นำมารีวิวกันในวันนี้แบบนี้แล้วกันครับ

   สิ่งแรกเลยที่พูดมา ตัวกล้องมีขนาดเล็กลง พกพาง่าย ต่อมาก็คือเรื่องของไมค์โครโฟน ที่สามารถดูดเสียงพูดเสียงบรรยากาศรอบๆ ตัวกล้องได้ดี แต่ไม่มีเสียงรบกวนภายนอกเข้ามาอยู่ในคลิปเลย ก็ถือว่าเพิ่มข้อดีตรงนี้มาแทนที่ความละเอียดของกล้องที่หายไปก็อาจจะเป็นได้ แล้วข้อดีอีกอย่างหนึ่งเลยที่ไม่พุดไม่ได้ เมื่อได้ลองใส่เคสกันน้ำไปแล้วก็ไม่ทำให้รู้สึกว่ากล้องนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด แล้วที่สำคัญคือไม่ต้องใส่เคสกันน้ำก็ได้ เพราะตัวกล้องของโกโปรรุ่นี้นั้นสามารถกันน้ำได้อยู่แล้ว สามารถถ่ายใต้น้ำได้ลึกถึง 10 เมตรด้วยเมื่อได้ทดลองเอากล้องจุ่มลงไปในน้ำแล้ว เมื่อยกขึ้นมาแล้วก็เช็ดๆ ก็ไม่พังแต่อย่างใด ก็ถือว่ากันน้ำได้จริงๆ แต่เราก็ไม่ได้ทดสอบที่น้ำลึกๆ จริงๆ นะครับ

   สรุปสุดท้าย ท้ายสุด หลังจากที่ได้ทดลองคุณภาพในการถ่ายวีดีโอแล้ว รวมๆ ไปถึงภาพรวมการใช้งาน ดีเยี่ยมในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงกับเกรด A ซึ่งถ้าถามว่าให้คะแนนอยู่ที่เท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าให้ได้ที่ระดับ B+ เพราะหักคะแนนในเรื่องของความละเอียดของกล้องที่ลดลงมานั้นเอง สำหรับใครสนใจที่อยากจะได้สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาใช้งานก็สามารถไปลองเล่น ไปลองจับกันได้ที่ศูนย์บริการนะครับ