Archive for สินค้าไอที

Review TELEFUNKEN M80 Elektroakustik ไมค์โครโฟนที่ใช้ได้ทั้งในห้องอัดเสียงและงานเวทีความคุ้มค่าในราคาหมื่นต้นๆ

 

108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จะมารีวิวไมค์โครโฟนที่ต้องบอกว่าราคาแพงแต่ใช้คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งครับ สำหรับเพื่อนๆ คนที่ทำงานทางด้าน audio หรือว่าทำงานทางด้าน sound engineer อยู่ในตอนนี้นะครับ แล้วกำลังจะมองหาไมค์โครโฟนที่มันตอบรับความถี่สูงๆ ได้ดี แล้วก็สามารถปรับแต่งเสียงได้ง่ายต่อการทำงานเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าไมค์โครโฟนตัวนี้ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เนี่ย เรื่องคุณภาพมันดีเลยทีเดียว แล้วที่สำคัญมีไมค์หลากหลายสีด้วยให้เลือกใช้งานกัน แต่ก็ต้องยอมแรกมากับราคาที่มันค่อนข้างที่จะแพงไปสักนิดหนึ่งนะครับ เรียกว่าราคานี่หมื่นต้นๆ กันเลยทีเดียวสำหรับไมค์โครโฟนหนึ่งตัวถือว่าแพงครับ แต่ในความแพงนั้นมันจะมีอะไรที่พิเศษๆ บ้างนั้นเดี่ยวผมจะพาไปรีวิวกันเลยดีกว่า

   สำหรับไมค์โครโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปสินค้าตัวอย่างนี้ มีชื่อว่า TELEFUNKEN M80 เรียกสั้นๆ ก็คงเรียกว่า M80 นี่แหละครับง่ายดี ความจริงจะมีชื่อยาวกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่ก็เรียกกันสั้นๆ แบบนี้จะดีกว่า ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของไมค์โครโฟนตัวนี้นะครับ มีน้องๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ไมค์โครโฟนเนี่ยเราจำเป็นไหมทีจะต้องเลือก เพราะว่าไมค์ก็คือไมค์ มันก็รูปทรางเหมือนๆ กันแบบนี้ คำตอบคือ ต้องเลือกครับ เพราะไมค์โครโฟนทุกตัว มีการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ไมค์บางตัวใช้กับเครื่องดนตรี ไมค์บางตัวใช้กับเสียงพูด ไมค์บางตัวใช้กับเสียงร้อง แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะแยะมากมายเลย มันก็เหมือนกับเราเลือกอ่านฉลากยา ว่ายาตัวนี้รักษาโรคอะไร ประมาณนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกไมค์โครโฟนให้เหมาะกับการใช้งานมันมีอะไรมากกว่าที่ท่านคิดนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าไมค์โฟนตัวนี้นะครับ M80 เนี่ยมันสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องสตูดิโอและบนสเต๊สด้วย แล้วความพิเศษอย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยในไมค์โครโฟนรุ่นนี้คือ มันจะมีสีครบทุกทุกสีของค่า R เลยก็ว่าได้นะครับ ก็จะมีสีน้ำตาล เหลือง เขียว น้เงิน ม่วง เทา ดำ แล้วก็ชมพู เรียกว่ามีเกือบทุกสีจริงๆ นะครับ ต้องบอกว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เป็นไมค์แบบ คาดิออยส์ แต่ให้อารมณ์หรือความรู้สึกในการใช้เนี่ยเหมือนกับไมค์ คอนเดนเซอร์ ซึ่งมันมีความไวในการตอบสนองของเสียงที่ไวมากๆ เลยทีเดียว ซึ่งค่าความไวของไมค์ตัวนี้อยู่ที่ 1.4v ต่อปาสคาล 300 โอห์ม ซึ่งถามว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เอาไปจ่อกับเครื่องดนตรีได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แล้วก็ได้หลากหลายชนิดด้วย แล้วถามต่อไปอีกว่า เอาไมค์ตัวนี้ไปร้องเพลงได้ไหม คำตอบก็คือ ได้อีกเช่นกันครับ แล้วคุณสมบัติที่พิเศษไปกว่านั้นเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้สามารถรองรับเสียงที่จ่อเข้าไปหาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้มากถึง 140 dB เลยทีเดียวครับ เรียกว่ารองรับเสียงที่ดังมากๆ เข้ามาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้แบบไร้กังวลเลยทีเดียวครับ ต้องบอกว่าเท่าที่ผมอ่านสเปคดูคร่าวๆ เนี่ย ก็ต้องร้องว่า โอ้ว แม่เจ้า ทำไมไมค์มันมีสเปคที่สูงอย่างนี้นะครับ เท่านี้ยังไม่พอครับ นอกจากจะรองรับเสียงที่ดังมากๆ ได้แล้ว ย่านความถี่ที่ไมค์โครโฟนตัวนี้จะรองรับเสียงได้ก็คือย่านความถี่ตั้งแต่ 30 Hz-18KHz เลยทีเดียว ซึ่งจากสเปคตรงนี้เนี่ยนะครับ ผมเองก้ได้ทำการทดสอบการใช้งานดูแล้ว ก่อนที่จะมาเขียนรีวิวนี้นะครับ ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่า เราเอาไมค์โครโฟนตัวนี้ไปใช้งานแบบร้องหรือพูดเนี่ย ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่าในย่านความถี่ของเสียงกลาง แล้วก็เสียงกลางย่านสูง คือโทรเสียงออกไปทางเสียงแหลมแต่ไม่ได้แหลมมากนัก ก็เป็นธรรมชาติของเสียงพูดคนเราเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้รองรับเสียงย่านนี้ได้ดีเลยทีเดียว คือถ้าในมุมของคนที่มิกซ์เสียงอยู่ที่มิกซ์เซอร์เนี่ย จะบอกว่าปรับแต่งได้ง่ายมากเลย คือไมค์มันจะรับเสียงเข้ามาหาเครื่องเสียง เข้ามาหามิกซ์เซอร์เนี่ย เพียงแค่ low cut ที่มิกซ์นิดเดียวเอง จากนั้นปลายเสียงในย่านความถี่กลางและสูงนั้น แทบจะไม่ต้องไปแตะอะไร ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมันมากเลย มันก็สามารถช่วยให้การทำงานของคนท่ำ sound อยู่เนี่ยง่ายขึ้นด้วยนะครับ

   ข้อดีของไมค์โครโฟนตัว M80 ต่อมาอีกหลายๆ อย่างที่ผมเองตรวจพบตอนที่ทำการทดสอบนะครับ กับการใช้งานทางด้านร้องเนี่ย ไมค์ตัวนี้มีคุณสมบัติที่จะช่วยในกรณีที่นักร้องขยับไมค์เข้าไปใกล้ปากเยอะๆ เนี่ย ถ้าเป็นไมค์ที่ทั่วๆ ไป ราคาหลักร้อยหลักพันเนี่ย เสียงจะเกิดการพร้ามัวทันทีเลยถ้าเอาไมค์เข้าใกล้ปาก เสียงจะไม่ชัดเจน เสียงจะอู้ไปเลย แต่ไมค์โครโฟนตัวนี้มีระบบป้องกันเอาไว้แล้วครับ ซึ่งก็ทำการทดสอบแล้ว ก็เป็นจริงตามที่ทางพนักงานขายเค้าได้บอกมานะครับ คือเสียงถ้าไม่ได้เอาไมคืจนติดปากเลยเนี่ย แต่ใกล้มากๆ เนี่ย ไมค์โครโฟนตัวนี้จะยังได้ยินเสียงที่ชัดเจนอยู่นะครับ แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงสักนิดหนึ่งกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ครับ อย่างก็ลองไปตัดสินใจและทดสอบการใช้งานจริงด้วยตัวเองกันได้ครับ

รีวิว Xiaomi Mi Bluetooth Speaker ลำโพงบลูทูธสีดำเสียงเบสดังชัดเจน

 

   การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ในครั้งนี้มาเอาใจคนที่ชอบฟังเพลง อยู่ที่ไหนก็ต้องฟังเพลง แล้วคนที่ชอบฟังเพลงถ้าฟังจากลำโพงจากมือถือก็คงจะยังไม่สะใจเท่าไรห่ เสียงเบส เสียงแหลม เสียงกลาง อาจจะยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้ ทางทีมงานก็เลยไปสรรหาลำโพงบลูทูธราคาเบาๆ จาก Xiaomi มาฝากกันครับ ผลการรีวิวจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับลำโพลบลูทูธที่นำมารีวิวในครั้งนี้มีชื่อว่า Xiaomi Mi Bluetooth Speaker รุ่น สีดำ ต้องบอกว่ารุ่นสีดำนั้นก็เพราะว่า ตอนนี้ทาง xiaomi เองได้ออกลำโพงมาสองรุ่น เป็นรุ่นสีขาว กับ สีดำ นั้นเอง สีขาวเนี่ยจะเป็นคนละแบบกันนะครับ จะเป็นสีขาวที่เป็นทรงแบบสีเหลี่ยมยาวๆ ทรงกระบอก แต่ถ้าเป็นสีดำก็จะเป็นทรงแบบอย่างที่เห็นนี้นะครับ คือทรงกลมเล็กๆ พกพาง่าย ถ้าทางทีมงานมีโอกาสได้เอาสีขาวมารีวิวก็คงจะเป็นในตอนหน้านะครับ ซึ่งการใช้งานก็จะคนละแบบกันไป ต้องบอกอย่างนี้ว่าถ้าใครอยากได้แบบว่าสามารถกดปุ่มต่างๆ ที่ตัวลำโพงได้ด้วย กดปุ่มเพิ่มลดเสียง กดปุ่มเลื่อนเพลง อะไรพวกนี้จากตัวลำโพงได้ด้วยเนี่ยนะครับ ต้องเอาสีดำ แต่ถ้าเป็นรุ่นสีขาว จะสามารถควบคุมได้จากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเท่านั้น ที่ตัวลำโพงจะไม่มีปุ่มใดๆ ให้กดเลยนอกจากปุ่มเปิด-ปิดแล้วก็ปุ่มเปิดบลูทูธเท่านั้นเอง ก็ลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปนะครับ ก็สามารถเลือกใช้งานกันให้ตรงตามรุ่นด้วยเพื่อที่ว่าจะได้ใช้กันครบทุกฟังก์ชั่นเลย

   เมื่อเริ่มต้นแกะกล่องลำโพงบลูทูธของตัว mi Bluetooth speaker ตัวนี้นะครับ ก็จะไม่มีอะไรมากบนหน้ากล่อง จะมีเพียงโลโก้ mi เท่านั้นเอง แต่ด้านล่างของกล่องก็จะมีข้อมูลให้ได้อ่านกันเล็กน้อย เป็นชื่อของตัวบลูทูธที่เวลาเราจะค้นหาแล้วก็จะขึ้นมาว่ามีชื่อนี้นะให้เราเชื่อมต่อ อะไรแบบนั้นนะครับ จากนั้นก็เริ่มแกะกล่องกันเลย เปิดกล่องขึ้นมาก็จะเห็นว่ามีลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในเลย เป็นทรงกลมๆ อย่างที่เห็น พอยกลำโพงบลูทูธขึ้นมา ข้างในก็จะแถมสายชาร์จมาให้ เป็นสายชาร์ micro USB ก็สามารถไปเสียบชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์หรือว่าชาร์จกับหัวชาร์จมือถือได้ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาจีนทั้งนั้นเลย ก็มีเท่านี้เองขางในกล่องนะครับ

   มาเริ่มดูที่ตัวลำโพลงบลูทูธกันเลยดีกว่า ก็อย่างที่เห็นในรูปนะครับว่ามีโลโก้ mi อยู่ชัดเจนตรงด้านข้างของตัวเครื่อง จากนั้นก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถัดมาก็จะมีไฟ LCD ที่เป็นแถบยาวๆ เพื่อแสดงสถานการณ์เชื่อมต่อบลูทูธ แล้วก็แสดงสถานะของแบตเตอร์รี่ที่อยู่ด้านในด้วย เมื่อหงายตัวลำโพงขึ้นมา จะเห็นว่าตัวฐานของลำโพงนั้น จะออกแบบมาให้เป็นที่วางด้วย แต่ห้ามเข้าใจผิดว่ามันทำมาให้วางอย่างเดียวนะครับ มันคือปุ่มกดได้ด้วย จะเป็นปุ่มกดเพิ่มและลดเสียง ถ้าเรากดค้างเอาไว้จะเป็นปุ่มกดเพื่อเพิ่มหรือลดเสียงนั้นเอง แต่ถ้าเรากดแล้วปล่อย ไม่ต้องกดแช่ จะกลายเป็นปุ่มเลื่อนเพลง จะสามารถเลื่อนไปข้างหน้าแล้วก็เลื่อนย้อนกลับได้ด้วย นอกจากนั้นก็จะมีตัวไมโครโฟนด้วย คือลำโพงบลูทูธตัวนี้เนี่ยนะครับ มันสามารถพูดคุยโทรศัพทย์ได้ด้วย

   ในส่วนของวิธีเชื่อมต่อบลูทูธก็จะทำได้ง่ายๆ นะครับ ก็แค่เปิดลำโพงขึ้นมา จะมีเสียงเปิดขึ้นมา จากนั้นก็เปิดมือถือของเราขึ้นมาครับ แล้วก็ไปที่บลูทะครับ ก็เปิดบลูทูธขึ้นมา แล้วจากนั้นก็ทำการสแกนหาชื่อบลูทูธที่เราเห็น ก็ดูชื่อว่ามันตรงกับข้างกล่องหรือไม่ ก็กดเชื่อมต่อไป เมื่อมือถือกับลำโพงเชื่อมต่อได้แล้วจะมีเสียงดัง พร้อมกับไฟ LCD ที่ด้านข้างจะมีไฟแสดงขึ้นมาให้เราเห็นด้วย แปลว่าลำโพงกับมือถือสามารถ pair เข้าหากันได้แล้วแต่นั้นเองครับสำหรับการเชื่อมต่อ แต่บางทีการค้นหาบลูทูธอาจจะไม่เจอในบางครั้ง ให้ทำการปิดแล้วเปิดตัวลำโพงใหม่ แต่ถ้าเคยเชื่อมต่อแล้ว ครั้งต่อไปก็เชื่อมต่อให้เองเลยในอัตโนมัติครับ

   เมื่อได้ทดสอบคุณภาพเสียงกันแล้ว ต้องบอกว่าเสียงค่อนข้างดังดีเลยครับ เสียเบสเนี่ยบอกเลยว่าสั่นสะเทือนพอสมควร แต่เป็นการสั่นแบบว่าไม่ได้แน่นเหมือนลำโพงราคาเป็นหมื่นนะครับ แต่คุณภาพเสียงกลางและแหลมก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจคนหูทอง หูเทพเท่าไหร่นะครับ เรียกว่าคุณภาพเสียงอยู่ในระดับกลางๆ นะครับ แต่เสียงนี่ต้องบอกว่าดังดีเลยทีเดียว แต่เสียงก็อาจจะไม่นิ่มไม่สบายหูสักเท่าไหร่ ก็เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ราคาเบาๆ แต่ให้คุณภาพเสียงที่อยู่ในระดับปานกลางนะครับ ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับราคาด้วยนะครับ

รีวิว จอมอนิเตอร์ 27 inch LED AOC I2757FH ขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร ราคาเบาๆ

 

          สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนเลย ในครั้งนี้เองผมมีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันอีกแล้วครับ เป็นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ครับ ใครที่ชอบทำงานทางด้านกราฟฟิก ที่ต้องใช้ไทม์ไลน์เยอะๆ เนี่ย หน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ๆ ตอบโจทย์เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี่ยวเรามารีวิวจอมอนิเตอร์ยี่ห้อ AOC รุ่น I2757FH ขนาด 27 นิ้ว LED เครื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ

ต้องบอกว่าความพิเศษของจอมอนิเตอร์เครื่องนี้นะครับ มีขอบจอที่บางเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ในเรื่องของการดีไซน์ตัวจออย่างต่อมา ตรงบริเวณขอบจอด้านล่างนั้น ถ้ามองจากในรูปตัวอย่างสินค้าก็อาจจะมองเป็นตัวอลูมิเนียม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เป็นพลาสติกที่ขัดลายมาให้ดูเหมือนเฉยๆ ก็ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง แล้วก็มีโลโก้ AOC เป็นโลโก้แบบโครเมี่ยมอยู่ตรงกลาง ก็ดูเด่นเห็นชัดถึงตัวโลโก้ยี่ห้อได้เลย ไล่ลงมาที่ตรงบริเวณขาตั้งจอด้านล่างนะครับ ทำดีไซน์ออกมาได้เรียบๆ เป็นแนวแป้นขาดตั้งแบบสี่เหลี่ยม ที่ทำขัดลายมาให้เหมือนกับอลูมิเนียมเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเมื่อผมจับดูก้เป็นพลาสติกหนาครับ ในส่วนของตัวจอนั้น จะสามารถปรับองศาในการมองได้เพียงการปรับทำมุมก้ม แล้วก็ทำมุมเงย ได้สองทิศทางเท่านั้นนะครับ ถัดมาดูด้านหลังของตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกสีดำเช่นกัน แล้วก็มีโลโก้ของทาง AOC ติดเอาไว้ด้านหลังเห็นชัดเจนเลยทีเดีว โดยรวมแล้วในเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้นดูเรียบๆ แต่ก็ดูสวยงามดีครับ

มาดูกันที่พอร์ดการเชื่อมต่อบ้างครับ ด้านหลังจะมีพอร์ด HDMI ให้ใช้งานกันอยู่จำนวน 2 พอร์ดด้วยกัน แล้วก็มีพอร์ด VGA แบบ 15 pin มาให้อีก 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะมีพอร์ดที่เอาไว้เสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรที่เป็นแบบ out put แล้วก็มีพอร์ดที่เอาไว้เสียบสัญญาณเสียงเข้าแบบ 3.5 มิลลิเมตรให้มาอีกหนึ่งพอร์ดเชื่อมต่อด้วยกัน แล้วความพิเสษของตัวจอมอนิเตอร์ตัวนี้นะครับ จะมีลำโพงแบบสเตอริโอ อยู่ทางด้านล่างของจออยู่ 2 ตำแหน่ง ก็คือทางด้านซ้าย กับ ทางด้านขวานะครับ

ถัดมาเรามาดูสเปคของตัวหน้าจอที่ใช้ในมอนิเตอร์เครื่องนี้กันบ้าง AOC I2757FH 27 inch LED เครื่องนี้มีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1920*1080 พิกเซล เป็นจอแบบ IPS หน้าจอเป็นแบบ 16 ต่อ 9 Response time อยู่ที่ 5 ms. Refresh rate 60 Hz. Contrast  บอกเลยว่าค่อนข้างสูงครับ อยู่ที่ 50 ล้านต่อ 1 เลยทีเดียว เรียกว่าเท่าที่ดูจากสเปคตัวน้นะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าจอมอนิเตอร์ที่จะสามารถรองรับสเปคของคอมพิวเตอร์ที่มีการืดจอเทพ ๆ ที่จะเอาไว้ทำงานทางด้านกราฟฟิกก็ได้ หรือ จะเอาไว้เล่นเกมส์สนุกๆ เป็นแนวแบบเกมส์สายโหด อย่างนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน

ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวกล่อง หรือจะเรียกว่าเป็นของแถมอันนี้ก็คงเรียกไม่ได้ เพราะเราเสียตังค์ซื้อมาแล้ว เป็นสาย HDMI ยาวประมาณ 1 เมตร ให้มา 1 เส้นด้วยกัน แล้วก็เป็นสาย VGA แบบ 15 pin ยาวประมาณ 1 เมตร ก็ให้มาด้วยเช่นกัน ถัดมาก้เป็นสาย audio ที่เป็น line in put ก็ให้มาอีกหนึ่งเส้น ยาวประมาณ 1 เมตรเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมีแผ่น DVD ที่เป็นคู่มือการใช้งานมาให้เราได้เปิดดุ เปิดอ่านกันอีกหนึ่งแผ่นด้วยกัน แต่ด้านในก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ใครที่ยังไม่เข้าใจการใช้งานก็สามารถเปิดดูและศึกษาเพิ่มเติมได้ อีกหนึ่งชิ้นที่ให้มาก็จะสาย Ac Adapter ที่เอาไว้เสียบไฟเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้นั้นเองครับ ซึ่งในความพิเศษของหน้าจอรุ่นนี้นะครับ ผมเองคิดว่าถ้าใครที่เป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์ ที่ไม่เพียงแค่ใช้จอเดียวนะ จอเดียวขนาด 27 นิ้ว คนทั่วไปก็อาจจะคิดว่ามันจอใหญ่แล้วนะครับ สำหรับมอนิเตอร์ แต่บางคนเอา 3 จอ 4 จอมาต่อกัน ผมว่าขอบจอบางๆ อย่างนี้เนี่ย แล้วก็เอียงจอทำองศานิดหนึ่ง แทบจะไม่เห็นขอบจอเลยนะครับ แล้วใครที่ทำกราฟฟิก ทางด้านงานตัดต่อเนี่ย ใช้จอหลายๆ จอมาต่อกันเนี่ย ตอบโจทย์ดีทีเดียวครับ

ในส่วนของราคาครับ สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ ตัวหน้าจอมอนิเตอร์ AOC I2757FH 27 นิ้ว LED เครื่องนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 8,xxx บาทครับ ใครที่สนใจอย่างไรก็ลองไปหาซื้อตามร้ายขายอุปกรณ์ไอทีกันได้เลย ซึ่งหลังจากที่ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานมาระยะหนึ่งประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถใช้งานได้ดี ทั้งการใช้ดูหนัง ทำงานต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกมส์ ก็แสดงภาพได้คมชัดและเป็นธรรมชาติดีครับ ผลการรีวิวก็ต้องบอกว่าผ่านการทดสอบครับผม

Gadget Review Leap Motion Controller ใช้แค่มือไม่ต้องสัมผัสก็ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้เสมือนดั่งเล่นมายากล

 

   108plaza สวัสดีเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบในเรื่องของ gadget สินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ ทุกคนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความแปลกใหม่ทางด้านไอที ความแปลกใหม่ทางด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแม้แต่อื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ถ้ามันเป็นนวัตกรรม เราจะไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ แล้วในตอนนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางด้านวงการไอทีครับ เชื่อหรือไม่ว่าการควบคุมคอมพิวเตอร์เดี่ยวนี้ไม่ต้องแตะ ไม่ต้องกดอีกต่อไปแล้ว แค่เอามือทำท่าทางปัด โบก วาดขึ้นวาดลง ทำท่าทางต่างๆ อยู่บนอากาศ ก็สามารถสั่งการคอมพิวเตอร์ได้แล้ว เรียกว่าแทบจะเหมือนกันเล่นมายากลเลยครับ เริ่มสนใจกันแล้วใช่ไหมละครับ มาดู gadget ที่จะรีวิวกันดังต่อไปนี้เลย

   อุปกรณ์ที่เห็นอยู่ในรูปนี้มีชื่อว่า Leap motion controller ครับ เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแค่เสียบเข้าไปกับพอร์ด USB ปกติทั่วไปที่เครื่องไหนๆ ก็มีเหมือนกัน ขออนุญาตบอกราคากันก่อนเลยแล้วกันนะครับ leap motion ตัวนี้ราคาไม่แพงด้วย ประมาณ 4 พันบาท ไม่เกินนี้ก็ซื้อได้แล้ว ใครที่อยากจะเล่น gadget ใหม่ๆ ทำให้ตัวเองดูเป็นคนยุคไอทีเนี่ย ก็ลองๆ หามาเล่นกันได้ครับ

   ผมจะอธิบายการใช้งานของเครื่อง leap motion แบบนี้นะครับว่า เราก็เอาไปเสียบกับพอร์ด USB อย่างที่บอกไป แล้วจากนั้นเราไม่ต้องใช้เมาส์ในการควบคุมคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คอีกค่อไปแล้ว เราแค่ใช้มือเราเนี่ยนะครับ จะเป็นมือใครก็ได้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นมือข้างไหน หรือมือคนใดที่เป็นเจ้าของที่ซื้อตัวเครื่องมา มือใครก็ได้ครับ แต่เอามือเราเนี่ยไปออกท่าทางเหนือตัวเครื่องเล็กน้อย จะออกทาทางอย่างเช่นนะครับ คว่ำมือลงมากางห้านิ้ว แล้วยกขึ้นบนหน้าจอ ก็เป็นการเปิด desktop หรือ ยกมือกางมาห้านิ้วเหมือนเติม ยกมือต่ำลง ก็เป็นการปิดหน้าจอ desktop อะไรแบบนี้นะครับ หรือจะโบกมือไปทางซ้ายเพื่อเลื่นรูปภาพ โบกไปทางขวาเลื่อนกลับ อะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทาง leap motion ตัวนี้เองเนี่ยนะครับ เค้าเป็นคนคิดค้นเรื่องของฮาร์ดแวร์เป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้นมันก็จะไม่มีการใช้งานจริงๆ ได้มากมายนัก ต้องรอผู้ที่พัฒนาทางด้านซอฟต์แวร์มารองรับอีกทีหนึ่ง แต่ถือว่าในตอนนี้มีตัวโปรแกรมหรือการใช้งานที่รองรับอะไรบ้าง ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะนะครับ อย่างเช่น พวกเกมส์ที่ใช้ท่าทางของมือในการควบคุมในการเล่นเนี่ยค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ใครชอบเล่นเกมส์แบบที่ไม่ต้องกดแป้นคีย์บอร์ดหรือคลิ๊กเมาส์ก็แค่ปัดๆ โบกๆ ในอากาศก็สนุกได้เนี่ย ผมว่ามันเจ๋งดีครับ รวมไปถึงตัวแอพพลีเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ในส่วนของแอพที่เกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การตรวจหาโมเลกุลต่างๆ อันนี้ตัว leap motion ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้แล้วนะครับ

   สำหรับตัว leap motion ตัวนี้เมื่อผมเองได้ทดลองใช้งานจริงๆ กับการใช้งานพื้นฐานกับคอมพิวเตอร์เนี่ยนะครับ ก็มองได้สองแง่มุมนะครับ แง่มุมแรกเลย มันก็คือการเปลี่ยนความรู้สึกจากที่ว่าเราใช้งานคอมพิวเตอร์ก็แค่เมาส์ กับ คีย์บอร์ต แต่พอมาใช้มือโบกๆ ปัดๆ บ้างเนี่ยมันก็รู้สึกดีไปอีกแบบนะครับ เหมือนมีของเล่นใหม่ๆ มาให้เราได้เล่นกัน ก็เหมือนกับการออกกำลังกายมือไปด้วยในตัว แต่ในมุมการใช้งานจริงในบางโหมด มันก็ดูจะลำบากกับการใช้งานจริงๆ ไปสักนิดหนึ่ง บางทีเราคุ้นชินแล้วทำงานได้เร็วกว่าบนเมาส์กับคีย์บอร์ตอยู่แล้วนะครับ พอมาใช้งานแบบนี้ก็เลยรู้สึกว่ามันยากไปสักนิดหนึ่ง ในส่วนที่ผมดูเหมือนจะชอบเป็นพิเศษเลยก็คือการเลือนหน้า desktop ไปแบ่งเป้นหลายๆ หน้าจอเนี่ย ก็ใช้ฝ่ามือเราเนี่ยปัดแบ่งได้เลย ก็ง่ายดี ไม่ต้องคลิ๊กเมาส์หลายที อะไรแบบนี้

   ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ไปใช้งานก็ลองๆ ไปหาซื้อดูกันได้เลยนะครับ ถามผมว่า leap motion ตัวนี้มันเหมาะกับการใช้งานประเภทไหน ผมก็คงบอกได้ว่ามันน่าจะเหมาะกับคนที่ต้องมีงาน พรีเซนต์เทชั่น บ่อยๆ เป็นประจำๆ ก็แค่โบกมือไปข้างหน้า เปลี่ยนหน้าจออะไรแบบนี้ ก็ง่ายดีเหมือนกันนะครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความทันสมัยแล้วก็ดูล้ำดีครับ ส่วนครั้งหน้า 108plaza เราจะมีสินค้าอะไรมารีวิวกันอีกนั้นก็ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ

   

Review Samsung Galaxy Tab Pro S 2 in 1 ออกมาอีกแล้วรุ่นใหม่ เป็นได้ทั้ง tablet และ คอมพิวเตอร์พกพา

 

   Samsung บุกตลาดกันอีกแล้วครับ หลังจากที่ในบ้านเราเปิดตัว Samsung galaxy series A ปี 2016 ไปเมื่อไม่นานมานี้ แล้วสินค้าอินเทรนด์ที่ผมจะได้มารีวิวกันในตอนนี้ก็คือ Samsung galaxy tab pro s ครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าแท็ปเล็ดตัวใหม่ล่าสุดตัวนี้ยังไม่ได้เข้ามาในเมืองไทยเลยนะครับ เพราะฉะนั้น เราเป็นแห่งแรกแล้วก็แห่งเดียวที่ได้ตัวเครื่องที่เปิดตัวในต่างประเทศมาทำการรีวิวกันแล้ว เรียกว่ายิ่งใหญ่มากๆ ครับสำหรับ 108plaza ของเรา ซึ่งตัวแท้ปเล็ดที่ซัมซุงได้ออกมาวางจำหน่ายแล้วเรียบร้อยในต่างประเทศเนี่ยนะครับ โดยพัฒนาการใช้งานให้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นครับ คือจะให้เป็นแท็ปเล็ดก็ได้ หรือ จะเสียบแป้นคีย์บอร์ดใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพาหรือแล็ปท๊อปเลยก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 10 ด้วย ซึ่งก็ต้องบอกว่า Samsung galaxy tab pro s ตัวนี้มีวางขายแล้วที่ประเทศมาเลเซียนะครับ แล้วคาดว่าอีกไม่นานนี้มันก็จะเข้ามในเมืองไทยอย่างแน่นอน แล้วก็ถือได้ว่าเป็นแท็ปเล็ดของทาง Samsung เครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ window ด้วยนะครับ

   มาดูสเปคคร่าวๆ ของตัว Samsung galaxy tab pro s ตัวนี้กันก่อนดีกว่าครับ โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ super amoled 12 นิ้ว ตามสไตล์ของทาง ซัมซุง เค้านะครับ เรื่องสีสันของจอนั้นถือว่าเอาอยู่จริงๆ แสดงความละเอียดของหน้าจอในความคมชัดระดับ 216*1140 พิกเซล ซีพียูเป็นแบบ intel core M Dual-core วิ่งด้วยความเร็ว 2.2 GHz เป็นตัวชิปประมวลผลที่เป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะครับ มีน้ำหนักทั้งตัวเครื่องประมาณ 653 กรัมเท่านั้นเอง ให้ RAM มามากถึง 4 GB แล้วมีให้เลือกอยู่สองรุ่นด้วยกัน ก็คือรุ่นที่มีความจุในตัวเครื่องที่ 128 GB แล้วก็รุ่นใหญ่กว่ามีความจุในตัวเครื่องที่ 256 GB สำหรับการใช้งานในโหมดกล้องนั้นมีมาให้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยมีความละเอียดของกล้องที่ 5 ล้านพิกเซลทั้งคู่ แล้วก็มีความจุของแบตเตอร์รีที่มากถึง 5200 mAh เลยครับ แล้วก็สามารถรองรับการใช้งานแบบ 4G LTE อีกด้วย พอร์ดการเชื่อมต่อก็เป็นพอร์ด USB type c v3.1 อีกด้วย ทั้งหมดในตัวเครื่องนี้ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 10 อย่างที่บอกไปพร้อมฟี่เจอร์การปลดล็อคเครื่องด้วยการสแกนใบหน้าและก็ window hello ได้อีกด้วย

   เมื่อผมได้จับเครื่องขึ้นมาดูแล้วเนี่ยนะครับ ก็ให้อารมณ์เหมือนกับการจับเครื่อง galaxy note 5 หรือว่า galaxy s6 เหมือนกันเลย เพราะตัวเครื่องทำด้วยอลูมิเนียมก็คงคิดว่าทางซัมซุงเองอยากให้มีอารมณ์ในการเล่นแท็ปเล็ดให้เหมือนกับสมาร์ทโฟนที่สามารถพกพาไปได้ง่าย แล้วก็มีน้ำหนักที่เบา เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาก็เห็นถึงสีสันของหน้าจที่เป็นเอกลักษณ์ของเค้านะครับ เป็นหน้าจอที่มีสีที่สด ดูสบายตา แต่บางท่านก็อาจจะไม่ชอบจอแบบ super amoled ที่ดูแล้วแสบตา อันนี้ก็แล้วแต่บุคคลนะครับ แต่ก็สามารถปรบสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นขึ้นได้ ทำให้ไม่สีแสงสีฟ้าที่ทำให้สายตาเรานั้นมองนานๆ แล้วเมื่อยและก็เป็นผลเสียต่อดวงตาเราได้ด้วย แต่สำหรับการทดลองใช้งานโดยทั่วไปแล้ว ก็ต้องบอกว่าตอนที่ผมมารีวิวนี้อยู่ในงานเปิดตัวที่มาเลเซียนะครับ ก็เลยไม่สามารถทดสอบความสามารถของตัวเครื่องกับโปรแกรมที่ต้องใช้กราฟฟิกสูงๆ ได้มากนัก แต่การใช้งานโดยทั่วไปถือว่าทำได้เร็วดีทีเดียว แต่ความที่มันเป็นตัว intel core M นั้นอาจจะไม่สามารถใช้งานแนวคอมพิวเตอร์กราฟฟิกได้เร็วและเสถียรมากกว่าในตระกูล intel core I ก็ได้นะครับ อาจจะมีอารมณ์ที่ช้าหรือเรนเดอร์ได้ช้ากว่าบ้างเล็กน้อย แต่จุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในแท้ปเล็ดรุ่นนี้นะครับ ก็คือตัวแป้นคีย์บอร์ดที่ติดมากับตัวเคส ที่สามารถเปิดขึ้นมาใช้งานในโหมดโน๊ตบุ๊คได้อย่างที่เห็นในภาพนะครับ แล้วก็สามารถพับปิดหน้าจอไปเลยก็ทำได้ โดยหน้าจอก็จะล็อคทันทีเช่นกันเมื่อมีการเปิดเคสพับเก็บ เป็นการใช้ระบบแม่เหล็กดูดปิดเอาไว้นั้นเองครับ

   ก็คงจะสรุปได้แบบนี้ว่าซัมซุงเองก็ต้องการจะผลิตสินค้าตัวนี้มาให้กับคนที่ใช้งานทั่วไปได้ใช้ในกันระบบปฏิบัติการของ window นะครับ แต่ก็มีข้อติอยู่บ้างสำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวให้อ่านกันในครั้งนี้ ก็คือว่า ถ้ามีตัวปากกา stylus มาให้ใช้งานได้ด้วยก็คงจะดีมาก แล้วก็มีสเปคที่แรงกว่านี้มาให้เลือกก็คงจะครอบคลุมผู้ใช้งานมากขึ้นนั้นเองครับ ใครที่สนใจก็คงต้องรอการเปิดตัวในไทยต่อไป เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะเข้ามาครับ

รีวิว เมาส์งูเขียว Razer Ouroboros เมาส์สำหรับคนเล่นเกมส์

   มากันอีกแล้วครับ มากันอีกแล้วสำหรับ gadget ใหม่ๆ ของคนที่ชอบเล่นเกมส์ คนที่เล่นเกมส์ทั้งหลายบอกได้เลยว่าสินค้าอินเทรนด์ที่ 108plaza นำมารีวิวในครั้งนี้จัดว่าเด็ดครับ ลองเดากันสิครับว่านอกจากคอมแรงๆ ที่ใช้เล่นเกมส์แล้วยังมีอะไรอีกที่ต้องใช้ เฉลยเลยนะครับ สิ่งที่นำมารีวิวในครั้งนี้คือเมาส์นั้นเองครับ ที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า เมาส์งูเขียว กันนั้นแหละครับ ตอนนี้มาถึงมือผมแล้วครับ แล้วรู้สึกว่ากำลังขายดีอยู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาติดตามรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

   นี่แหละครับ ตัวนี้แหละครับที่ถือว่าเป็น gaming mouse อีกหนึ่งตัวที่หลายคนต้องการอยู่ตอนนี้ ทีนี้มาดูสเปคคร่าวๆ กันที่เขียนเอาไว้ข้างกล่องกันก่อนดีกว่าครับ ถือว่าเป็นเมาส์ที่ gaming เค้าพัฒนาขึ้นมาด้วย กลายเป็นอุปกรณ์ที่คน gaming เค้าใช้กันทั่วไปด้วยนั้นเอง แล้วตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความแรงที่สามารถรองรับ Dpi ได้มากถึง 8200 Dpi เลยทีเดียว ที่มากกว่านั้นเป็นเมาส์แบบ 4G แรงเร็วด้วยนั้นเอง สามารถใช้เป็นเมาส์แบบไร้สายก้ได้ ก็จะมีตัวรับสัญญาณ wireless ได้ด้วย แล้วใครที่บอกว่าอยากจะใช้แบบมีสาย ก็สามารถเสียบสายแบบพอร์ด USB ก็ได้ด้วย เพื่อป้องกันการ delay นั้นเองนะครับ เพราะบางทีใครที่บอกว่าใช้แบบไร้สายมันจะทำหเราเล่นเกมส์แพ้เค้านะ เพราะว่าเมาส์บางทีมันไม่ตอบสนองต่อมือเรา เอาแบบสายดีกว่า ชัวร์กว่าเยอะ ก็เลือกใช้ได้ทั้งสองแบบนะครับ เพราะเมาส์ตัวนี้มันไม่ได้ออกแบบมาให้เล่นเกมส์เพียงอย่างเดียวนะครับ เมื่อไม่เล่นเกมส์ จะเอาไว้ใช้งานแบบอื่นๆ อย่างเช่น เดี่ยวนี้มีพวกดิจิตอลทีวี มีพวกสมาร์ททีวี ก็ต้องใช้เมาส์ เราก็ใช้เมาส์แบบไร้สายตัวนี้นะครับ ก็อยู่ไกลๆ ก็จะสามารถคลิกหรือใช้งานได้นั้นเอง คือมันใช้งานได้อเนกประสงค์นะครับ เมื่อแกะกล่องออกมานั้นก็จะเห็นว่าในกล่องจะให้สายที่เอาไว้เสียบมาให้หนึ่งเส้น เป็นสายพอร์ด USB เปิดดูสายแล้วก็ดูมันเป็นชิ้นงานที่น่าจะทนดีนะครับ เป็นคล้ายๆ สายถักเลย งอได้ แล้วต่ไม่ขาดแล้วก็ดูทนทานด้วย ต่อมาก็มีถ่ายชาร์จครับ เป็นถ่ายแค่ก้อนเดียวเอง เพราะเมาส์ตัวนี้จะต้องมีไฟเลี้ยงเอาไว้ตลอดด้วยนั้นเอง การชาร์จก็ต้องใช้สาย USB ที่ให้มานั้นแหละนะครับเป็นสายชาร์จ การชาร์จก็จะชาร์จกับพอร์ดที่คอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซึ่งตามสเปคของถ่ายนี้บอกเอาไว้ว่า ถ้าต้องการชาร์จระดับแรกที่ไม่มีเวลาชาร์จเอาไว้นานมากนักเนี่ย จะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง จะสามารถชาร์จไฟเข้าได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเช่นกัน แต่ถ้ามีเวลาชาร์จนานๆ เลยเนี่ยนะครับ ก็ต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียวถึงจะชาร์จเต็ม แล้วก็จะใช้งานได้นานกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าใช้งานแบบไหน เพราะตัวเมาส์เองก็มีไฟรอบตัวเลย ทำให้เปลืองถ่ายด้วยนั้นเองนะครับ

   ของในกล่องที่ให้มายังมีอีกหนึ่งชิ้นที่เป็นหัว wireless ตัวนี้เอาไปเสียบที่พอร์ด USB แล้วก็จะสามารถใช้งานเมาส์แบบไร้สายได้เลย แต่จุดเด่นของเมาส์งูเขียวที่ผมเห็นในกล่องเลยก็คือหนังสือคู่มือการใช้งานต่างๆ หน้าปกจะเป็นรูปงูเขียวครับ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานต่างๆ การปรับแต่งฟังก์ชั่นการใช้งานในคอมพิสเตอร์ได้ ปรับข้างขวา ข้างซ้ายสลับกันไปมา สำหรับคนที่ถนัดมือซ้ายอะไรแบบนั้นนะครับ มีแนะนำให้เร่งหรือลด Dpi ที่เมาส์ อันนี้เดี่ยวผมจะรีวิวกันต่อไปนะครับ แล้วก็จะมีสติ๊กเกอร์ครับ เป็นรูปงูเขียวมาให้ 2 ชิ้นด้วยกัน จะเอาไปติดตรงไหนก็แล้วแต่เลยครับ สัญลักษณ์ของเมาส์นั้นเอง

   ทีนี้มาดูตัวเมาส์และความรู้สึกในการจับเมาส์กันดีกว่าครับ ปกติเคยจับแต่เมาส์ทั่วไปราคาไม่กี่บาท คราวนี้มาจับเมาส์ราคาดีหน่อย รู้สึกว่ามันโอเครเลยครับ ตัวเมาส์เป็นสีดำด้านที่เคลือบกรอสซี่มาให้ทำรู้สึกว่ามันนุ่มนะครับ แล้วก็พอดีมือเลย แล้วตรงนิ้วโป้งกับนิ้วก้อย จะสามารถปรับแต่งเป็นตัวกดปุ่มเพิ่มเติมที่ใช้ในการตัดต่อหรือว่าเล่นเกมส์นะครับ จะสามารถเพิ่มรูปแบบการใช้งานได้ที่นิ้วโป้งและนิ้วก้อยได้ด้วย ทำมาได้ดีเลย

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์สำหรับพวก gaming ทั้งหลายได้อย่างดีเลยครับผมว่า ซึ่งใครที่ชอบเล่นเกมส์แล้วต้องใช้เมาส์ที่แม่นๆ เร็วๆ เนี่ยต้องบอกเลยว่ามันเป็นเมาส์ที่ใช้ได้ดีครับ เพราะผมได้ลองดูแล้ว ไม่มีหน่วง ไม่มี delay เลยนะครับ แม้แต่ใช้ตัว wireless นะครับ แต่ช่วงนี้มันก็อาจจะมีขายน้อยเพราะยอดสั่งซื้อก็เยอะอยู่นะครับ

มีเงินแค่ 200 ก็หาไมค์แคสเกมส์ดีๆ สักตัวได้แล้วกับ OKER OE-102

   เพื่อนๆ เกมส์เมอร์ทั้งหลายครับ ใครที่ยังไม่มีไมค์โครโฟนมาแคสเกมส์มาอ่านรีวิวทางนี้เลย เพราะผมมีไมค์โครโฟนสำหรับแคสเกมส์มาฝากกันในรีวิวสินค้าอินเทรนด์ใน 108plaza แห่งนี้ที่นีที่เดียวเลย เรียกว่ากว่าจะได้ไมค์โครโฟนรุ่นนี้มานี่หาแทบพลิกแผ่นดินเลยครับ ไม่ใช่ว่ามันขายดีจนมีคนซื้อไปหมดอะไรแบบนั้นนะครับ แต่มันเป็นไมค์โครโฟนที่ออกมาจำหน่ายได้นานมากแล้ว แต่ผมเห็นว่ามันคุณภาพนี่รับรองได้เลยว่าดีครับ ประมาณว่าของดีราคาถูกก็ยังมีอยู่เหมือนกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูรายละเอียดกับตัวไมค์โครโฟนที่เอาไว้แคสเกมส์ตัวนี้กันดีกว่าครับ

   ก็ต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่ผมจะนำไมค์โครโฟนตัวนี้มารีวิวเนี่ยนะครับ ที่เป็นรุ่นนี้เลยเนี่ย ผมก็ได้ไปสอบถามเพื่อนๆ คนที่เล่นเกมส์กันมามากมายหลายต่อหลายคนละ ก็ไปสอบถามมาว่าไมค์โครโฟนที่เอาไว้แคสเกมส์เนี่ย ที่เอาเสียงพูดชัดเจน เอาแบบแจ่มๆ ราคาเบาๆ เนี่ยมันมีรุ่นไหนบ้าง แล้วก็ตอนนี้มันยังหาซื้อได้อยู่ ก็มีข้อสรุปจากความคิดเห็นของเพื่อนๆ หลายๆ คนที่อยู่ในกลุ่มนะครับ ก็บอกว่าของ oker นี่แหละพอเข้าท่ากับเค้าหน่อย ก็เลยไปหาซื้อมาเลยครับ ไปเดินหาซื้อตามร้านไอทีใหญ่ๆ มาก็เยอะครับ ในห้างก็ไปเดินมา ก็ไม่มี คนขายก็บอกว่ามันมีอีกยี่ห้อหนึ่งนะ แต่มันก็จะคล้ายๆ กับรุ่นนี้ เอาไหม ผมก็บอกว่าไม่เอา อยากได้รุ่นนี้รุ่นเดียวเลย ก็โชคดีครับ ไปเดินเล่นๆ แล้วไปเห็นร้านเล็กๆ แต่มีของขายเยอะดี ก็เลยไปถามดูปรากฏว่ามีครับ ก็เลยโชคดีได้มาในราคา ผมขออนุญาตบอกเลยแล้วกันในเรื่องราคา ปกติแล้วจะบอกกันในช่วงท้ายๆ บทความ แต่นี้ราคาไม่เยอะครับ ผมได้มา 160 บาทเท่านั้นเอง แต่ตามเว็บมีขายกัน 150 บาทนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไร ตัวนี้ที่ร้านบอกว่ารับประกัน 7 วัน แต่ผมยังใช้ไม่ได้ครบ 7 วันเลยนะครับ แค่คิดว่าถ้าใช้ครั้งแรกแล้วมันไม่มีปัญหาเนี่ย ก็คงน่าจะไม่เป็นอะไร เพราะมันก็ไม่ได้มีระบบอะไรมากมาย

   เริ่มด้วยการรีวิวด้านหน้ากล่องไมค์โครโฟนตัวนี้กันก่อนนะครับ ก็จะมีเขียนเอาไว้ว่ามันมีระบบเสียงที่ดีนะ มีเสียงที่ใสอะไรแบบนี้นะครับเป็น crystal clear sound แล้วก็มีเขียนไว้ว่า quality sound ก็มีคุณภาพเสียงที่ดีนั้นเองนะครับ ใช้ในตัวโปรแกรมที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้หมดเลยรวมไปถึงการใช้รวมกับสมาร์โฟนก็ได้เช่นกัน เอาไว้บันทึกเสียงในแอปต่างๆ นะครับ แต่ข้างกล่องมันไม่มีบอกนะครับ แต่ผมว่ามันใช้ได้อยู่แล้วนะครับเพราะว่าเป็นแจ็คแบบ 3.5 mm. เราก็เสียบกันได้หมดนะครับ ใช้กับพวก skype ก็ได้ด้วย การพูดคุยในระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ อะไรพวกนี้ได้ดีเลยละครับ ซึ่งตามสเปคของไมค์โครโฟนนี้จะสามารถรับย่านความถี่ของเสียงได้ตั้งแต่ 100-16500Hz ถือว่ารับย่านความถี่ต่ำๆ ได้นิดหน่อย ยังไม่มากมายเท่าไหร่ ถ้าย่านต่ำจริงๆ ก้อาจจะต้องเป็น 20Hz เท่านั้นเองนะครับ ตัวนี้ก็รับได้ตั้งแต่ 100Hz ขึ้น ก็ถือว่าเสียงพูดคนเราก็ไม่ได้ต่ำขนาดนั้นนะครับ ก็รับได้สบายสำหรับการพูดแล้วก็รับเสียงดนตรีเบาๆ อย่างเช่นกีตาร์ เบส อะไรแบบนี้ได้สบายเลยนะครับ ก็นอกจากใครที่เอามาแคสเกมส์อย่างผมเองที่เล่นเกมส์ออนไลน์ก็เอามาแคสเกมส์ ใครที่ชอบเล่นดนตรี ร้องเพลง ก็ใช้ไมค์แบบนี้ตั้งเอาไว้ ติดกีตาร์ร้องเพลงไปด้วย ได้สบายเลยครับ ค่า sensitivity ก็อยู่ที่ -58dB แล้วก็ให้สายเสียบที่ยาวประมาณ 1.2 เมตรมาให้ติดกับตัวไมค์โครโฟนเลย ไม่สามารถถอดได้ ตัวสายก็ยาวพอที่จะไปเสียบกับหลังเคสคอมพิวเตอร์นะครับ ใครที่ใช้คอมตั้งโต๊ะเล่นเกมส์ ใครที่ใช้โน๊ตบุ๊คก็ถึงอยู่แล้วนะครับ สายยาวแบบนี้ เมื่อแกะกล่องขึ้นมาก็มีตัวไมค์อย่างที่เห็นในรุปนะครับ จะมีปุ่มที่ตัวฐานเป็นตัวปุ่ม pause เสียงตัดเสียงเอาไว้แค่นั้นเอง วิธีใช้ก็เอาแจ็ค 3.5 ไปเสียบที่ช่องไมค์ที่คอมก็แคสเกมส์กันได้ปกตินะครับ

   หลังจากแกะกล่องสินค้าอินเทรนด์ไปแล้ว ผมก้ได้ทดสอบการแคสเกมส์ไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์พอดี หมดระยะปรกันพอดี ไม่พังครับ ซึ่งผลการทดสอบและก็ความคิดเห็นของผมที่มีต่อไมค์ oker oe-102 ตัวนี้นะครับ ผมว่ามันโอเครเลยนะ เสียงดี ชัดเจน แคสเกมสืได้สนุกเลย แต่มันมีข้อติอยู่ตรงที่ว่าเวลาเราไปตั้งค่าในคอมให้ไมค์มันดูดเสียงที่ระดับต่างๆ เนี่ยนะครับ ผมต้องไปเร่งให้สุดหมดเลย เพื่อให้เสียงมันดังพอดีๆ ชัดเจนนะครับ ถ้าเร่งในคอมไม่สุดเนี่ยเสียงก็จะเบาไปนะครับ ก็ต้องบอกว่าราคามันถูกแต่ก็ต้องใช้การแก้ปัญหาเอาแบบนี้นะครับ แต่เมื่อเร่งสุดแล้วคุณภาพดีเลย ชัดเจนครับ ใครยังไม่มีไมค์แคสเกมส์ลองไปหาซื้อมาใช้กันได้ครับ

Review EATOM 5L UPS 800VA เครื่องสำรองไฟแบรนด์อเมริกา แบรนด์ที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ

   สำหรับเจ้ากล่องสีเหลี่ยมแบบนี้หลายคนก็คงจะจำกันไม่ได้แล้วนะครับ ผมว่าบางคนเคยใช้มันเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนหน้านี้เห็นจะได้ ก็คือในยุคที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือว่าเครื่องพีซี นะครับ แล้วพอมาเป็นเครื่องคอมแบบโน๊ตบุ๊คหรือ labtop แล้วก็พัฒนามาเป็นอุปกรณ์ไอทีที่เป็นแบตเตอร์รี่กันหมดแล้วเนี่ย เจ้าเครื่องสำรองไฟที่ว่ามันก็หายไป แล้วก็ไม่มีใครสนใจที่ใช้มันอีกเลย มีน้อยมากที่ใช้อยู่ อย่างเช่นพวกที่เป็นสำนักงานใหญ่ๆ ออฟฟิตบางที่ ต้องใช้เพื่อสำรองไฟกันอยู่นะครับ ซึ่งก่อนจะเข้าเนื้อหาที่จะรีวิวตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ผมของเล่าก่อนว่าเครื่องสำรองไฟมันมีประโยชน์ต่ออุปกรณ์ไอทีอย่างไร    อย่างเช่นตัวฮาร์ดดิสเนี่ยมันต้องมีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ตลอดการใช้งานจนกว่าจะปิดระบบโดยสมบูรณ์นะครับ ทีนี้ถ้าไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชากเนี่ยมันก็มีผลต่ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์บางตัวเช่นกัน เพราะฉะนั้น คุณสมบัติของเครื่องสำรองไฟหรือ UPS เนี่ยนะครับ มันก็ไม่ได้แค่เอาไว้สำรองไฟเวลาที่ไฟดับเท่านั้นเอง แต่มันจะยังช่วยทำให้กระแสไฟนั้นเดินได้เนียนเรียบรักษาระดับกระแสไฟเลี้ยงได้ดีด้วย ไฟมาเกินก็จะรักษากระแสไฟได้เท่านี้ ไฟมาน้อยก็จะรักษากระแสไฟได้เท่านี้คือ 230v อย่างนี้เป็นต้นนะครับ

   สำหรับเครื่อง UPS 5L ตัวนี้เป็นเครื่องสำรองไฟขนาดเล็กครับ ที่ใช้กันตามบ้านแล้วก็ใช้กับธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้นเองนะครับ แล้วหลายคนถามว่าอยากได้ที่ขนาดสำรองไฟที่ใหญ่กว่านี้นะ แบบว่าเป็นธุรกิจขนาดกลางขนาดใหญ่เลย ทาง EATON เองก็มีให้เลือกซื้อกันนะครับ เพราะว่า อีตั้น เองเค้าดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าที่ใช้ในส่วนงานของไฟฟ้านี้มานานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ยาวนานแล้วก็เป็นแบรนด์จากสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว ก็มีให้เลือกใช้กันหลากหลายรุ่นตามความเหมาะสมครับ แต่ที่นำมารีวิวนี้ถือว่าหลักการใช้งานมันคล้ายๆ กันสำหรับเครื่อง UPS นะครับ ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านก็จะทำธุรกิจขนาดเล็กกันซะเยอะ แล้วก็ใช้ตามบ้านมากกว่า ก็เลยนำรุ่นนี้มารีวิวนะครับ

   รอบตัวเครื่องก็เป็นสีดำดูทนทานนะครับ ด้านหน้าอย่างที่เห็นก็จะมีปุ่มเปิดปิดสวิทช์ เสียบปลั๊กแล้วก็เปิดเครื่องก็จะมีเสียบดังขึ้นมาหนึ่งครั้งที่หมายความว่าพร้อมใช้งานครับ แล้วด้านข้างปุ่มเปิดเครื่องก็จะมีพอร์ด USB type B ที่ใช้กับเครื่องปริ้นเตอร์อะไรพวกนี้ได้ มาดูกันที่ด้านหลังกันบ้างครับ จะมีที่เสียบปลั๊กได้ถึง 4 ช่องเลย ไมว่าจะเป็นปลั๊ก 2 ขา 3 ขา หัวแบน หัวกลม ได้หมดเลย แล้วก็จะช่องเสียบสายโทรศัพท์บ้านหรือเครื่องแฟกซ์ก็ได้ด้วย นอกจากเป็นเครื่องสำรองไฟแล้วก็ยังเป็นเครื่องที่ป้องกันฟ้าผ่าได้อีกด้วยนะครับ ช่วงนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจด้วยสิ ฟ้าผ่าบ่อยๆ ตามข่าวนะ

   ในส่วนความสามารถในการจุไฟที่ตัวเครื่องสำรองไฟตัวนี้มันทำอย่างไง มาดูกันครับ ซึ่งในรุ่น L นี้จะสามารถแบ่งได้เป็นรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่นะครับ 600 800 1000va ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นมันก็จะสามารถสำรองไฟได้ตั้งแต่ 16 นาที 20 นาที แล้วก็ 30 นาที ตามลำดับนะครับ ก็ต้องบอกว่าใครที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ตอนนี้ก็สามารถเลือกใช้งานกันให้เหมาะสมต่อการใช้งานได้นะครับ ถ้ามีคอมหลายเครื่องก็ต้องเลือกรุ่นที่ขนาดใหญ่ขึ้นไปนะครับ เพื่อให้กระแสไฟนั้นมันเหมาะสมกับการใช้งานอย่างที่บอกไปนั้นเอง

   จุดเด่นในการทำงานของมันเนี่ยนะครับ อย่างแรกเลย ถ้าไฟดับ สามารถเปิดเครื่องแล้วใช้ไฟได้จากเครื่องนี้ จะชาร์จแบตมือถือ จะเสียบหลอดไฟเพื่อให้ความสว่าง อะไรแบบนี้พอได้อยู่ครับ จนกว่าไฟจะติดก็ใช้ได้ปกติ แล้วในเครื่องสำรองไฟตัวนี้มีระบบ และอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญเลยก็คือระบบ AVR ระบบนี้เป็นการปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามันจะปรับแรงดันไฟฟ้าให้สม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา ไมว่าไฟจะตกไปสัก 160v หรือไฟจะสูงไปเกินว่า 250v ตัวเครื่องสำรองไฟนี้ก้จะรักษาระดับให้อยู่ที่ 230v อยู่ เป็นการถนอมเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ของเราได้ด้วยนั้นเองครับ

   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่นำมารีวิวครั้งนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของราคาใช่ไหมละครับ ถ้าราคาพอรับได้ คุณสมบัติดี น่าใช้ มันก็น่าซื้อ จริงไหมละครับ เพราะฉะนั้นมาดูเรื่องราคากันสักนิดหนึ่ง ซึ่งตัว 5L ตัวนี้เลยเนี่ยนะครับซึ่งเป็นตัวเริ่มต้นก็มีราคาอยู่ที่ 1,600 แล้วก็ตัวสูงสุดที่มีขนาด 1000va จะอยู่ในราคา 3,500 ครับ ก็ลองไปหาดูข้อมูลเพิ่มเติมและราคาเปรียบเทียบกันเอานะครับ

Review Gadget Triby ลำโพงแปะตู้เย็นที่ใช้ได้ทั้งครอบครัว

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ผมได้นำเอาอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีอยู่ในงาน CES 2016 ที่ลาสเวกัส มานำเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget ที่น่ารักๆ ที่สามารถเอาไว้ทุกที่ในบ้านก็ได้แล้วก็เอาไว้ในห้องครัว เอาแปะตู้เย็นไว้ก็ได้ เป็นลำโพงตัวเล็กๆ น่ารักๆ ครับ แต่ผมจะเรียกมันว่าสมาร์ทลำโพง หรือ ลำโพงอัจฉริยะ ที่มันกำลังเข้าคอนเซปที่ว่า internet of thing ก็ได้นะครับ เพราะมันเป็นของใช้ภายในบ้านที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน ไม่ให้เสียเวลาครับ มาอ่านกันเลยดีกว่า

   สิ่งที่เห็นอยุ่ในรูปตรงนี้เป็นลำโพงนะครับ แต่มันเป็นลำโพงแบบกลายร่างนะครับ เพราะแนวคิดจริงๆ แล้วก่อนที่จะมาเป็นลำโพงขนาดเล็กๆ ตัวนี้ที่ด้านหลังจะมีแม่เหล็กอยู่ สามารถเอาแปะติดกับตู้เย็นหรือส่วนต่างๆ ของบ้านและในห้องครัวได้ ซึ่งแนวคิดก่อนกลายร่างนั้นมันคือโทรศัพท์บ้านครับ แต่เดี่ยวนี้มันยุคสมาร์ทโฟน คนทั่วไปก็ไม่ค่อยจะได้ใช้งานโทรศัพท์บ้านกันสักเท่าไหร่ แล้วลำโพงตัวนี้มัทำหน้าที่คล้ายโทรศัพท์บ้านอย่างไรนั้นหรอครับ ก็คือว่า มันถูคิดขึ้นมาเพื่อให้คนในครอบครัวได้คุยกันผ่านอุปกรณ์ตัวนี้แหละครับ ตัว triby นี้เป็นลำโพงขนาดเล็กที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ผ่านการเชื่อมต่อ wireless หน้าตาของมันเป็นตัวสี่เหลี่ยมแบนๆ แล้วก็มีด้ามจับ จะเอาวางไว้หรือว่าเอาแปะตู้เย็นอย่างที่ผมบอกไปก็ได้เช่นกันครับ แล้วหน้าที่ของตัวลำโพงเล็กๆ ตัวนี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกันครับ อย่างแรกเลยคือใช้เป็นโทรศัพท์ ต่อมาก็ใช้เป็นวิทยุเปิดฟังเพลง และอย่างสุดท้ายคือใช้เป็นตัวรับข้อความภาพ แต่ประโยชน์ในปลีกย่อยของมันก็มีแยกออกไปอีกนะครับ ต้องคอยติดตามกันให้ละเอียดละครับ

   มาดูหน้าที่แรกของตัวลำโพง Triby ตัวนี้กันดีกว่านะครับ ก็คือการทำงานในฟังก์ชั่นของโทรศัพท์นั้นเองครับ คือตัวมันเองจะสามารถพูดคุยสนทนากันผ่านตัวลำโพงนี้เป็นแบบโทรศัพท์ได้ แล้วจะสามารถตั้งเบอร์เอาไว้ได้เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้โทรเป็นประจำ เมื่อกดปุ่มที่ตัวลำโพงเพียงปุ่มเดียว มันจะโทรออกผ่านสัญญาณ Wi-Fi ในบ้านของเราได้เลย แล้วก็ฟรีด้วยนะครับ แล้วเมื่อมีสายเรียกเข้าก็จะสามารถรับสายแล้วก็พูดคุยได้ด้วย เพียงแค่กดปุ่มเดียวก็รับสายแล้วครับ หน้าที่ต่อมานั้น มันก็คือการเปิดเพลงฟังนั้นเองครับ สำหรับคนในบ้านอาจจะไปไว้ในห้องน้ำ ไว้ในห้องครัว มันจะสามารถเปิดเพลงได้ผ่านบลูทูธก็ได้ โดยจะให้เปิดจากสมาร์ทโฟนแล้วเชื่อมต่อไปกับลำโพง หรือ ถ้าเราไม่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่อยากยุ่งยากที่เชื่อมต่อบลูทะ ตัวมันเองสามารถเปิดเพลงจากวิทยุออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ด้วย แล้วหน้าที่สุดท้ายในตัวลำโพง triby นี้ก็คือ การรับข้อความภาพ โดยสมาชิกในครอบครัวอาจจะมีการส่งข้อความภาพแบบน่ารักๆ เข้ามาพูดคุยกันโดยผ่านตัวแอปพลีเคชั่นของทาง triby เองได้ด้วย ซึ่งคนที่ส่งมาอาจจะใช้เป็นการพิมพ์ตัวอักษร การเขียนด้วยลายมือ หรือการวาดภาพก็ได้นะครับ แล้วก็ส่งเข้ามาที่ตัว triby ตัวนี้ แล้วจะมีหน้าจอที่เป็นจอแบบ อี เปเปอร์ ที่จะแสดงผลให้คนอ่านนั้นเห็นได้ด้วยลักษณะที่จะมีตัวการ์ดข้อความนั้นเด้งขึ้นมาตรงด้านบนให้เรารู้ว่ามีข้อความใหม่เข้ามานะ เป็นสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นกิมมิกแบบเบาๆ ก็ได้นะครับ ถือว่าเป็นการคิด gadget ที่สามารถใช้ได้จริงในครอบครัวที่สุดแสนน่ารัก คนในครอบครัว สามี ภรรยา อาจจะใช้เป็นตัวเชื่อมความรักด้วยการสื่อสารผ่านข้อความหรืออาจจะเอาไว้ง้อแฟนอะไรแบบนี้ก็ได้นะครับ

   แต่ถ้าคิดในมุมกลับกันละครับ ในตอนนี้สมาร์ทโฟนเราก็มีฟี่เจอร์เหล่านี้ในการใช้งานอยู่แล้ว แล้วก็ทำได้ดีกว่าตัว triby ตัวนี้เสียอีก ถูกต้องไหมละครับ แต่เจ้าของสินค้าตัวนี้ก็บอกกับผมว่า ถ้าอุปกรณ์ตัวนี้ไปอยู่ในห้องครัว แม่ครัวกำลังทำอาหารมือเปื้อนอยู่ก็ไม่อยากจะจับมือถือขึ้นมาทำอะไร ถูกต้องไหมครับ ตัวนี้ก็ช่วยได้เหมือนกันนะ แล้วอีกหนึ่งความพิเศษของตัวลำโพงตัวนี้ก็มีอยู่ครับ ก็คือตัวรับคำสั่งเสียงที่เหมือนกับ สิริ ในไอโฟน แต่ลำโพงนี้ใช้ชื่อว่า อเล็กซ่า ที่สามารถสั่งซื้อสินค้าบน amazon ได้ทันทีเลย แล้วสามารถพูดให้ อเล็กซ่า นั้นตรวจสอบสภาพอากาศให้ ถามข้อมูลในวิกิพีเดีย หรือแม้แต่เล่าเรื่องตลกให้ฟังก็ยังทำได้เลยนะครับ ซึ่งมันก็จะล้ำกว่าสมาร์ทโฟนของเราก็ตรงนี้แหละครับ ตัวมันเองสามารถอยู่ได้ถึง 2 สัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นั้นไม่มีให้ใช้งานในบ้านเรานะครับ ตอนนี้มีใช้ได้แค่ใน แคนนาดา อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เท่านั้นครับ

รีวิว Anitech Keyboard gaming KP850 คีย์ที่มีประกันชีวิตรับทันที 5 หมื่นถ้าไฟช็อด

เคยได้ยินหรือเคยใช้คีย์บอร์ดที่มีประกันชีวิตบ้างไหมครับ เพื่อนๆ แต่คีย์บอร์ดที่ 108plaza จะมารีวิวเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เป็นคีย์บอร์ดที่มีประกันชีวิต ตายคาคีย์บอร์ดด้วยอุบัติเหตุ รับประกันชีวิตได้เงินทันที 5 หมื่นบาทภายใน 2 ปีที่มีระยะประกันอยู่นะครับ แล้วหลายคนก็คงจะสงสัยว่ามันมีประกันแบบนี้ ราคามันต้องแพงรึป่าว บอกเลยว่าไม่แพงครับ แล้วผมคิดว่ามันก็น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์ด้วยนะครับ เพราะมันมีไฟ LED ที่ตรงปุ่ม s w a s d ด้วยนะครับ ใครที่เล่นเกมส์ก็คงจะรู้ดีว่าปุ่มเหล่านี้ใช้เพื่ออะไรได้บ้าง เดี่ยวเรามาดูตัวคีย์บอร์ดกันเลยดีกว่

นี่แหละครับคือตัวคีย์บอร์ดที่เราจะทำการรีวิวกันในครั้งนี้ เป็น LED Gaming Keyboard ซึ่งผมขออนุญาตบอกเรื่องของการรับประกันสินค้าตัวนี้รวมไปถึงตัวรายละเอียดของเงินประกันแล้วก็เรื่องของราคาไปพร้อมกันเลยในช่วงแรกนี้นะครับ เพราะการรีวิวคีย์บอร์ดมันก็คงเป็นปกติของการใช้งานอยู่แล้วนะครับ แต่ตัวสินค้าตัวนี้มันน่าสนใจก็อยู่ตรงที่เรื่องของการรับประกันนี่แหละครับ ซึ่งคีย์บอร์ดนี้เป็นของแบรนด์จีนนะครับ ผลิตที่จีน แต่หลายคนอาจจะมองภาพว่าแบรนด์จีนเรื่องของคุณภาพนั้นมันจะดีหรอ แล้วจะใช้ได้ทนทานหรือ ใช้ได้นานหรอ แต่อย่าลืมเช็คดูสินค้าที่ราคาแพงๆ นะครับ คีย์บอร์ดบางแบรนด์ดังๆ ราคาทะลุไปถึง 7 พันกว่าบาทเลยนะครับ บางทีเยอะกว่านั้นด้วยซ้ำไป แต่คีย์บอร์ดแบรนด์นี้รับประกันกันนานถึง 2 ปี เสียหายระหว่างการใช้งานเปลี่ยนใหม่ให้ทันที แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุ ไฟรั่ว ไฟช็อด และอุบัติเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ผู้เล่นคีย์บอร์ดตัวนี้เสียชีวิตแล้วละก็ จ่ายให้ทันที 5 หมื่นบาท ภายในระยะประกันคือ 2 ปีเต็ม แล้วราคาก็ไม่ได้แพงด้วย ราคาประมาณ 5 ร้อยกว่าบาทเท่านั้นเองนะครับ แต่ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าใน 108plaza นี้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับตัวสินค้าแบรนด์นี้นะครับ แต่เป็นการรีวิวตามที่เห็นอยู่ข้างกล่องสินค้าและตามที่พนักงานขายเค้าบอกมาเท่านั้นเอง ก็นำเสนอข้อดีของตัวคีย์บอร์ดตัวนี้ไปกันให้ทุกคนได้ทราบกันว่าจุดเด่นก่อนใช้งานเพื่อสร้างความมั่นใจว่ามันต้องทนทานแน่นอนเนี่ยนะครับ

แกะกล่องขึ้นมาไม่มีอะไรเลยครับ มีแต่ตัวคีย์บอร์ดล้วนๆ เลยนะครับ ตัวบอดี้เป็นพลาสติกนะครับ ก็มีความนุ่มอยู่บ้างนะครับ ถามว่าใช้งานเบื้องต้นการพิมพ์ การกดแป้นคีย์บอร์ดเล่นเกมส์นั้นก็พอได้ครับ ก็ดีกว่าคีย์บอร์ดราคาร้อยกว่าบาทแน่นอนครับ เมื่อกดแป้นพิมพืไปแล้วก็รู้สึกว่ามันมีอารมณ์หนึดๆ อย่างบ้าง ไม่ลื่นเท่าไหร่ ดีครับ ใครที่ชอบแบบแป้นติดนิ้วติดมือ ใครที่เหงื่อออกง่าย แบบนี้ดีเลย กดไม่พลาดครับ การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ก็เป็นแบบสาย USB 2.0 ธรรมดา ไม่ได้ใช้แบบไร้สายหรือ wireless แต่อย่างใดนะครับ โดยรวมแล้วไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไป แต่มันมีจุดเด่นตรงที่มันไฟลิเกครับ แถวบ้านผมเรียกว่าไฟลิเกครับ แต่มันเป็นไฟ LED ที่อยู่ตรงปุ่มนะครับ เปลี่ยนสีได้ด้วย ผมก็ได้ทดสอบเสียบกับคอมแล้วก็ดูฟังก์ชั่นการใช้งานกันมาแล้วนะครับ ก็พบว่า ตัวไฟ LED นั้นสามารถเปลี่ยนได้ 3 สีด้วยกัน ก็คือสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน นะครับ เป็นไฟที่ไม่ได้ออกมาจากใต้ปุ่มนะครับ แต่เป็นไฟที่อยู่ตามร่องแป้นคีย์บอร์ด เป็นไฟแสงเล็กๆ ที่รอดออกมาจากร่อง ถ้าเล่นในที่แสงจ้าๆ ก็จะไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามึดๆ สักนิดหนึ่งเนี่ยก็จะเห็นว่ามีไฟอยู่ตามร่องต่างๆ สวยงามเลยทีเดียว แต่การทดสอบคีย์บอร์ดสิ่งที่สำคัญที่จะต้องทดสอบกันอย่างละเอียดคืออะไร ก็คือว่า ต้องลองกดกันดูทุกๆ ปุ่มเลยครับ เพราะว่าอะไร ต้องกดทุกปุ่มเพราะว่าบางทีเราก็ไม่รู้ว่ามันจะมีปุ่มไหนบนแป้นคีย์บอร์ดนี้ที่จะกดแล้วไม่ติด ใช่ไหมละครับ ผมก็จัดการครับ กดมันทุกปุ่มที่สามารถทดสอบในโหมดการใช้งานต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเล่นเกมส์ พิมพ์งาน ลองกดเช็คกันดูไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่า Anitech ตัวนี้ผ่านครับ ใช้ได้หมดเลยทุกปุ่มครับ

   ก็ต้องถือว่าเป็นคีย์บอร์ที่มีราคาไม่แพงเลยจริงๆ ครับ แล้วก็ยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ชาว gaming หลายคนมองหาเพื่อซื้อไปใช้งานกันอยู่ บอกเลยว่าคุณภาพดีครับสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมส์แบบต้นทุนต่ำด้วยนะครับ บางทีเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อราคาแพงๆ มาใช้ก็ได้นะครับของพวกนี้เพราะว่าฟังก์ชั่นคล้ายกันจริงๆ ครับ