Archive for แท็ปเล็ต

Review Samsung Galaxy Tab Pro S 2 in 1 ออกมาอีกแล้วรุ่นใหม่ เป็นได้ทั้ง tablet และ คอมพิวเตอร์พกพา

 

   Samsung บุกตลาดกันอีกแล้วครับ หลังจากที่ในบ้านเราเปิดตัว Samsung galaxy series A ปี 2016 ไปเมื่อไม่นานมานี้ แล้วสินค้าอินเทรนด์ที่ผมจะได้มารีวิวกันในตอนนี้ก็คือ Samsung galaxy tab pro s ครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าแท็ปเล็ดตัวใหม่ล่าสุดตัวนี้ยังไม่ได้เข้ามาในเมืองไทยเลยนะครับ เพราะฉะนั้น เราเป็นแห่งแรกแล้วก็แห่งเดียวที่ได้ตัวเครื่องที่เปิดตัวในต่างประเทศมาทำการรีวิวกันแล้ว เรียกว่ายิ่งใหญ่มากๆ ครับสำหรับ 108plaza ของเรา ซึ่งตัวแท้ปเล็ดที่ซัมซุงได้ออกมาวางจำหน่ายแล้วเรียบร้อยในต่างประเทศเนี่ยนะครับ โดยพัฒนาการใช้งานให้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นครับ คือจะให้เป็นแท็ปเล็ดก็ได้ หรือ จะเสียบแป้นคีย์บอร์ดใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพาหรือแล็ปท๊อปเลยก็ได้ เพราะแท็ปเล็ดตัวนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 10 ด้วย ซึ่งก็ต้องบอกว่า Samsung galaxy tab pro s ตัวนี้มีวางขายแล้วที่ประเทศมาเลเซียนะครับ แล้วคาดว่าอีกไม่นานนี้มันก็จะเข้ามในเมืองไทยอย่างแน่นอน แล้วก็ถือได้ว่าเป็นแท็ปเล็ดของทาง Samsung เครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ window ด้วยนะครับ

   มาดูสเปคคร่าวๆ ของตัว Samsung galaxy tab pro s ตัวนี้กันก่อนดีกว่าครับ โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ super amoled 12 นิ้ว ตามสไตล์ของทาง ซัมซุง เค้านะครับ เรื่องสีสันของจอนั้นถือว่าเอาอยู่จริงๆ แสดงความละเอียดของหน้าจอในความคมชัดระดับ 216*1140 พิกเซล ซีพียูเป็นแบบ intel core M Dual-core วิ่งด้วยความเร็ว 2.2 GHz เป็นตัวชิปประมวลผลที่เป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะครับ มีน้ำหนักทั้งตัวเครื่องประมาณ 653 กรัมเท่านั้นเอง ให้ RAM มามากถึง 4 GB แล้วมีให้เลือกอยู่สองรุ่นด้วยกัน ก็คือรุ่นที่มีความจุในตัวเครื่องที่ 128 GB แล้วก็รุ่นใหญ่กว่ามีความจุในตัวเครื่องที่ 256 GB สำหรับการใช้งานในโหมดกล้องนั้นมีมาให้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยมีความละเอียดของกล้องที่ 5 ล้านพิกเซลทั้งคู่ แล้วก็มีความจุของแบตเตอร์รีที่มากถึง 5200 mAh เลยครับ แล้วก็สามารถรองรับการใช้งานแบบ 4G LTE อีกด้วย พอร์ดการเชื่อมต่อก็เป็นพอร์ด USB type c v3.1 อีกด้วย ทั้งหมดในตัวเครื่องนี้ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 10 อย่างที่บอกไปพร้อมฟี่เจอร์การปลดล็อคเครื่องด้วยการสแกนใบหน้าและก็ window hello ได้อีกด้วย

   เมื่อผมได้จับเครื่องขึ้นมาดูแล้วเนี่ยนะครับ ก็ให้อารมณ์เหมือนกับการจับเครื่อง galaxy note 5 หรือว่า galaxy s6 เหมือนกันเลย เพราะตัวเครื่องทำด้วยอลูมิเนียมก็คงคิดว่าทางซัมซุงเองอยากให้มีอารมณ์ในการเล่นแท็ปเล็ดให้เหมือนกับสมาร์ทโฟนที่สามารถพกพาไปได้ง่าย แล้วก็มีน้ำหนักที่เบา เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาก็เห็นถึงสีสันของหน้าจที่เป็นเอกลักษณ์ของเค้านะครับ เป็นหน้าจอที่มีสีที่สด ดูสบายตา แต่บางท่านก็อาจจะไม่ชอบจอแบบ super amoled ที่ดูแล้วแสบตา อันนี้ก็แล้วแต่บุคคลนะครับ แต่ก็สามารถปรบสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นขึ้นได้ ทำให้ไม่สีแสงสีฟ้าที่ทำให้สายตาเรานั้นมองนานๆ แล้วเมื่อยและก็เป็นผลเสียต่อดวงตาเราได้ด้วย แต่สำหรับการทดลองใช้งานโดยทั่วไปแล้ว ก็ต้องบอกว่าตอนที่ผมมารีวิวนี้อยู่ในงานเปิดตัวที่มาเลเซียนะครับ ก็เลยไม่สามารถทดสอบความสามารถของตัวเครื่องกับโปรแกรมที่ต้องใช้กราฟฟิกสูงๆ ได้มากนัก แต่การใช้งานโดยทั่วไปถือว่าทำได้เร็วดีทีเดียว แต่ความที่มันเป็นตัว intel core M นั้นอาจจะไม่สามารถใช้งานแนวคอมพิวเตอร์กราฟฟิกได้เร็วและเสถียรมากกว่าในตระกูล intel core I ก็ได้นะครับ อาจจะมีอารมณ์ที่ช้าหรือเรนเดอร์ได้ช้ากว่าบ้างเล็กน้อย แต่จุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในแท้ปเล็ดรุ่นนี้นะครับ ก็คือตัวแป้นคีย์บอร์ดที่ติดมากับตัวเคส ที่สามารถเปิดขึ้นมาใช้งานในโหมดโน๊ตบุ๊คได้อย่างที่เห็นในภาพนะครับ แล้วก็สามารถพับปิดหน้าจอไปเลยก็ทำได้ โดยหน้าจอก็จะล็อคทันทีเช่นกันเมื่อมีการเปิดเคสพับเก็บ เป็นการใช้ระบบแม่เหล็กดูดปิดเอาไว้นั้นเองครับ

   ก็คงจะสรุปได้แบบนี้ว่าซัมซุงเองก็ต้องการจะผลิตสินค้าตัวนี้มาให้กับคนที่ใช้งานทั่วไปได้ใช้ในกันระบบปฏิบัติการของ window นะครับ แต่ก็มีข้อติอยู่บ้างสำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวให้อ่านกันในครั้งนี้ ก็คือว่า ถ้ามีตัวปากกา stylus มาให้ใช้งานได้ด้วยก็คงจะดีมาก แล้วก็มีสเปคที่แรงกว่านี้มาให้เลือกก็คงจะครอบคลุมผู้ใช้งานมากขึ้นนั้นเองครับ ใครที่สนใจก็คงต้องรอการเปิดตัวในไทยต่อไป เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะเข้ามาครับ

Review Lenovo Ideapad Miix 300 รองรับ window 10 ได้อย่างลงตัวในราคาเบาๆ เป็นได้ทั้งแท็ปเล็ดและโน๊ตบุ๊ค

   ก็ต้องบอกว่าการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ของเราที่นี่ 108plaza นั้น ถือได้ว่าเป้นการรีวิวอุปกรณ์ไอทีตัวใหม่ล่าสุดของทาง Lenovo เลยก็ว่าได้นะครับ ซึ่งหลังจากที่ไม่นานมานี้ทางผู้ผลิตระบบปฏิบัตการหรือว่าซอฟต์แวร์ค่ายยักษ์ใหญ่อย่างตัว window ได้ปล่อยตัวเวอร์ชั่นของ window ล่าสุดก็คือตัว window 10 ออกมานั้นก็สอดรับกับอุปกรณ์ไอทีในหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าใช่แค่เฉพาะตัวที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือว่าโน๊ตบุ๊คอย่างในอดีตอีกต่อไปแล้ว เดี่ยวนี้พวกอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็ปเล็ดก็สามารถใช้ได้กับตัว window 10 ได้แล้ว ซึ่งทางผู้พัฒนาตัว window 10 เองก็ได้ออกมาบอกว่าในขณะนี้เราจะไม่ปล่อยตัว window ตัวใหม่ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว จะยังคงค้างเอาไว้ที่ตัว window 10 เท่านั้น แต่การพัฒนาที่ดีขึ้นต้องมีแน่นอน แล้วก็จะมาอัพเดทกับตัว window 10 ตัวนี้เท่านั้น จะไม่มีตัวใหม่เพิ่มมาอีก นี่ก็คือข่าวความเคลื่อนไหวของทาง window ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้นั้นเองครับ ก่อนที่จะไปรีวิวตัว Lenovo ideapad miix 300 ตัวที่เรานำมาวันนี้ก็เลยได้ถือโอกาสอัพเดทข่าวสารทางซอฟต์แวร์กันไปในตัวเลยครับ ทีนี้มาดูตัวที่เราจะรีวิวกันเลยดีกว่า

   สำหรับตัวแท้ปเล็ดตัวนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าเรื่องของราคานั้นย่อมเยาครับ ราคาไม่ถึง 1 หมื่นบาทด้วยซ้ำไป แต่จะอยู่ที่เท่าไหร่เดี่ยวมาบอกอีกทีตอนท้ายการรีวิวครับ แต่มันสามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบที่เป็นการ touch screen และก็การใช้แป้นคีย์บอร์ตด้วย คือพูดกันบ้านๆ ก็จะเป็นได้ทั้งตัวแท็ปเล็ดแล้วก็ตัวโน๊ตบุ๊คนะครับ สามารถใช้งานได้ทั้งการท่องโลกอินเตอร์เน็ต การพิมพ์งาน การเล่นโซเชียล เรียกว่าพื้นฐานได้หมดเลย แต่ถ้าขั้นสูง พวกเล่นเกมส์ ที่ต้องใช้กราฟฟิกเยอะๆ แบบนั้นอาจจะไม่เหมาะ ต้องบอกกันอย่างนี้ก่อนครับ ถ้าใครที่ต้องการอุปกรณ์ไอทีที่มีความสามารถมากกว่านี้นั้นต้องไปมองที่รุ่นอื่นครับ

   มาดูที่สเปคของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ ตัวนี้มาพร้อมกับ intel atom Z3735F มี RAM 2GB ROM 64 GB วิ่งด้วยความเร็วที่ 1.83 GHz แบบ 4 แกนสมองเท่านั้นเองนะครับ ถามว่าสเปคเบื้องต้นเท่านี้แรงไหม ถ้าใช้งานทั่วไปเอาอยู่แน่นอนครับ แล้วก็แน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ window 10 ของแท้ด้วยนั้นเองครับ แค่นี้ในราคาไม่ถึงหมื่นนี่ถามว่าคุ้มหรือไม่ ตอบได้เลยว่าคุ้มครับ ทีนี้มาดูรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้างนะครับ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอนั้นอยู่ที่ระดับ 1080*800 พิกเซล ตัวจอเองเป็นแบบ IPS ที่มีความคมชัดแล้วก็ตัวสีสันของหน้าจอก็ไม่ขี้เหร่เลยครับ การใช้งานดูหนัง ดูคลิปแล้วก็การดูภาพจากตัวจอแบบพลิกไปพลิกมานั้นก็ลื่นไหลดีครับ

 

   รายละเอียดรอบๆ ตัวเครื่องยังไม่หมดครับ ยังมีตัวกล้องหน้าที่ให้ความละเอียดมาที่ 2 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าที่ให้ความละเอียดมา 5 ล้านพิกเซล เมื่อทดสอบเรื่องของการใช้งานเบื้องต้น การพูดคุยวีดีโอคอล ก็สามารถทำงานได้ดี ภาพชัดเจน ไม่ขี้เหร่เช่นกันครับ ต่อมาก็มาดูที่พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ รอบๆ ตัวเครื่องกันบ้าง โดยมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ แล้วก็มีตัวพอร์ต micro USB , micro HDMI ที่เอาไว้ใช้ต่อภาพออกจอใหญ่อื่นๆ ได้ด้วยนั้นเอง แล้วก็มีช่องที่เอาไว้เพิ่มหน่วยความจำเป็นแบบ micro sd card ได้ด้วย ในส่วนของตัวเครื่องมีเพียงเท่านี้ครับ แล้วหลายคนอาจจะสงสัย แล้วพอร์ตสุดคราสสิคอย่าง USB 2.0 หรือ 3.0 ละ มีหรือไม่ ที่ตัวเครื่องนั้นไม่มีครับ แต่จะโผล่มาที่ตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้นเอง โดยจะให้มาเป็นพอร์ต USB 2.0 ข้างละหนึ่งพอร์ตเท่านั้นนะครับ น่าเสียดายที่มันไม่ใช่เวอร์ชั่นตัว 3.0 ถ้ามีก็จะดีกว่านี้นะครับ เรื่องของคีย์บอร์ดนั้นเมื่อได้ลองเสียบเข้าไปกับตัวเครื่อง ที่จะใช้งานตัวโหมดของโน๊ตบุ๊ค อาจจะต้องรู้สึกว่าแป้นมันเล้กไปสักนิดหนึ่ง คือเล็กกว่าปกตินะครับ ใครที่ยังไม่คุ้นชิน ก็ต้องมาสร้างความคุ้นชินกันสักนิดเนื่องจากตัวหน้าจอมีขนาดที่ 10.1 นิ้ว ก็จำเป็นต้องทำแป้นคีย์บอร์ดมาให้มีขนาดที่เท่ากันนั้นเองครับ ซึ่งมันก็จะรวมปุ่มต่างๆ เอาไว้ด้วยกันแล้วก็ลดขนาดปุ่มลงนั้นเอง

   เมื่อมาถึงช่วงสุดท้ายของการรีวิวสินค้าอินเทรนด์กันแล้วก็คงต้องมาบอกเรื่องของราคากันสักนิดหนึ่ง ราคากลางอยู่ที่ 8,990 บาทนะครับ แต่ถ้าบางร้าน บางช็อปตัวแทนจำหน่ายก็จะมีราคาที่ต่ำกว่านี้อีกสักนิดหนึ่งก็ได้ ถ้าใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ไอทีราคาเบาๆ ก็ต้องไปดูตัว Lenovo ideapad miix 300 ตัวนี้เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้เลยครับ

รีวิว Acer Aspire R11 Notebook Hybrid หน้าจอพับได้ 360 องศาและสามารถ Touch screen หน้าจอได้ด้วย ในราคาหมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง

   สำหรับใครที่กำลังมองหา notebook เครื่องใหม่ที่อยากจะเอามาใช้งานแบบทั่วไปที่สามารถพกพาไปไหนได้สะดวก แล้วก็มีการใช้งานที่หลากหลาย ในวันนี้ทางทีมงาน 108plaza เองก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์จากทาง acer ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีรายใหญ่ของโลกแล้วก็รายใหญ่ของประเทศไทยอีกหนึ่งแบรนด์มาทำการรีวิวกันในวันนี้ ซึ่งจะมีความสามารถในการใช้งานในลักษณะใดได้บ้าง ต้องมาติดตามอ่านกันในบทความรีวิวครั้งนี้เลยครับ

   สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ตรงนี้เป็นตัวที่เรียกว่า โน๊ตบุ๊ค แท็ปเล็ด ที่ใช้งานแบบ 2 in 1 ได้เลย ก็เป็นรุ่นที่เปิดตัวมาในช่วงส่งท้ายปี 2015 แล้วก็มีกระแสแรงมาถึงปี 2016 แบบนี้เลยนะครับ ซึ่งความสามารถที่เป็นการใช้งานโน๊ตบุ๊คตัวนี้มีมาอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน พร้อมกับสเปคที่เรียกว่าแรงสะใจคนใช้งานทั่วไปได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ สำหรับรุ่น R11 นี้ก็มี 2 สี ให้เลือกซื้อกันนะครับ ก็จะมีสีฟ้า แล้วก็สีขาว ใครชอบสีไหนก็ลองไปดูกันได้เลย และการใช้งานก็จะมีอยู่ประมาณ 4 โหมดด้วยกัน อย่างแรกเลยก็คือเป็น โน๊ตบุ๊คโหมด คือใช้งานแบบทั่วไปที่ต้องใช้เปิดหน้าจอขึ้นมาประมาณ 60 องศา แล้วก็ใช้แป้นพิมพ์คู่กัน โหมดต่อมาก็คือ แท็ปโหมด คือใช้งานแบบแท็ปเล็ดเลย ไม่ต้องใช้แป้นพิมพ์ แต่จะสามารถสัมผัสหน้าจอแบบ touch screen ได้เลย อีกหนึ่งโหมดต่อมาก็คือ เต้นท์โหมด ลักษณะของการใช้งานในโหมดนี้ก็จะคล้ายๆ กับในรูปที่เป็นอยู่ด้านบนนะครับ จะสามารถตั้งจอแบบมุมสามเหลี่ยมแบบนั้นได้เลย เพื่อที่จะเหมาะกับการดูไฟล์ที่เป็นไฟล์รูป ไฟล์วีดีโอ การพรีเซนท์งาน การใช้งานในที่แคบ อย่างนั้นเป็นต้นนะครับ อีกหนึ่งโหมดสุดท้ายก็คือว่า ดิสต์เพลโหมด ยกตัวอ่ย่างเช่น เอาพับให้จอหันออกมาแล้วก็ไปแขวนเอาไว้ตามฝาผนังเพื่อดูเป็นจอทีวีเล็กๆ หรือว่าไปดูสูตรเมนูทำอาหารในครัวได้สบายเลย ก็เรียก่ามีการทำขึ้นมาให้โน๊ตบุ๊คในตอนนี้นั้นมันใช้งานได้หลากหลายขึ้น ไม่เหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ในยุคก่อนๆ จะไม่สามารถหมุนจอได้ 360 องศาแบบนี้ แล้วหนาจอก็จะไม่ touch screen แบบนี้ด้วยนะครับ

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคกันบ้างนะครับ แน่นอนว่ามาพร้อมกับ intel อยุ่แล้วนะครับสำหรับตัวซีพียู แต่ในรุ่นก็จะมีให้เลือกว่าจะเอาซีพียูตัวไหน RAM มีมาให้มากถึง 4GB และตัวหน่วยความจำของตัวฮาร์ดดิสเองนั้นก็มีมาให้ในรุ่น 1TB เลย ก็มีให้มามากพอสมควรนะครับ หน้าจอเป็นแบบกันรอยขีดข่วนได้เป็น gorilla glass ซึ่งราคาในตัวต่ำสุดเนี่ยนะครับ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,2900 บาทเท่านั้นเอง แต่สำหรับใครที่ต้องการสเปคที่เพิ่มขึ้นไปก็จะมีราคาที่สูงกว่านี้อีกนิดหน่อยนะครับ แล้วที่สำคัญเลยตัวนี้เป็นระบบปฏิบัติการ window 8.1 ที่พร้อมจะอัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ window 10 ได้แล้วนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือเป็นระบบปฏิบัติการ window แท้ด้วยนะครับ ใครที่ตอนนี้ใช้เป็น window เวอร์ชั่นที่ไป clack มาก็ต้องบอกว่ามาใช้ตัว window แท้กันดีกว่านะครับ ซึ่งการใช้งานโดยทั่วไปของตัวรุ่นที่เราได้มารีวิวนี้เป็นรุ่นตัวสเปคต่ำสุดเลย ก็ได้มาทดสอบกันในการใช้งานแล้ว ก็ต้องบอกว่าเรื่องการใช้โปรแกรมพื้นฐาน ทำงานทางด้านเอกสาร การดูหนัง ฟังเพลง การเล่นโซเชียล หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตในบราวน์เซอร์ต่างๆ ก็ต้องบอกว่ามันลื่นไหลดีเลยทีเดียว เรื่องการกระตุกนั้นไม่มีให้เห็นเลย ก็ต้องชมว่าทาง เอเซอร์ และทาง อินเทล เองที่ทำอุปกรณ์ไอทีตัวนี้มาให้ใช้งานได้ลงตัวดี แต่เรื่องของการเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ที่เป็นแนวแบบ 3 มิตินั้นก็ต้องบอกว่ามันก็ต้องลุ้นกันสักหน่อย เนื่องจากมีความละเอียดของหน้าจอที่ค่อนข้างน้อย พร้อมทั้งตัวการ์ดจอนั้นยังไม่ใช่ตัวที่เป็นตัวท็อปนั้นเอง แต่การเล่นเกมส์แบบทั่วไปนั้นสามารถทำงานได้ดีเลย

   เมื่อมาถึงช่วงสุดท้ายองการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้กันแล้วนะครับ ก็คือตัว acer aspire R11 ตัวนี้ ก็ต้องมาวิเคราะห์กันสักหน่อยว่าตัวข้อดีข้อเสียนั้นเป็นอย่างไร ข้อเสียที่อยากจะติติงสักเล็กน้อยอย่างแรกเลยก็คือเรื่องของความละเอียดหน้าจอมีมาน้อยไปสักนิดหนึ่ง แล้วก็ตัวแบตเตอร์รี่อยู่ได้น้อยไปสักหน่อย แต่โดยรวมแล้วสามารถใช้งานทั่วไปกับกลุ่มคนที่ต้องการทำงานนอกบ้านได้อย่างสบายๆ ได้ดีเลยครับ ราคาก็ไม่ได้แพงจนเกินไป ถือว่าน่าซื้อครับ

Review TOSHIBA DYNAPAD 2 in 1 Tablet and window 10

   เรียกได้ว่าโตชิบ้าเองก็ได้ห่างหายจากวงการไอทีไปนานพอสมควร ที่ไม่ค่อยได้เปิดตัวสินค้าไอทีมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายคนก็คงจะคุ้นหูกับเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ๆ อย่างพัดลม แอร์ ตู้เย็น ทีวี แล้วก็กลุ่มมอเตอร์อื่นๆ มากกว่า แต่ในอดีตนั้นทางโตชิบ้าเองก็ได้ผลิตอุปกรณ์ไอทีที่เป็นพวกโน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ แล้วก็ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์ไอทีอย่างเช่น ฮาร์ดดิส เป็นต้น ก็ถือว่าสินค้าทุกอย่างของทางโตชิบ้าทำนั้นมีคุณภาพแลได้รับการเชื่อถือจากลูกค้าที่อยู่ในบ้านเราพอสมควร ในบทความนี้ก็เลยถือโอกาสดีตรงนี้มาทำการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของทางโตชิบ้าตัวใหม่ล่าสุดเลย ที่เรียกว่าเป็นแท็ปเล็ดก็ได้ แล้วก็เป็นทั้งคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาอย่างโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ถือว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ตัวนี้ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลายจริงๆ ครับ เดี่ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันเลยครับ

   นี่แหละครับมันคือตัวผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งตัวที่ใหม่ล่าสุดเลยของทางโตชิบ้าเค้า นั้นคือ dynapad ไดนาร์แพ็ด เป็นอุปกรณ์ไอทีที่สามารถใช้งานได้แบบ 2 in 1 เลย ถ้ามีแต่หน้าจอเฉยๆ เนี่ยก็จะเรียกว่าแท็ปเล็ด สามารจิ้มๆ เป็นหน้าจอแบบ touch screen ได้ด้วย แล้วก็สามารถต่อแป้นคีย์บอร์ตให้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ทำไมถึงเรียกว่าโน๊ตบุ๊คนั้นหรอครับ ก็คือว่าข้างในมันมีระบบปฏิบัตการ window 10 มาด้วยอย่างไงละครับ เพราะว่าอยู่ในระบบปฏิบัติการ Android จะเรียกว่าแท็ปเล็ดเฉยๆ ซึ่งก็มีออกมาวางขายกันหลายยี่ห้อแล้ว แต่ทางโตชิบ้าเองก็คาดว่าจะออกมาวางขายแข่งกับทางเอเซอร์ด้วยเช่นกัน เพราะทางเอเซอร์ก็มีผลิตภัณฑ์แบบนี้ออกมาวางขายกันแล้วหลายรุ่นหลายตัว แต่ตัวโตชิบ้า dynapad ตัวนี้มีความกว้างของหน้าจอที่ 12 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ในระดับ WUXGA ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับความละเอียดของหน้าจอแบบนี้ เอาง่ายๆ ว่าเป็นหนาจอที่มีความละเอียดระดับ Full HD นั้นแหละครับ แล้วที่ล้ำไปกว่านั้นก็คือ หน้าจอของตัว dynapad ตัวนี้ยังมาพร้อมกับการจิ้มๆ ด้วยปากกาอีกด้วย เป็นปากกาที่เรียกว่า stylus wawcome บนหน้าจอตัวนี้ก็จะสามารถรองรับแรงกดและการสั่งงานด้วยการกดลงไปบนหน้าจอได้มากถึง 2048 ระดับการสั่งการ เรียกว่าแตะเบา แตะแรง แตะเอียง แตะลาก จะกดปากกาลงไปอย่างไงก็แล้วแต่เนี่ยนะครับ บอกได้เลยว่าหน้าจอมันจะประเมินมาให้อย่างชาญลาด แล้วก็สามารถสั่งงานได้ถูกต้องเลยทีเดียว ซึ่งทางโตชิบ้าเองก็ตั้งใจที่จะทำปากกาตัวนี้มาเพื่อให้ผู้ใช้งานเนี่ยได้อารมณ์หรือความรู้สึกเหมือนกับการใช้ปากกาเขียนลงบนกระดาษจริงๆ เลย จะไม่ลื่นเกินไปเมื่อเขียนลงบนกระจก แล้วจะไม่หนึดเกินไปทำให้รู้สึกเขียนยาก แล้วก็สามารถวางอุ้งมือเราหรือแขนเราลงไปบนหน้าจอได้เลย โดยที่หน้าจอจะไม่ตอบรับจุดอื่นๆ นอกจากปลายปากกาเท่านั้น เรียกว่าทางโตชิบ้าก็ทำเซนเซอร์หน้าจอมาได้ดีเหมือนกันนะครับ ก็ต้องยอมรับนะครับว่าทุกวันนี้สินค้าไอทีที่ออกมาในรูปแบบนี้เนี่ย ในแบบ 2 in 1 แบบนี้เนี่ยต้องมีปากกามาเขียนได้แล้ว เพราะว่าเรื่องของการใช้นิ้ว touch ลงไปบนหน้าจอกับตัวที่เป็นแป้นคีย์บอร์ตบางทีมันก็พกพาไปด้วยลำบากเช่นกัน เพราะว่ามีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ถ้ามีปากกา ทำให้การใช้งานต่างๆ นั้นง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึก การวาดรูป การขีดเขียนต่างๆ ถือว่าจำเป็นอย่างมากในยุคนี้นะครับ ทางโตชิบ้าก็เลยต้องทำออกมาขายด้วยนั้นเอง

   ส่วนในเรื่องของการทดสอบการทำงานทั่วไปด้วยความที่มันเป็นตัวระบบปฏิบัติการ window 10 ใหม่ล่าสุดเลย ทำให้การใช้งานอย่างผมเองยังไม่เคยได้ลองใช้ตัว window เวอร์ชั่นนี้ก็เลยทำให้รู้สึกว่ามันค่อนข้างลำบากสักนิดหนึ่งในการหาเมนูต่างๆ นะครับ แต่เรื่องการใช้ท่องอินเตอร์เน็ตแล้วก็โวเชียลโดยทั่วไปเนี่ยนะครับ ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวแหละ แล้วยิ่งใช้ในการพิมพ์งานไฟล์เอกสารต่างๆ ต่อคีย์บอร์ดเข้าไปด้วยถือว่าเหมือนโน๊ตบุ๊คเลย แต่มีน้ำหนักที่เขา แล้วเราก็สามารถ touch บนหน้าจอได้ด้วย ไม่ต้องใช้เมาส์กันเลย

   ก็ถือว่าทางโตชิบ้าเองออกสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มาวางจำหน่ายในช่วงปลายปีแบบนี้ได้ถูกจังหวะ สำหรับใครที่กำลังจะมองหาโน๊ตบุ๊คตัวใหม่ที่สามารถใช้งานได้แบบ 2 in 1 แบบนี้นะครับ เหมาะมากเลยตัวนี้ ด้วยเรื่องของฮาร์ดแวร์ทางโตชิบ้าแล้วคุณภาพเป็นที่รู้กันครับ