Archive for อัพเดทมือถือ

Review Flash Plus 2 สมาร์ทโฟนราคาโดนๆ กับสเปคดีๆ ครบทุกฟังก์ชั่นในราคา 5 พันมีทอน

 

   108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในกลุ่มของสมาร์ทโฟนเปิดตัวมาใหม่มารีวิวกันอีกแล้วครับ เรียกว่ามีสมาร์ทโฟนทั้งแบรนด์จีน แบรนด์ไทย แบรนด์นอก เยอะแยะไปหมดเลยที่ออกมาทำตลาดกันเยอะมากจริงๆ แต่คิดว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์ไทยนี่เงียบไปเลยในช่วงนี้ แต่ในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้

   สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มีชื่อรุ่น Flash Plus 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นแบรนด์ซัพมากจาก alcatel อีกทีหนึ่งนะครับ แต่ความชัดเจนระหว่างการจับมือกับ alcatel นั้นยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้เหมือน แต่มีการทำตลาดกันในนาม Flash Plus 2 เท่านั้นเอง ความน่าสนใจของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ มันก็คงจะอยู่ที่เรื่องของราคาแล้วก็สเปคที่ให้มานั้นเองนะครับ ราคาอยู่ที่ 5 พันบาทมีทอนแค่นั้นเอง

   เริ่มแกะกล่อง Flash Plus 2 มานั้นก็จะมีแค่หัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จแบบ micro USb เท่านั้นเอง หูฟังไม่มี ฟิล์มไม่มี เคสไม่มี แต่อัดสเปคมาแบบว่าเพียบที่ตัวเครื่องเลย อย่างแรก หัวชาร์จที่ให้มามีระบบชาร์จไวด้วย แล้วก็มาจับที่ตัวเครื่อง เห็นฝาหลังก็เป็นแบบอลูมิเนียมด้วย ย้ำว่า 5 พันมีทอนนะครับ แบรนด์อื่นให้บอดี้พลาสติกเท่านั้นเอง มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ Full HD ด้วย รอบๆ ตัวเครือ่งก็ไม่มีอะไรมาก ก็ปกติทั่วไปนะครับ นอกจากนั้นสเปคอื่นๆ ที่ตัวเครื่อง ก็ตามมาด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลดซ์เอาไว้เซลฟี่ในตอนกลางคืน กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลไฟแฟลดช์แบบทูโทน ให้สีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เมื่อแกะฝาหลังออกมา จะเป็นมีแบตเตอร์รี่ขนาดความจุ 300 mAh แต่ไม่สามารถที่จะแกะฝาหลังได้ แล้วก็มีช่องเสียบซิมการ์ด รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม แล้วก็มีช่องเสียบ micro sd card สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 128 GB เลย ซึ่งตามสเปคในกล่องก็จะบอกเอาไว้อีกว่า ช่องเสียบซิมการ์ดทั้ง 2 ช่องนั้น รองรับการใช้งานแบบ 4G LTE ทั้ง 2 ซิมเลยด้วย เรียกว่าอัดแน่นจริงๆ ครับ ส่วนสีที่มีมาให้เลือกนั้น จะมีด้วยกัน 2 สี คือสีเงินกับสีทอง

   มาดูเรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องกันบ้าง เป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าที่เห็นได้เลยคือ ที่ปุ่ม home มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ย้ำว่าราคา 5 พันมีทอนนะครับ คุ้มมากๆ เลย ส่วนชิปประมวลผลที่ใช้นั้นเป็น MTK Helio P10 ก็ถือว่าเป็นซีพียูตัวใหม่ที่ MTK เปิดตัวมาไม่นานนี้นะครับ เป็นแบบ 8 แกนสมอง Octa core 64-bit ด้วย ให้ ROM 16 GB RAM 2 GB ก็ต้องถือว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่าแล้วถ้าดูสเปคที่ให้มานะครับ แต่การรีวิวของเราไม่สมบูรณ์แบบ เพราะยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของการใช้งาน สเปคดีแค่ไหน แต่ใช้งานไม่ดี ก็ไม่คุ้มค่า อันนี้จริงไหมครับ

   เปิดเครื่องขึ้นมาสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าเร็วใช้ได้เลย ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบเพียว android ด้วย ในส่วนของการทดสอบเรื่องแรกเลย การใช้งานทั่วไป การเข้าเว็บที่เบราเซอร์นั้น บอกเลยว่าไหลื่นดีครับ แล้วก็ข้อดีอีกอย่างหนึ่งจอสีสันสวยงามด้วย ชัดเจนครับ แล้วก็มีการเข้า youtube เพื่อเทสเรื่องของจอและลำโพง เรื่องของลำโพงดังดีมากเลย แต่มิติเสียงแหลมอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ และ เสียงเบส ก็ไม่ได้นุ่มลึกยังบางๆ อยู่ แต่ดังดีครับ เรื่องจอ ดู youtube ความละเอียดที่ 1080p ก็ผ่านครับ สีสันจอสด สวยงาม เป็นจอแบบ IPS

   การทดสอบตัวเครื่องในส่วนถัดมาคือเรื่องกล้อง กล้องหลังนั้นค่อนข้างจะไม่มีลูกเล่นอะไรเยอะ เนื่องจากเป็นคล้ายๆ เพียว android การจับโฟกัสก็ปกติ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีโหมด manual มาให้ตั้งค่าได้ครบ ISO ไวท์บาลานท์ แต่มีหนึ่งจุดเด่นคือโหมดถ่ายเด็ก เข้าโหมดนี้จะมีเสียงสัตว์ เสียงรถไฟ อะไรแบบนี้ให้กดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็ก แล้วก็ค่อนกดถ่ายเวลาเด็กหันมองกล้อง เรียกว่าเจ๋งเลยเดียว คุณภาพกล้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนเรื่องของกล้องหน้า อาจจะต้องบอกว่ามันมีข้อเสียพอสมควร พอเซลฟี่ได้ ไม่ใช่เลนส์ wide แล้วก็รู้สึกว่ากล้องหน้าจะเบลอๆ นิดหนึ่งเวลาถ่ายเซลฟี่ อาจจะเป็นที่เครื่องหรือว่าอย่างไงไม่ทราบ ก็ลองไปเล่นเครื่องตัวจริงกันดูนะครับเพื่อนๆ ลองเทสดูว่ากล้องหน้ารุ่นนี้มันเบลอจริงหรือเปล่า

   สิ่งสุดท้ายที่ต้องรีวิวสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ในราคา 5 พันมีทอน ก็คือเรื่องของการเล่นเกมส์ ต้องบอกคำเดียวว่ามันไม่ขี้เหร่เวลาเล่นเกมส์กราฟฟิกเยอะๆ ภาพสวยๆ มันเล่นได้แต่ความเนียน ความไหลลื่นมันอาจจะสู้ราคาหลายๆ หมื่นไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ซื้อมาเล่นเกมส์บอกเลยว่าจอสวย เล่นได้สนุกครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าเลยทีเดียว

รีวิว สมาร์ทโฟนฟื้นคืนชีพ กับ LG G5 se สมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ตัดสินใจมาทำตลาดในเมืองไทย

 

   สำหรับใครที่เป็นสาวกของทาง LG เอง ในช่วงที่ LG ประเทศไทยได้ประกาศออกมาว่า LG G5 สมาร์ทโฟนกล้องคู่และผลิตภัณฑ์ทาง LG อีกหลายๆ ตัวจะหยุดทำการตลาดในบ้านเราชั่วคราว สำหรับแฟนๆ ของทาง LG เองก็คงตกใจไม่น้อยใช่ไหมละครับ เพราะว่าสาวกก็คือสาวก อย่างไงก็ต้องอยากจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ LG อยู่ดี แต่ล่าสุดนี้เรียกว่าเป็นข่าวดีครับ สำหรับสาวกของทาง LG และใครที่ต้องการอยากจะใช้สมาร์ทโฟนของแบรนด์นี้ เพราะทางทีมงาน 108plaza ของเรานั้นไปสื่บทราบมาว่า LG ประเทศไทยเองได้ตัดสินใจทำตลาดในบ้านเราต่อไป แล้วในครั้งนี้เอง เราก็อยู่กับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ใครหลายๆ คนรอคอย กับสมาร์ทโฟนกล้องคู่ตัวนี้ครับ

   เมื่อ LG ประเทศไทยนำสมาร์ทโฟนที่เราจะรีวิวในครั้งนี้ LG G5 se เข้ามาทำตลาด ทันใดนั้น เราก็ไม่รอช้าครับ ไปขอตัวเครื่องมารีวิวให้กับเพื่อนๆ ที่ได้ติดตามผ่านทางเว็บไซต์ของเราโดยทันทีเลย เรียกว่าอัพเดทเทรนด์นี้กันก่อนใครเลยทีเดียวครับ แต่ต้องบอกว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับคนไทยที่นำรุ่นที่เป็นเวอร์ชั่น se มาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งตัวรุ่นย่อย se นี้มันก็คือสมาร์ทโฟนที่เป็นรุ่นล่างลงมาจากตัวที่เปิดตัวเต็มไปเป็นรุ่น LG G5 ตัวเต็มที่ใช้ตัวชิปประมวลผล snapdragon 850 ที่เราเองก็ไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แล้วก็เคยรีวิวกันไปแล้วในตอนที่ผ่านมา ในรุ่นท็อปตัวนั้นไม่มาขายในบ้านเรานะครับ ใครที่อยากได้จริงๆ เนี่ยต้องไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แต่สำหรับรุ่น LG G5 se นี้จะลดสเปคลงมา จะใช้ชิปประมวลผลที่เป้น qual-comm snapdragon 652 แทน เป็นแบบ 8 แกนสมองเช่นกัน ให้ RAM 3 GB ส่วนพื้นที่ในตัวเครื่องนั้นให้มาที่ 32 GB คือส่วนที่ลดสเปคลงมาเนี่ยนะครับ ก็จะเป็นตัซีพียู จีพียู แล้วก็แรม แต่ส่วนอื่นๆ ที่จะบอกต่อไปนี้ มันเหมือนกับรุ่นท็อปเลยที่ขายในต่างประเทศ ขนาดของหน้าจอนั้นอยู่ที่ 5.3 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความคมชัดอยู่ที่ระดบ Quad HD ความละเอียดอยู่ที่ 1440*2560 พิกเซล ซึ่งถามว่าความละเอียดของหน้าจอขนาดนิ้ สเปคของหน้าจอขนาดนี้ เป็นอย่างไร ต้องบอกว่ามันชัดมากเลยครับ สีสันก็ดีเลยทีเดียว เรื่องของจอนั้นไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนฝาหลังนั้นยังคงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง LG เองด้วยนะครับ ก็คือจะมีปุ่มด้านหลังที่เรียกว่า Rear key มันเป็นปุ่มสแกรนลายนิ้วมือได้ด้วย ต้องบอกว่าสเปคเดียวกับรุ่นที่ขายในต่างประเทศ แล้วผมเองก็เคยรีวิวไปแล้ว มันน่าทึ่งก็ตรงที่มันสแกนได้เร็วมากเลยนะครับ แตะปุบ ติดปับ เยี่ยมเลยครับ เรื่องของความเร็ว

   ในส่วนของสเปคกล้องทั้งหน้าและหลัง รวมกัน 3 กล้องเนี่ยนะครับ ความละเอียดเท่ากันกับตัวที่เรารีวิวไปแล้วในต่างประเทศนะครับ แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือฟี่เจอร์การใช้งานที่ดูแปลกตาใน LG G5 se รุ่นนี้ที่มาขายในบ้านเรา ฟี่เจอร์แรกเลย คือ Pop Out mode camera มันเป็นอย่างไรในโหมดนี้ อธิบายอย่างนี้ครับว่า ใครที่ชอบเซลฟี่ แล้วคนเยอะๆ เก็บภาพไม่หมด โหมดนี้แก้ปัญหให้คุณได้ มันจะใช้กล้องหน้าที่ให้การถ่ายภาพได้กว้างขึ้น กว้างกว่าปกติเยอะเลยทีเดียว จะใช้ได้ทั้งภาพนิ่งแล้วก็วีดีโอนะครับ ต่อมาอีกหนึ่งโหมดที่ดูแปลกตาไป multiview mode camera คือในโหมดนี้มันจะเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพที่แปลกตาออกไปครับ ในโหมดนี้จะให้ร่วมกันทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง ถ่ายแบบ 360 องศาก็ได้ ถ่ายภาพนิ่งแล้วไปซ้อนทับกันแบบนี้ก็ได้เช่นกัน แล้วก็อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในกล้องหลังแบบคู่ คือมันสามารถ zoom ได้เยอะกว่ากล้องที่มีตัวเดียวทั่วไป แต่ข้อเสียของการ zoom เยอะๆ เนี่ยมันจะหยุดอยู่นิดหนึ่งเวลาที่ความละเอียดของกล้องตัวแรกมันหมดระยะการ zoom จะตัดไปให้กล้องตัวที่สอง zoom เข้าไปต่ออีก อะไรแบบนั้นนะครับ แต่มันหยุดนิดเดียว แล้วก็สามารถ zoom ได้ต่อ เรียกว่า zoom กันชนิดที่ว่าได้ความละเอียดสูงสุดถึง 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว ส่วนระบบปฏิบัติการที่เป็นรุ่น LG G5 se นี้ก็เป็นตัว android 6.0 เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปรออัพเดทอะไรแล้วนั้นเองนะครับ

   นอกจาก LG ประเทศไทย ได้กลับมาทำตลาดในบ้านเราทั้งที LG เองก็มีอีกหลายๆ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมาใช้เป็นอุปกรณ์เสริมที่มาทำตลาดพร้อมกันอีกมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 360 หูฟังขั้นเทพ แล้วไปถึงตัวเพาเวอร์แบงค์ Adapter ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครสนใจก็ลองไปดูสินค้าตัวจริงกันได้ตามศูนย์บริการ่ของทาง LG และร้านจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลยนะครับ

จับเรือธงมาชนกัน HTC 10 และ Huawei P9 ตัวไหนจะน่าใช้กว่ากัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ เรามีสมาร์ทโฟนเรือธงอยู่ 2 รุ่น 2 ค่ายที่ถือว่าเป็นแบรนด์ระดับ inter เลยก็ว่าได้ นำมาท้าชนกันครับ แล้วก็มาวิเคราะห์กันในแบบฉบับของ 108plaza ของเราว่าทั้งทีมงานเลย มีความคิดเห็นเกี่ยวกบสมาร์ทโฟนที่เราจะนำมารีวิวแบบ battle กันเนี่ยนะครับ ว่าตัวไหนน่าใช้กว่ากัน แต่ต้องบอกว่าในแบบฉบับของเราเองนะครับ ซึ่งความคิดเห็นในส่วนต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานนั้น อาจจะไม่ตรงตามใจคิดของทุกท่านที่มาอ่านบทความนี้อยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เอาไปเป็นแนวทางแล้วคิดดูว่า สิ่งที่เราเขียนเอาไว้ในบทความนี้มันจริงอย่างที่ท่านคิดเอาไว้หรือไม่ ถ้าใช่ก็เลือกซื้อกันเอาครับ

   สำหรับในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟน 2 เรือธงด้วยกันอย่าง Huawei P9 และ HTC 10 ที่ในช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวไปพร้อมๆ กัน แต่การวางตลาดก็คงเป็นช่วงเดือน มิถุนายน นี้ แต่ที่ลุ้นไปกว่านั้น คือจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ สำหรับ HTC 10 ถ้าไม่เข้ามา ก็อาจจะต้องหิ้วมา สำหรับใครที่อยากจะได้จริงๆ นะครับ แต่คาดว่า Huawei P9 เข้ามาแน่นอน เรามาดูที่ตัว HTC 10 กันก่อนเลย สำหรับทางทีมงานได้เครื่องตัวนี้มา ตอนที่ไปใต้หวันนะครับ ก็ไปหิ้วกันมา หิ้วมาเพื่อการริวิวนี่แหละ ลงทุนกับเพื่อเพื่อนๆ ที่รอติดตามกันเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นต้องบอกว่าเมื่อได้จับแล้วดูสวยงามกันเลยทีเดียว งานประกอบของเค้าไว้ใจได้เลยว่าแน่นหนา แข็งแรง วัสดุพรีเมี่ยม คือสวยนะครับว่าง่ายๆ ในส่วนของ Huawei P9 อันนี้หลายๆ คนก็ค่อนข้างถูกอกถูกใจกันมาตั้งแต่ในรุ่นของ nexus P6 แล้วที่ทำเครื่องออกมาใช้งานได้ดี ค่อนข้างชอบในเรื่องของฟี่เจอร์ที่ออกมาให้ได้ใช้งานกันค่อนขางเด็ดกว่าแบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว เมื่อมาในรุ่น Huawei P9 ตัวนี้ก็ทำออกมาเป็นวัสดุแบบโลหะ ออกแบบเป็นยูนิบอดี้ พร้อมทั้งหน้าจอใหญ่ รองรับการใช้งานที่เป็นแบบ มัลติมีเดีย ได้ดีเลย ซึ่งถ้าใครได้จับตัวเครื่องจริงๆ ก็ถือว่า ว้าว เหมือนกันนะผมว่า ก็ถือว่ายกแรก เรื่องของดีไซน์นั้น ผมให้เสมอกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครคิดเห็นอย่างไร ชอบตัวไหน ไปตัวนั้นเลยดีกว่าครับ

   มา battle กันในยกที่สองกันข้าง ในเรื่องของการใช้งานทางด้านความบันเทิง ต้องบอกเลยว่าทาง HTC 10 มันมีความเจ๋งตรงที่ว่า มันมีระบบเสียงแบบ boom sound อันนี้ต้องบอกว่าเมื่อก่อนที่ทำระบบเสียงแบบนี้เป็นแค่ลำโพงแบบคู่ แยกซ้ายขวา แบบสเตอริโอ แต่ในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีระบบที่เวลาเราดู youtube เปิดเพลง เล่นเกมส์ ความบันเทิงทุกอย่างที่มีเสียงมาด้วย ตัวเครื่องนั้นถ้าเราตั้งขึ้น ด้านบนจะเป็นเสียงในย่านเสียงแหลม ส่วนลำโพงด้านล่างจะเป็นย่านเสียงเบส ให้เสียงแบบ เซอร์ราว รอบทิศทาง ให้เสียงเบสแบบทุ้มๆ ขึ้นมา เรียกว่ามีมิติเลยทีเดียว เชื่อว่า คู่แข่งที่มาชนกันในวันนี้แพ้อย่างแน่นอน ถ้าใครที่ชอบเรื่องของเสียง ความบันเทิง แล้วก็เรื่องของการใช้งานแบบมิลติมีเดีย ต้องยกให้ HTC 10 เป็นผู้ชนะไปในที่สุดเลยครับ

   แต่ถ้าใครบอกว่าเสียงมันไม่เท่าไหร่หรอก ไม่ได้เน้นมากนัก มาดูในยกที่สามครับ เรื่องกล้องต้องยกให้ทาง Huawei P9 ไปเลย เพราะว่าเค้ามีกล่องหลังแบบคู่ ที่กล้องตัวหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องแบบสี และ อีกกล้องหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องขาว ดำ แล้วจากนั้นก็จะมาผ่านซอฟต์แวร์ของ Huawei เองประมวลผลออกมาเป็นภาพที่ให้มุมมองที่กว้างขึ้น สีสันนั้นเป้นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งใครที่บอกว่าฉันอยากจะได้กล้องแบบนี้ กล้องที่มันถ่ายในที่มึดแล้วมันเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดี อย่างเช่น เงามีด ภาพแนวศิลปะ หรือแม้แต่ภาพขาวดำ อะไรแบบนี้จะต้องยกให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะไปในยกนี้กันเลยทีเดียวครับ

   แต่ต้องขอบอกว่าถึงแม้ว่าจะให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะกันไปในยกที่ผ่านมาคือเรื่องของกล้อง แต่ทาง HTC 10 เองก็ต้องบอกว่าในรุ่นนี้ได้ทำการแก้ไขเรื่องกล้องมาค่อนข้างดีกว่ารุ่นผ่านๆ มา ที่ว่ากล้องถ่ายไม่ตรงสี ภาพเพี้ยน ตรงจุดนี้แก้ไขในรุ่นนี้เรียบร้อยแล้ว แถมยังมีระบบกันสั่น ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย เพราะฉะนั้น ใครชอบถ่ายวีดีโอ HTC 10 ก็ถ่ายได้นิ่งเลยนะครับ

   แต่ก่อนที่จะจบการ Battle สมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหญ่ ที่เรานำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ เรื่องสุดท้ายที่จะยกให้เค้าเป็นผู้ชนะไปก็คือ ความอึดของแบตในตัว Huawei P9 ที่ทำ UI v4.0 ขึ้นมาให้ ใชงานได้ไหลลื่นและใช้งานได้ข้ามวันด้วยแบต 3000 mAh สุดท้ายนี้ใครสนใจสมาร์ทโฟนตัวไหน ก็ลองไปเลือกกันเอาตามความชอบและการใช้งานนะครับ

หลุดมาแล้ว SAMSUNG GALAXY NOTE 6 เผยว่าสเปคแรง แรม 6 จิก กันน้ำได้ กันฝุ่นได้ เครื่องแรกของซัมซุง

 

   108plaza วันนี้มาอัพเดทข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันบ้างนะครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนของซัมซุง เป็นสาวกของซัมซุง ต้องมาอ่านทางนี้เลย เพราะว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมานำเสนอในครั้งนี้ เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นเรือธงของซัมซุง ที่หลุดทั้งภาพและก็สเปคมาอย่างคร่าวๆ กันแล้ว เพราะฉะนั้น ในเมืองไทยเราไม่มีใครอัพเดทข่าวได้เร็วกว่า 108plaza อีกแล้ว รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันครับ

   ต้องบอกว่าใครที่รอคอยการเปิดตัว Samsung galaxy note 6 อยู่นั้น ผมคาดว่าอีกไม่นานเกินรอครับ เพราะตามที่ทางทีมงานขงอเราเองได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตมือถือค่ายดังจากเกาหลีมาอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้เราก็พบว่ามีทั้งภาพแล้วก็สเปคกันแบบคร่าวๆ อย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วว่า ซัมซุง เองจะออกแบบ galaxy note 6 นั้นให้มาคล้ายๆ กับตัว galaxy S7 แล้วก็ให้มีความคล้ายคลึงกับ galaxy note 5 เดิมอยู่บ้าง แต่เรื่องของสเปคนั้นก็ค่อนข้างที่จะทันสมัยแล้วต้องบอกว่ามันแรงมากเลยถ้าเป็นสเปคที่หลุดมาจริงๆ นะครับ แต่เดี่ยวเราจะไปดูกันว่าสเปคที่หลุดมานั้นมีอะไรกันบ้าง

   ซึ่งตามภาพที่หลุดมานั้น Samsung galaxy note 6 เองจะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.77 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอนั้นจะอยู่ในระดับ Quad HD เป็นจอที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง ซัมซุง เองด้วยนั้นคือ super amoled นั้นเองนะครับ แล้วตามข่าวที่หลุดออกมาอย่างไม่เป็นทางกานั้น บอกเลยว่าสเปคภายในนั้นแรงจริงๆ จะมาพร้อมกับ RAM มากถึง 6 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในมาที่ 64 GB แต่ตรงนี้ข้อมูลยังไม่ยืนยันว่าจะผลิตตัวที่มีความจุเยอะกว่านี้ขึ้นมาหรือไม่ แต่เรื่องของตัวชิปประมวลผลนั้นจะใช้เป็น exynos 8890 แต่เรื่องของการ์ดจอจะใช้การ์ดจอแบบไหนนั้น ต้องติดตามข่าวการอัพเดทต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพราะคาดว่าเรื่องของการ์ดจอนี่ก็คงใช้ตัวที่ไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะว่าดูจากสเปคของตัวซีพียูแล้ว มันคงจะแรงน่าดูเลยนะครับ แต่เรื่องของดีไซน์นั้น ตัวเองจะยังเป็นไว้ซึ่งโลหะทั้งตัว แต่อาจจะครอบด้วยกระจกแบบ 3D มาด้วยก็ได้ ตัวเครื่องเองจะมีความหนาว่า galaxy note 5 เล็กน้อยนะครับ เพราะว่า note 6 นี้จะเพิ่มขนาดแบตเตอร์รี่ขึ้นมาให้อยู่ที่ความจุ 3700 mAh เลยทีเดียว ก็คาดว่าน่าจะมาเอาใจคนที่ชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูซีรี่ย์ บนมือถือนั้นเองนะครับ

   ความพิเศษอย่างต่อมาที่หลุดมาตามข่าววงในของทางซัมซุงเองนะครับ ก็คือว่า ซัมซุงจะผลิตมือถือเครื่องแรกของทางซัมซุงที่จะสามารถกันน้ำ กันฝุ่น ได้ถึงระดับมาตรฐานที่ IP 68 อีกหนึ่งความหมายต่อมาในตัว Samsung galaxy note 6 เครื่องนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ คาดว่าจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ทาง google กำลังจะพัฒนาให้ได้ใช้งานกันในเร็วๆ นี้ นั้นก็คือ Android เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเลย เวอร์ชั่น 7.0 นั้นเอง แต่ตามภาพหลุดออกมานั้นจะยังคงเป็นการใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 อยู่ แต่ผมเองและทางทีมงานก็คาดว่าเมื่อได้ทำการเปิดตัวมาจริงๆ ความเป็นไปได้สูงว่าทางซัมซุงจะไปจับมือร่วมกับ กูเกิ้ล เพื่อขอให้ใช้งานบน Samsung galaxy note 6 ในเวอร์ชั่น Android 7.0 นั้นเองนะครับ

   แล้วอีกหนึ่งอย่างที่คงจะไม่พูดไม่ได้เลย นั้นก็คือจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ที่สามารถขีดเขียนได้ด้วยปากกา s pen นั้นเอง ซึ่งตามภาพข่าวนั้น ปากกาของทาง ซัมซุง note 6 เครรื่องใหม่นี้จะอัปเกรดปากกาให้มีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนเลยทีเดียวแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยมาให้ครบว่า สเปคอื่นๆ จะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องของกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลัง และรูปแบบการใช้งานต่างๆ ที่คิดว่าต้องเหนือกว่า galaxy note 5 เดิมนี้อยู่แน่นอน

   อย่างไรก็ตาม ถ้าตามคาดการณ์นั้น อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทางซัมซุง จะต้องเปิดเผยข่าวหรือว่าข้อมูลเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ออกมาแน่นอน ใครที่เป็นสาวกของทาง ซัมซุง ก็ต้องบอกว่าห้ามพลาดที่จะต้องรอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ แล้วเมื่อนั้นเราจะนำเอาเครื่องจริง ตัวจริง มาทำการรีวิวแล้วก็แจ้งให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการใช้งานกันต่อไปอย่างแน่นอนเลยทีเดียวครับ

   

Review Xiaomi mi5 สมาร์ทโฟนเรือธงที่บางเฉียบ

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ก็กลับมาพบกันอีกแล้วที่นี่ 108plaza ในรูปแบบของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์จากทั่วทุกมุมโลก เอามารวบรวมเอาไว้ที่นี่ในการรีวิวแบบบทความหรือว่า text ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ต้องบอกว่าใครที่พลาดตอนในตอนหนึ่งในการรีวิวไป คุณจะเป็นคนที่ตกเทรนด์ทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ยากจะตกเทรนด์ต้องเข้ามาอ่านกันนะครับ

   สำหรับตัวสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ คือสมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนะครับ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงจากทางแบรนด์จีนที่มีชื่อว่า Xiaomi รุ่น mi5 นั้นเอง ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่อีกหนึ่งรุ่นที่มีคนถามกันเข้ามามากเลยทีเดียวว่าจะรีวิวเมื่อไหร่ ตอนนี้ได้เครื่องมาเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อได้ตัวเครื่องมาก็รู้สึกว่ามันน่าใช้มากครับ เป็นเครื่องที่บางเฉียบเลย เรื่องของกล้องนั้นต้องบอกในเบื่องต้นอย่างนี้ครับว่า กล้องหลังดีครับ ได้ทำการทดสอบมาแล้ว สามารถจับโฟกัสได้เร็ว แล้วก็สามารถถ่ายในที่แสงน้ยอได้ดี ซึ่งเรื่องของกล้องนั้นสามารถที่จะปรับตามโหมดต่างๆ ที่เป็น manual mode ได้เยอะครับ ทั้งการปรับค่า ISO การปรับไวท์บาลานท์ การปรับค่ารูรับแสง ซึ่งจะมีโหมดเพื่อขึ้นมาที่พิเศษกว่าโหมด HDR ทั่วไปที่ใช้ถ่ายในที่แสงน้อย แต่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีโหมดการปรับความสว่างของภาพได้แบบอันโนมัติ ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบแล้วมันก็ถ่ายได้ดีจริงครับ เรียกว่ากล้องนี่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แล้วต่อมาก็เป็นก้องหน้ากันบ้างนะครับ ก็ต้องยกนิ้วให้กับทาง Xoaomi อีกครั้งนะ เพราะว่ากล้องหน้าเป็นเลนสมุมกว้างเป็นเลนส์ wide เลยนะครับ มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกถ่ายกัน 3 ระดับเหมือนเดิม แล้วก็มีโหมดบอกอายุมาให้ด้วยเหมือนกับรุ่นก่อนๆ หน้านี้ แล้วอีกหนึ่งโหมดที่มีมาใหม่ในรุ่นน้ะนครับ เรียกว่าเป็นโหมด เมจิก ชัตเตอร์ คือถ้าใช้โหมดนี้ในการเซลฟี่เนี่ย กล้องมันจะให้คะแนนความสวย ความหล่อของเราเอง คะแนนจะเต็ม 10 ถ้าเราถ่ายในมุมมองต่างๆ เงยหน้า ก้มหน้า เอียงหน้า ทำหน้าแอปต่างๆ กล้องมันจะวิเคราะห์และให้คะแนนความสวยมาให้เราดู ก็ไปลองเล่นกันนะครับสวยๆ เพื่อทดสอบว่ามุมกล้องที่เหมาะกับหน้าเรามุมไหนได้คะแนนจากกล้องตัวนี้มากที่สุด แล้วคิดว่ามันจะตรงกับใจเราคิดหรือไม่ว่ามุมนี้เราถ่ายสวยสุดแล้ว อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งอาจจะสรุปได้อย่างนี้ครับว่า xiaomi mi5 รุ่นนี้มันสามารถที่จะถ่ายได้ทั้งกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลังที่สวยใช้ได้เลย กล้องดีครับ

   เรื่องกล้องผ่านไป อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้นะครับ ก็คือความแรงของมันครับ ต้องถือว่า mi5 นี่แรงพอๆ กับปีศาจได้เลยนะครับ ที่ผมว่ามันแรงเนี่ยเพราะว่าได้ทำการทดสอบเล่นเกมส์มาแล้วหลายๆ เกมส์ด้วยกัน คือเกมส์เนี่ยเราจะทดสอบได้ 3 อย่างหลักๆ ด้วยกัน ก็คือ จอ ความไหลลื่นของตัวเครื่องที่ผสมผสานการทำงานของตัวการืดจอ แล้วก็แรม แล้วก็ซีพียู นั้นเอง อย่างที่สามคือ เรื่องของลำโพง มาดูอย่างแรกก่อนดีกว่า ต้องบอกว่าผมทดสอบเกมส์แบบหนักๆ กราฟฟิกเยอะๆ อย่าง โนวา 3 ฟีฟาร์ 16 แล้วก็อีกหลายเกมส์มากเลย เรื่องของจอบอกเลยว่าจอสวย ขอบจอบางด้วย การดูภาพแบบเต็มจอเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียว จอผ่าน ต่อมาความไหลลื่น ก็ต้องบอกว่ามันช่างประทับใจอีกแล้วครับ ใครที่ว่ามือถือจากจีนไม่ดี อันนี้ต้องเปลี่ยนความคิดนะครับ เพราะแบรนด์จีนที่เป็นแบรนด์อินเตอร์เนี่ยเค้าทำมาดีครับ เล่นเกมส์นี่ไหลลื่นดีมาก ไม่มีสะตุดเลยสำหรับการเล่นเกมส์หนักๆ คอเกมส์ ใครที่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือเนี่ย ถือว่า mi5 ตัวนี้ตอบโจทย์เลยทีเดียว ต่อมาอีกหนึ่งเรื่อง คือ ลำโพง เสียงดีครับ ดังปานกลาง ไม่ถึงกับดังมาก ถ้าเล่นอยู่ในห้องเสียงไม่มีรบกวน ก็ฟังได้ชัดเจนดีครับ

   อีกหนึ่งจุดที่ต้องทำการรีวิวกันก็คือรเองของการใช้งานทั่วไปนะครับ การเล่นเว็บ ท่องโลกโซเชียล รวมไปถึงเรื่องของความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ดีครับ บอกเลยว่าดี แต่มันมีข้อติติงอยู่ที่แบตเตอร์รี่ยังไม่เยอะ ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ อาจจะใช้ไม่หมดวันนะครับ แต่ถ้าใช้ทั่วไป ใช้ได้ทั้งวันแน่นอนครับ แต่ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่า สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้ Xiaomi mi5 เครื่องนี้เราจะไม่ได้บอกสเปคนะครับ เราเน้นการใช้งานมากกว่า แต่ใครที่สนใจจะซื้อก็คงจะหายากนิดหนึ่ง เพราะยังไม่มาทำตลาดในบ้านเรานั้นเองแต่ก็จะพอมีขายอยู่ตามร้านหิ้วนะครับ

รีวิว Lenovo vibe X3 สมาร์ทโฟนกล้องเทพ ลำโพงเสียงดี เล่นเกมส์ได้เจ๋งในราคาหมื่นกลางๆ

 

   108plaza รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนสเปคแรงอีกหนึ่งรุ่นครับ ใครที่มีโครงการวางแผนจะเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่เดี่ยวเรามาเริ่มแกะกล่องตัวสมาร์ทโฟนจากค่าย Lenovo vibe X3 ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ

   สำหรับตัว Lenovo vibe X3 ตัวนี้ก็มีความสวยงาม หรูหรา ครับ เรียกว่าหน้าจอนั้นมาพร้อมกับจอแบบ IPS ด้านหน้าเป็น gorilla glass 3 ครับ ความคมชัดของหน้าจอก็ระดับ Full Hd ครับ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาเนี่ยก็จะเปิดขึ้นมาจะเห็นว่าตัวขอบจอเนี่ยค่อนข้างบางครับ ใครที่ชอบดูหนัง ดูซี่รี่ย์ บนสมาร์ทโฟนเนี่ย เรียกว่าได้อรรถรสในการดูที่ดีเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อติครับ สำหรับตัวหน้าจอ คือความสว่างของหน้าจอมันน้อยไปนิดหนึ่ง เวลาที่อยู่กลางแดด กลางแจ้งเนี่ยบางจะไม่ค่อยเห็นหน้าจอเอานะครับ ซึ่งถามว่าราคาค่าตัวของรุ่นนี้ต้องทำจอได้ดีกว่านี้นะผมว่า ก็พูดกันตรงๆ แบบนี้ละนะครับ เพราะเราเองไม่ได้ค่าโฆษณาอะไร เรามารีวิวกันแบบชัดเจนกันไปเลย สำหรับราคาสมาร์ทโฟนรุ่นนี้บอกเลยว่าอยู่ที่ประมาณ 16,xxx บาทนะครับ ก็อาจจะมีบางร้าน บางตัวแทนขายราคาต่ำกว่านี้นิดหน่อย แล้วก็มีของแถมอะไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ว่ากันไปตามโปรโมชั่นที่ร้าน ต่อมาครับ เรื่องของลำโพงที่เป็นลำโพงด้านนอก ไม่ใช่ลำโพงสนทนา จะมีลำโพงมาให้ถึง 2 ตัว 2 ข้าง ดังทั้ง 2 ข้างเลย เรียกว่ามิติของเสียงเนี่ยให้คะแนนเต็ม 10 ไปเลยก็ได้นะครับ ดังแบบฟังได้มิติดีมากครับ ไม่ใช่ดังอย่างเดียวแล้วไม่เพราะ อันนั้นไม่ใช่ครับ ส่วนปุ่มต่างๆ จะอยู่บนขอบจอเลย จะไม่มีไฟ LED บอก ด้านบนจะมีกล้องหน้าให้ความละเอียดของกล้องมาที่ 8 ล้านพิกเซล เบื้องต้นผมได้ลองทำการเซลฟี่เองบ้างแล้ว แล้วก็ให้สาวๆ สวยๆ ในทีมงาน 108plaza ของเราได้เซลฟี่ดูแล้ว ต้องบอกเลยว่ากล้องดีครับ กล้องเซลฟี่ได้ไม่ขี้เหร่เลย บอดี้รอบๆ ตัวเครื่องเนี่ยเป็นอลูมิเนียม ให้ความหรูหราพอสมควร แต่การจับทั้งบอดี้เนี่ยก็มีความหนักอยู่นิดหนึ่งนะครับ เพราะบอดี้อัดแน่นมาอย่างดี แน่นๆ เลยนะครับ แต่ไม่ถึงกับหนักมากนะครับ ด้านบนของตัวเครื่องที่อยู่ข้างๆ กับแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร จะมีตัวอินฟาเรดมาให้ด้วย เอาไว้สแกนเวลาที่เราอยากจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของเราให้เป็นรีโมททีวี รีโมทแอร์ รีโมทอะไรก็ตามที่มันสามารถค้นหากันเจอ ก็ใช้ได้เลยครับ ตัวเครื่องด้านในเนี่ยสามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด แต่เป็นการใส่ถาดซิมแบบ hybrid คือต้องเลือกว่าต้องใส่ micro sd card หรือว่าจะใส่ซิมการร์ดนั้นเอง สามารถใส่หน่วยความจำสำรองได้มากที่สุด 128 GB เท่านี้ยังไม่พอครับ ตัวเครื่องสามารถรองรับการชาร์จไวอีกด้วย การชาร์จกับหัวชาร์จที่ให้มาก็ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เต็ม หัวชาร์จให้แรงดันไฟอยู่ที่ 2A ความจุของตัวแบตเตอร์รี่ในเครื่องนั้นให้มาที่มากพอสมควรครับ เรียกว่าใช้งานได้เกินวันแน่นอน ความจุที่ให้มานั้น 3500 mAh

   มาต่อกันที่กล้องหลังที่ความละเอียด 21 ล้านพิกเซล ถือว่าเยอะเลยครับ แล้วก็ใช้ตัวเซนเซอร์ของทาง sony MX-234 อีกด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาครับสำหรับกล้องตัวนี้ พร้อมกับไฟแฟลดช์แบบทูโทน ถัดมาก็เป็นการทดสอบในเรื่องของตัวสแกนลายนิ้วมือครับ ข้อเสียคือมันสามารถจำได้แค่ 2 นิ้วเท่านั้น แต่ข้อดีคือมันตรวจจับได้เร็วมากครับ ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วก็สแกนได้ดีครับ ฟี่เจอร์เด่นๆ ที่มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่ไม่พูดไม่ได้เลย นั้นก็คือ การกดปุ่มลดเสียงติดกัน 2 ครั้ง จะเป็นการกดถ่ายรูปแบบเดียวนั้น ทันที กดแชะ ถ่ายเลย เราแค่เลงไปเลยครับ เลงไปที่เราจะถ่ายด้วยกล้องหลัง กดไปเลยปุ่มลดเสียง 2 ครั้ง ถ่ายทันที เรียกว่าเด็ดครับ แล้วโฟกัสดีด้วยนะครับ ภายที่ลองถ่ายออกมาเนี่ยคมชัดเลยทีเดียว แต่ข้อเสียภายในที่ผมได้ตรวจเจอในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อีกหนึ่งอย่างคือ ในเรื่องของตัวตรวจจับ wifi ที่ตัวเครื่องเนี่ยมันจะช้านิดหนึ่ง แล้วบางทีก็จะทำให้สัญญาณมันหายไป ซึ่งเรื่องพวกนี้อาจจะต้องรอแก้ที่บั๊กซ์ของนักพัฒนาระบบก็น่าจะได้นะครับ

   สำหรับใครที่เป็นแฟนของ Lenovo อยู่แล้วเนี่ยถือว่าใช้หรือซื้อไปแล้วคิดว่าคุ้มครับในราคาประมาณหมื่นกลางๆ ในรุ่นเรือธงหรือรุ่นสูงๆ เนี่ย แล้วใครที่ชอบเซลฟี่เนี่ย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์ครับ มันคุมสีของภาพได้เนียนดีครับ การถ่ายวีดีโอก็สามารถคุมเสียงระบกวนได้ดีครับ ภาพที่ได้มาก็เยี่ยมเลย ถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ที่มารีวิวในครั้งนี้ มันคุ้มค่ากับราคาหมื่นกลางๆ อย่างที่บอกไปครับ

Review Acer Liquid X2 สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ใส่ได้ 3 ซิม


   Gadget สินค้าอินเทรนด์ครั้งนี้คงจะถูกอกถูกใจคนที่มีหลายเบอร์ แต่ไม่ได้หลายใจกันมากเลยทีเดียวนะครับ ปกติแค่ใช้มือถือที่ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด บางทีมันรู้สึกว่าไม่พอใช้งาน มันสลับรางกันยากสำหรับคนที่มีกิ๊กเยอะๆ อะไรแบบนั้น อันนี้หยอกเล่นนะครับเพื่อนๆ มาเข้าสู่เนื้อหาที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ของ 108plaza กันดีกว่า เรามีสมาร์ทโฟนสเปคไม่ธรรมดาจากค่าย acer มาทำการรีวิวกันครับ อาจจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ผมได้ทำการรีวิวเลยก็ว่าได้ เพราะสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ใส่ซิมได้ 3 ซิมการ์ดเลยทีเดียว จะเจ๋งแค่ไหนนั้น มาดูกันครับ

   สมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นในรูปมีชื่อรุ่นว่า acer liquid X2 ครับ ใครที่มีเบอร์เยอะๆ มีครบทุกเครือข่ายเลยเนี่ยนนะครับ ผมว่าใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะถูกใจมากเลยทีเดียว เมื่อดูรอบๆ ตัวกล่องตอนที่ผมได้เครื่องมารีวิวนะครับ ก็ดูสวยงามเป็นกล่องสีดำตัดสีเทา เรียบๆ ดีครับ ข้างกล่องก็จะบอกสเปคคร่าวๆ มาว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 lollipop ซีพียุแบบ 8 แกนสมอง Octa-core หน้าจอมีขนาด 5.5 นิ้ว แต่ดูๆ ไปเนี่ยสเปคข้างๆ กล่องหลายอย่างที่ไม่ตรงกับสเปคเครื่องนะครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าคนออกแบบบรรจุภัณฑ์กับแผนกผลิสตัวสินค้าของทาง acer เค้าไม่ได้คุยกันหรืออย่างไร จะมีปัญหาเรื่องแพ็คเก็จไม่ตรงกันอยุ่หลายๆ รุ่น หลายๆ ตัวเลยทีเดียวตั้งแต่ที่เคยรีวิว acer มานะครับ สำหรับสเปคกล้องของตัวเครื่องนั้นให้ความละเอียดของกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาที่ 13 ล้านพิกเซลเท่ากันเลย ไม่มีใครน้อยหน้าใครครับ ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มา 4000 mAh ก็ถือว่าเยอะครับ ให้แบตมาอึดทีเดียว ระบบของเสียงลำโพงของตัวเครื่องก็เป็นแบบ DTS sound ด้วย อันนี้คือสเปคคร่าวๆ ของตัวกล่องที่ให้มานะครับ

   เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาก็จะเห็นว่ามีตัวเครื่อง ก็ดูดีครับ ดีไซน์และวัสดุที่นำมาทำ ถือว่าดูดีเลยทีเดียว สิ่งที่แถมมาให้ในกล่องก็จะมีเคสแถมมาให้หนึ่งชิ้น จากนั้นก็จะมีหัวชาร์จไฟ สายชาร์จไฟ แล้วก็มีคู่มือการใช้งานมาให้พร้อมกับใบรับประกันสินค้า อีกหนึ่งชิ้นสุดท้ายที่ให้มาในกล่องก็จะเป็ฯหูฟังแบบ in-ear ครับ

   ทีนี้มาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง พระเอกของเรา เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาดู ตัวหน้าจอสีสันสดใสอยู่ในระดับคุณภาพดีเลย ความคมชัดของหน้าจออยู่ในระดับ HD ความละเอียด 128*720 พิกเซล การดีไซน์ตัวเครื่องด้านหน้าจะมีไฟแฟลดช์มาให้ด้วย เอาไว้ถ่ายภาพในที่มึดได้ ซึ่งผมก็ได้ลองถ่ายภาพมาบ้างแล้วนะครับ ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่เซลฟี่ได้ดีเลยละ แต่อาจจะไม่ได้แจ่มหรือสีสดๆ เหมือนกับหลายๆ รุ่นที่ราคาแพงๆ กว่านี้นะครับ ถ้าให้คะแนนก็อยู่ที่ 8 เต็ม 10 ปุ่มต่างๆ ในตัวเครื่องเป็นแบบ on screen หมดเลย เมื่อเปิดฝาหลังออกมา จะเห็นว่าจุดเด่น ที่เป็นพระเอกของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ คือมันมีช่องใส่ซิมการ์ดได้ทั้งหมด 3 ซิมอ่างที่บอกไป แต่ตามที่เช็คมาแล้วนะครับ หลายท่านสงสัยว่า เอ๊ะ ทั้ง 3 ซิมที่ใส่ได้นั้น มันสามารถที่จะใช้งาน 4G LTE ได้เพียงซิมแรกเท่านั้นเอง ไม่สามารถใช้ 4G ได้ทั้งหมด แต่อีก 2 ช่องใส่ซิมที่เหลือจะสามารถรองรับ 3G ได้นะครับ ตัวฝาหลังจับดูแล้วเป็นพลาสติกกึ่งเงาครับ สำหรับตัวแบเตอร์รี่ที่ให้ความจุมามากถึง 4000 mAh แล้วนั้น ยังสามารถที่จะถอดเปลี่ยนได้ ส่วนเรื่องของงานประกอบ ชิ้นงาน ดูดีครับ เมื่อปิดฝาหลังเรียบร้อย ดูแน่นหนาดีเหมือนกัน แต่จุดที่น่าเสียดายสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบชิปประมวลผลที่เป็น MTK ก็อาจจะไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่ ใครที่เป็นแฟน snapdragon ก็อาจจะไม่ซื้อ แต่ถามว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใช้ชิปประมวลผลเป็นตัว MTK MT-6753T เทอร์โบด้วยนะครับ ถือว่าการใช้งานในรูปแบบทั่วไป เข้าเว็บ เล่นแอปต่างๆ เล่นเกมส์แบบเบาๆ ที่ไม่ต้องพึ่งกราฟฟิกมากๆ ถ้ากราฟฟิกมากๆ หน้าจออาจจะไม่รองรับ อาจจะค้าง อาจจะหน่วงบ้าง แต่ถามว่าใช้งานได้ไหลลื่นไหม กับชิปประมวลผลตัวนี้ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังครับ สำหรับคนที่คิดจะลองใช้ตัว MTK อย่างที่บอกไป ให้ RAM 3 GB ROM 32 GB ถือว่าความแรงเนี่ยไม่ทำให้รู้สึกว่ามันช้าเลยละครับ ความจำภายในตัวเครื่องถ้าใครที่ไม่บ้าเก็บของ ไม่เก็บรูปเยอะ ก็เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้วนะครับ หรือบางคนอาจจะเน้นเก็บรูป เก็บวีดีโอเฉยๆ ไม่มีเพลง ไม่มีหนัง ไม่มีแอปอื่นๆ อันนี้ก็เพียงพอเช่นกัน เมื่อผมได้ทำการเทสด้วยแอป antutu ก็ได้คะแนนประมาณ 34562 คะแนน ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ มาทางล่างนิดหนึ่งนะครับ เพราะถามว่าตอนนี้ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เป็นสมาร์ทโฟนค่ายจีนหรือเรือธงบางยี่ห้อ คะแนน antutu ทำได้ไปถึงหลักแสนกว่าๆ แล้วนะครับในปีนี้ เรียกว่าแรงไปถึงไหน แรงเอาจนแค่กระพริบตาก็ดูไม่ทันกันแล้ว อย่างนั้นเลยละครับ

 

   

Nokia พยายามฟื้นคืนชีพอีกครั้ง กับ Nokia C9 สมาร์ทโฟนที่เตรียมตัวจะเปิดตัวในอีกไม่นานนี้

 

   ถ้าจะเอ่ยถึงแบรนด์ที่เป็นผู้ผลิตมือถือที่ขายดิบขายดี เป็นบริษัทที่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งทางด้านผู้ผลิตมือถือเมื่อประมาณ 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆ ชาว 108plaza คิดว่าเป็นแบรนด์ไหนครับ ถ้าผมจะบอกว่าชื่อนี้ยังคุ้นหูกันอยุ่บ้างหรือไม่ โนเกียร์ ผมเชื่อว่าคนที่มีอายุประมาณ 20 ขึ้นไหน ณ ตอนนี้เคยได้ยินแล้วก็เคยสัมผัสโทรศัพท์มือถือในยุคนั้น ที่ใครๆ ต่างก็มีมือถือยี่ห้อ โนเกียร์ ใช้กัน บางคนเอาใสซองหนัง เหน็บไว้ที่ตรงเอว ที่เข็มขัด เป็นแฟชั่นหนึ่งที่เท่ห์มากๆ ในยุคนั้น เสียงริงโทนดังๆ โทรติดแต่ละครั้งดังได้ยินกันหมดเนี่ยนะครับ เรียกว่า โนเกียร์ ในยุคนั้นเป็นผู้นำแล้วก็เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของวงการโทรศัพท์มือถือ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโทรศัพท์มือถือเข้ามา โนเกียร์ ที่ซึ่งไม่ได้พัฒนาตามหรือตามไม่ทันคำว่า สมาร์ทโฟน ในยุคหลังๆ นี้ก็เลยกลายเป็นเบอร์สุดท้ายของวงการมือถือไปแล้ว ปัจจุบันเองก็มีการขายหุ้นหรือขายกิจการบางส่วนไปให้กับ Microsoft เค้าบ้าง แต่ล่าสุดครับ ล่าสุดในตอนนี้ที่ผมจะมีข่าวมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน เกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวกันในตอนนี้เลยครับ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรมาติดตามกันเลยดีกว่า

   รูปตัวอย่างสินค้าด้านบนที่เพื่อนๆ ได้เห็นอยู่นี้นะครับ เป็นสินค้าตัวใหม่ที่มีข่าวหลุดออกมาจากทาง Nokia เอง มีชื่อว่า Nokia C9 เป็นความพยายามอย่างยิงยวดของทาง โนเกียร์ นะครับที่พยายามที่จะดึงชื่อเสียงแล้วก็ดึงฐานลูกค้ากลับคืนมาให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดมือถืออีกครั้งหนึ่งเนี่ยนะครับ ซึ่งสำหรับสมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่ยังไม่มีใครที่ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ ณ ตอนนี้นะครับว่า nokia c9 นี้จะออกมาทำตลาดจริงๆ หรือแม่ แต่เราก็นำข่าวสารมาอัพเดทกันก่อนใครเลยว่าตัว nokia c9 นี้น่าจะเป็นตัวชูโรงขอทาง โนเกียร์ ที่เป็นแบรนด์สัญชาติ ฟีนแลนด์ เนี่ยนะครับ เค้าน่าจะทำมือถือออกมาเพื่อสื่อสารทางการตลาดทั่วโลกว่าแบรนด์นี้ยังอยู่นะ อะไรประมาณนี้นะครับ

   โดยข่าวลือของ Nokia C9 นี้จะมาพร้อมกับสเปคที่ค่อนข้างเทพพอสมควรครับ บอดี้ทั้งเครื่องนั้นจะเป็นโลหะสุดพรีเมี่ยม ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลภายในเป็น snapdragon 820 Quad core 64-bit แล้วก็อัดเต็มมาพร้อมกับความแรงของ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 4 Gb กล้องหลังมีความละเอียดมากถึง 21 ล้านพิกเซล กล้องหน้ามาแบบเบาๆ ด้วยความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล ส่วนหน่วยความจำภายในนั้นก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายรุ่นด้วยกัน เริ่มต้นที่ 32 GB , 64 GB, และ 128 GB ขึ้นอยู่กับว่าใครชอบใช้มากใช้น้อย แล้วข่าวที่หลุดออกมาเพิ่มเติมอีกนั้น สำหรับตัวเครื่องก็ยังสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ด้านหลังเครื่องได้ด้วย ส่วนของระบบปฏิบัติการที่อยู่ในตัวเครื่อง Nokia C9 ตัวนี้นะครับ ก็จะทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android นั้นเอง ซึ่งหลายท่านก็คงจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วโนเกียร์เองก็ขายกิจการบางส่วนไปให้กับทาง Microsoft ไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ใช่ระบบปฏิบัติการ ที่เป็นตัว windows phone ละ

   ซึ่งตามที่ผมได้คาดการเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องของระบบปฏิบัติการภายในที่เป็น Android แต่ไม่ใช่ตัวที่เป็น windows phone เนี่ยก็นะครับ ก็เพราะว่าทาง โนเกียร์ เองก็ต้องดึงฐานลูกค้าที่กำลังใช้ Android อยู่ตอนนี้ที่มีมากกกว่า windows phone อยู่แล้วเนี่ยนะครับ ให้สามารถสร้างความสนใจในตัว Nokia C9 ตัวนี้เพิ่มขึ้น ก็ต้องยอมรับนะครับว่าตอนนี้ระบบปฏิบัติการ windows phone นั้นยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในตลาดสมาร์ทโฟนสักเท่าไหร่ พูดง่ายๆ ว่าเป็นลูกเมียน้อย ที่ตอนนี้เค้านิยมกันก็แค่ Android กับ IOS เท่านั้นนะครับ ก็ต้องบอกตามตรงนะครับว่าตอนนี้เองคนที่ใช้ windows phone แล้วก็เป็นแฟนของ windows phone มาตลอดเนี่ยเค้าก็มีอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วก็ยังน้อยกว่าอยู่ดี อันนี้เราก็แสดงความคิดเห็นกันแบบตรงๆ นะครับ

   แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับข่าวที่นำมาฝากเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้นะครับ ก็ยังไม่มีการยืนยันจากทาง โนเกียร์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสมารืทโฟนรุ่นนี้ออกมายืนยันความจริงแต่อย่างใด แต่ผมก็คาดหวังเอาไว้ว่า ทาง Nokia นั้นจะมีสินค้าเด็ดๆ ดีๆ อย่างที่ได้ทำการอัพเดทข่าวสารกันในตอนนี้ออกมาวางขายเพื่อสื่อสารทางการตลาดกับฐานลูกค้าเดิมๆ ที่ยังคิดถึงแบรนด์ Nokia กันทั่วโลกอยู่บ้างนะครับ ซึ่งถามว่าถ้า Nokia เองหวนคืนสู่ตลาดมือถือได้อีกครั้งมันก็จะเป็นผลดีกับผู้บริโภคหรือคนใช้งานอย่างเราๆ กันนะครับ เพราะจะมีการแข่งขันทางการตลาดกันมากขึ้น เรื่องของราคาสมาร์ทโฟนเทพๆ สเปคแรงๆ ก็จะถูกลงนั้นเองครับ

OPPO F1 ใช้จริง 1 สัปดาห์ดีไหม


   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็คงเรียกว่าเป็นภาคสองของการรีวิวสมาร์ทโฟนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ทั้งในโซเชียลและตามเว็บไซต์หรือในกระทู้ต่างๆ เยอะมากเลย แล้วทาง 108plaza ของเราก็เคยรีวิวสเปคเบื้องต้นกันไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่แล้วนะครับ สมาร์ทโฟนที่ว่ามานี้คือ OPPO F1 นี่เองครับ ในตอนนี้เราจะมารีวิวกันในแง่มุมที่ผมเองได้ใช้จริงมาสักหนึ่งสัปดาห์ เพราะอย่างที่เพื่อนๆ เห็นกันในโซเชียลที่มีคนสปอยส์กันค่อนข้างเยอะเหลือเกินครับว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ เป็นเทพของการเซลฟี่ กล้องหน้าเทพๆ แล้วเล่นเกมส์ก็ดีด้วย มันจะจริงหรือไม่ มาอ่านกันเลยครับ

   เรื่องของสเปคแล้วก็เรื่องของข้อมูลพื้นฐานเนี่ยถ้าเพื่อนๆ ยังไม่รู้ก็ลองไปหาข้อมูลกันดูได้ในบทความรีวิวที่ผ่านมาได้นะครับ ทีนี้มาดูเรื่องของการใช้งานจริงๆ เลยดีกว่า บางคนเห็นแวบแรกอาจจะมองว่านี่มันคือ oppo R7 life หรือเปล่าที่แปลงร่างมา เรื่องของการสัมผัสนั้นก็ต้องบอกว่าอารมณ์การสัมผัส การจับต้อง การถือเนี่ยมันก็มีความนุ่มนวล บอกได้เลยว่ามันมีความนุ่มนวลนะครับ ฝาหลังเนี่ยรู้สึกเหมือนกับการจับพื้นแป้งพับของสาวๆ เลย มันจะลื่นๆ สักหน่อย ตรงของเนี่ยมีความโค้งมน ตัดขอบมาดีครับ ดีกว่ารุ่นพี่อย่าง series R ส่วนเรื่องของหน้าจอครับ หน้าจอก็ต้องบอกว่าเค้าทำมาดีครับ ยอมรับเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ IPS 720p ก็ถือว่ามีความสดใสดีเหลือเกิน ถือว่าเรื่องแรก หน้าจอ ผ่านครับ ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ไปเลย 8.5 ถือว่าหาได้ในราคาหลักหมื่นนะครับ แต่ราคา oppo F1 เนี่ยมันแค่ 9 พันบาทมีทอนนะครับ ต่อมาเรื่องของตัวบอดี้ มีซิลีโคลนแบบบางๆ แถมมาให้ด้วย ก็ไม่ต้องไปซื้อเคสใหม่ก็ได้ ถือว่าใช้ดีครับ ต่อมาเรื่องของลำโพง ตัวลำโพงจะอยู่ด้านหลังมีการขัดเงาตัวลำโพงมาดีครับ เรื่องของเสียงที่ได้มานั้นก็ดังชัดเจนดีมากเลย แต่ถ้าเทียบกับความดังและมิติของเสียงผมให้คะแนนจาก 10 ผมให้ 8 เลย เรื่องของการฟังเพลง เรื่องการดู youtube เรื่องของการเล่นเกมส์ ผมว่ามันให้เสียงที่ดังใช้ได้เลย ต่อมาเรื่องของการเล่นโซเชียล ผมขออนุญาตมาเทียบกับตัวรุ่นพี่ใน ซีรี่ย์ R นะครับ เพราะผมก็เคยเล่นมาสักระยะหนึ่งในซีรี่ย์นั้น ผมว่ามันลื่นกว่านะครับ ถือว่าดีเลยละ ในตัว f1 เนี่ยเป็น snapdragon 616 นะครับ เล่นเฟสบุ๊ค เล่นโซเชียล เล่นท่องเว็บ อะไรแบบนี้ มันไหลลื่นดีครับ ถามว่าให้คะแนนเท่าไหร่ในการเล่นโซเชียล ก็ประมาณ 9 เต็ม 10 แล้วกัน แต่ก็มีช่วงที่มีกระตุก มีหน่วง บ้าง เหมือนกัน แต่ก็ไม่เยอะนะครับ

   เรื่องของการเล่นเกมส์ ผมก็เทสด้วยเกมส์ โนวา 3 ครับ เล่นไปได้ประมาณ 3 ด่านแล้วนะครับ บนซีพียู 615 แล้วก็การ์ดจอ 405 เนี่ย ถือว่าให้คะแนน 7.5 เต็ม 10 แล้วกันครับ ถือว่าไหลลื่นดี แต่ก็มีบางช่วงที่หน่วงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับ ซีรีย์ R นะครับ ผมว่ารุ่นนั้นดีกว่าครับ แต่ถ้าถามกับคอเกมส์นะครับ ผมว่มันต้องมีบางช่วงที่มันก็มีแบบว่ามีอารมณ์ที่บอกว่ามันหน่วงจริงๆ นะครับ แต่เรื่องของความดังตรงลำโพงด้านหลังเนี่ย ผมค่อนข้างที่จะชอบมากเลย เพราะว่ามันมีความดังพอสมควร ให้มิติในการเล่นเกมส์เนี่ยผมต้องบอกว่ามันมีความสมจริงเลยทีเดียว

   เรื่องของความร้อนที่เกิดขึ้นมาด้านหลงเครื่องนั้น มีครับ มีนิดหน่อย หลังจากที่เล่นเกมส์ไปนานๆ ประมาณสักครึ่งชั่วโมงขึ้นไป แต่ถ้าใส่เคส แล้วจับก็จะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นเนี่ย ก็ไม่มีความร้อนมากเกินไป ระบายความร้อนได้ดีครับ ในส่วนของพื้นที่จัดเก็บภายในนะครับ ที่ให้มาในตัวเครื่องเนี่ย 16 GB เหลือให้ใช้จริงๆ เนี่ยประมาณ 10 GB นะครับ ถ้าลงแอพลงเกมส์อะไรหมดแล้ว ใครที่คิดว่ามันพอสำหรับการใช้งานก็ไม่ต้องใส่ micro sd card แล้วก็ได้นะครับ แต่ส่วนมากไม่ค่อยจะพอกันนะครับ

   เรื่องของกล้องกันบ้าง ที่ฮือฮากันมาก ต้องบอกเลยกล้องหน้าเทพจริงๆ ครับ ดีกว่า series R นะผมว่า การเซลฟี่เนี่ยเกรี่ยสี เกรี่ยแสง เนียนกริบเลย ใช้คำว่ากริบเลยครับ เคยมีคนไปทำคลิปให้วัยรุ่นในสยามลองเซลฟี่เทียบกับ 6s กับ f1 ดูเนี่ยวัยรุ่นในสยามส่วนมากบอกว่า f1 เซลฟี่ได้ดีกว่า แต่ก็มีสาวกบางคนบอกว่าทำไมไม่เอามาปรับอีกทีละ ถ้าปรับอีกทีนะ 6s ชนะอยู่แล้ว แต่อันนี้ก็ถ่ายกันแบบสดๆ เลยเนี่ย f1 เสียงส่วนใหญ่บอกชอบนะครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ทำมาดีครับในราคาไม่ถึงหมื่น ใครอยากได้ อยากลองเล่น ก็ลองไปเล่นดูตาม shop ต่างๆ ได้เลยครับ

พรีวิว Wiko Pulp FAB 4G สมาร์ทโฟนราคาเบาๆ ในงบ 5 พันมีทอน

   เริ่มแล้วครับสำหรับงานจัดแสดงโชว์สมาร์ทโฟนทุกค่าย ทุกแบรนด์ที่จัดรวบรวมเอาไว้มาโชว์มาลดราคากันทั้งงานเลย กับงาน ไทยแลนด์ โมบายด์ เอ็กซ์โปร 2016 วันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2016 นี้ ใครที่กำลังจะมีแผนที่จะซื้อมือถือเครื่องใหม่ก็ลองๆ ไปเดินเที่ยวกันดูนะครับ แต่ในตอนนี้ 108plaza ของเราก็มีสมาร์ทโฟนในราคาเบาๆ อีกรุ่นหนึ่งมาพรีวิวแกะกล่องให้ดูสเปคกันเบื้องต้น เพื่อที่จะได้มีข้อมูลแล้วไปตัดสินใจซื้อกันนะครับ สินค้าอินเทรนด์ที่กำลังจะหมายถึงอยู่นี้ก็คือ รุ่นนี้ครับ

   สมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือ Wiko Pulp FAB 4G ที่มีราคาเพียง 5 พันบาทมีทอน ใครที่อยากจะได้มือถือเครื่องใหม่ที่มีราคาเบาๆ สบายกระเป๋าแล้วก็เอามาใช้งานในได้เบื้องต้น ก็ลองมาดูรายละเอียดกันครับ ก็ตามชื่อรุ่นเลยนะครับ เป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับคลื่นความถี่แบบ 4G LTE คือทุกค่ายทุกเครือข่ายในประเทศไทยเลย ซึ่งความหลากหลายของสีสันนั้นมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อกันถึง 5 สี กันเลยทีเดียวครับ ก็จะมีสีดำ สีขาว สีน้ำตาลแบบซ็อคโกแลด สีน้ำเงิน แล้วก็สีแดงครับ ใครชอบสีไหนก็ลองไปดูกันได้ ทีนี้มาดูสเปคกันแบบคร่าวๆ ก็ต้องบอกว่าบทความนี้เป็นการพรีวิวเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ แล้วก็จะมีการแกะกล่องมาดูตัวเครื่องและทดลองเล่นกันเพียงเล็กน้อย ก็เอาไว้เป็นข้อมูลที่จะไปดูตัวจริงกันได้ครับ สำหรับใครที่เคยใช้แบรนด์นี้มาก่อนก็ลองๆ หารายละเอียดตรงนี้ได้

   Wiko pulp fab 4g ตัวนี้มาพร้อมกับขนาดจอที่ใหญ่ถึง 5.5 นิ้วเลยทีเดียว หน้าจมีความคมชัดระดับ HD 1080*720 พิกเซล กล้องหลังมีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับซิปประมวลผล quad-core snapdragon วิ่งด้วยความเร็ว 1.2 GHz มีความจำในตัวเครื่องมาให้ 16 GB พร้อมกับ RAM 2 GB แล้วก็ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 lollipop แล้วในตัวเครื่องเองก็ยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้ถึง 64 GB เลยทีเดียวครับ ก็คงเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป เก็บรูป เก็บวีดีโอ ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ได้เยอะเลยนะครับ เมื่อแกะกล่องเปิดดูก็จะพบกับตัวเครื่องอยู่ทางด้านบนสุด เมื่อได้จับกับตัวเครื่องดูแล้วก็จะพบว่ามันเป็นบอดี้แบบพลาสติก ที่ขัดลายขึ้นมาให้ดูเหมือนเป็นฝาของหนังเหมือนกับนะครับ มันดูนุ่มๆ เล็กน้อย แล้วก็มีการขัดลายมา ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เลยครับสำหรับราคาเท่านี้ ในกล่องก็ยังมีแบตเตอร์รี่มาให้ที่ความจุ 2820 mAh เมื่อมีแบตแยกมาอย่างนี้ก็แสดงว่าแบตสามารถถอดเปลี่ยนได้นั้นเอง แต่คาดว่าความจุแบตเท่านี้ กับหน้าจอใหญ่ๆ แบบนี้น่าจะต้องชาร์จกันบ่อยสักหน่อยสำหรับคนที่ติดโซเชียลนะครับ แต่ใครที่ใช้งานปกติก็คงใช้ได้ทั้งวัน จากนั้นในกล่องก็จะมีพวกหัวชาร์จ สายชาร์จแบบ micro usb มาให้ มีฟิล์มกันรอยแถมมาให้ในกล่องเลย แล้วก็มีคู่มือการใช้งานต่างๆ พร้อมกับหูฟังแบบ in-ear มาให้ด้วย ก็ถือว่าครบครนครับ

   หลังจากที่ได้ใส่แบตเตอร์รี่แล้วก็ลองเปิดเครื่องดูนั้นก็พบว่ามันก็มีการใช้งานที่รวดเร็วดีครับ เรื่องของ Ui ต่างๆ นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีอะไรสักเท่าไหร่ มันก็จึงทำให้เครื่องบูทขึ้นมาได้รวดเร็วดี หน้าจอถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดแบบ HD ที่ก็ให้สีสันที่ดีในระดับหนึ่งนะครับ ความละเอียดแค่นี้ก็สามารถดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างดีแล้ว เมื่อพลิกเข้าไปดูด้านหลังเครื่องก็จะเห็นว่าตัวกล้องนั้นจะนูนออกมาจากตัวเครื่องบ้างเหมือนกัน ทำให้การใช้งานแบบทั่วไปต้องระวังกันด้วยนะครับ เพราะอาจจะทำให้ตัวเครื่องนั้นเป็นรอยได้ เรื่องของกล้องนั้นก็สมารถใช้งานได้ดีเลยละครับ กล้องหลังที่มีความละเอียด 13 ล้าน การกดชัตเตอร์นั้นทำได้รวดเร็วดีมากเลยครับ เรื่องของการให้ความคมชัดนั้นทำได้ดีในที่มีแสงเพียงพอ แต่ในที่มึด แต่เมื่อใช้แฟลดช่วยก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ แล้วหลายคนก็คงจะอยากรู้ว่ากล้องหน้าพอที่จะเซลฟี่กับเค้าได้บ้างไหม คำตอบก็คือว่า มันพอใช้ได้ครับ ในที่แสงน้อยก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกัน

   ก็ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมาพรีวิวกันในครั้งนี้ก็คือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นนะครับ ใครที่อยากจะหาเครื่องสำรองหรือว่าใช้งานแบบทั่วไป ราคาเบาๆ สบายกระเป๋าอย่างที่บอกไปก็ลองๆ ไปเล่นเครื่องจริงกันได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของทาง wiko ได้เลยครับ