รีวิว เครื่องไอออนโตแบบมือถือใช้ถ่าน Madami innovation face II


   สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามแต่ไม่มีเวลาไปทำหน้า ทำสปา หรือ คุณผู้ชายที่ดูแลสุขภาพผิวและใบหน้าของตัวเองอย่างเป็นประจำ สามารถทำได้ที่บ้านเอง อะไรแบบนี้ ทาง 108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ข้างต้นได้มารีวิวกันอีกหนึ่งชิ้นที่จะมารีวิวถึงการใช้งานในเบื้องต้นกันให้ทราบพอคร่าวๆ ถึงการใช้งานของตัวเครื่องว่ามันน่าสนใจแค่ไหน แล้วมันจะน่าซื้อมาใช้งานหรือไม่ หลังจบการรีวิวก็คงจะตัดสินใจได้ว่า เครื่องนวดหน้าแบบมือถือที่เป็นระบบไอออนโต ที่เวลาเราไปทำที่คลินิกเสริมความงามหรือตามสปาต่างๆ ก็ทำกับเครื่องราคาเป็นแสน แต่ทีนี้มีเครื่องที่ราคาหลักร้อยมาขายกันในท้องตลาดเยอะแยะไปหมด แล้วเราก็เคยรีวิวเครื่องในลักษณะนี้มาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ ในราคาหลักร้อยเช่นกัน ก็มาลองอ่านทั้งบทความดูแล้วมาเปรียบเทียบกันดูนะครับว่ายี่ห้อไหนจะน่าใช้กว่ากัน

   สำหรับเครื่องนวดหน้าแบบมือถือหรือว่าเครื่องไอออนโต เครื่องที่เราจะรีวิวกันนี้มีชื่อว่า Madami innovation face II สำหรับเครื่องนี้มีขายกันในเมืองไทยแล้วนะครับ ก็จะมีตัวแทนมาขายตามร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ใน facebook ก็มีเหมือนกัน เรื่องของราคาก็อยุ่ในหลักร้อยเช่นกัน เมื่อแกะตัวเรื่องมาก็จะเป็นว่าในกล่องก็จะมีใบรับประกันคุณภาพ รวมไปถึงคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาไทยด้วยนะครับ แล้วก็มีตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดก็ประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่เป็นด้ามจับแล้วก็มีหัวนวดอยู่ด้านบน เหมือนกับในรูปด้านบนนะครับ ตัวเครื่องเองใช้ถ่านในการจ่ายไฟเช่นกัน เป็นถ่ายขนาด AA 2 ก้อน ใส่เข้าไปที่ตรงด้ามจับ ก็ต้องขออธิบายถึงคุณสมบัติของตัวเครื่องไออนโตที่ว่านี้ก่อนเลยนะครับ ว่ามันใช้เพื่ออะไร แล้วมันช่วยในด้านไหนได้บ้าง ซึ่งตัวเครื่องนวดหน้าระบบไอออนโตนี้ จะมีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน เมื่อเราใส่ถ่านเข้าไปแล้ว จะมีไฟบอกสถานะของตัวแบตเตอร์รี่อยู่ ไฟสว่างก็แปลว่าแบตเต็ม ไฟอ่อนก็แสดงว่าแบตใกล้หมด จากนั้นจะมีปุ่มอยู่ให้เลือกกดใช้งานกัน ก็จะมีปุ่มที่เขียนไว้ว่าเป็นปุ่ม บวก กับปุ่ม ลบ ก็จะประมาณว่าให้สือถึงการปล่อยประจุบวก กับ ประจุลบ ออกมาจากในตัวเครื่องนั้นเองนะครับ ในกล่องเองก็จะมีหัวนวดหน้าที่เป็นแบบกลมๆ นุ่มๆ มาให้ด้วย ก็ใส่แผนนวดเข้าไปที่ด้านบนตัวเครื่องที่กลมๆ ในภาพนะครับ จากนั้นการทำงานของตัวเครื่องถ้าเรากดที่ปุ่มลบจะเป็นฟังก์ชั่นที่ว่าจะช่วยในเรื่องของการผลักเนื้อครีม ผลักเซรั่ม ผลักสิ่งต่างๆ เราสามารถเอาไปบำรุงผิวหน้าได้ อันนี้ไม่ได้โฟกัสว่าต้องซื้อร่วมกับครีมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งนะครับ ใช้ครีมบำรุงอะไรก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละผิวหน้า เพราะตัวเครื่องนี้สามารถใช้ได้กับครีมทุกยี่ห้อ ซึ่งในโหมดลบนั้น เมื่อกดไปแล้วตัวเคร่องจะสั่นพอให้เรารู้สึกได้ สั่นแบบเบาๆ เมื่อเราทาครีมบำรุงไปแล้วเสร็จปุบ เราก็ใช้เครื่องนวดตัวนี้นวดวนรอบๆ ใบหน้าให้ทั่วเลย ก็อาจจะใช้ร่วมกับลำคอด้วยก็ได้ แนะนำกว่าใช้นวดวนอยู่ประมาณ 10-15 นาทีก็พอ จะใช้ให้เนื้อครีมนั้นซืมไปลึกและทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น ตื่นตัวขึ้น อะไรแบบนั้น ในโหมดนี้แนะนำว่าให้ใช้ตอนกลางคืนหลังจากล้างหน้าเสร็จก่อนเข้านอน

   อีกหนึ่งโหมดก็คือปุ่ม บวก เมื่อกดไปแล้วจะมีระบบสั่นเช่นเดียวกัน เหมือนกันกับปุ่ม ลบ เมื่อสักครู่นี้เลย แต่จะต่างกันก็ตรงที่การปล่อยประจุจากตัวเครื่องออกมานั้นเอง ตรงปุ่มนี้จะเป็นประจุบวก ซึ่งจะใช้ในส่วนของการควบคู่ไปกับการล้างหน้า เมื่อหลังจากทาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไป พวก ครีนซิ่ง ต่างๆ ใช้ได้กับทุกยิ่ห้อเช่นกัน ในโหมดนี้จะช่วยให้การล้างหน้าหลังจากใช้เครื่องสำอาง หลังการการล้างหน้าในระหว่างวันที่เราไปเจอฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกในระหว่างวันต่างๆ ก็จะช่วยให้หน้าสะอาดมากยิ่งขึ้น ก็ใช้เหมือนกับในโหมดแรกเลย ก็คือ เอาไปวนๆ ที่ใบหน้าและทั่วลำคอให้ทั่วประมาณสัก 10-15 นาที แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

   ซึ่งทั้ง 2 โหมดที่รีวิวมานี้ ทางทีมงานเองก็ให้ข้อสังเกตไว้ว่า เครื่องไอออนโต ที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวครั้งนี้ เมื่อเทียบกับเครื่องที่มีมาตรฐานที่ราคาหลักแสนเนี่ยนะครับ การปล่อยประจุต่างๆ อันนี้เราวัดไม่ได้ด้วยสายตาที่เราเห็นอยุ่แล้ว กับ เครื่องที่เรารีวิวกันในราคาหลักร้อยแบบนี้ที่ใช้ถ่ายแบบนี้ แต่ที่เห็นชัดเจนคือมันมีการสั่นแบบเบาๆ เหมือนเรากำลังให้ผิวหน้าได้ออกกำลังกายอะไรแบบนั้นนะครับ ก็ลองเอาไปตัดสินใจดูว่าจะซื้อมาใช้กันหรือเปล่านะครับ

 

Review Shinecon VR แว่นตาแบบ Virtual Reality ใส่แล้วดูเสมือนจริงทุกมุมมอง

   ปัจจุบันนี้เรื่องของแว่นตา VR ที่เรียกกันทั่วไป บางคนก็อาจจะเรียกว่าเป็นแว่นตา 3 มิติที่กำลังมาแรงกันในตอนนี้นะครับ ทางทีมงาน 108plaza เองก็ไม่พลาดที่จะนำเอา gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ก็ต้องบอกว่าแว่นตา VR นี้มันก็มีจุดเด่นหลายๆ ข้อที่ทำให้การดูหนัง เล่นเกมส์ หรือว่าดูสื่อการสอนต่างๆ จากคลิปวีดีโอที่เป็นแบบ VR mode ได้นั้นสมจริงมากขึ้นนั้นเอง แต่สำหรับแว่น VR เราก็เคยนำมารีวิวกันไปหลายๆ รุ่นแล้วนะครับ แต่ครั้งนี้เป็นคิวของเจ้าตัวนี้เลยครับ

   แว่นตา VR ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้มีชื่อว่า Shinecon VR ครับ หลักการทำงานของแว่นตาแบบนี้ก็คล้ายคลึงกับแว่นตา VR ยี่ห้ออื่นๆ ที่เราเคยนำมารีวิวกันนะครับ ก็คือว่าเราต้องใช้สมาร์ทโฟนที่เป็นทั้ง Android แล้วก็ IOS ก็ได้ ที่สามารถรองรับแอปพลีเคชั่นที่เป็นตัว VR ได้นะครับ นำมาใช้คู่กับแว่นตา VR นี้ได้ เมื่อเราใส่แว่นตาแบบนี้เข้าไปแล้ว จะทำให้เรามองภาพเหมือนกับการดูหนังจอใหญ่ แล้วก็เห็นภาพตามที่เราดูได้เสมือนจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะหันซ้าย หันขวา ก้ม หรือ เงย เราจะเห็นภาพได้สมจริงมากที่สุด ใครที่ยังนึกภาพไม่ออก ไม่เคยใช้แว่นตาแบบนี้มาก่อนนั้น ให้นึกภาพแบบว่าเราไปสวมแว่นตา 3 มิติดูหนังในโรงหนังแบบนั้น ว่าแว่นตา VR นี้จะสมจริงยิ่งกว่าแว่นตา 3 มิติอีกนะครับ

   มาเริ่มแกะกล่องตัว shinecon vr ตัวนี้กันดีกว่าครับ ในกล่องจะให้มาเป็นกล่องกระดาษ 2 ชั้นด้วยกัน จากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานต่างๆ ว่าจะต้องใช้อุปกรณ์แบบไหนบ้าง หันสมาร์ทโฟนเข้าทางด้านไหนของตัวแว่นตา อะไรประมาณนี้ จากนั้นก็จะมีผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนเล็กๆ มาให้ในกล่องด้วยเพื่อเอาไว้เช็ดตัวเลนส์หรือกระจกของแว่นตาอันนี้ นอกจากคู่มือการใช้งานที่แถมมาให้แล้ว ก็ยังมีสมุดแนะนำการใช้งานมาอีกหนึ่งเล่มเล็กๆ ด้วย อีกหนึ่งอย่างต่อมาที่ให้มาในกล่องก็จะเป็นตัวรีโมทคอนโทรนอันเล็กๆ ที่สามารถใช้เป็นแบบจอยย์สติ๊กเพื่อเอาไว้เล่นเกมส์กับตัวแว่นตาได้ แล้วทั้งนี้ ใครที่ชอบเล่นเกมส์ แล้วเกมส์ที่เล่นนั้นรองรับ VR mode ด้วย แล้วสามารถเล่นคู่กับตัว จอยย์สติ๊ก จริงๆ ของสมาร์ทโฟน แว่นตา VR นี้ก็สามารถเล่นได้เช่นกัน ก็เรียกว่าเกมส์สนุกๆ ที่ทำมาเพื่อรองรับ VR ก็มีเยอะขึ้นแล้วนะครับสายเกมส์ก็คงจะไม่พลาดกัน นอกจานั้นตัวอุปกรณ์พะเอกที่สำคัญเลยก็คือตัวแว่นตา VR ที่ให้มาในกล่องนั้นเอง เมื่อได้จับดูแล้ว ก็เป็นแว่นตาที่ดูสวยครับ ดีไซน์ก็อาจจะดูใหญ่ไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่เกินไปนะครับ

   จะสังเกตเห็นว่าตัวแว่นตา VR รุ่นนี้ด้านหน้าของตัวแว่นนั้นจะมีช่องใส่สมาร์ทโฟนเอาไว้อยู่นะครับ เราก็เปิดฝาออกมา จากนั้นก็ใส่สมาร์ทโฟนเข้าไป ในตัวแว่นนั้นด้านบนจะมีที่ปรับระยะฤกัสหรือว่าระยะการมองเห็นได้ทั้ง 2 ด้าน คือสายตาของคนเราทั้งสองข้างเนี่ยนะครับ บางคนก็มีสายตาที่ไม่เท่ากัน เราก็สามารถปรับได้ว่าจะเอาระยะการมองเห็นที่มันชดที่สุดได้ที่ระยะไหน อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งการใส่สมาร์ทโฟนเข้าไปนั้นจะมีเส้นขอหรือว่ามีตัวหนังสือเขียนบอกเอาไว้อยู่ว่าให้หันด้านไหนไปส่วนไหนของจอภาพ แล้วก็จะแบ่งระดับความพอดีของการวางตำแหน่งของสมาร์ทโฟนตามเส้นขอบไหน อะไรแบบนี้ ก็ไม่ยากครับเวลาซื้อมาเล่น

   ในส่วนของการทดสอบของผมในครั้งนี้ก็จะใช้คลิปวีดีโอหรือว่าภาพยนตร์ที่รองรับ VR โหมดด้วยในการดูผ่านแว่นตา VR รุ่นนี้นะครับ เป็นคลิปนั่งรถไฟเหาะครับ เหมือนกับตอนที่เราไปเล่นกันในสวนสนุกอะไรแบบนั้น ผมจะขอเล่าภาพเหตุการณ์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบแบบคร่าวๆ นะครับว่าภาพที่ได้นั้นเป็นอย่างไร ก็คือว่าเมื่อเรามองผ่านตัวแว่นตา มันจะได้ภาพที่สมจริงประมาณสัก 70 เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ทำให้เราเสียวไปกับการนั่งรถไฟเหาะจริงๆ เลยด้วยซ้ำ ภาพตอนที่ขึ้นไปสูงๆ แล้วก็ตกลงมา แต่มันก็อาจจะไม่สมจริงเท่ากับเล่นของจริง อาจจะไม่มีลมตีหน้า หรือ อาจจะไม่มีความรู้สึกการสั่นสะเทือนอะไรแบบนี้เท่านั้นเอง แต่ทั้งภาพและเสียง การมองหันซ้าย หันขวา มุมก้ม มุมเงย เรียกว่าสมจริงเลยทีเดียวครับ

   แต่สำหรับผมเองแล้วคิดว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มันน่าจะเหมาะกับการเล่นเกมส์มากกว่านะครับ เพราะการเล่นเกมส์ที่มันรองรับ VR เนี่ยทำให้ภาพที่ได้ในการเล่นได้สนุกมากยิ่งขึ้น ใครที่ชอบเล่นเกมส์ผมว่าไปหาแว่นตา VR มาเล่นก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

Review Sony A5100 ครายทุกข้อสงสัยในการใช้งานแบบเจาะลึก

 

   มีเพื่อนๆ หลายคนส่งคำถามเข้ามาผ่านทางช่องทาง facebook ของเราที่ 108plaza มากมายเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานกล้องถ่ายรูป sony A5100 ที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครทำรีวิวขึ้นมา แล้วก็อยากจะให้ทีมงานได้เขียนรีวิวกันแบบเจาะลึกสักนิดหนึ่ง ทางทีมงานก็เลยจัดให้เลยครับ นำเอาอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เลย

   สำหรับกล้อง song A5100 ตัวนี้เราเคยรีวิวเรืองของสเปคกันไปแล้วนะครับ ใครที่อยากจะรู้ว่าสเปคของมันมีอะไรบ้าง สามารถย้อนไปอ่านในบทความที่ผ่านมาได้เลย แต่ในครั้งนี้จะมาตอบทุกคำถามที่ถามกันมามากมายเลยสำหรับคนที่ซื้อกล้องตัวนี้มาแล้ว ยังใช้ไม่ค่อยเป็นหรือว่าใช้แล้วมันยังงงๆ อยู่อะไรแบบนี้นะครับ คำถามแรกเลยดีกว่า ก็มีเพื่อนๆ ถามมาว่าถ้าเป็นเลนส์ kit นี้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ไหม แล้วมันจะถ่ายได้สวยหรือไม่ คำตอบก็คือ สามารถถ่ายได้นะครับ ซึ่งก็ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่าเลนส์ kit เนี่ยมันสามารถทำได้ทุกอย่างเลย เป็นเลนส์ที่อเนกประสงค์เลยทีเดียว แต่อย่างที่เราเคยรีวิวไปเมื่อตอนที่ผ่านมาว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้เลนส์แบบ 3.5 มิลลิเมตร f/1.8 ที่ใช้กับกล้อง sony A5100 ตัวนี้ได้เนี่ยนะครับ มันจะสุดยอดมากเลย แต่คำตอบคือเลนส์ kit ก็สามารถถ่ายได้เช่นกันครับ ส่วนคำถามต่อมาเลยในเรื่องของเลนส์ 3.5 มิลลิเมตร เนี่ย เราสามารถเอามาถ่ายแบบ เซลฟี่ ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้นะครับ เพราะว่าถ้าเอามาถ่ายเซลฟี่ตัวเองเนี่ยจะทำให้หน้าใหญ่ หน้าบานเกินไป แต่เลนส์ 3.5 มม. เนี่ยจะเอาไว้ถ่ายคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราหรือว่าเอาไว้ถ่ายอาหารที่ดูมีสีสันสวยงามน่ารับประทาน แต่ต้องถ่ายในระยะที่พอเหมาะด้วยนะครับ แต่ถ้าจะเอาเพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะ แนะนำว่าเอาเลนส์ kit นี่แหละครับ ก็พลิกจอขึ้นมา ยืนแขนออกไป แล้วก็กดชัตเตอร์ แชะ แค่นี้แหละครับเราก็จะได้รูปเซลฟี่จากกล้อง sony A5100 แล้ว อีกหนึ่งคำถามต่อมาเลย ก็ถามกันมาว่าเราจะส่งไฟล์วีดีโอที่เราถ่ายเอาไว้ในตัวกล้องแล้วก็ส่งเข้ามือถือเราได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แต่มีข้อแนะนำว่าเราต้องเปลี่ยนไฟล์นามสกุลจากตอนที่เราจะถ่ายวีดีโอนั้นๆ เสียก่อน ให้เปลี่ยนเป็นไฟล์นามสกุล mp4 ซึ่งในตัวกล้องเองก็จะมีไฟล์นามสกุลหลายๆ ไฟล์เลยที่มีตั้งไว้ในตัวกล้อง ซึ่งไฟล์นามสกุลแบบอื่นๆ ก็จะได้คุณภาพของการถ่ายวีดีโอที่สูงกว่า แต่จะดึงเข้าได้ก็กับคอมพิวเตอร์ที่เราจะต้องดึงจากการ์ดเท่านั้นนะครับ ซึ่งถ้าจะส่งให้กับมือถือสมาร์ทโฟน แท้ปเล็ดหรือว่าไอแพ็ด ไอโฟนต่างๆ ก็ส่งผ่านตรง play memory app ที่เราจะสามารถเชื่อมต่อผ่านตัว wifi ได้เลย ก็ง่ายดี แล้วก็ความคมชัดก็ยังพอที่จะดูได้ชัดเจนดีด้วยนะครับ

   เนื่องด้วยตัวกล้องสามารถเชื่อมต่อ wifi ได้ด้วยเนี่ยนะครับ ก็เลยทำให้กล้องนั้นเชื่อมต่อ internet ได้ด้วย ก็เขาไปที่ play memory app นี่แหละนะครับ แล้วก็เข้าไปสมัคร ID ของทาง sony แล้วก็จะสามารถดาวน์โหลด app ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นแอปที่แต่งรูปได้เพิ่มเติมแล้วก็แอปฟรีและไม่ฟรีอื่นๆ อีกเยอะเลย แต่เท่าที่ผมได้ใช้งานมา ก็ไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดอะไรมาเพิ่มนะครับ แต่ฟังก์ชั่นในตัวกล้องก็ใช้งานได้ดีแล้วนั้นเอง อีกหนึ่งอย่างที่จะแนะนำกันกับคุณสาวๆ ที่ใช้กล้อง sony A5100 ตัวนี้มาเพื่อทำการเซลฟี่โดยเฉพาะเลย วิธีการเซลฟี่ได้ภาพที่เนียนสุดๆ ก็ให้เข้าไปที่ menu แล้วก็เลื่อนๆ ไปที่ camera แล้วก็เลือกไปที่โหมด screen effect จากนั้นก็จะมีให้เราเลือกว่าจะเอาระดับไหน จะมี low mid hi ก็แนะนำว่าให้เลือกไปที่ระดับสูงสุดเลย แล้วก็จะได้ใบหน้าที่เนียนมากๆ เลยในกล้องตัวนี้ วิธีการเซลฟี่ก็ต้องหามุมที่คิดว่าตัวเองสวยที่สุดครับ แล้วก็ยกแขนขึ้นตรงๆ ตั้งฉากกับลำตัวเลย กดกล้องให้ทำมุม 45 องศานิดหน่อย จากนั้นก็ดชัตเตอร์ จะได้ภาพที่รับรองว่าต้องสวย อัพลงโซเชียลมีคนกด like กันเยอะแน่ๆ เลยครับ

   สำหรับใครที่ไม่เก่งเรื่องภาษา กล้อง sony A5100 ที่นำมาครายข้อสงสัยและนำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้เนี่ย สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นเมนูภาษาไทยได้ด้วย แล้วอีกหนึ่งคำถามส่งท้าย ก็คือว่ากล้องตัวนี้เอาไปถ่ายวีดีโอนอกสถานที่ได้ดีไหม แนะนำว่าให้เข้าไปที่การตั้งค่าแล้วก็ไปที่ตั้งค่ากล้องวีดีโอ จะมีเมนุให้เลือกว่า ลดเสียงลม ก็จะช่วยให้การบันทึกเสียงได้ดีขึ้น ไม่มีเสียบรบกวนเข้ามาในวีดีโออีกด้วยนะครับ สำหรับใครที่สงสัยในเรื่องไหนอีกนั้น สามารถเข้ามาถามกันได้ที่ facebook ของเรา 108plaza กันได้เลยครับ

หลุดมาแล้ว SAMSUNG GALAXY NOTE 6 เผยว่าสเปคแรง แรม 6 จิก กันน้ำได้ กันฝุ่นได้ เครื่องแรกของซัมซุง

 

   108plaza วันนี้มาอัพเดทข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันบ้างนะครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนของซัมซุง เป็นสาวกของซัมซุง ต้องมาอ่านทางนี้เลย เพราะว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมานำเสนอในครั้งนี้ เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นเรือธงของซัมซุง ที่หลุดทั้งภาพและก็สเปคมาอย่างคร่าวๆ กันแล้ว เพราะฉะนั้น ในเมืองไทยเราไม่มีใครอัพเดทข่าวได้เร็วกว่า 108plaza อีกแล้ว รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันครับ

   ต้องบอกว่าใครที่รอคอยการเปิดตัว Samsung galaxy note 6 อยู่นั้น ผมคาดว่าอีกไม่นานเกินรอครับ เพราะตามที่ทางทีมงานขงอเราเองได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตมือถือค่ายดังจากเกาหลีมาอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้เราก็พบว่ามีทั้งภาพแล้วก็สเปคกันแบบคร่าวๆ อย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วว่า ซัมซุง เองจะออกแบบ galaxy note 6 นั้นให้มาคล้ายๆ กับตัว galaxy S7 แล้วก็ให้มีความคล้ายคลึงกับ galaxy note 5 เดิมอยู่บ้าง แต่เรื่องของสเปคนั้นก็ค่อนข้างที่จะทันสมัยแล้วต้องบอกว่ามันแรงมากเลยถ้าเป็นสเปคที่หลุดมาจริงๆ นะครับ แต่เดี่ยวเราจะไปดูกันว่าสเปคที่หลุดมานั้นมีอะไรกันบ้าง

   ซึ่งตามภาพที่หลุดมานั้น Samsung galaxy note 6 เองจะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.77 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอนั้นจะอยู่ในระดับ Quad HD เป็นจอที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง ซัมซุง เองด้วยนั้นคือ super amoled นั้นเองนะครับ แล้วตามข่าวที่หลุดออกมาอย่างไม่เป็นทางกานั้น บอกเลยว่าสเปคภายในนั้นแรงจริงๆ จะมาพร้อมกับ RAM มากถึง 6 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในมาที่ 64 GB แต่ตรงนี้ข้อมูลยังไม่ยืนยันว่าจะผลิตตัวที่มีความจุเยอะกว่านี้ขึ้นมาหรือไม่ แต่เรื่องของตัวชิปประมวลผลนั้นจะใช้เป็น exynos 8890 แต่เรื่องของการ์ดจอจะใช้การ์ดจอแบบไหนนั้น ต้องติดตามข่าวการอัพเดทต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพราะคาดว่าเรื่องของการ์ดจอนี่ก็คงใช้ตัวที่ไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะว่าดูจากสเปคของตัวซีพียูแล้ว มันคงจะแรงน่าดูเลยนะครับ แต่เรื่องของดีไซน์นั้น ตัวเองจะยังเป็นไว้ซึ่งโลหะทั้งตัว แต่อาจจะครอบด้วยกระจกแบบ 3D มาด้วยก็ได้ ตัวเครื่องเองจะมีความหนาว่า galaxy note 5 เล็กน้อยนะครับ เพราะว่า note 6 นี้จะเพิ่มขนาดแบตเตอร์รี่ขึ้นมาให้อยู่ที่ความจุ 3700 mAh เลยทีเดียว ก็คาดว่าน่าจะมาเอาใจคนที่ชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ดูซีรี่ย์ บนมือถือนั้นเองนะครับ

   ความพิเศษอย่างต่อมาที่หลุดมาตามข่าววงในของทางซัมซุงเองนะครับ ก็คือว่า ซัมซุงจะผลิตมือถือเครื่องแรกของทางซัมซุงที่จะสามารถกันน้ำ กันฝุ่น ได้ถึงระดับมาตรฐานที่ IP 68 อีกหนึ่งความหมายต่อมาในตัว Samsung galaxy note 6 เครื่องนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ คาดว่าจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ทาง google กำลังจะพัฒนาให้ได้ใช้งานกันในเร็วๆ นี้ นั้นก็คือ Android เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเลย เวอร์ชั่น 7.0 นั้นเอง แต่ตามภาพหลุดออกมานั้นจะยังคงเป็นการใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 อยู่ แต่ผมเองและทางทีมงานก็คาดว่าเมื่อได้ทำการเปิดตัวมาจริงๆ ความเป็นไปได้สูงว่าทางซัมซุงจะไปจับมือร่วมกับ กูเกิ้ล เพื่อขอให้ใช้งานบน Samsung galaxy note 6 ในเวอร์ชั่น Android 7.0 นั้นเองนะครับ

   แล้วอีกหนึ่งอย่างที่คงจะไม่พูดไม่ได้เลย นั้นก็คือจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ที่สามารถขีดเขียนได้ด้วยปากกา s pen นั้นเอง ซึ่งตามภาพข่าวนั้น ปากกาของทาง ซัมซุง note 6 เครรื่องใหม่นี้จะอัปเกรดปากกาให้มีความคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนเลยทีเดียวแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยมาให้ครบว่า สเปคอื่นๆ จะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องของกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลัง และรูปแบบการใช้งานต่างๆ ที่คิดว่าต้องเหนือกว่า galaxy note 5 เดิมนี้อยู่แน่นอน

   อย่างไรก็ตาม ถ้าตามคาดการณ์นั้น อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทางซัมซุง จะต้องเปิดเผยข่าวหรือว่าข้อมูลเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ออกมาแน่นอน ใครที่เป็นสาวกของทาง ซัมซุง ก็ต้องบอกว่าห้ามพลาดที่จะต้องรอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ แล้วเมื่อนั้นเราจะนำเอาเครื่องจริง ตัวจริง มาทำการรีวิวแล้วก็แจ้งให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงการใช้งานกันต่อไปอย่างแน่นอนเลยทีเดียวครับ

   

รีวิว SKmel 1025 Calender Sport Black นาฬิกาสไตล์สปอร์ต ราคาไม่แพง

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราที่ 108plaza แห่งนี้นะครับ ก็อย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นกันว่าในรูปตัวอย่างสินค้าทั้ง 3 รูปนั้น วันนี้เราจะมารีวิวนาฬิกากันครับ ซึ่งเหตุผลที่เลือกนาฬิกาตัวนี้มานั้นก็เพราะว่ากำลังเป็นกระแสในต่างประเทศครับ ในเรื่องของดีไซน์ความสวยในการออกแบบตัวเรือน แล้วก็เรื่องของราคาค่าตัวของนาฬิกาเรือนนี้นะครับ ต้องบอกเลยว่าเป็นนาฬิกาที่ราคาถูกครับ เรียกว่าราคาถูกจนบอกกันตั้งแต่ช่วงแรกๆ นี้ก่อนเลยก็ได้นะครับ เรื่องราคาเนี่ยเพียงหลักร้อยเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของดีไซน์แล้วใครที่เห็นจากในรูปแล้วคิดว่าสวย ถูกใจตัวเอง อันนี้ต้องห้ามพลาดการรีวิวในครั้งนี้ครับ

   เริ่มต้นการรีวิวต้องบอกว่าเราได้มานั้นยังไม่ได้แกะกล่องกันเลย ก็เริ่มต้นแกะกล่องเป็นการรีวิวแบบ Unbox กันเลยนะครับ ซึ่งตรงหน้ากล่องก็จะมีโลโก้ที่เขียนติดไว้ว่า SKmel แล้วก็ตามชื่อรุ่น 1025 ติดมาอย่างชัดเจนเลย เป็นตัวหนังสือแบบเรืองแสงด้วย ก็ดูสวยงามดีครับ แต่กล่องของตัวนาฬิกานี้ก็เป็นกล่องสีเหลี่ยมเล็กๆ เป็นกล่องกระดาษธรรมดาๆ นะครับ ข้างในกล่องเมื่อเปิดขึ้นมาก็จะมีเรื่องของใบรับประกันตัวสินค้ามาให้แต่ก็เป็นภาษาอังกฤษนะครับ แล้วผมเองก็ไม่แน่ใจว่าการรับประกันตัวสินค้าในบ้านเราเนี่ยจะมีหรือเปล่า เพราะนาฬิกาตัวนี้เนี่ยก็สั่งมาจากต่างประเทศนะครับ แต่ผมคิดว่าราคาหลักร้อย ก็ไม่น่าจะซ่อมนะครับ ถ้าเสียก็คงซื้อใหม่ตัวอื่นน่าจะคุ้มกว่านะครับ ถัดมาก็จะเจอกับคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน จากนั้นก็เปิดมาเจอตัวนาฬิกาเลย ก็ถูกร้อยอยู่ในหมอนมาอย่างดี ก็เรียกว่าแพ็คเก็จจิ้งของเค้าก็ดูสวยดีครับ แล้วก็ดูใส่ใจเรื่องของบรรจุภัณฑ์ดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับนาฬิกา SKmel 1025 เรือนนี้นะครับ ต้องบอกเลยว่าคนรัสเซียในตอนนี้นะครับเค้ากำลังนิยมใส่และใช้กันนะครับ ซึ่งผมเองก็เห็นรีวิวในต่างประเทศก็รู้สึกว่ามันเป็นนาฬิกาที่น่าใช้พอสมควรเลย แล้วอย่างที่บอกไปว่าราคาก็ค่อนข้างถูกนะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาเนี่ยนะครับ เมื่อผมได้จับดูแล้วตอนที่สัมผัสดูตัวเรือนเองก็รู้สึกว่ามันดูดีเลยทีเดียว เรื่องของวัสดุที่นำมาทำก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดูแข็งแรงครับ งานประกอบของเค้าเนี่ยก็ค่อนข้างแน่นหนาดี มาดูกันที่ตัวสายนาฬิกาเรือนนี้กันก่อนนะครับ ตัวสายนั้นเป็นคล้ายๆ หนังสังเคราะห์ที่ทำมาเป็นสีด้าน ความจริงแล้วมีหลายสีนะครับในรุ่นนี้ แต่ตัวที่ได้มารีวิวนี้เป็นสีดำด้าน สายก็สีด้าน แต่สีด้านเนี่ยที่ผมเห็นว่ามันค่อนข้างแตกต่างจากสายนาฬิกาแบบกากๆ ทั่วไปที่ขายกันราคาหลักร้อยเนี่ย นาฬิการุ่นนี้เนี่ยนะครับ มันเป็นสีดำด้านที่ออกแนวเคลือบมันมาให้แล้ว ซึ่งข้อดีของการเคลือบมันเอาไว้ให้เราเนี่ยก็จะทำให้เรื่องของฝุ่น เรื่องของคราบเหงื่อ คราบด่างสีขาวๆ เนี่ยมันไม่เกิดขึ้นบนสายนาฬิกาง่ายด้วยนั้นเอง แต่ถ้าเป็นสายสีดำด้านๆ เนี่ยนะครับมันจะเกิดเรื่องของคราบฝุ่นเกาะได้ง่ายแล้วก็เกิดคราบเกลือนั้นเอง สรุปว่าสายนาฬิกาเรือนนี้ใช้ดีนะครับ ในส่วนของเรื่องการดีไซน์นั้นจะออกแนวสปอร์ต เรียกว่าคุณผู้ชายเนี่ยใส่แล้วดูเท่เลยนะครับ ใครที่ดูแบบว่าเป็นแนวสายลุยๆ หน่อย สวยแบบเน้นการเล่นกีฬาหรือว่าการออกกำลังกายเนี่ยดูเหมาะเลย แต่นาฬิกาเรือนนี้มันจะไม่สามารถกันน้ำลึกได้นะครับ มันจะกันน้ำได้ลึกเพียงแค่ประมาณ 3 เมตรเท่านั้นเอง ใครที่ชอบในเรื่องของกีฬาดำน้ำอะไรแบบนี้ต้องแนะนำว่าต้องถอดออกก่อนนะครับ เพราะนาฬิกาเรือนนี้มันไม่ได้ทนทานหรือว่ามีระบบด้านในที่ล้ำถึงขนาดนั้นนะครับ ส่วนการใช้งานก็ปกตินะครับ สามารถบอกเวลา วันที่ การตั้งปลุก แล้วก็เป็นนาฬิกาจับเวลาได้ด้วย แล้วก็มีไฟส่องสว่างของหน้าจอในเวลากลางคืนได้ด้วย

   ใครที่ชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นนาฬิการุ่น SKmel 1025 เรือนนี้นะครับ ก็ต้องไปหาซื้อตามเว็บไซต์ที่เค้าหิ้วมาจากในต่างประเทศได้นะครับ ก็จะมีขายอยู่ ราคาก็ต้องแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าใครจะขายแพงขายถูก แต่ว่าราคาอยู่ในหลักร้อยแน่นอน ถ้าใครที่ไปหาซื้อแล้วราคาเกินหลักร้อยก็ต้องคิดดีๆ กันสักนิดหนึ่ง อาจจะต้องหาดูหลายๆ ที่หน่อยก็จะดีครับ

Review Xiaomi mi5 สมาร์ทโฟนเรือธงที่บางเฉียบ

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ก็กลับมาพบกันอีกแล้วที่นี่ 108plaza ในรูปแบบของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์จากทั่วทุกมุมโลก เอามารวบรวมเอาไว้ที่นี่ในการรีวิวแบบบทความหรือว่า text ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ต้องบอกว่าใครที่พลาดตอนในตอนหนึ่งในการรีวิวไป คุณจะเป็นคนที่ตกเทรนด์ทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ยากจะตกเทรนด์ต้องเข้ามาอ่านกันนะครับ

   สำหรับตัวสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ คือสมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนะครับ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงจากทางแบรนด์จีนที่มีชื่อว่า Xiaomi รุ่น mi5 นั้นเอง ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่อีกหนึ่งรุ่นที่มีคนถามกันเข้ามามากเลยทีเดียวว่าจะรีวิวเมื่อไหร่ ตอนนี้ได้เครื่องมาเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อได้ตัวเครื่องมาก็รู้สึกว่ามันน่าใช้มากครับ เป็นเครื่องที่บางเฉียบเลย เรื่องของกล้องนั้นต้องบอกในเบื่องต้นอย่างนี้ครับว่า กล้องหลังดีครับ ได้ทำการทดสอบมาแล้ว สามารถจับโฟกัสได้เร็ว แล้วก็สามารถถ่ายในที่แสงน้ยอได้ดี ซึ่งเรื่องของกล้องนั้นสามารถที่จะปรับตามโหมดต่างๆ ที่เป็น manual mode ได้เยอะครับ ทั้งการปรับค่า ISO การปรับไวท์บาลานท์ การปรับค่ารูรับแสง ซึ่งจะมีโหมดเพื่อขึ้นมาที่พิเศษกว่าโหมด HDR ทั่วไปที่ใช้ถ่ายในที่แสงน้อย แต่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีโหมดการปรับความสว่างของภาพได้แบบอันโนมัติ ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบแล้วมันก็ถ่ายได้ดีจริงครับ เรียกว่ากล้องนี่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แล้วต่อมาก็เป็นก้องหน้ากันบ้างนะครับ ก็ต้องยกนิ้วให้กับทาง Xoaomi อีกครั้งนะ เพราะว่ากล้องหน้าเป็นเลนสมุมกว้างเป็นเลนส์ wide เลยนะครับ มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกถ่ายกัน 3 ระดับเหมือนเดิม แล้วก็มีโหมดบอกอายุมาให้ด้วยเหมือนกับรุ่นก่อนๆ หน้านี้ แล้วอีกหนึ่งโหมดที่มีมาใหม่ในรุ่นน้ะนครับ เรียกว่าเป็นโหมด เมจิก ชัตเตอร์ คือถ้าใช้โหมดนี้ในการเซลฟี่เนี่ย กล้องมันจะให้คะแนนความสวย ความหล่อของเราเอง คะแนนจะเต็ม 10 ถ้าเราถ่ายในมุมมองต่างๆ เงยหน้า ก้มหน้า เอียงหน้า ทำหน้าแอปต่างๆ กล้องมันจะวิเคราะห์และให้คะแนนความสวยมาให้เราดู ก็ไปลองเล่นกันนะครับสวยๆ เพื่อทดสอบว่ามุมกล้องที่เหมาะกับหน้าเรามุมไหนได้คะแนนจากกล้องตัวนี้มากที่สุด แล้วคิดว่ามันจะตรงกับใจเราคิดหรือไม่ว่ามุมนี้เราถ่ายสวยสุดแล้ว อะไรแบบนั้นนะครับ ซึ่งอาจจะสรุปได้อย่างนี้ครับว่า xiaomi mi5 รุ่นนี้มันสามารถที่จะถ่ายได้ทั้งกล้องหน้า แล้วก็กล้องหลังที่สวยใช้ได้เลย กล้องดีครับ

   เรื่องกล้องผ่านไป อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้นะครับ ก็คือความแรงของมันครับ ต้องถือว่า mi5 นี่แรงพอๆ กับปีศาจได้เลยนะครับ ที่ผมว่ามันแรงเนี่ยเพราะว่าได้ทำการทดสอบเล่นเกมส์มาแล้วหลายๆ เกมส์ด้วยกัน คือเกมส์เนี่ยเราจะทดสอบได้ 3 อย่างหลักๆ ด้วยกัน ก็คือ จอ ความไหลลื่นของตัวเครื่องที่ผสมผสานการทำงานของตัวการืดจอ แล้วก็แรม แล้วก็ซีพียู นั้นเอง อย่างที่สามคือ เรื่องของลำโพง มาดูอย่างแรกก่อนดีกว่า ต้องบอกว่าผมทดสอบเกมส์แบบหนักๆ กราฟฟิกเยอะๆ อย่าง โนวา 3 ฟีฟาร์ 16 แล้วก็อีกหลายเกมส์มากเลย เรื่องของจอบอกเลยว่าจอสวย ขอบจอบางด้วย การดูภาพแบบเต็มจอเนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียว จอผ่าน ต่อมาความไหลลื่น ก็ต้องบอกว่ามันช่างประทับใจอีกแล้วครับ ใครที่ว่ามือถือจากจีนไม่ดี อันนี้ต้องเปลี่ยนความคิดนะครับ เพราะแบรนด์จีนที่เป็นแบรนด์อินเตอร์เนี่ยเค้าทำมาดีครับ เล่นเกมส์นี่ไหลลื่นดีมาก ไม่มีสะตุดเลยสำหรับการเล่นเกมส์หนักๆ คอเกมส์ ใครที่ชอบเล่นเกมส์บนมือถือเนี่ย ถือว่า mi5 ตัวนี้ตอบโจทย์เลยทีเดียว ต่อมาอีกหนึ่งเรื่อง คือ ลำโพง เสียงดีครับ ดังปานกลาง ไม่ถึงกับดังมาก ถ้าเล่นอยู่ในห้องเสียงไม่มีรบกวน ก็ฟังได้ชัดเจนดีครับ

   อีกหนึ่งจุดที่ต้องทำการรีวิวกันก็คือรเองของการใช้งานทั่วไปนะครับ การเล่นเว็บ ท่องโลกโซเชียล รวมไปถึงเรื่องของความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ดีครับ บอกเลยว่าดี แต่มันมีข้อติติงอยู่ที่แบตเตอร์รี่ยังไม่เยอะ ใครที่ติดสมาร์ทโฟนมากๆ อาจจะใช้ไม่หมดวันนะครับ แต่ถ้าใช้ทั่วไป ใช้ได้ทั้งวันแน่นอนครับ แต่ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่า สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้ Xiaomi mi5 เครื่องนี้เราจะไม่ได้บอกสเปคนะครับ เราเน้นการใช้งานมากกว่า แต่ใครที่สนใจจะซื้อก็คงจะหายากนิดหนึ่ง เพราะยังไม่มาทำตลาดในบ้านเรานั้นเองแต่ก็จะพอมีขายอยู่ตามร้านหิ้วนะครับ

Review Vivo V 3MAX สมาร์ทโฟนที่มาแรงอีกหนึ่งรุ่นในช่วงหลังสงกรานต์

 

          สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่าน ผ่านพ้นช่วงสงกรานต์มาแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ สำหรับเทศกาลแห่งความสนุกสนานของบ้านเราก็ผ่านกันไปแล้ว เมื่อผ่านช่วงวันหยุดไปแล้วก็มาทำงานกันต่อไปนะครับ ในครั้งนี้เอง ผมก็มี gadget สินค้าอินเทรนด์อีกหนึ่งชิ้นมาฝากเพื่อนๆ กัน เป็นสมาร์ทโฟนครับ แล้วก็เป็นสมาร์ทโฟนจากแบรนด์จีนอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวมาในช่วงเดือนเมษายน 2016 นี้นะครับ สมาร์ทโฟนที่ผมกำลังจะนำมารีวิวนี้ก็คือ Vivo รุ่น V 3MAX นั้นเองเครับ ดีไซน์จะสวยแค่ไหน เดี่ยวมาติดตามกันเลยครับ

สำหรับสมาร์ทโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้ เดี่ยวเราจะทำการแกะกล่องกันเลยครับในครั้งนี้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีสเปคที่ให้มามีอะไรบ้าง เมื่อแกะกล่องขึ้นมานะครับ ก็จะมีอย่างแรกเลยที่เห็นก็คือตัวเครื่อง ที่ได้มารีวิวครั้งนี้เป็นสีขาว จับเครื่องขึ้นมาจะเห็นว่าบนหน้าจอมีฟิล์มกันรอยที่ดูเหมือนฟิล์มกระจกบางๆ ติดมาให้เรียบร้อย เมื่อได้จับตัวเครื่องแล้วก็ให้อารมณ์ในการจับที่เหมาะมือดีครับ ใส่ใจเรื่องของการจับต้องมากเลย ตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะครับ ไม่รู้สึกว่าบาดมือด้วย ถัดมาครับ ในกล่องก็จะมีเคสใสๆ ที่เป็นพลาสติกบางๆ แถมมาให้ด้วย ต่อมาก็จะมีหัวชาร์จที่รองรับการชาร์จไวด้วย แรงดันไฟ 5v 2A และ 9v 2A จากนั้นก็จะมีสายชาร์จมาให้ มีหูฟังมาให้ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานแล้วก็ใบรับประกันตัวสินค้ามาให้เลย

เรามาโฟกัสกันที่การใช้งานของตัวเครื่องดีกว่านะครับ จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5.5 นิ้ว ขนาดกำลังพอดี จอใหญ่ ด้านหลังจะมีกล้องอยู่ทางมุมซ้าย แล้วก็มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่องด้วย ส่วนสเปคด้านในตัวเครื่องนั้น ให้ RAM มาที่ 4 GB ให้ Rom มาที่ 32 GB สามารถที่จะเพิ่ม micro SD Card ได้ด้วย แต่ถ้าใครที่คิดว่าเมื่อลงแอปหรือว่าเกมส์ต่างๆ หมดแล้ว หน่วยความจำในตัวเครื่องจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 25 GB ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานนะครับ ในเรื่องของสีสันหน้าจอสีสันที่ต้องบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะขายดีเลยทีเดียวนะครับผมว่า เพราะจอสีสันสวย เป็นจอแบบ IPS แบบใหม่ด้วย แล้วยังมาพร้อมกับสเปคของกล้องหน้าที่ 8 ล้านพิกเซล เมื่อผมได้ไปดูฟังก์ชั่นการใช้งานด้านในแล้ว ที่เห็นชัดเจนขึ้นมาก็คือโหมดการดึงตั้งค่าการปรับแสง ที่เอาไว้ปรับในที่แสงน้อยให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้นนั้นเอง แล้วตัวเครื่องด้านบนเนี่ยก็จะมีไฟ LED ที่มีการแจ้งเตือนต่างๆ มีมาให้ที่ด้านบน ถัดมาก็มาดูที่ด้านข้างตัวเครื่องกันบ้างนะครับ จะเป็นว่ามีช่องเสียบถาดซิมการ์ดอยู่ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม ซิมแรกจะเป็นแบบไมโครซิม ซิมที่ 2 เป็นแบบ นาโนซิม ก็จะต้องเลือกว่าจะใส่ซิมหรือใส่หน่วยความจำสำรองนะครับ รองรับการใช้ 4G LTE ที่ซิมแรกด้วย ถัดมาก็มาดูกันที่กล้องหลังครับ จะมาพร้อมกับสเปคความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็มีไฟแฟลดซ์มาให้ด้วย จุดเด่นของกล้องหลังก็คงอยู่ที่การจับโฟกัสของภาพแบบ PDAF สามารถจับโฟกัสได้เร็วถึง 0.2 วินาที แล้วก็สามารถเข้าโหมดกล้องได้เร็วถึง 0.7 วินาที จุดเด่นอย่างต่อมาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ จะอยู่ที่ตัวสแกนลายนิ้วมือ จะมีความไวถึง 0.5 วินาที

ในด้านของตัวชิปประมวลผลที่อยู่ด้านในของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ จะใช้เป็นชิปประมวลผลของ snapdragon 652 แบบ 8 แกนสมอง Octa-core 64-bit วิ่งด้วยความเร็ว 1.8GHz สำหรับตัวหน่วยความจำสำรองนั้นนะครับ จะสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดที่ 128 GHz อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตัวนี้นะครับ ที่ผมได้มีโอกาสได้ทดสอบมาเบื้องต้นเนี่ยนะครับ เรื่องกล้องดี ทั้งกล้องหน้าและหลัง แต่บางทีอาจจะมีการปรับไวท์บาลานท์ที่สีผิดเพี้ยนไปบ้างตามความสว่างนะครับ แต่ที่ขาดไปไม่ได้คือเรื่องของชิปเสียง ที่ให้ชิปเสียงมาอย่างดี ทาง วีโว่ เองก็ได้ร่วมจับมือกับบริษัทญี่ปุ่นที่ชื่อว่า อาซาฮี ที่ทำชิปเสียงตัวนี้มาใส่ไว้ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นะครับ เรียว่าตอบโจทย์ความบันเทิงได้อย่างดีเลยทีเดียว

ก็ต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนที่นำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจะทำตลาดระดับกลาง ราคาหมื่นต้นๆ ได้ดีนะครับ ใครสนใจก็ลองไปหาดูตัวจริง แล้วก็ลองไปสัมผัสตัวจริงกันได้ตามศูนย์บริการทั่วไปได้แล้วนะครับ

รีวิว จอมอนิเตอร์ 27 inch LED AOC I2757FH ขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร ราคาเบาๆ

 

          สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนเลย ในครั้งนี้เองผมมีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันอีกแล้วครับ เป็นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ครับ ใครที่ชอบทำงานทางด้านกราฟฟิก ที่ต้องใช้ไทม์ไลน์เยอะๆ เนี่ย หน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ๆ ตอบโจทย์เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี่ยวเรามารีวิวจอมอนิเตอร์ยี่ห้อ AOC รุ่น I2757FH ขนาด 27 นิ้ว LED เครื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ

ต้องบอกว่าความพิเศษของจอมอนิเตอร์เครื่องนี้นะครับ มีขอบจอที่บางเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ในเรื่องของการดีไซน์ตัวจออย่างต่อมา ตรงบริเวณขอบจอด้านล่างนั้น ถ้ามองจากในรูปตัวอย่างสินค้าก็อาจจะมองเป็นตัวอลูมิเนียม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เป็นพลาสติกที่ขัดลายมาให้ดูเหมือนเฉยๆ ก็ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง แล้วก็มีโลโก้ AOC เป็นโลโก้แบบโครเมี่ยมอยู่ตรงกลาง ก็ดูเด่นเห็นชัดถึงตัวโลโก้ยี่ห้อได้เลย ไล่ลงมาที่ตรงบริเวณขาตั้งจอด้านล่างนะครับ ทำดีไซน์ออกมาได้เรียบๆ เป็นแนวแป้นขาดตั้งแบบสี่เหลี่ยม ที่ทำขัดลายมาให้เหมือนกับอลูมิเนียมเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเมื่อผมจับดูก้เป็นพลาสติกหนาครับ ในส่วนของตัวจอนั้น จะสามารถปรับองศาในการมองได้เพียงการปรับทำมุมก้ม แล้วก็ทำมุมเงย ได้สองทิศทางเท่านั้นนะครับ ถัดมาดูด้านหลังของตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกสีดำเช่นกัน แล้วก็มีโลโก้ของทาง AOC ติดเอาไว้ด้านหลังเห็นชัดเจนเลยทีเดีว โดยรวมแล้วในเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้นดูเรียบๆ แต่ก็ดูสวยงามดีครับ

มาดูกันที่พอร์ดการเชื่อมต่อบ้างครับ ด้านหลังจะมีพอร์ด HDMI ให้ใช้งานกันอยู่จำนวน 2 พอร์ดด้วยกัน แล้วก็มีพอร์ด VGA แบบ 15 pin มาให้อีก 1 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็จะมีพอร์ดที่เอาไว้เสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรที่เป็นแบบ out put แล้วก็มีพอร์ดที่เอาไว้เสียบสัญญาณเสียงเข้าแบบ 3.5 มิลลิเมตรให้มาอีกหนึ่งพอร์ดเชื่อมต่อด้วยกัน แล้วความพิเสษของตัวจอมอนิเตอร์ตัวนี้นะครับ จะมีลำโพงแบบสเตอริโอ อยู่ทางด้านล่างของจออยู่ 2 ตำแหน่ง ก็คือทางด้านซ้าย กับ ทางด้านขวานะครับ

ถัดมาเรามาดูสเปคของตัวหน้าจอที่ใช้ในมอนิเตอร์เครื่องนี้กันบ้าง AOC I2757FH 27 inch LED เครื่องนี้มีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1920*1080 พิกเซล เป็นจอแบบ IPS หน้าจอเป็นแบบ 16 ต่อ 9 Response time อยู่ที่ 5 ms. Refresh rate 60 Hz. Contrast  บอกเลยว่าค่อนข้างสูงครับ อยู่ที่ 50 ล้านต่อ 1 เลยทีเดียว เรียกว่าเท่าที่ดูจากสเปคตัวน้นะครับ ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าจอมอนิเตอร์ที่จะสามารถรองรับสเปคของคอมพิวเตอร์ที่มีการืดจอเทพ ๆ ที่จะเอาไว้ทำงานทางด้านกราฟฟิกก็ได้ หรือ จะเอาไว้เล่นเกมส์สนุกๆ เป็นแนวแบบเกมส์สายโหด อย่างนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน

ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในตัวกล่อง หรือจะเรียกว่าเป็นของแถมอันนี้ก็คงเรียกไม่ได้ เพราะเราเสียตังค์ซื้อมาแล้ว เป็นสาย HDMI ยาวประมาณ 1 เมตร ให้มา 1 เส้นด้วยกัน แล้วก็เป็นสาย VGA แบบ 15 pin ยาวประมาณ 1 เมตร ก็ให้มาด้วยเช่นกัน ถัดมาก้เป็นสาย audio ที่เป็น line in put ก็ให้มาอีกหนึ่งเส้น ยาวประมาณ 1 เมตรเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมีแผ่น DVD ที่เป็นคู่มือการใช้งานมาให้เราได้เปิดดุ เปิดอ่านกันอีกหนึ่งแผ่นด้วยกัน แต่ด้านในก็จะเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ใครที่ยังไม่เข้าใจการใช้งานก็สามารถเปิดดูและศึกษาเพิ่มเติมได้ อีกหนึ่งชิ้นที่ให้มาก็จะสาย Ac Adapter ที่เอาไว้เสียบไฟเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้นั้นเองครับ ซึ่งในความพิเศษของหน้าจอรุ่นนี้นะครับ ผมเองคิดว่าถ้าใครที่เป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์ ที่ไม่เพียงแค่ใช้จอเดียวนะ จอเดียวขนาด 27 นิ้ว คนทั่วไปก็อาจจะคิดว่ามันจอใหญ่แล้วนะครับ สำหรับมอนิเตอร์ แต่บางคนเอา 3 จอ 4 จอมาต่อกัน ผมว่าขอบจอบางๆ อย่างนี้เนี่ย แล้วก็เอียงจอทำองศานิดหนึ่ง แทบจะไม่เห็นขอบจอเลยนะครับ แล้วใครที่ทำกราฟฟิก ทางด้านงานตัดต่อเนี่ย ใช้จอหลายๆ จอมาต่อกันเนี่ย ตอบโจทย์ดีทีเดียวครับ

ในส่วนของราคาครับ สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้ ตัวหน้าจอมอนิเตอร์ AOC I2757FH 27 นิ้ว LED เครื่องนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 8,xxx บาทครับ ใครที่สนใจอย่างไรก็ลองไปหาซื้อตามร้ายขายอุปกรณ์ไอทีกันได้เลย ซึ่งหลังจากที่ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานมาระยะหนึ่งประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถใช้งานได้ดี ทั้งการใช้ดูหนัง ทำงานต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกมส์ ก็แสดงภาพได้คมชัดและเป็นธรรมชาติดีครับ ผลการรีวิวก็ต้องบอกว่าผ่านการทดสอบครับผม

Review GARMiN Forerunner 235 นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับคนที่รักการวิ่งออกกำลังกาย

 

   วันนี้มาเอาใจคนที่รักการออกกำลังกายสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบการวิ่งต้องมาอ่านรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ได้ได้เลย เพราะ 108plaza ของเรามีแก็ตเจ็ตอีกหนึ่งตัวที่สามารถใช้ในการวิ่งออกกำลังกายของเราได้ดีขึ้นนั้นเอง ปกติแล้วเรื่องของการวิ่งออกกำลังกายนั้น อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้อย่างแรกๆ เลยก็คือเป็นรองเท้าวิ่งนะครับ เพราะว่ารองเท้าเป็นส่วนสำคัญในการวิ่ง ถ้ารองเท้าดีๆ ใส่ได้ถูกกับรูปทรงของเท้าเราเนี่ย เราก็จะไม่บาดเจ็บในการวิ่งแล้วก็ปลอดภัยในทุกท่วงท่าในการวิ่ง แต่นอกเหนือจากรองเท้าวิ่งที่ดีแล้วนั้น มีอีกหนึ่งอย่างที่เป็นอุปกรณ์ไอที ที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งของเพื่อนๆ ได้ นั้นก็คืออุปกรณ์ไอทีตัวนี้ครับ

   อุปกรณ์ไอทีตัวนี้คือ GARMIN Forerunner 235 ครับ เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เอาไว้ใช้ในการออกกำลังกายในการวิ่งดดยเฉพาะเลย แล้วก็เหมาะกับคนที่ชอบวิ่งในระยะทางไกลๆ ที่ต้องใช้การนำทาง สรรหาเส้นทางในการวิ่งเส้นทางใหม่ๆ เรียกว่าใช้นาฬิกาตัวนี้ได้ดีเลยทีเดียว เพราะจุดเด่นอย่างแรกของนาฬิกาตัวนี้คือ จะมีระบบ GPS อยู่ด้วยนั้นเอง แล้วนอกจากนั้นยังมีตัววัดผลจากการวิ่งอีกหลายๆ ประเภทที่เหมาะกับคนที่รักสุขภาพ ด้านในตัวนาฬิกาเองก็มีเซนเซอร์หลายๆ ชนิดที่มีคุณภาพสูงอัดแน่นมาให้ด้วย รวมไปถึงฟังก์ชั่นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งตัวนับก้าวที่วิ่งได้ด้วย รวมไปถึงตัวระบบนำทางอย่างที่บอกไปในช่วงต้น ทั้งนี้ด้านในตัวนาฬิกายังมีการฝังชิปที่เป็นระบบ โกรแนส ที่สามารถระบุตำแหน่งหรือพิกัดบนแผนที่ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย รวมไปถึงตัวนาฬิกายังสามารถป้อนโปรแกรมการออกกำลังกายให้เป็นไปตามที่แต่ละบุคคลออกกำลังกายอยู่ในทุกๆ วันได้อีกด้วย อย่างเช่น การวิ่งบนลู่วิ่งในรูปแบบของ อินดอร์ แล้วก็การวิ่งแบบเส้นทางปกติที่วิ่งแบบ เอาท์ดอร์ แต่สำหรับคนที่รักการออกกำลังหายแบบอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างเช่นการปั่นจักรยาน ก็สามารถที่จะใช้ตัว นาฬิกา ของทางการ์มิน ตัวนี้ได้เช่นกัน ซึ่งก็แน่นอนว่าฟังก์ชั่นทั้งหมดที่ได้พูดมานี้ ตัวนาฬิกาเองนั้น ยังสามารถใช้งานร่วมกับตัวสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android แล้วก็ระบบปฏิบัติการ IOS ได้อีกด้วย โดยจะควบคุมผ่านตัวแอปพลีเคชั่นที่ชื่อว่า GARMIN Forerunner เช่นกัน

   การออกแบบตัวเรือนนาฬิกาเองนั้น ผมว่ามันก็เรียบๆ ไปนิดหนึ่งนะครับ แต่ใครที่ชอบแนวแบบสีสันหน่อยก็จะมีให้เลือกใช้งานกันได้ ซึ่งปุ่มใช้งานที่อยู่บนตัวเครื่องนั้น จะมีปุ่มเปิด ปิด ตัวเครื่องอยู่ทางด้านซ้าย แล้วก็มีปุ่มเปิดไฟเพื่อมองหน้าจอ แล้วก็ปุ่มเลื่อนขึ้นลง ส่วนทางด้านขวา จะมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ แล้วก็ปุ่มจับเวลา และถัดมาก็เป็นปุ่มย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้า ในส่วนของการชาร์จแบตเตอร์รี่ก็มีสายชาร์จมาให้ด้วย เพียงแต่เสียบเข้าไปที่ด้านข้างของตัวเรือนนาฬิกาก็เสียบชาร์จได้แล้ว

   ในส่วนของการทดลองใช้งานจริงนะครับ ซึ่งจุดแรกที่ผมจะทดสอบถึงความแท่นยำในการวัดของตัวเซนเซอร์นั้น ก็คือจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจครับ ซึ่งปกติคนทั่วไปถ้าวัดการเต้นของหัวใจคนเราจอยู่ที่ 70-80 ครั้งต่อนาที ซึ่งเมื่อทำการวัดแล้วก็ได้ผลอยู่ที่ประมาณ 72 ครั้งต่อนาที ก็ตรงครับ จากนั้นก็เริ่มต้นวิ่งทันทีเลย ซึ่งตัวนาฬิกาก็จะบอกเราว่า ระยะทางรวมในการวิ่งนั้นอยุ่ที่เท่าไหร่ ความเร็วในการวิ่งอยู่ที่เท่าไหร่ รวมไปถึงการเผาผลาญประมาณแคลลอรี่ไปได้เท่าไหร่ แล้วก็ค่าเฉลี่ยนอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหลังจากที่ได้วิ่งไปได้สักระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วก็มาวัดผลเปรียบเทียบกับตอนที่ก่อนวิ่ง ผลที่ได้ก็ค่อนข้างที่จะตรงและแม่นยำดีเลยทีเดียวครับ นอกจากนั้นถ้าเราไม่ได้สนใจรายละเอียดบนจอเล้กๆ ที่อยุ่ตรงนาฬิกา เราสามารถที่จะไปดูข้อมูลการออกกำลังกายในแต่ละวันของเราได้ที่ตัวสมาร์ทโฟนได้ด้วยนะครับ บนแอปจะเก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้ให้เราได้ดูย้อนหลังเพื่อดูประสิทธิภาพในการออกกำลังกายของเราได้ด้วยนั้นเอง

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับเพื่อนๆ กับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ถ้าใครที่ชื่นชอบอุปกรณ์ไอทีที่ทำมาเพื่อการออกกำลังกายแบบนี้ ก็ลองไปทดสอบใช้งานกันได้ตามศูนย์บริการหรือว่าตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไปได้นะครับ

TestDrive Yamaha Exciter 150 มอเตอร์ไซต์ที่ให้ทั้งความแรงและความประหยัดตลอดการเดินทาง

   คนชอบ 2 ล้อต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ สำหรับในตอนนี้ 108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มาทำการทดสอบกันครับ สิ่งที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้น ก็คือมอเตอร์ไซต์จากค่าย ยามาฮ่า อีกหนึ่งรุ่นครับ จะมีดีไซน์ที่สวยถูกใจแฟนๆ 2 ล้อหรือไม่ แล้วการทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ของผมและทีมงานจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

   มอเตอร์ไซต์ที่เพื่อนๆ เห็นกันอยุ่ในภาพด้านบนนี้คือ Yamaha Exciter 150 ครับ เรื่องของดีไซน์นั้นก็คงต้องบอกว่ามันไม่ใช่รถบิ๊กไบท์ แต่มันคือรถมอเตอรืไซต์แบบ ทัวร์ริ่งไบท์ เป็นมอเตอร์ไซต์ที่สามารถขับขี่ในระยะทางไกลๆ ได้แบบไม่รู้สึกว่าเหนื่อยมากนัก แล้วก็การขับขี่ก็สะดวกสบายดีครับ ในครั้งนี้เองเราทำการทดสอบการด้วยระยะทางไกลๆ เลย ประมาณ 1 พันกิโลเมตร ซึ่งทางยามาฮ่าเองก็ได้มีการจัดทริปทดสอบรถมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้ขึ้นมาให้สือมวลชนทุกแขนง รวมไปถึงนิตยสารที่ฉบับได้เข้ามาร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วยนะครับ แล้วเราเองก็ได้รับเกรียรติจากทาง ยามาฮ่า ด้วยเช่นกัน

   สำหรับการทดสอบมอเตอร์ไซต์รุ่นนี้ในครั้งนี้ เราทำการทดสอบกันที่เส้นทางใน 3 รูปแบบด้วยกัน ทั้งทางเรียบ ทางขึ้นเขา รวมไปถึงรูปแบบของถนนเปียกเพราะในระยะทางที่เราขับขี่อยู่นั้นมีฝนตกลงมาด้วย รวมไปถึงทางวิบากเราก็ไปทดสอบกันนะครับ เรื่องของดีไซน์ในตัวรถนั้นก็ดูโฉบเฉียวดีครับ ในฟังก์ชั่นของตัวรถนั้นดูจะทันสมัยดีครับ ตัวเรือนไมค์ต่างๆ เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ตัววัดรอบ ไฟบอกเกียรื ตัวทริปหนึ่ง ทริปสอง รวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อันนี้มีบอกมาทั้งหมดในตัวเรือนไมค์ด้านหน้าครับ ไฟด้านหน้าก็จะเป็นไฟ day light มาให้ ไฟท้ายก็จะเป็นไฟแบบ LED ก็ดูสวยงามดีครับ มาดูสเปคของเครื่องยนต์กันบ้าง จะมีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุเครื่องยนต์อยู่ที่ 150 ซีซี แล้วยามาฮ่าเองก็ออกแบบเสื้อสูบต่างๆ ภายในเครื่องยนต์เป็นแบบ ไดอะซิล ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง ยามาฮ่า เค้าเองนะครับ ให้กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 15.4 แรงม้า ถามผมว่าแรงม้าเท่านี้ มันแรงไหม ตอบได้เลยว่าหลังจากที่ได้ไปทดสอบมาในระยะไกลพอสมควรเนี่ยนะครับ เจอทุกสภาพถนน ผมว่าเครื่องยนต์ตอบสนองต่อแรงบิดได้ดีครับ เครื่องแรงเลยทีเดียว อัตราเร่ง 0-90 เนี่ย ในความรู้สึกผมว่าทำได้ดีครับ มีแรงบิดที่ตอบสนองต่อคันเร่งได้ดี แต่ก็มีข้อเสียตรงแรงปลายบางครับ คือความเร็วตั้งแต่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป อาจจะมีอาการตอบสนองช้านิดหน่อย แต่เมื่อเราเปิดคันเร่งเยอะๆ รถก็มีแรงดึงและทยานไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องครับ

   ตัวถังน้ำมันของรถคันนี้มีความจุอยู่ที่ 4.2 ลิตร เมื่อเราได้ทดสอบแล้วก็วิ่งได้ยาวๆ กันประมาณ 160 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว คำนวณค่าการสิ้นเปลืองน้ำมันก็อยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อลิตรนะครับ ตัวเลขนี้คือการขับขี่แบบจัดเต็มนะครับ แต่ถ้าขับขี่แบบอีโค้ ก็อาจจะทำตัวเลขการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ดีกว่านี้นะครับ ล้อหลังให้ขนาดล้อมาที่ 120 แต่ว่าล้อหน้านั้นให้มาเล็กไปนิดหนึ่งนนะครับ มีขนาด 70 เท่านั้นเอง ดูเล็กครับล้อหน้า ซึ่งถ้าเข้าโค้งในความเร็วสูงๆ เนี่ยต้องใช้ความระมัดระวังกันสักนิดหนึ่ง แล้วในช่วงทางเปียกที่มีฝนตกด้วยเนี่ย ต้องเพิ่มความระมัดระวังกันอย่างเต็มที่ครับ แต่การที่เค้าให้ยางหน้าขนาดเล้กมาเนี่ย ผมว่าถ้าใครที่จะเอาไว้ใช้งานในเมือง ที่มีการจราจรเยอะๆ เนี่ย ผมว่าสามารถใช้งานได้อย่างคร่องตัวเลยทีเดียวครับ ในเรื่องของระบบการป้องกันการสั่นสะเทือนหรือระบบโช้คนั้น ผมว่าถ้าวิ่งในเมืองที่ไม่ค่อยมีทางขรุขระเนี่ย ให้ความนิ่มนวลได้ดีเลยทีเดียว ถ้าไปวิ่งทางวิบากเนี่ย โช๊คหลังทำงานได้ดีครับ แต่โช๊คหน้านั้นเมื่อไปเจอทางลูกระนาดหรือว่าเจอหลุมใหญ่ๆ โช๊คหน้าจะมีการสั่นและมีเสียงดังที่ได้ยินมาชัดเจนเลยทีเดียวครับ ใครที่ชอบลุยๆ ก็อาจจะต้องเอาโช๊คหน้าไปปรับเซทเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็จะดีขึ้นครับ ในส่วนของระบบเบรกเป็นจานดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ซึ่งความรู้สึกต่อระบบเบรกที่ได้นั้น ในช่วงขับขี่แรกๆ เบรกจะยังไม่ร้อน อาจจะทำให้เบรกแล้วรู้สึกว่ามันทื้อไปนิดหน่อย แต่พอวิ่งไปได้สักระยะหนึ่ง การเบรกก็จับติดดีเลยทีเดียว ถือว่ารู้สึกปลอดภัยในเรื่องของระบบเบรกในรถคันนี้ครับ

   สำหรับใครที่กำลังมองหา gadget สินค้าอินเทรนด์แบบนี้หรือว่ารถมอเตอร์ไซต์แบบนี้อยู่ ก็ต้องเข้าไปสัมผัสตัวจริงกันได้แล้วที่ศูนย์บริการยามาฮ่าทั่วประเทศครับ ในส่วนตัวผมเองกับความรู้สึกที่ได้ทำการทดสอบมา ผมว่าขับขี่ในทางเรียบในระยะทางไกลๆ ผมว่าค่อนข้างที่จะให้อารมณ์ในการขับขี่ที่ดี ไม่เมื่อย แต่อาจจะไม่เหมาะกับเส้นทางวิบากหรือว่าทางขรุขระมากนักเท่านั้นเองครับ