Tag Archive for gadget

Review Awei A610BL Bluetooth 4.0 Earphones หูฟังบลูทูธใช้สำหรับฟังเพลงตอนออกกำลังกาย

 

   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ในตอนนี้ เรามี sport earphones อีกหนึ่งตัว ที่เป็นหูฟังที่ใช้สำหรับการออกกำลังกาย เป็นแบบบลูทูธด้วย มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันว่าแนวเสียงเป็นอย่างไร ใช้งานได้ดีไหม รายละเอียดของตัวหูฟังมีอะไรบ้าง เดี่ยวจะได้รู้กันในบทคววามนี้แหละนะครับ หลังจากที่เพื่อนๆ ได้อ่านบทความนี้จบ ก็จะสามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปเปรียบเทียบได้เลยว่าจะซื้อหูฟังตัวไหนดี ราคาไหน คุณภาพอย่างไร ก็นำตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียเงินในการอ่านรีวิวสักบาทเดียวนะครับ

   สำหรับหูฟังบลูทูธที่จะรีวิวกันในตอนนี้มีชื่อว่า Awei A610BL เป็นหูฟังบลูทูธที่ค่อนข้างให้มิติเสียงที่ดีในระดับปานกลาง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่เคยใช้หูฟังของไอโฟน ของ แอปเปิ้ล มาก่อน ก็จะพอเดาได้ว่ามันมีประมาณนั้น แต่มิติเสียงจะดีกว่าหูฟังไอโฟนอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดีกว่าอย่างไร ดีกว่าก็ตรงที่มิติเสียบเบสนุ่มลึกกว่า เสียงกลางคมชัด เคลียร์กว่านั้นเอง สำหรับตัวหูฟัง Awei ตัวนี้ก็ผลิตที่จีน ส่วนมากสินค้าไอทีหลายๆ ตัวก็ผลิตกันที่จีนหมดแล้วนะครับ ข้างกล่องก็จะเขียนติดไว้ว่า เป็นหูฟังแนว sport คือมันเหมาะสมมากเลยสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย อะไรแบบนั้นนะครับ ส่วนเรื่องของรายละเอียดนั้น ก็จะเป็นหูฟังบลูทูธที่เป็นเวอร์ชั่น 4.0 เวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว เชื่อมต่อได้ค่อนข้างไกลและเสถียร ถือว่าใช้งานแบบไร้สายได้ดี ไม่มีสัญญาณดีเลย์ มาตรฐานตรงนี้ถือว่าผ่านการทดสอบครับ ข้างในกล่องที่มีให้มานั้นก้จะมีคู่มือการใช้งาน มีใบรับประกันตัวสินค้า แล้วก็มีซองใส่หูฟังที่เป็นถุงผ้ามาให้ 1 ชิ้น แล้วก็มีจุกยางมาให้ เป็นหูฟังแบบ in-ear นะครับ ก็จะมีจุกยางที่ให้มาในกล่องคือขนาดเล็ก แล้วก็ขนาดใหญ่ ส่วนขนาดกลางจะติดอยู่กับตัวหูฟังอยุ่แล้ว ซึ่งขางกล่องก็จะบอกรายละเอียดกันเอาไว้ว่า เมื่อชาร์จแบตเตอร์รี่เต็มแล้ว จะสามารถที่จะสแตนบายเอาไว้ได้นาน 20 ชั่วโมง ถ้าใช้ในการคุยโทรศัพท์ ที่เป็นในโหมดของ small talk นั้นจะใช้งานได้นานติดต่อกัน 6 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานในด้านของการฟังเพลง จะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 4 ชั่วโมง บากลบเวลานิดหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นลักษณะการใช้งานของแต่ละคนแบบไหนนะครับ บางคนก็อาจจะได้นานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ก็เอาเวลาตรงนี้เป็นเกณฑ์ เพราะว่าถ้าหูฟังบลูทูธรุ่นอื่นๆ ที่รีวิวก็จะใช้งานได้นานกว่านี้ บางตัวก็นานถึง 10 ชั่วโมงก็มีเช่นกัน ก็เอาไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดูกันได้นะครับ ถัดมาในส่วนของการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่หูฟังจะใช้เวลาจาก 0 เปอร์เซ็นต์จนเต็ม จะใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่นานเท่าไหร่นะครับ

   สำหรับในรุ่นนี้ Awei A610BL ตัวนี้จะมีให้เลือกซื้ออยู่ด้วยกัน 2 สี ก็จะมีสีขาว และ สีดำ ชอบสีไหนก็เลือกกันได้เลย แต่แนะนำว่าตัวโทนสีของหูฟังทั้ง 2 สีนั้นจะออกแนวเป็นสีด้าน จะมีสีเงาอยู่ตรงไมค์โครโฟนด้านหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าใครชอบสีขาว แล้วเวลาเราเอาไปใช้ตอนออกกำลังกาย แน่นอนว่าต้องมีคราบเหงื่อ มันก็จะเลอะง่ายแล้วก็ทำความสะอาดยากนิดหนึ่ง เพราะเป็นสีขาวแบบด้าน ตัวสายก็เป็นสายแบนแบบหนา ก็ค่อนข้างดูแล้วทนทานดี สายไม่ขาดง่าย ไม่ค่อยพันกันเท่าไหร่ เพราะสายสั้นเป็นสายแบบบลูทูธ ไม่ได้เป็นสายสายแบบหูฟังธรรมดา ดีไซน์นั้นต้องบอกว่ามันคล้ายๆ กับหูฟังไอโฟนแบบนั้นเลย ในเรื่องของมิติเสียง ก็บอกเลยว่าใครที่ชอบฟังเพลงแนวหนักแน่น เสียบหูฟังเข้าไปปุบ เสียบเบสต้องกระพรือที่จุกยาง อะไรแบบนั้น หูฟังรุ่นนี้ไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่นะครับ เพราะว่าเสียงเบสของหูฟังรุ่นนี้จะออกแนวแบบนุ่มๆ ให้มิติไปทางฟังสบายๆ เสียงกลางฟังชัดเจน เคลียร์ดีมากเลย เสียงแหลมฟังสบายไม่ปาดหู

   ก็ต้องถือว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ มันเหมาะกับหูฟังแนว sport จริงๆ เพราะว่าด้านในไดเวอร์ออกแบบมาเพื่อให้ป้องกันน้ำหรือเหงื่อที่จะไหลเข้าไปในตัวไดเวอร์ด้านในได้ด้วย ป้องกันการเสียหายสำหรับคนที่มีเหงื่อเยอะ ก็ถือว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งตัวที่เวลาไปออกกำลังกาย ไปฟิตเนส ก็สามารถใช้งานได้ดีเลย บางคนออกกำลังกายนานสุดก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถือว่าใช้งานได้สบายๆ ครับ

Preview Sneakair By Easyjet รองเท้านำทางแบบใช้ Google map

 

   เปิดตัวมาแล้วเป็นที่เรียบร้ยอ แล้วก็นำมาพรีวิวกันก่อนใครเลย กับ รองเท้าที่จะช่วยให้คุญเดินแบบไม่หลง แล้วก็จะเดินได้ง่ายขึ้นแบบที่ไม่ต้องเอาสายตาไปมองแต่หน้าจอบน google map อีกต่อไป สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ รองเท้านำทางนั้นเอง เจ้าสิ่งนี้มันจะช่วยคนที่ชอบเดินท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยในช่วงวันหยุดหรือว่าเวลาเราเดินไปในเส้นทางต่างๆ แบบที่ว่าเราไม่รู้จักเส้นทาง ร้องเท้านำทางตัวนี้จะช่วยนำทางเราไปโดยเชื่อมต่อกับ google map ได้ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีตรงที่ว่าเราก็ใช้สายตาเรามองทางเดินอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราใช้ google map นำทางในแบบปกติที่ใช้บนสมาร์ทโฟน แล้วเราก็ต้องมองหน้าจอไปด้วย มองทางไปด้วย บางทีไปเดินตกท่อ ตกหลุ่ม สะดุดทางกีดขวางอะไรแบบนี้ ก็ทำให้เกินอุบัติเหตุได้ง่ายๆ จากการเดินในเส้นทางไกลๆ และไม่รู้จัก แต่รองเท้านำทาง sneakair by easyjet คู่นี้จะช่วยเราได้

   ล่าสุดทางทีมงาน 108plaza ก็ได้ทราบว่ามี gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ที่เปิดตัวขึ้นมาที่ประเทศอังกฤษ ก็มีหนึ่งสายการบินต้นทุนต่ำ ที่มีชื่อเสียงทางด้านที่ว่าจะใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วที่อยุ่บนเครื่องจับอัดผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้กำไรจากการทำสายการบินต้นทุนต่ำนั้นเอง ก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นนี่แหละนะครับ ในรูปตัวอย่างสินค้าของเราเป็นรองเท้า แล้วทำไมมาเกี่ยวอะไรกับสายการบินต้นทุนต่ำในอังกฤษ ก็คือว่า easyjet ซึ่งเป็นสายการบิน low cost airline สายการบินหนึ่งในอังกฤษ ได้คิดค้นแล้วก็พัฒนาตัวรองเท้านำทางอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าเป็นรองเท้าที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ได้ด้วย แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังระบบนำทางอย่าง google map ได้อีกด้วย ซึ่งสายการบิน easyjet เองก็พบว่าผู้คนในอังกฤษเองในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนที่เดินทางด้วยวิธีการเดินเท้าเพื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยรู้จักเส้นทางกันค่อนข้างมาก ทำให้มีการใช้ google map เพื่อที่จะเดินทางกันก็เยอะด้วยในอังกฤษ แต่ส่วนมากแล้วถ้าผู้คนในอังกฤษส่วนมากมองแต่หน้าจอเพื่อที่จะเดินไปตามเส้นทางไหน ซ้ายหรือขวาหรือตรงไห อะไรแบบนี้ ก็จะมักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง easyjet ก็เลยหัวใสคิดค้นรองเท้านำทางตัวนี้ขึ้นมา

   Sneakair เป็นรองเท้าที่ได้รับการติดตั้งชิปประมวลผลเข้าไปด้านในเป็นชิปที่เรียกว่า Arduino ซึ่งชิปตัวนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติที่ฝังอยู่ในรองเท้าทั้งสองข้าง โดยที่ตัวรองเท้าเองจะมีระบบสั่นทั้งด้านซ้าย และ ด้านขวา ถ้าสั่นที่รองเท้าข้างซ้าย นั้นแปลว่าให้เราเลี้ยวซ้าย สั่นที่รองเท้าข้างขวา ก็ให้เราเลี้ยวขวา แล้วเมื่อถึงที่หมาย รองเท้าก็จะสั่นพร้อมๆ กันทั้งสองข้าง แต่ถ้าเราเดินออกนอกเส้นทางไป โดยที่รองเท้าคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วก็ Google map อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ระบบก็จะทำการค้นหาเส้นทางให้ใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งโครงการที่สร้างเจ้า sneakair รองเท้านำทางคู่นี้ขึ้นมาก็อยู่ในโครงการ Barcelona street ด้วย เพื่อให้ผู้คนได้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วยวิธีเดินเท้าได้อย่างสะดวกมากขึ้นแล้วก็สามารถค้นหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดเพื่อไม่ให้เหนื่อยในการเดินเท้าในระยะทางไกลๆ ได้ด้วยนั้นเอง

   ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่า ตัว sneakair นั้นจะมีชิป arduino ที่จะจำลองการสั่นขนาดจ็วอยู่ตรงบริเวณรองเท้า ก็จะคล้ายๆ กับระบบการสั่นที่อยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นเอง แล้วก็มีจะมีบลูทูธพลังงานต่ำ แล้วก็แบตเตอร์รี่ขนาดเล็กอยู่ด้านในด้วย ซึ่งก็จะทำงานร่วมกับตัว google map API ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนของเรา ทำงานเข้าด้วยกันกับตัวรองเท้า ซึ่งนั้นก็หมายความว่าถ้าผู้ที่มีรองเท้าคู่นี้ จะใส่แค่รองเท้าไปอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำงานหรือนำทางได้ เราต้องพกสมาร์ทโฟนแล้วก็เชื่อมต่อรองเท้าให้เข้ากับสมาร์ทโฟนด้วยระบบบลูทูธเข้าไปด้วยกันก่อน ก็จะสามารถใช้รองเท้านำทางตัวนี้เข้าไปได้นั้นเอง หลังจากที่รองเท้า sneakair คู่นี้ได้เปิดตัวออกมาในประเทศอังกฤษเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนในอังกฤษกันค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกับว่า easyjet เจ้าของโปรเจคนี้จะทำการตลาดไปทั่วโลกหรือเปล่า อย่างไงก็ต้องติดตามข่าวสารกันดูเรื่อยๆ นะครับ

   ก็คงเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คนไทยอย่างเราๆ ก็อยากจะได้มาใส่เพื่อเดินในทางเท้าในบ้านเราอยู่มากเลยทีเดียวนะครับ เพราะบางทีเราก็หลงทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนเหมือนกันใช่ไหมละครับ ส่วนครั้งหน้าทีมงาน 108plaza ของเราจะมีอะไรมีพรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น ต้องรอติดตามกันด้วยนะครับ

Review Flash Plus 2 สมาร์ทโฟนราคาโดนๆ กับสเปคดีๆ ครบทุกฟังก์ชั่นในราคา 5 พันมีทอน

 

   108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ในกลุ่มของสมาร์ทโฟนเปิดตัวมาใหม่มารีวิวกันอีกแล้วครับ เรียกว่ามีสมาร์ทโฟนทั้งแบรนด์จีน แบรนด์ไทย แบรนด์นอก เยอะแยะไปหมดเลยที่ออกมาทำตลาดกันเยอะมากจริงๆ แต่คิดว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์ไทยนี่เงียบไปเลยในช่วงนี้ แต่ในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้

   สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มีชื่อรุ่น Flash Plus 2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นแบรนด์ซัพมากจาก alcatel อีกทีหนึ่งนะครับ แต่ความชัดเจนระหว่างการจับมือกับ alcatel นั้นยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้เหมือน แต่มีการทำตลาดกันในนาม Flash Plus 2 เท่านั้นเอง ความน่าสนใจของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ มันก็คงจะอยู่ที่เรื่องของราคาแล้วก็สเปคที่ให้มานั้นเองนะครับ ราคาอยู่ที่ 5 พันบาทมีทอนแค่นั้นเอง

   เริ่มแกะกล่อง Flash Plus 2 มานั้นก็จะมีแค่หัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จแบบ micro USb เท่านั้นเอง หูฟังไม่มี ฟิล์มไม่มี เคสไม่มี แต่อัดสเปคมาแบบว่าเพียบที่ตัวเครื่องเลย อย่างแรก หัวชาร์จที่ให้มามีระบบชาร์จไวด้วย แล้วก็มาจับที่ตัวเครื่อง เห็นฝาหลังก็เป็นแบบอลูมิเนียมด้วย ย้ำว่า 5 พันมีทอนนะครับ แบรนด์อื่นให้บอดี้พลาสติกเท่านั้นเอง มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ Full HD ด้วย รอบๆ ตัวเครือ่งก็ไม่มีอะไรมาก ก็ปกติทั่วไปนะครับ นอกจากนั้นสเปคอื่นๆ ที่ตัวเครื่อง ก็ตามมาด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลดซ์เอาไว้เซลฟี่ในตอนกลางคืน กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลไฟแฟลดช์แบบทูโทน ให้สีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เมื่อแกะฝาหลังออกมา จะเป็นมีแบตเตอร์รี่ขนาดความจุ 300 mAh แต่ไม่สามารถที่จะแกะฝาหลังได้ แล้วก็มีช่องเสียบซิมการ์ด รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม แล้วก็มีช่องเสียบ micro sd card สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 128 GB เลย ซึ่งตามสเปคในกล่องก็จะบอกเอาไว้อีกว่า ช่องเสียบซิมการ์ดทั้ง 2 ช่องนั้น รองรับการใช้งานแบบ 4G LTE ทั้ง 2 ซิมเลยด้วย เรียกว่าอัดแน่นจริงๆ ครับ ส่วนสีที่มีมาให้เลือกนั้น จะมีด้วยกัน 2 สี คือสีเงินกับสีทอง

   มาดูเรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องกันบ้าง เป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าที่เห็นได้เลยคือ ที่ปุ่ม home มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ย้ำว่าราคา 5 พันมีทอนนะครับ คุ้มมากๆ เลย ส่วนชิปประมวลผลที่ใช้นั้นเป็น MTK Helio P10 ก็ถือว่าเป็นซีพียูตัวใหม่ที่ MTK เปิดตัวมาไม่นานนี้นะครับ เป็นแบบ 8 แกนสมอง Octa core 64-bit ด้วย ให้ ROM 16 GB RAM 2 GB ก็ต้องถือว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่าแล้วถ้าดูสเปคที่ให้มานะครับ แต่การรีวิวของเราไม่สมบูรณ์แบบ เพราะยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของการใช้งาน สเปคดีแค่ไหน แต่ใช้งานไม่ดี ก็ไม่คุ้มค่า อันนี้จริงไหมครับ

   เปิดเครื่องขึ้นมาสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าเร็วใช้ได้เลย ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบเพียว android ด้วย ในส่วนของการทดสอบเรื่องแรกเลย การใช้งานทั่วไป การเข้าเว็บที่เบราเซอร์นั้น บอกเลยว่าไหลื่นดีครับ แล้วก็ข้อดีอีกอย่างหนึ่งจอสีสันสวยงามด้วย ชัดเจนครับ แล้วก็มีการเข้า youtube เพื่อเทสเรื่องของจอและลำโพง เรื่องของลำโพงดังดีมากเลย แต่มิติเสียงแหลมอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ และ เสียงเบส ก็ไม่ได้นุ่มลึกยังบางๆ อยู่ แต่ดังดีครับ เรื่องจอ ดู youtube ความละเอียดที่ 1080p ก็ผ่านครับ สีสันจอสด สวยงาม เป็นจอแบบ IPS

   การทดสอบตัวเครื่องในส่วนถัดมาคือเรื่องกล้อง กล้องหลังนั้นค่อนข้างจะไม่มีลูกเล่นอะไรเยอะ เนื่องจากเป็นคล้ายๆ เพียว android การจับโฟกัสก็ปกติ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีโหมด manual มาให้ตั้งค่าได้ครบ ISO ไวท์บาลานท์ แต่มีหนึ่งจุดเด่นคือโหมดถ่ายเด็ก เข้าโหมดนี้จะมีเสียงสัตว์ เสียงรถไฟ อะไรแบบนี้ให้กดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็ก แล้วก็ค่อนกดถ่ายเวลาเด็กหันมองกล้อง เรียกว่าเจ๋งเลยเดียว คุณภาพกล้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนเรื่องของกล้องหน้า อาจจะต้องบอกว่ามันมีข้อเสียพอสมควร พอเซลฟี่ได้ ไม่ใช่เลนส์ wide แล้วก็รู้สึกว่ากล้องหน้าจะเบลอๆ นิดหนึ่งเวลาถ่ายเซลฟี่ อาจจะเป็นที่เครื่องหรือว่าอย่างไงไม่ทราบ ก็ลองไปเล่นเครื่องตัวจริงกันดูนะครับเพื่อนๆ ลองเทสดูว่ากล้องหน้ารุ่นนี้มันเบลอจริงหรือเปล่า

   สิ่งสุดท้ายที่ต้องรีวิวสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้ ในราคา 5 พันมีทอน ก็คือเรื่องของการเล่นเกมส์ ต้องบอกคำเดียวว่ามันไม่ขี้เหร่เวลาเล่นเกมส์กราฟฟิกเยอะๆ ภาพสวยๆ มันเล่นได้แต่ความเนียน ความไหลลื่นมันอาจจะสู้ราคาหลายๆ หมื่นไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ซื้อมาเล่นเกมส์บอกเลยว่าจอสวย เล่นได้สนุกครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าเลยทีเดียว

รีวิว สมาร์ทโฟนฟื้นคืนชีพ กับ LG G5 se สมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ตัดสินใจมาทำตลาดในเมืองไทย

 

   สำหรับใครที่เป็นสาวกของทาง LG เอง ในช่วงที่ LG ประเทศไทยได้ประกาศออกมาว่า LG G5 สมาร์ทโฟนกล้องคู่และผลิตภัณฑ์ทาง LG อีกหลายๆ ตัวจะหยุดทำการตลาดในบ้านเราชั่วคราว สำหรับแฟนๆ ของทาง LG เองก็คงตกใจไม่น้อยใช่ไหมละครับ เพราะว่าสาวกก็คือสาวก อย่างไงก็ต้องอยากจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ LG อยู่ดี แต่ล่าสุดนี้เรียกว่าเป็นข่าวดีครับ สำหรับสาวกของทาง LG และใครที่ต้องการอยากจะใช้สมาร์ทโฟนของแบรนด์นี้ เพราะทางทีมงาน 108plaza ของเรานั้นไปสื่บทราบมาว่า LG ประเทศไทยเองได้ตัดสินใจทำตลาดในบ้านเราต่อไป แล้วในครั้งนี้เอง เราก็อยู่กับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ใครหลายๆ คนรอคอย กับสมาร์ทโฟนกล้องคู่ตัวนี้ครับ

   เมื่อ LG ประเทศไทยนำสมาร์ทโฟนที่เราจะรีวิวในครั้งนี้ LG G5 se เข้ามาทำตลาด ทันใดนั้น เราก็ไม่รอช้าครับ ไปขอตัวเครื่องมารีวิวให้กับเพื่อนๆ ที่ได้ติดตามผ่านทางเว็บไซต์ของเราโดยทันทีเลย เรียกว่าอัพเดทเทรนด์นี้กันก่อนใครเลยทีเดียวครับ แต่ต้องบอกว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับคนไทยที่นำรุ่นที่เป็นเวอร์ชั่น se มาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งตัวรุ่นย่อย se นี้มันก็คือสมาร์ทโฟนที่เป็นรุ่นล่างลงมาจากตัวที่เปิดตัวเต็มไปเป็นรุ่น LG G5 ตัวเต็มที่ใช้ตัวชิปประมวลผล snapdragon 850 ที่เราเองก็ไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แล้วก็เคยรีวิวกันไปแล้วในตอนที่ผ่านมา ในรุ่นท็อปตัวนั้นไม่มาขายในบ้านเรานะครับ ใครที่อยากได้จริงๆ เนี่ยต้องไปหิ้วมาจากต่างประเทศ แต่สำหรับรุ่น LG G5 se นี้จะลดสเปคลงมา จะใช้ชิปประมวลผลที่เป้น qual-comm snapdragon 652 แทน เป็นแบบ 8 แกนสมองเช่นกัน ให้ RAM 3 GB ส่วนพื้นที่ในตัวเครื่องนั้นให้มาที่ 32 GB คือส่วนที่ลดสเปคลงมาเนี่ยนะครับ ก็จะเป็นตัซีพียู จีพียู แล้วก็แรม แต่ส่วนอื่นๆ ที่จะบอกต่อไปนี้ มันเหมือนกับรุ่นท็อปเลยที่ขายในต่างประเทศ ขนาดของหน้าจอนั้นอยู่ที่ 5.3 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความคมชัดอยู่ที่ระดบ Quad HD ความละเอียดอยู่ที่ 1440*2560 พิกเซล ซึ่งถามว่าความละเอียดของหน้าจอขนาดนิ้ สเปคของหน้าจอขนาดนี้ เป็นอย่างไร ต้องบอกว่ามันชัดมากเลยครับ สีสันก็ดีเลยทีเดียว เรื่องของจอนั้นไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนฝาหลังนั้นยังคงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง LG เองด้วยนะครับ ก็คือจะมีปุ่มด้านหลังที่เรียกว่า Rear key มันเป็นปุ่มสแกรนลายนิ้วมือได้ด้วย ต้องบอกว่าสเปคเดียวกับรุ่นที่ขายในต่างประเทศ แล้วผมเองก็เคยรีวิวไปแล้ว มันน่าทึ่งก็ตรงที่มันสแกนได้เร็วมากเลยนะครับ แตะปุบ ติดปับ เยี่ยมเลยครับ เรื่องของความเร็ว

   ในส่วนของสเปคกล้องทั้งหน้าและหลัง รวมกัน 3 กล้องเนี่ยนะครับ ความละเอียดเท่ากันกับตัวที่เรารีวิวไปแล้วในต่างประเทศนะครับ แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือฟี่เจอร์การใช้งานที่ดูแปลกตาใน LG G5 se รุ่นนี้ที่มาขายในบ้านเรา ฟี่เจอร์แรกเลย คือ Pop Out mode camera มันเป็นอย่างไรในโหมดนี้ อธิบายอย่างนี้ครับว่า ใครที่ชอบเซลฟี่ แล้วคนเยอะๆ เก็บภาพไม่หมด โหมดนี้แก้ปัญหให้คุณได้ มันจะใช้กล้องหน้าที่ให้การถ่ายภาพได้กว้างขึ้น กว้างกว่าปกติเยอะเลยทีเดียว จะใช้ได้ทั้งภาพนิ่งแล้วก็วีดีโอนะครับ ต่อมาอีกหนึ่งโหมดที่ดูแปลกตาไป multiview mode camera คือในโหมดนี้มันจะเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพที่แปลกตาออกไปครับ ในโหมดนี้จะให้ร่วมกันทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง ถ่ายแบบ 360 องศาก็ได้ ถ่ายภาพนิ่งแล้วไปซ้อนทับกันแบบนี้ก็ได้เช่นกัน แล้วก็อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในกล้องหลังแบบคู่ คือมันสามารถ zoom ได้เยอะกว่ากล้องที่มีตัวเดียวทั่วไป แต่ข้อเสียของการ zoom เยอะๆ เนี่ยมันจะหยุดอยู่นิดหนึ่งเวลาที่ความละเอียดของกล้องตัวแรกมันหมดระยะการ zoom จะตัดไปให้กล้องตัวที่สอง zoom เข้าไปต่ออีก อะไรแบบนั้นนะครับ แต่มันหยุดนิดเดียว แล้วก็สามารถ zoom ได้ต่อ เรียกว่า zoom กันชนิดที่ว่าได้ความละเอียดสูงสุดถึง 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว ส่วนระบบปฏิบัติการที่เป็นรุ่น LG G5 se นี้ก็เป็นตัว android 6.0 เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปรออัพเดทอะไรแล้วนั้นเองนะครับ

   นอกจาก LG ประเทศไทย ได้กลับมาทำตลาดในบ้านเราทั้งที LG เองก็มีอีกหลายๆ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมาใช้เป็นอุปกรณ์เสริมที่มาทำตลาดพร้อมกันอีกมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 360 หูฟังขั้นเทพ แล้วไปถึงตัวเพาเวอร์แบงค์ Adapter ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครสนใจก็ลองไปดูสินค้าตัวจริงกันได้ตามศูนย์บริการ่ของทาง LG และร้านจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลยนะครับ

รีวิวกระเป๋าเป๊ที่คนรักการปั่นจักรยานชอบใช้ The North Face

 

   108plaza ในครั้งนี้เรามีกระเป๋าจักรยาน ที่ตอนนี้คนที่ชื่นชอบการปั่นเป็นอย่างยิ่งเนี่ยนะครับ ต้องใช้กระเป๋าเป๊สะพายหลังสักหนึ่งใบคู่ใจเลย ตรงนี้หมายความว่าใครที่ชอบปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะปั่นในระยะทางไกลๆ ที่จำเป็นต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวเยอะๆ เหมือนกับเราไปท่องเที่ยวนั้นแหละ ก็ต้องใส่กระเป๋าเป๊และก็สะพายหลังพร้อมไปกับจักรยานคู่ใจนั้นเอง แล้วก็ใครที่ชอบปั่นจักรยานไปทำงาน ที่ต้องพกพาสิ่งของที่ใช้ในการทำงานอย่างเช่น เอกสาร โน๊ตบุ๊ค แล้วก็อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานนั้น ก็ต้องเอาใส่กระเป๋าเป๊ไปด้วย เดี่ยวไปติดตากันครับสำหรับการรีวิวกระเป๋าเป่ของคนที่ชอบปั่นจักรยานชื่นชอบกันมากเลย

   108plaza ของเราในครั้งนี้เราอยู่กับกระเป๋าเป๊ใบนี้แหละครับ มีชื่อว่า The North Face เป็นกระเป๋าเป๊อีกหนึ่งยี่ห้อที่คนปั่นจักรยานนิยมกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเห็นในรูปแบบนี้มันดูไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ แต่พอไปดูของจริงจะบอกว่ามันสามารถใส่อะไรได้เยอะมากเลย นอกจากคนที่เขาชอบปั่นจักรยานกันแล้ว คนที่ชอบเดินป่า เที่ยวตามธรรมชาติบ่อยๆ เนี่ย เขาชอบใช้กระเป๋าแบรนด์นี้กันมากเลย เพราะว่ามันค่อนข้างมีขนาดที่ใหญ่ และ ใส่สำภาระได้เยอะเลยทีเดียว จริงๆ แล้วมีขนาดให้เลือกใช้กันอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็คือ size M และ size L ถ้าใครที่ต้องการกระเป๋าเป๊ใบไม่ได้ใหญ่มาก ก็อาจจะเหมาะกับ size M มากกว่า แต่ต้องบอกว่าราคาจริงๆ แล้วตามท้องตลาดทั่วไปเนี่ย ทั้ง 2 ขนาดนี้ราคาห่างกันแต่หลักร้อยเองนะครับ ถ้าถามผมว่าความคุ้มค่าในการซื้อแล้วเนี่ย ก็ควรที่จะซื้อใบที่ใหญ่ไปเลย สำหรับใครที่ไม่อยากจะเปลืองงบในการซื้อกระเป๋าเป๊ดีๆ สักใบหนึ่ง เวลาที่จะไปเอาไปปั่นจักรยานในระยะทางไกลๆ ไปเที่ยวอะไรแบบนี้นะครับ ก็ซื้อครั้งเดียวจบเลย บางคนซื้อใบเล็กมา พอจะไปเที่ยวไกลๆ จริงๆ ข้าวของก็ใส่ไม่พอ เพราะว่าซื้อใบเล็กมา ก็ต้องไปซื้อใบใหญ่กว่ามาอีกใบ อะไรแบบนี้ ก็สิ้นเปลืองงบไปอีกนะครับ เพราะว่าในกระเป๋าเป๊รุ่นนี้เนี่ย มันสามารถที่จะปรับขนาดกระเป๋าให้เล็กลงได้ หมายความว่าถ้าเรามีสิ่งของที่ใส่ไปในกระเป๋าไม่ได้เยอะเท่าไหร่ เราสามารถใช้การรัดของสายรัดและที่คลุมที่ด้านหน้า ให้กระเป๋านั้นดูเล็กลงได้เรื่อยๆ แม้จะเป็นกระเป๋าใบใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าจะใช้แบบใบใหญ่ๆ ก็ปรับให้มันขยายออกมาได้เช่นกัน คือมันใช้ได้หลากหลายรูปแบบนะครับ

   เมื่อเกปิดกระเป๋าเป๊ใบนี้เข้าไปที่ด้านในนะครับ การออกแบบกระเป๋าค่อนข้างที่จะใช้ได้หลากหลายเลยทีเดียว เพราะว่ามันเป็นช่องใส่สิ่งของที่มันเยอะไปหมดเลย มีทั้งช่องใส่กระเป๋าใบใหญ่ ช่องเล็กๆ ที่เรียกว่าใส่ได้ประมาณว่า ใส่โน๊ตบุ๊คจอ 14 นิ้วได้ ใส่ไอแพ็ดได้หนึ่งเครื่อง ใส่แก้วน้ำได้ ใส่สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ได้ ทั้งโทรศัพท์มือถือ กล่องแว่นตา หมวกกันน็อคสำหรับนักปั่นจักรยานก็ใส่ได้นะครับ นอกจากนั้นก็จะมีจำพวกเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว รวมไปถึงอาจจะมีเครื่องมือในการซ่อมจักรยานในกรณีฉุกเฉิน ยางแบน ก็สามารถใส่ที่ปั้มลมขนาดเล็กไปได้ในกระเป๋าเช่นกัน ก็ผมได้ทดสอบใช้งานแล้ว ก็มีสิ่งของมากมายเลยที่ใส่เข้าไปได้ เรียกว่าย้ายบ้านไปได้เลยทีเดียว สำหรับใครที่ขี้ลืมกุญแจ จะออกจากห้อง ออกจากบ้าน ไปทำงานหรือไปปั่นจักรยานไกลๆ ก็จะมีที่ห้อยกุญแจเอาไว้ในกระเป๋าใบนี้เช่นกัน ถามว่าเมื่อมันมีพื้นที่ใส่สำภาระได้เยอะแยะขนาดนี้แล้ว เรื่องความทนทานละ เป็นอย่างไรกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า มันดูแข็งแรง ทนทานดีครับ แน่นอนว่านักปั่นจักรยานอย่างเรา ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องป้องกันตัวมากมายแค่ไหน มันก็มีบ้างที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ จริงไหมครับ อาจจะเป็นรถจักรยานล้ม หรือ ไปเกี่ยวเข้ากับอะไรบ้างอย่างแบบนี้ ข้อดีของการใช้กระเป๋าเป๊ใบใหญ่ๆ แบบนี้ มันก็อาจจะช่วยเซฟตัวเราจากด้านหลังได้ดีอีกด้วยนะครับ แล้วก็แน่นอนว่ากระเป๋าเป๊ใบนี้ สามารถกันฝนได้ด้วย

   เมื่อดูรายละเอียดของตัวกระเป๋าจักรยานคู่ใจกันไปแล้วนะครับ หลายๆ คนที่ชอบปั่นจักรยานแล้วเริ่มสนใจ อยากจะทราบถึงราคากันแล้ว ก็ต้องบอกว่าของแท้ที่ขายตามช๊อปที่มีใบรับประกันแล้วก็มีเซอร์วิสหลังกการขายด้วยเนี่ยนะครบั มันจะมีทั้งเรื่องของการประกันตัวสินค้าด้วยเนี่ยนะครับ ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาท ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับการจัดโปรโมชั่นด้วยนะครับ ราคาก็จะถูกลงอีกบ้าง ก็ถือว่าราคาที่ซื้อแล้วครั้งเดียวก็คุ้มเลย เพราะว่ามันเป็นกระเป๋าที่ดูแล้วทนทานดีครับ ก็คงเหมาะกับคนที่ชอบลุยๆ เหมือนเพื่อนๆ ที่ชอบปั่นไปไกลๆ มากเลยทีเดียวครับ

จับเรือธงมาชนกัน HTC 10 และ Huawei P9 ตัวไหนจะน่าใช้กว่ากัน

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ เรามีสมาร์ทโฟนเรือธงอยู่ 2 รุ่น 2 ค่ายที่ถือว่าเป็นแบรนด์ระดับ inter เลยก็ว่าได้ นำมาท้าชนกันครับ แล้วก็มาวิเคราะห์กันในแบบฉบับของ 108plaza ของเราว่าทั้งทีมงานเลย มีความคิดเห็นเกี่ยวกบสมาร์ทโฟนที่เราจะนำมารีวิวแบบ battle กันเนี่ยนะครับ ว่าตัวไหนน่าใช้กว่ากัน แต่ต้องบอกว่าในแบบฉบับของเราเองนะครับ ซึ่งความคิดเห็นในส่วนต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งานนั้น อาจจะไม่ตรงตามใจคิดของทุกท่านที่มาอ่านบทความนี้อยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เอาไปเป็นแนวทางแล้วคิดดูว่า สิ่งที่เราเขียนเอาไว้ในบทความนี้มันจริงอย่างที่ท่านคิดเอาไว้หรือไม่ ถ้าใช่ก็เลือกซื้อกันเอาครับ

   สำหรับในตอนนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟน 2 เรือธงด้วยกันอย่าง Huawei P9 และ HTC 10 ที่ในช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวไปพร้อมๆ กัน แต่การวางตลาดก็คงเป็นช่วงเดือน มิถุนายน นี้ แต่ที่ลุ้นไปกว่านั้น คือจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราหรือไม่ สำหรับ HTC 10 ถ้าไม่เข้ามา ก็อาจจะต้องหิ้วมา สำหรับใครที่อยากจะได้จริงๆ นะครับ แต่คาดว่า Huawei P9 เข้ามาแน่นอน เรามาดูที่ตัว HTC 10 กันก่อนเลย สำหรับทางทีมงานได้เครื่องตัวนี้มา ตอนที่ไปใต้หวันนะครับ ก็ไปหิ้วกันมา หิ้วมาเพื่อการริวิวนี่แหละ ลงทุนกับเพื่อเพื่อนๆ ที่รอติดตามกันเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นต้องบอกว่าเมื่อได้จับแล้วดูสวยงามกันเลยทีเดียว งานประกอบของเค้าไว้ใจได้เลยว่าแน่นหนา แข็งแรง วัสดุพรีเมี่ยม คือสวยนะครับว่าง่ายๆ ในส่วนของ Huawei P9 อันนี้หลายๆ คนก็ค่อนข้างถูกอกถูกใจกันมาตั้งแต่ในรุ่นของ nexus P6 แล้วที่ทำเครื่องออกมาใช้งานได้ดี ค่อนข้างชอบในเรื่องของฟี่เจอร์ที่ออกมาให้ได้ใช้งานกันค่อนขางเด็ดกว่าแบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว เมื่อมาในรุ่น Huawei P9 ตัวนี้ก็ทำออกมาเป็นวัสดุแบบโลหะ ออกแบบเป็นยูนิบอดี้ พร้อมทั้งหน้าจอใหญ่ รองรับการใช้งานที่เป็นแบบ มัลติมีเดีย ได้ดีเลย ซึ่งถ้าใครได้จับตัวเครื่องจริงๆ ก็ถือว่า ว้าว เหมือนกันนะผมว่า ก็ถือว่ายกแรก เรื่องของดีไซน์นั้น ผมให้เสมอกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครคิดเห็นอย่างไร ชอบตัวไหน ไปตัวนั้นเลยดีกว่าครับ

   มา battle กันในยกที่สองกันข้าง ในเรื่องของการใช้งานทางด้านความบันเทิง ต้องบอกเลยว่าทาง HTC 10 มันมีความเจ๋งตรงที่ว่า มันมีระบบเสียงแบบ boom sound อันนี้ต้องบอกว่าเมื่อก่อนที่ทำระบบเสียงแบบนี้เป็นแค่ลำโพงแบบคู่ แยกซ้ายขวา แบบสเตอริโอ แต่ในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีระบบที่เวลาเราดู youtube เปิดเพลง เล่นเกมส์ ความบันเทิงทุกอย่างที่มีเสียงมาด้วย ตัวเครื่องนั้นถ้าเราตั้งขึ้น ด้านบนจะเป็นเสียงในย่านเสียงแหลม ส่วนลำโพงด้านล่างจะเป็นย่านเสียงเบส ให้เสียงแบบ เซอร์ราว รอบทิศทาง ให้เสียงเบสแบบทุ้มๆ ขึ้นมา เรียกว่ามีมิติเลยทีเดียว เชื่อว่า คู่แข่งที่มาชนกันในวันนี้แพ้อย่างแน่นอน ถ้าใครที่ชอบเรื่องของเสียง ความบันเทิง แล้วก็เรื่องของการใช้งานแบบมิลติมีเดีย ต้องยกให้ HTC 10 เป็นผู้ชนะไปในที่สุดเลยครับ

   แต่ถ้าใครบอกว่าเสียงมันไม่เท่าไหร่หรอก ไม่ได้เน้นมากนัก มาดูในยกที่สามครับ เรื่องกล้องต้องยกให้ทาง Huawei P9 ไปเลย เพราะว่าเค้ามีกล่องหลังแบบคู่ ที่กล้องตัวหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องแบบสี และ อีกกล้องหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นกล้องขาว ดำ แล้วจากนั้นก็จะมาผ่านซอฟต์แวร์ของ Huawei เองประมวลผลออกมาเป็นภาพที่ให้มุมมองที่กว้างขึ้น สีสันนั้นเป้นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งใครที่บอกว่าฉันอยากจะได้กล้องแบบนี้ กล้องที่มันถ่ายในที่มึดแล้วมันเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดี อย่างเช่น เงามีด ภาพแนวศิลปะ หรือแม้แต่ภาพขาวดำ อะไรแบบนี้จะต้องยกให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะไปในยกนี้กันเลยทีเดียวครับ

   แต่ต้องขอบอกว่าถึงแม้ว่าจะให้ Huawei P9 เป็นผู้ชนะกันไปในยกที่ผ่านมาคือเรื่องของกล้อง แต่ทาง HTC 10 เองก็ต้องบอกว่าในรุ่นนี้ได้ทำการแก้ไขเรื่องกล้องมาค่อนข้างดีกว่ารุ่นผ่านๆ มา ที่ว่ากล้องถ่ายไม่ตรงสี ภาพเพี้ยน ตรงจุดนี้แก้ไขในรุ่นนี้เรียบร้อยแล้ว แถมยังมีระบบกันสั่น ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย เพราะฉะนั้น ใครชอบถ่ายวีดีโอ HTC 10 ก็ถ่ายได้นิ่งเลยนะครับ

   แต่ก่อนที่จะจบการ Battle สมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหญ่ ที่เรานำมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ เรื่องสุดท้ายที่จะยกให้เค้าเป็นผู้ชนะไปก็คือ ความอึดของแบตในตัว Huawei P9 ที่ทำ UI v4.0 ขึ้นมาให้ ใชงานได้ไหลลื่นและใช้งานได้ข้ามวันด้วยแบต 3000 mAh สุดท้ายนี้ใครสนใจสมาร์ทโฟนตัวไหน ก็ลองไปเลือกกันเอาตามความชอบและการใช้งานนะครับ

Review TELEFUNKEN M80 Elektroakustik ไมค์โครโฟนที่ใช้ได้ทั้งในห้องอัดเสียงและงานเวทีความคุ้มค่าในราคาหมื่นต้นๆ

 

108plaza มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์จะมารีวิวไมค์โครโฟนที่ต้องบอกว่าราคาแพงแต่ใช้คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งครับ สำหรับเพื่อนๆ คนที่ทำงานทางด้าน audio หรือว่าทำงานทางด้าน sound engineer อยู่ในตอนนี้นะครับ แล้วกำลังจะมองหาไมค์โครโฟนที่มันตอบรับความถี่สูงๆ ได้ดี แล้วก็สามารถปรับแต่งเสียงได้ง่ายต่อการทำงานเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าไมค์โครโฟนตัวนี้ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เนี่ย เรื่องคุณภาพมันดีเลยทีเดียว แล้วที่สำคัญมีไมค์หลากหลายสีด้วยให้เลือกใช้งานกัน แต่ก็ต้องยอมแรกมากับราคาที่มันค่อนข้างที่จะแพงไปสักนิดหนึ่งนะครับ เรียกว่าราคานี่หมื่นต้นๆ กันเลยทีเดียวสำหรับไมค์โครโฟนหนึ่งตัวถือว่าแพงครับ แต่ในความแพงนั้นมันจะมีอะไรที่พิเศษๆ บ้างนั้นเดี่ยวผมจะพาไปรีวิวกันเลยดีกว่า

   สำหรับไมค์โครโฟนที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปสินค้าตัวอย่างนี้ มีชื่อว่า TELEFUNKEN M80 เรียกสั้นๆ ก็คงเรียกว่า M80 นี่แหละครับง่ายดี ความจริงจะมีชื่อยาวกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่ก็เรียกกันสั้นๆ แบบนี้จะดีกว่า ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของไมค์โครโฟนตัวนี้นะครับ มีน้องๆ หลายคนถามเข้ามาว่า ไมค์โครโฟนเนี่ยเราจำเป็นไหมทีจะต้องเลือก เพราะว่าไมค์ก็คือไมค์ มันก็รูปทรางเหมือนๆ กันแบบนี้ คำตอบคือ ต้องเลือกครับ เพราะไมค์โครโฟนทุกตัว มีการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ไมค์บางตัวใช้กับเครื่องดนตรี ไมค์บางตัวใช้กับเสียงพูด ไมค์บางตัวใช้กับเสียงร้อง แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะแยะมากมายเลย มันก็เหมือนกับเราเลือกอ่านฉลากยา ว่ายาตัวนี้รักษาโรคอะไร ประมาณนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกไมค์โครโฟนให้เหมาะกับการใช้งานมันมีอะไรมากกว่าที่ท่านคิดนะครับ

   ก็ต้องบอกว่าไมค์โฟนตัวนี้นะครับ M80 เนี่ยมันสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องสตูดิโอและบนสเต๊สด้วย แล้วความพิเศษอย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยในไมค์โครโฟนรุ่นนี้คือ มันจะมีสีครบทุกทุกสีของค่า R เลยก็ว่าได้นะครับ ก็จะมีสีน้ำตาล เหลือง เขียว น้เงิน ม่วง เทา ดำ แล้วก็ชมพู เรียกว่ามีเกือบทุกสีจริงๆ นะครับ ต้องบอกว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เป็นไมค์แบบ คาดิออยส์ แต่ให้อารมณ์หรือความรู้สึกในการใช้เนี่ยเหมือนกับไมค์ คอนเดนเซอร์ ซึ่งมันมีความไวในการตอบสนองของเสียงที่ไวมากๆ เลยทีเดียว ซึ่งค่าความไวของไมค์ตัวนี้อยู่ที่ 1.4v ต่อปาสคาล 300 โอห์ม ซึ่งถามว่าไมค์โครโฟนตัวนี้เอาไปจ่อกับเครื่องดนตรีได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แล้วก็ได้หลากหลายชนิดด้วย แล้วถามต่อไปอีกว่า เอาไมค์ตัวนี้ไปร้องเพลงได้ไหม คำตอบก็คือ ได้อีกเช่นกันครับ แล้วคุณสมบัติที่พิเศษไปกว่านั้นเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้สามารถรองรับเสียงที่จ่อเข้าไปหาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้มากถึง 140 dB เลยทีเดียวครับ เรียกว่ารองรับเสียงที่ดังมากๆ เข้ามาไมค์โครโฟนตัวนี้ได้แบบไร้กังวลเลยทีเดียวครับ ต้องบอกว่าเท่าที่ผมอ่านสเปคดูคร่าวๆ เนี่ย ก็ต้องร้องว่า โอ้ว แม่เจ้า ทำไมไมค์มันมีสเปคที่สูงอย่างนี้นะครับ เท่านี้ยังไม่พอครับ นอกจากจะรองรับเสียงที่ดังมากๆ ได้แล้ว ย่านความถี่ที่ไมค์โครโฟนตัวนี้จะรองรับเสียงได้ก็คือย่านความถี่ตั้งแต่ 30 Hz-18KHz เลยทีเดียว ซึ่งจากสเปคตรงนี้เนี่ยนะครับ ผมเองก้ได้ทำการทดสอบการใช้งานดูแล้ว ก่อนที่จะมาเขียนรีวิวนี้นะครับ ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่า เราเอาไมค์โครโฟนตัวนี้ไปใช้งานแบบร้องหรือพูดเนี่ย ผมค่อนข้างชอบตรงที่ว่าในย่านความถี่ของเสียงกลาง แล้วก็เสียงกลางย่านสูง คือโทรเสียงออกไปทางเสียงแหลมแต่ไม่ได้แหลมมากนัก ก็เป็นธรรมชาติของเสียงพูดคนเราเนี่ยนะครับ ไมค์โครโฟนตัวนี้รองรับเสียงย่านนี้ได้ดีเลยทีเดียว คือถ้าในมุมของคนที่มิกซ์เสียงอยู่ที่มิกซ์เซอร์เนี่ย จะบอกว่าปรับแต่งได้ง่ายมากเลย คือไมค์มันจะรับเสียงเข้ามาหาเครื่องเสียง เข้ามาหามิกซ์เซอร์เนี่ย เพียงแค่ low cut ที่มิกซ์นิดเดียวเอง จากนั้นปลายเสียงในย่านความถี่กลางและสูงนั้น แทบจะไม่ต้องไปแตะอะไร ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมันมากเลย มันก็สามารถช่วยให้การทำงานของคนท่ำ sound อยู่เนี่ยง่ายขึ้นด้วยนะครับ

   ข้อดีของไมค์โครโฟนตัว M80 ต่อมาอีกหลายๆ อย่างที่ผมเองตรวจพบตอนที่ทำการทดสอบนะครับ กับการใช้งานทางด้านร้องเนี่ย ไมค์ตัวนี้มีคุณสมบัติที่จะช่วยในกรณีที่นักร้องขยับไมค์เข้าไปใกล้ปากเยอะๆ เนี่ย ถ้าเป็นไมค์ที่ทั่วๆ ไป ราคาหลักร้อยหลักพันเนี่ย เสียงจะเกิดการพร้ามัวทันทีเลยถ้าเอาไมค์เข้าใกล้ปาก เสียงจะไม่ชัดเจน เสียงจะอู้ไปเลย แต่ไมค์โครโฟนตัวนี้มีระบบป้องกันเอาไว้แล้วครับ ซึ่งก็ทำการทดสอบแล้ว ก็เป็นจริงตามที่ทางพนักงานขายเค้าได้บอกมานะครับ คือเสียงถ้าไม่ได้เอาไมคืจนติดปากเลยเนี่ย แต่ใกล้มากๆ เนี่ย ไมค์โครโฟนตัวนี้จะยังได้ยินเสียงที่ชัดเจนอยู่นะครับ แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงสักนิดหนึ่งกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ครับ อย่างก็ลองไปตัดสินใจและทดสอบการใช้งานจริงด้วยตัวเองกันได้ครับ

Review CASIO G-SHOCK MUDMASTER GWG-1000 นาฬิการุ่นสุดพรีเมี่ยมเน้นความทนทานและการใช้งานในสาย Extreme

 

   108plaza ในตอนนี้เรามีนาฬิกาจากค่าย casio ในแบรนด์ G-shock ที่ถือว่าได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เฉพาะมากที่สุด เรียกว่าเหมาะสำหรับคนที่ทำงานหรืออยู่ในสายงานที่ extreme ไปเลย อย่างเช่น คนที่เป็นนักบิน เป็นกัปตันเรือเดินสมุคร นักเดินป่าและปินเขา และสายงานอื่นๆ ที่ต้องการใช้นาฬิกาที่มันมีฟังก์ชั่นครบ พร้อมๆ ไปกับสายการผลิตที่มีนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยตรง เพื่อไปทำการทดสอบข้อบกพร่องจากตัวโมเดลเริ่มต้นก่อน ก่อนที่จะมาผลิตและวางจำหน่ายจริง ก็ถือว่าเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นจากทาง G-shock ที่เป็นรุ่นพิเศษจริงๆ และมีราคาต้องบอกว่าไม่เบาเลยทีเดียวเช่นกันครับ เดี่ยวผมจะพาไปดูรูปตัวอย่างสินค้า แล้วก็เรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับตัวนาฬิการุ่นนี้ครับ G-shock MUDMASTER รหัสรุ่น GWG-1000

   สำหรับเพื่อนๆ ที่พึ่งมาเป็นแฟนพันธ์แท้ของทาง G-shock ใหม่ๆ เนี่ยนะครับ ต้องบอกว่าอย่าพึ่งไปสับสนกับรุ่นและตัวสินค้า เพราะที่ 108plaza ของเราเคยรีวิวนาฬิกา g-shock ที่มีดีไซน์คล้ายๆ กันแบบนี้ในกรุ่นที่เป็นรหัส GG-1000 เองแล้วก็รุ่นที่เป็นรหัส G อีกหลายๆ ตัวเลย ที่มันจะมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกันบ้าง แล้วก็ใช้ชื่อรุ่นว่า mudmaster เองเนี่ยนะครับ อีกหลายๆ รุ่นด้วยกัน แต่ความต่างมันอยู่ที่ตรงฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วก็วัสดุที่นำมาประกอบเป็นนาฬิกาเรือนนี้ต่างหากนะครับ

   สำหรับ G-shock mudmaster GWG-1000 นั้น ตอนที่เปิดตัวมาจริงๆ จะมีอยู่ด้วยกันให้เลือกใช้งาน 3 สีด้วยกัน ก็จะมีสีดำ สีเขียว แล้วก็สีเหลืองนะครับ แล้วแต่ละสีก็จะมีรหัสเฉพาะรุ่นแยกไปอีก แต่เราไม่ได้เน้นตรงนั้นดีกว่า เวลาไปร้านก็ไปเลือกเอาไว้ตามชอบว่าจะเอาสีไหนนะครับ มาดูกันที่รายละเอียดส่วนอื่นดีกว่านะครับ ในส่วนของฟังก์ชั่นหลักๆ เลยในตัวนาฬิการุ่นนี้ก็จะมี ฟังก์ชั่นบอกอุณหภูมิ บอกทิศ บอกความสูงเทียบกับระดับน้ำทะเล สามารถจับเวลาได้ มีระบบพลิกข้อมือแล้วไฟติด มีเวลาต่างประเทศบอก ตัวหน้าปัดเรือนนาฬิกาสามารถที่จะเรืองแสงในเวลากลางคืนด้วยการเรืองแสงแบบพลายน้ำได้ด้วย กระจกหน้าปัดนาฬิกาเป็นแบบ ซัพฟาย สามารถกันรอยขีดข่วนได้ดี เรียกว่าลูกเล่นของนาฬิการุ่นนี้ครบครันเลย แล้วก็มีความทนทาน บุกน้ำ ลุยป่า ได้หมดเลยนะครับ แต่ใครที่ชอบนาฬิกาเรือนเล็กๆ นี่อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะว่าตัวเรือนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ไปสักนิดหนึ่ง สำหรับความคิดเห็นของผมนะครับ แต่อันนี้ต้องไปลองดูด้วยตัวเองจะดีกว่าถ้าใครสนใจ ซึ่งเมื่อดูรอบๆ ตัวเรือนนาฬิกาแล้ว เรื่องของวัสดุนั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว สายเป็นแบบ 2 รู ตรงบริเวณสายรัดข้อมือด้านบนจะมีความแข็งแล้วก็นูนออกมา คือถ้าใครที่ข้อมือใหญ่นิดหนึ่ง จะรับกับข้อมือได้พอดี แล้วมันก็ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียว รอบๆ ตัวเรือนนั้นก็จะมีเซนเซอร์ต่างๆ เยอะไปหมด ทั้งตัววัดอุณหภูมิ แล้วก็ตัววัดความดันของอากาศ เพื่อที่จะไปคำนวณหาความสูงต่างๆ นะครับ ตัวหน้าปัดเองก็จะมีแบบเข็มและระบบดิจิตอลผสมกันเลย แต่ต้องบอกอย่างหนึ่งนะครับว่า นาฬิการุ่นนี้เนี่ย ราคา ณ ตอนที่เปิดตัวมา แล้วก็ตอนที่เรากำลังรีวิวอยู่ในขณะนี้ แล้วก็เป็นร้านที่เราได้ของมาให้รีวิวเขาขายอยู่ที่ราคา 24,xxx บาทนะครับ แต่ในอนาคตหรือว่าร้านอื่นที่เขาขายหรือมีจัดโปรอย่างอื่น ก็อาจจะมีราคาที่ต่างกันอยู่บ้าง แต่ต้องบอกว่าเราอิงราคาที่เป็นของแท้นะครับ เราไม่ได้อิงกับของเกรดอื่นที่มีขายทั่วไป อันนี้ต้องดูให้ดีๆ ด้วยสำหรับใครที่จะหาซื้อรุ่นนี้นะครับ

   

   ถ้ามีคำถามหนึ่งที่ว่า เมื่อเทียบกันแล้ว สีไหนสวยที่สุด ส่วนตัวผู้รีวิวเอง คิดว่าสีดำก็ดูพื้นฐานอยู่แล้ว คิดว่าคนชอบกันเยอะ แต่ถ้าใครที่ชอบลุยๆ ลุยป่า ต้องบอกเลยว่าสีเขียวค่อนข้างสวยมากเลย แต่ถ้าออกแนวแฟชั่นนิดหนึ่ง แบบใส่เน้นสวยงาม แล้วก็เป็นแนวแบบใส่ท่องเที่ยว ต้องจัดสีเหลืองเลย แต่สายสีเหลืองใครที่ใส่แล้วมันเป็นคราบ วิธีลบคราบเหงื่อก็ให้เอายางลบก้อนใหม่ๆ ลบก็จะหายนะครับ

   ก็ต้องบอกว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ ตัว G-shock GWG-1000 เรือนนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขายดีแล้วก็มียอดจองกันตั้งแต่เปิดตัวมา แล้วก็คาดว่าในอนาคตอีกประมาณปีสองปี ราคาน่าจะพุ่งขึ้นไปอีกนะครับ ใครที่ชอบสะสมนาฬิกา ถือว่ารุ่นนี้น่าเล่นเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หายากครับ

รีวิว Xiaomi Mi Bluetooth Speaker ลำโพงบลูทูธสีดำเสียงเบสดังชัดเจน

 

   การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ในครั้งนี้มาเอาใจคนที่ชอบฟังเพลง อยู่ที่ไหนก็ต้องฟังเพลง แล้วคนที่ชอบฟังเพลงถ้าฟังจากลำโพงจากมือถือก็คงจะยังไม่สะใจเท่าไรห่ เสียงเบส เสียงแหลม เสียงกลาง อาจจะยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้ ทางทีมงานก็เลยไปสรรหาลำโพงบลูทูธราคาเบาๆ จาก Xiaomi มาฝากกันครับ ผลการรีวิวจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลยครับ

   สำหรับลำโพลบลูทูธที่นำมารีวิวในครั้งนี้มีชื่อว่า Xiaomi Mi Bluetooth Speaker รุ่น สีดำ ต้องบอกว่ารุ่นสีดำนั้นก็เพราะว่า ตอนนี้ทาง xiaomi เองได้ออกลำโพงมาสองรุ่น เป็นรุ่นสีขาว กับ สีดำ นั้นเอง สีขาวเนี่ยจะเป็นคนละแบบกันนะครับ จะเป็นสีขาวที่เป็นทรงแบบสีเหลี่ยมยาวๆ ทรงกระบอก แต่ถ้าเป็นสีดำก็จะเป็นทรงแบบอย่างที่เห็นนี้นะครับ คือทรงกลมเล็กๆ พกพาง่าย ถ้าทางทีมงานมีโอกาสได้เอาสีขาวมารีวิวก็คงจะเป็นในตอนหน้านะครับ ซึ่งการใช้งานก็จะคนละแบบกันไป ต้องบอกอย่างนี้ว่าถ้าใครอยากได้แบบว่าสามารถกดปุ่มต่างๆ ที่ตัวลำโพงได้ด้วย กดปุ่มเพิ่มลดเสียง กดปุ่มเลื่อนเพลง อะไรพวกนี้จากตัวลำโพงได้ด้วยเนี่ยนะครับ ต้องเอาสีดำ แต่ถ้าเป็นรุ่นสีขาว จะสามารถควบคุมได้จากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเท่านั้น ที่ตัวลำโพงจะไม่มีปุ่มใดๆ ให้กดเลยนอกจากปุ่มเปิด-ปิดแล้วก็ปุ่มเปิดบลูทูธเท่านั้นเอง ก็ลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปนะครับ ก็สามารถเลือกใช้งานกันให้ตรงตามรุ่นด้วยเพื่อที่ว่าจะได้ใช้กันครบทุกฟังก์ชั่นเลย

   เมื่อเริ่มต้นแกะกล่องลำโพงบลูทูธของตัว mi Bluetooth speaker ตัวนี้นะครับ ก็จะไม่มีอะไรมากบนหน้ากล่อง จะมีเพียงโลโก้ mi เท่านั้นเอง แต่ด้านล่างของกล่องก็จะมีข้อมูลให้ได้อ่านกันเล็กน้อย เป็นชื่อของตัวบลูทูธที่เวลาเราจะค้นหาแล้วก็จะขึ้นมาว่ามีชื่อนี้นะให้เราเชื่อมต่อ อะไรแบบนั้นนะครับ จากนั้นก็เริ่มแกะกล่องกันเลย เปิดกล่องขึ้นมาก็จะเห็นว่ามีลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในเลย เป็นทรงกลมๆ อย่างที่เห็น พอยกลำโพงบลูทูธขึ้นมา ข้างในก็จะแถมสายชาร์จมาให้ เป็นสายชาร์ micro USB ก็สามารถไปเสียบชาร์จกับเพาเวอร์แบงค์หรือว่าชาร์จกับหัวชาร์จมือถือได้ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาจีนทั้งนั้นเลย ก็มีเท่านี้เองขางในกล่องนะครับ

   มาเริ่มดูที่ตัวลำโพลงบลูทูธกันเลยดีกว่า ก็อย่างที่เห็นในรูปนะครับว่ามีโลโก้ mi อยู่ชัดเจนตรงด้านข้างของตัวเครื่อง จากนั้นก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถัดมาก็จะมีไฟ LCD ที่เป็นแถบยาวๆ เพื่อแสดงสถานการณ์เชื่อมต่อบลูทูธ แล้วก็แสดงสถานะของแบตเตอร์รี่ที่อยู่ด้านในด้วย เมื่อหงายตัวลำโพงขึ้นมา จะเห็นว่าตัวฐานของลำโพงนั้น จะออกแบบมาให้เป็นที่วางด้วย แต่ห้ามเข้าใจผิดว่ามันทำมาให้วางอย่างเดียวนะครับ มันคือปุ่มกดได้ด้วย จะเป็นปุ่มกดเพิ่มและลดเสียง ถ้าเรากดค้างเอาไว้จะเป็นปุ่มกดเพื่อเพิ่มหรือลดเสียงนั้นเอง แต่ถ้าเรากดแล้วปล่อย ไม่ต้องกดแช่ จะกลายเป็นปุ่มเลื่อนเพลง จะสามารถเลื่อนไปข้างหน้าแล้วก็เลื่อนย้อนกลับได้ด้วย นอกจากนั้นก็จะมีตัวไมโครโฟนด้วย คือลำโพงบลูทูธตัวนี้เนี่ยนะครับ มันสามารถพูดคุยโทรศัพทย์ได้ด้วย

   ในส่วนของวิธีเชื่อมต่อบลูทูธก็จะทำได้ง่ายๆ นะครับ ก็แค่เปิดลำโพงขึ้นมา จะมีเสียงเปิดขึ้นมา จากนั้นก็เปิดมือถือของเราขึ้นมาครับ แล้วก็ไปที่บลูทะครับ ก็เปิดบลูทูธขึ้นมา แล้วจากนั้นก็ทำการสแกนหาชื่อบลูทูธที่เราเห็น ก็ดูชื่อว่ามันตรงกับข้างกล่องหรือไม่ ก็กดเชื่อมต่อไป เมื่อมือถือกับลำโพงเชื่อมต่อได้แล้วจะมีเสียงดัง พร้อมกับไฟ LCD ที่ด้านข้างจะมีไฟแสดงขึ้นมาให้เราเห็นด้วย แปลว่าลำโพงกับมือถือสามารถ pair เข้าหากันได้แล้วแต่นั้นเองครับสำหรับการเชื่อมต่อ แต่บางทีการค้นหาบลูทูธอาจจะไม่เจอในบางครั้ง ให้ทำการปิดแล้วเปิดตัวลำโพงใหม่ แต่ถ้าเคยเชื่อมต่อแล้ว ครั้งต่อไปก็เชื่อมต่อให้เองเลยในอัตโนมัติครับ

   เมื่อได้ทดสอบคุณภาพเสียงกันแล้ว ต้องบอกว่าเสียงค่อนข้างดังดีเลยครับ เสียเบสเนี่ยบอกเลยว่าสั่นสะเทือนพอสมควร แต่เป็นการสั่นแบบว่าไม่ได้แน่นเหมือนลำโพงราคาเป็นหมื่นนะครับ แต่คุณภาพเสียงกลางและแหลมก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจคนหูทอง หูเทพเท่าไหร่นะครับ เรียกว่าคุณภาพเสียงอยู่ในระดับกลางๆ นะครับ แต่เสียงนี่ต้องบอกว่าดังดีเลยทีเดียว แต่เสียงก็อาจจะไม่นิ่มไม่สบายหูสักเท่าไหร่ ก็เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ราคาเบาๆ แต่ให้คุณภาพเสียงที่อยู่ในระดับปานกลางนะครับ ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับราคาด้วยนะครับ

รีวิว เครื่องไอออนโตแบบมือถือใช้ถ่าน Madami innovation face II


   สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามแต่ไม่มีเวลาไปทำหน้า ทำสปา หรือ คุณผู้ชายที่ดูแลสุขภาพผิวและใบหน้าของตัวเองอย่างเป็นประจำ สามารถทำได้ที่บ้านเอง อะไรแบบนี้ ทาง 108plaza ของเรามีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ข้างต้นได้มารีวิวกันอีกหนึ่งชิ้นที่จะมารีวิวถึงการใช้งานในเบื้องต้นกันให้ทราบพอคร่าวๆ ถึงการใช้งานของตัวเครื่องว่ามันน่าสนใจแค่ไหน แล้วมันจะน่าซื้อมาใช้งานหรือไม่ หลังจบการรีวิวก็คงจะตัดสินใจได้ว่า เครื่องนวดหน้าแบบมือถือที่เป็นระบบไอออนโต ที่เวลาเราไปทำที่คลินิกเสริมความงามหรือตามสปาต่างๆ ก็ทำกับเครื่องราคาเป็นแสน แต่ทีนี้มีเครื่องที่ราคาหลักร้อยมาขายกันในท้องตลาดเยอะแยะไปหมด แล้วเราก็เคยรีวิวเครื่องในลักษณะนี้มาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ ในราคาหลักร้อยเช่นกัน ก็มาลองอ่านทั้งบทความดูแล้วมาเปรียบเทียบกันดูนะครับว่ายี่ห้อไหนจะน่าใช้กว่ากัน

   สำหรับเครื่องนวดหน้าแบบมือถือหรือว่าเครื่องไอออนโต เครื่องที่เราจะรีวิวกันนี้มีชื่อว่า Madami innovation face II สำหรับเครื่องนี้มีขายกันในเมืองไทยแล้วนะครับ ก็จะมีตัวแทนมาขายตามร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ใน facebook ก็มีเหมือนกัน เรื่องของราคาก็อยุ่ในหลักร้อยเช่นกัน เมื่อแกะตัวเรื่องมาก็จะเป็นว่าในกล่องก็จะมีใบรับประกันคุณภาพ รวมไปถึงคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาไทยด้วยนะครับ แล้วก็มีตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดก็ประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่เป็นด้ามจับแล้วก็มีหัวนวดอยู่ด้านบน เหมือนกับในรูปด้านบนนะครับ ตัวเครื่องเองใช้ถ่านในการจ่ายไฟเช่นกัน เป็นถ่ายขนาด AA 2 ก้อน ใส่เข้าไปที่ตรงด้ามจับ ก็ต้องขออธิบายถึงคุณสมบัติของตัวเครื่องไออนโตที่ว่านี้ก่อนเลยนะครับ ว่ามันใช้เพื่ออะไร แล้วมันช่วยในด้านไหนได้บ้าง ซึ่งตัวเครื่องนวดหน้าระบบไอออนโตนี้ จะมีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน เมื่อเราใส่ถ่านเข้าไปแล้ว จะมีไฟบอกสถานะของตัวแบตเตอร์รี่อยู่ ไฟสว่างก็แปลว่าแบตเต็ม ไฟอ่อนก็แสดงว่าแบตใกล้หมด จากนั้นจะมีปุ่มอยู่ให้เลือกกดใช้งานกัน ก็จะมีปุ่มที่เขียนไว้ว่าเป็นปุ่ม บวก กับปุ่ม ลบ ก็จะประมาณว่าให้สือถึงการปล่อยประจุบวก กับ ประจุลบ ออกมาจากในตัวเครื่องนั้นเองนะครับ ในกล่องเองก็จะมีหัวนวดหน้าที่เป็นแบบกลมๆ นุ่มๆ มาให้ด้วย ก็ใส่แผนนวดเข้าไปที่ด้านบนตัวเครื่องที่กลมๆ ในภาพนะครับ จากนั้นการทำงานของตัวเครื่องถ้าเรากดที่ปุ่มลบจะเป็นฟังก์ชั่นที่ว่าจะช่วยในเรื่องของการผลักเนื้อครีม ผลักเซรั่ม ผลักสิ่งต่างๆ เราสามารถเอาไปบำรุงผิวหน้าได้ อันนี้ไม่ได้โฟกัสว่าต้องซื้อร่วมกับครีมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งนะครับ ใช้ครีมบำรุงอะไรก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละผิวหน้า เพราะตัวเครื่องนี้สามารถใช้ได้กับครีมทุกยี่ห้อ ซึ่งในโหมดลบนั้น เมื่อกดไปแล้วตัวเคร่องจะสั่นพอให้เรารู้สึกได้ สั่นแบบเบาๆ เมื่อเราทาครีมบำรุงไปแล้วเสร็จปุบ เราก็ใช้เครื่องนวดตัวนี้นวดวนรอบๆ ใบหน้าให้ทั่วเลย ก็อาจจะใช้ร่วมกับลำคอด้วยก็ได้ แนะนำกว่าใช้นวดวนอยู่ประมาณ 10-15 นาทีก็พอ จะใช้ให้เนื้อครีมนั้นซืมไปลึกและทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น ตื่นตัวขึ้น อะไรแบบนั้น ในโหมดนี้แนะนำว่าให้ใช้ตอนกลางคืนหลังจากล้างหน้าเสร็จก่อนเข้านอน

   อีกหนึ่งโหมดก็คือปุ่ม บวก เมื่อกดไปแล้วจะมีระบบสั่นเช่นเดียวกัน เหมือนกันกับปุ่ม ลบ เมื่อสักครู่นี้เลย แต่จะต่างกันก็ตรงที่การปล่อยประจุจากตัวเครื่องออกมานั้นเอง ตรงปุ่มนี้จะเป็นประจุบวก ซึ่งจะใช้ในส่วนของการควบคู่ไปกับการล้างหน้า เมื่อหลังจากทาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไป พวก ครีนซิ่ง ต่างๆ ใช้ได้กับทุกยิ่ห้อเช่นกัน ในโหมดนี้จะช่วยให้การล้างหน้าหลังจากใช้เครื่องสำอาง หลังการการล้างหน้าในระหว่างวันที่เราไปเจอฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกในระหว่างวันต่างๆ ก็จะช่วยให้หน้าสะอาดมากยิ่งขึ้น ก็ใช้เหมือนกับในโหมดแรกเลย ก็คือ เอาไปวนๆ ที่ใบหน้าและทั่วลำคอให้ทั่วประมาณสัก 10-15 นาที แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

   ซึ่งทั้ง 2 โหมดที่รีวิวมานี้ ทางทีมงานเองก็ให้ข้อสังเกตไว้ว่า เครื่องไอออนโต ที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวครั้งนี้ เมื่อเทียบกับเครื่องที่มีมาตรฐานที่ราคาหลักแสนเนี่ยนะครับ การปล่อยประจุต่างๆ อันนี้เราวัดไม่ได้ด้วยสายตาที่เราเห็นอยุ่แล้ว กับ เครื่องที่เรารีวิวกันในราคาหลักร้อยแบบนี้ที่ใช้ถ่ายแบบนี้ แต่ที่เห็นชัดเจนคือมันมีการสั่นแบบเบาๆ เหมือนเรากำลังให้ผิวหน้าได้ออกกำลังกายอะไรแบบนั้นนะครับ ก็ลองเอาไปตัดสินใจดูว่าจะซื้อมาใช้กันหรือเปล่านะครับ